บทที่ 128
สังหารบอสระดับเอส
สกิลควบคุมเวลาถูกเปิดใช้งานออกมาร่างของบอสขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหน้าพลังชีวิตของมันลดลงอย่างต่อเนื่อง
ในตอนนี้พลังชีวิตของบอสที่อยู่บริเวณด้านหน้าลดลงพร้อมกับพลังเวทย์ภายในร่างกายของเดย์
ทั้งสองมันโดนแลกเปลี่ยนและก็โดนเผาผลาญอย่างต่อเนื่องไม่ได้แตกต่างจากเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้โชติช่วงและกำลังจะมอดดับ
เดย์กัดฟันแน่นแม้ว่าจะมีสกิลส่งเสริมในการฟื้นฟูพลังเวทย์ภายในร่างกายแต่ว่าอัตราการเผาผลาญมันมากกว่า
การฟื้นฟูพลังเวทย์ภายในร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูได้รวดเร็วเท่ากันเผาผลาญที่ต้องการใช้งาน
ตอนนี้มานาในร่างกายถูกเผาผลาญออกไปเป็นจำนวนมากมานาภายในร่างกายถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเมื่อโดนเผาผลาญออกไปร่างกายของมนุษย์ก็จะมีอาการผิดปกติ
เดย์ในตอนนี้เองก็รู้สึกแบบนั้นดวงตาทั้งสองข้างเริ่มร้ายร่างกายเริ่มมาถึงขีดจำกัดรู้ได้ในทันทีว่าพลังมานาภายในร่างกายของตนเองกำลังหมด
มานาเหมือนกับสิ่งที่เรียกว่าพลังงานเมื่อพลังงานภายในร่างกายถูกใช้จนหมดร่างกายเองก็จะอยู่ในสภาวะหมดสติ
เดย์กัดฟันแน่น “ ยังไม่จบแค่นี้หรอกใช้งานสกิลฟื้นฟูฉับพลัน ”
[ ระบบ :ใช้งานสกิลฟื้นฟูฉับพลัน!!! ]
เขาได้เปิดใช้งานสกิลออกมาสกิลได้ถูกเริ่มใช้งานบาดแผลทั่วทั้งร่างกายที่เคยได้รับก่อนหน้านี้และก็มานาของตนเองทั้งหมดย้อนคืนกลับมาในสภาพสมบูรณ์พร้อม
นี่คือความลับหนึ่งที่มีประโยชน์เป็นอย่างมากสกิลฟื้นฟูฉับพลันมันไม่ได้ฟื้นฟูเพียงแค่พลังชีวิตและบาดแผลทั่วทั้งร่างกายเท่านั้น
แต่เมื่อทำการเปิดใช้งานออกมาและพลังเวทย์ภายในร่างกายอยู่ต่ำมากกว่าครึ่งจะทำการรีเซ็ตพลังเวทย์ทั้งหมดของตนเองกลับไปอยู่ในสภาพเต็มร้อย
เรียกง่ายๆว่ามาหน้าของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเท่า
มานาภายในร่างกายถูกเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเท่าตอนนี้พลังเวทย์กลับมาดวงตาของเขาเริ่มกลับคืนสู่สภาพปกติ
ในตอนนี้สภาพร่างกายกลับมาสู่สภาพเตรียมพร้อม
เดย์ยังคงไม่ลดละการพยายามเขายังคงพลังเวทย์ของตนเองกับการเผาผลาญพลังชีวิตของสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ร่างของบอสขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหน้าค่อยๆเปลี่ยนไป
หลังจากที่มันโดนเผ่าพันธุ์พลังชีวิตไปจำนวนมหาศาลร่างกายของมันเริ่มค่อยๆเสื่อมสลาย
ถ้าจะให้พูดให้ถูกต้องเวทควบคุมเวลาที่ใช้งานเข้าควบคุมเวลาของเจ้าบอสที่อยู่บริเวณด้านหน้าเล็งไปนับแสนนับล้านปี
พลังชีวิตของมันก็จะโดนเผาสลายไปตามช่วงอายุไขที่ค่อยๆมากขึ้น
