ตอนที่ 120เสือคำราม!
ณโรงพยาบาลเรือใบ
พอรู้ข่าวว่าเจ้าใหญ่ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูอาการให้ละเอียดก็ทำเสือน้อยสั่นเป็นเจ้าเข้า…ทันทีที่ได้รู้ข่าว
น้ายิ้มน้าแย้ม พ่อและแม่ของสองแฝดเป็นคนโทรมาบอกเสือน้อยด้วยตัวเอง นั่นก็เป็นเพราะว่าต้องการวานให้เขากับเจ้าใหญ่ช่วยกันเก็บเสื้อผ้าให้หน่อย เพราะต้องนอนเฝ้าค้างคืน
ยักษ์พูดขึ้น“พ่อ…ไอ้ใหญ่มันเป็นอะไรมากหรือเปล่า?”
ยิ้มตอบกลับลูกชาย“เบื้องต้นก็แขนหักต้องเข้าเฝือก ส่วนอื่น ๆ รอหมอสรุปอาการอยู่อาจจะต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคืน…”
เสือน้อยกับยักษ์ทั้งสองก็วิ่งเข้าไปในบ้านช่วยกันเก็บเสื้อผ้าของใช้จำเป็น ก่อนโทรเรียกพี่วันให้มารับและพาไปส่งที่โรงพยาบาล
พอทั้งสามมาถึงก็กล่าวทักทายสองสามีภรรยา
ก่อนที่จะพยายามชะเง้อมองเข้าไปดูอาการของเจ้าใหญ่ที่อยู่ภายในห้องซึ่งโชคดีพวกเขามาทันเวลาหมอที่กำลังเดินออกมารายงานอาการผู้ป่วยให้ญาติคนไข้ทราบพอดี
“เบื้องต้นเหมือนที่หมอบอกไปก่อนหน้านี้นอกจากใส่เฝือกแล้วต้องดูอาการอื่น ๆ เช่นบริเวณเบ้าตาเพราะอาจกระทบกระเทือนไปถึงสมองได้!”
ทำเอาพ่อแม่ทั้งสองคนวิตกกังวลขึ้นมาทันทีทว่าก็ถูกหมอพูดปลอบใจไว้ เพราะอาการโดยรวมไม่ได้หนักหนาสาหัสแค่ต้องพักฟื้นร่างกายสักหลาย ๆ วันหน่อย
เสือน้อยแง้มประตูไปมองสภาพน้องชายก็ใจเสียอยู่ไม่น้อย แต่อยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก
จึงได้มากล่าวลาพาอีกสองคนกลับบ้าน“น้ายิ้มน้าแย้ม ไม่ต้องไปห่วงค่ารักษาพยาบาลนะ ไอ้ใหญ่มันมีบัตรประกันชีวิตหลายใบเลือก ๆ มาใช้สักใบก็แล้วกัน”
เสือน้อยสั่งกำชับอยู่อีกหลายอย่างด้วยความเป็นห่วง
……
พอกลับมาถึงบ้านเสือน้อยกับยักษ์ก็มานั่งศาลาริมน้ำตัวเสือน้อยกำลังพิมพ์ข้อความในโน้ตบุ๊กส่งไปหาเหมือนฝันอยู่
ช่วงนี้หลังจากกลุ่มสี่สหายของเขาเตือน
เขาจึงพยายามหาวิธีติดต่อใหม่ๆ กับเหมือนฝัน โดยช่วงนี้รู้ว่าเดี๋ยวนี้คนนิยมใช้เฟซบุ๊กในการเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงบอกเหมือนฝันว่าให้สร้างบัญชีเฟซบุ๊กขึ้นมา
แต่ปรากฏว่าเจ้าหล่อนก็ดันสร้างขึ้นมาเสียแล้วนี่เธอบอกว่าที่ลอนดอนคนนิยมเล่นกันมาได้สักพักหนึ่งแล้ว เธอเองเล่นจนลืม Hi5ไปเลย เพราะว่าเฟซบุ๊กมันดูทันสมัยกว่ามาก
และดูไม่รกรุงรังเหมือน Hi5ตัวเสือน้อยเองก็ดีใจ ที่หาวิธีสื่อสารใหม่ ๆ กับเธอ และพอเล่น ๆไปสักพัก ก็เสมือนได้เปิดโลกใบใหม่!
เขาเห็นรูปของเหมือนฝันที่ลงในเฟซบุ๊กด้วยท่าทีกิริยาต่างๆ ก็ทำเอาเขาเคลิ้ม คิดถึงเธอขึ้นมาจึงเหม่อลอยไปชั่วครู่หนึ่งขณะที่ไล่ดูรูปในเฟซบุ๊กของเธอ…
ทว่าเขาก็ยังไม่ลืมตะล่อมเหมือนฝันให้ลงรูปเลี้ยงกระแสในเว็บเด็กดีไว้ หมั่นลงรูปบ่อย ๆ รีวิวบรรยากาศโน่นนี่การเรียนที่นั่นคนจะได้ไม่ลืม เผื่อว่าเธอกลับมาจะได้ถือเป็นโอกาสอันดีงามใครจะรู้ว่าจะได้ใช้ประโยชน์ในอนาคตก็เป็นไปได้
ตัวเหมือนฝันก็ทำทีว่าเห็นด้วยเพราะตัวเธอติดบอร์ดเด็กดีมานานหลายปี ยิ่งช่วงนี้กลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวก็มักจะเข้าเว็บเด็กดีไปโพสต์อวดอะไร ๆ กัน
ทั้งคู่พูดคุยสนทนาสัพเพเหระกันไปเรื่อยทว่าด้วยช่วงเวลาที่ต่างกันถึงเจ็ดชั่วโมง จึงทำให้บางทีต้องนัด หาเวลาตรงกันเพื่อจะได้พูดคุยกันอย่างสะดวก ซึ่งบางครั้งเหมือนฝันก็ติดธุระอื่น ๆแน่นอนว่าเสือน้อยก็ย่อมมีธุระอื่น ๆ ให้ทำด้วย
……
หลังจากเสือน้อยสนทนาหวานแหววกับหล่อนเสร็จ
ก็หยิบคีย์บอร์ดไฟฟ้ามากดบรรเลงเพลงฟังสบายๆ ส่วนเจ้ายักษ์ที่กำลังเล่นโน้ตบุ๊กเพื่อหัดนั่งเล่นเฟซบุ๊กตามเสือน้อยอยู่ก็หันมามองลูกพี่ที่บรรเลงดนตรีทำอารมณ์อยู่
ผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ เสือน้อยก็หยุดมือก่อนนอนครุ่นคิดอะไรต่อมิอะไร
ภายในใจของเขาความรู้สึกส่วนหนึ่งที่คิดถึงเหมือนฝันกับความเป็นห่วงอาการของเจ้าใหญ่ ผสมปนเปกันไป
แต่ว่าเรื่องหนึ่งที่ตอนนี้เขามั่นใจแน่ๆ เลยก็คือ “หรือว่าเดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็กระทืบทำร้ายคนที่เขารักได้หมด?” เขาครุ่นคิดในใจ
เริ่มจากเหมือนฝันโดนไอ้สี่คนนั้นแล้วยังมีไอ้ใหญ่อีกขนาดอยู่ใต้จมูกเสืออย่างเขาแท้ ๆ ยังมีคนมากระตุกหนวดถึงที่“แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แล้วมั้ง?” เขาเผลอพูดพึมพำออกมา
เจ้ายักษ์ก็คุ้นชินกับลูกพี่แกแล้วเวลาปกติมักชอบพูดแพล่มอะไรอยู่คนเดียว “ดูท่าคงกำลังวางแผนเล่นงานใครอยู่แน่ ๆ”เขาคิดในใจ และเขารู้ดีว่าพี่เสือแม่งไม่ปล่อยกลุ่มไอ้กั้งนี่ไปหรอก