ในตอนนี้หลังจากที่พลังชีวิตของมันเริ่มโดนเผาผลาญไปเรื่อยๆพร้อมกับกาลเวลาร่างกายของมันก็ค่อยๆเสื่อมสลายไปด้วยเช่นเดียวกัน
ไม่ว่าอย่างไรมอนสเตอร์มันก็คือสิ่งที่มีชีวิตเพราะแบบนั้นร่างกายของมันย่อมมีขีดจำกัดในวันวันหนึ่งพวกมันเองก็ต้องล้มตาย
อย่างที่เห็นบริเวณด้านหน้าร่างของมอนสเตอร์เสื่อมสลายจากเวทย์แห่งกาลเวลาที่ใช้งาน
เดย์อยู่ในสภาพที่โดนเผาผลาญพลังเวทย์มาประมาณครึ่งชั่วโมงตอนนี้ร่างของบอสที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันค่อยๆบุกสลายลงไป
พลังชีวิตของบอสน้อยลง
[ ระบบ :พลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่อยู่บริเวณด้านหน้ากำลังจะถึงขีดจำกัด ]
[ ระบบ :มานาของท่านกำลังจะถึงขีดจำกัด ]
ข้อความจากระบบมันแจ้งเตือนขึ้นมาพร้อมกันแสดงให้เห็นว่าตอนนี้ทั้งพลังชีวิตของบอสและก็มานาภายในร่างกายของเขามันเองก็กำลังจะหมด
เดย์ร่างกายเริ่มมาถึงขีดจำกัดเข่าทั้งสองข้างของเขาค่อยๆทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น
[ ระบบ :การใช้งานสกิลควบคุมเวลาสิ้นสุดลง ]
“ ตึ้ง!!! ”ขอบเขตการเวลาที่อยู่บริเวณรอบๆที่ถูกสร้างขึ้นมาหมดลง
ทั่วทั้งบริเวณกลับคืนสู่สภาพปกตินักผจญภัยบริเวณรอบๆสามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้
เดย์ร่างกายของเขามาถึงขีดจำกัดลมหายใจกำลังหอบอย่างถี่ระรัวดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัว
สติในตอนนี้กำลังจะหลุดลอยออกไปจากร่างกายเขาแทบจะไม่สามารถประคองสติของตนเองเอาไว้ได้แล้ว
“ ถึงขีดจำกัดแล้วอย่างงั้นหรอ ”
“ แล้วบอสที่อยู่บริเวณด้านหน้าละ ”
“ ตึ้ง!!! ”
[ ระบบ :กำจัดมอนสเตอร์ระดับสูงได้รับ SP 5000 แต้มพอยท์ ]
[ ระบบ :กำจัดมอนสเตอร์ระดับสูงได้รับโบนัส SP 7000 แต้มพอยท์ ]
[ ระบบ : เควสท้าทายดันเจี้ยนระดับ S หนองน้ำแห่งความตาย ระดับไดมอนต์ [Diamond]สำเร็จ]
[ เงื่อนไขเควสท้าทายดันเจี้ยนระดับ S ]
[ ของรางวัลได้รับแพ็คเกจสุ่มสกิล 5 อัน ]
[ ได้รับแต้ม SP5,000แต้มพอยท์]
[ ถ้าทำไม่สำเร็จตาย!!! ]
ข้อความปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วมันปรากฏขึ้นมาอย่างถี่ระรัวแสดงให้เห็นว่าร่างของสิ่งมีชีวิตที่อยู่บริเวณด้านหน้าเองก็มาถึงขีดจำกัดเช่นเดียวกัน
ร่างของอสูรกายหนอนขนาดมหึมาที่มีความสูงเสียดฟ้ามันค่อยๆแหลกเหลว
ผิวหนังด้านนอกเริ่มเหี่ยวย่นกระดูกภายในเริ่มแตกละเอียดเปลวเพลิงแห่งชีวิตของมันถูกเร่งเผาผลาญจนถึงขีดสุด
ร่างกายของมันค่อยๆย่อยสลายและแตกสลายกลายเป็นพลังเวทย์
“ เพล้ง!!! ”ร่างกายของบอสขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแตกละเอียดกลายเป็นสะเก็ดพลังเวทย์เยอะแยะมากมายที่ลอยล่องอยู่ภายในอากาศ
ก่อนที่สะเก็ดพลังเวทย์มากมายที่กำลังลอยล่องอยู่ภายในอากาศเยอะแยะมากมายจะค่อยๆหลอมรวมกันละกลายเป็นศิลาเวทย์ขั้นสูงสุด
ศิลาเวทย์ที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้เป็นศิลาเวทย์ที่มีขนาดมหึมามันมีขนาดเทียบเท่ากับก้อนหินก้อนใหญ่ส่องแสงสว่างไสว
มันมีรูปลักษณะแตกต่างจากศิลาเวทธรรมดาทั่วไปตรงที่ว่ามันนั้นเป็นศิลาเวทย์ที่มีลักษณะเป็นสีดำๆแดงๆ
บริเวณใจกลางศิลาเวทย์เหมือนกับมีเปลวเพลิงสีแดงกำลังลุกไหม้อยู่เพียงแค่มองดูก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่านี่คืออะไร
พวกนักผจญภัยระดับบีและระดับเอที่อยู่รอบๆต่างดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
นักบวชหญิงคนนั้นอุทานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “อย่าบอกนะว่านั่นศิลาเวทย์ระดับตำนาน ”
ไม่ต้องมีข้อมูลใดมายืนยันก็สามารถรู้ได้ในทันทีเกี่ยวกับเรื่องศิลาเวทระดับตำนานผู้คนบอกว่าฉันมีโอกาสได้รับมันจากเพียงแค่การสังหารมอนสเตอร์ระดับเอสขึ้นไปเท่านั้น
และตอนนี้มันก็อยู่บริเวณด้านหน้าจากที่มองเห็นศิลาเวทมีรูปลักษณะเป็นเหมือนกับกรทับทิมสีแดงมีเปลวเพลิงสีแดงลุกไม่มีออร่าทำปกคลุม
ด้วยรายละเอียดพวกนี้มันก็เป็นสิ่งที่บอกแหละก็ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่อยู่ด้านหน้าคือศิลาเวทย์ระดับตำนานที่ได้ชื่อว่าหายากที่สุดในบรรดาศิลาเวทย์
มันมีมูลค่าสูงขนาดที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ถ้านำไปสร้างอาวุธอาวุธชิ้นนั้นก็จะกลายเป็นอาวุธระดับตำนาน
เดย์ไม่ได้สนใจกับศิลาเวทที่อยู่ด้านหน้าเลยดวงตาของเขาค่อยๆพร่ามัวตอนนี้ไม่สามารถประคองสติได้เพราะพลังเวทย์ภายในร่างกายถูกใช้จนหมดเกลี้ยง
ร่างกายค่อยๆทรุดต่ำลงไปล้มลงไปกระแทกกับพื้น “ ตู้บ!!! ”
ร่างกายล้มนอนลงไปที่พื้นโคลนอันแหลกเหลวร่างกายไม่สามารถขยับได้กล้ามเนื้อทั้งร่างกายถูกใช้พลังงานไปจนหมด
“ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วสินะคงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับพวกมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบๆ”
“ ดันเจี้ยนแห่งนี้น่าจะสามารถถูกพิชิตได้แล้ว…” เดย์จากนั้นเพราะว่าในตอนนี้ข้อความจากระบบบริเวณด้านหน้าแจ้งเตือนขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว
ดันเจี้ยนแห่งนี้กำลังพังทลายหลังจากบอสของดันเจี้ยนโดนสังหารเรียบร้อยแล้วทั่วทั้งบริเวณเกิดการสั่นไหวคลื่นพลังเวทย์ขนาดใหญ่พุ่งสูงเสียดฟ้าดันเจี้ยนแห่งนี้กำลังจะสลาย
พวกนักผจญภัยที่อยู่บริเวณรอบๆค่อยๆหย่อนก้นของตนเองนั่งลงที่พื้นอย่างโล่งใจ
พวกมันไม่อยากจะเชื่อว่าตอนนี้ตัวของพวกมันรอดตายจากสถานที่แห่งนี้แล้วจริงๆ
[ ระบบ :ดันเจี้ยนระดับเอสถูกเคลียร์หนองน้ำแห่งความตายถูกพิชิต]
“ พรึบ!!! ” หลังจากนั้นภาพความทรงจำของเดย์ก็หายไป
จบบท