และความจริงก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เสือน้อยกำลังคิดวางแผนเล่นงานคนทั้งหมดที่กล้ามาแหย็ม มาทำร้ายคนรอบข้างกายเขา
……
วันต่อมา
‘ไอ้กั้ง’ และผองเพื่อนก็มาเรียนตามปกติทว่าย่อมถูกเรียกตัวเข้าไปพบที่ห้องปกครองตามระเบียบทั้งกลุ่มได้รับจดหมายเชิญผู้ปกครอง ติดตัวมาคนละฉบับตอนอยู่ในห้องทั้งกลุ่มก็ทำสีหน้าเศร้าสลดนิด ๆ หน่อย ๆ พอเป็นพิธี
แต่ว่าหลังจากออกจากห้องปกครองมาก็เริ่มกระดี๊กระด๊าอีกครั้ง ส่วนอาการเศร้าสลดหายไปหมดสิ้น!ทั้งกลุ่มที่ออกจากห้องปกครองมา ก็เตรียมเดินแยกย้ายไปเข้าเรียนตามปกติ
แต่ทว่าเสือน้อยที่ได้เห็นภาพบรรยากาศดังนั้นก็แสยะยิ้มชั่วร้าย เพราะว่าวันนี้เขาตั้งใจโดดเรียนเป็นพิเศษ เพื่อมาดักรอดูพฤติกรรมของคนกลุ่มก่อนที่จะตัดสินใจต่อไป
แน่นอนว่าภาพที่ออกมามันย่อมปลุกความดุร้ายภายในจิตใจเขา
ก่อนจะเดินมาตีขนาบข้างไปกับกลุ่มของไอ้กั้งและพูดลอย ๆ “ทำผิด…แล้วยังไม่สลดยังมากระดี๊กระด๊าแบบนี้ได้ กูนับถือใจพวกมึงจริงๆ”
ทั้งกลุ่มก็งุนงงไอ้บ้านี่มันมาจากไหนเดินมาหาเรื่องพวกเขา วอนโดนตีนหรืออย่างไร?
เสือน้อยที่ไม่ได้เหลือบสายตาไปมองพวกมันเลย
พอเดินไปได้หลายก้าวตัวเขาก็หันมาหยุดและพูดขึ้นว่า “พวกมึงอย่าหนีไปไหนเสียล่ะคิดว่าทำน้องกูแล้วจะรอดไปง่าย ๆ เหรอ…ถ้าพวกมึงไม่เป็นอย่างน้องกูก็อย่าเรียกกูว่าไอ้เสือน้อยเลย!”
หนึ่งในคนกลุ่มนั้นก็ได้พูดขึ้น“อ๋อ…มึงเองเหรอที่ชื่อเสือน้อยเหรอ ที่มันคล้าย ๆ ลูกแมวที่ร้องเหมียว ๆ ปะวะฮ่าฮ่าฮ่า” ทั้งกลุ่มก็พากันหัวเราะเยาะเย้ยหยัน
แต่ตัวเสือน้อยก็ไม่สนใจเขาพูดขู่ไว้แล้วก็เดินจากไป เสียงเยาะเย้ยดังตามหลังมาไม่ขาดสาย!
ในเวลาเดียวกันก็มีนักเรียนหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ใบหน้าซีดเผือด!
เสือน้อยสืบเสาะมาว่าที่ทะเลาะกันไม่ใช่เรื่องอื่นใดแต่เป็นเพราะแย่งกันจีบผู้หญิงคนเดียวกัน!
พอไอ้กั้งเห็นรุ่นน้องม.ต้น มันกล้าเหิมเกริมกำเริบเสิบสาน จึงได้รวมกลุ่มเพื่อน ๆ จากโรงเรียนเก่าที่สอบติดเข้าโรงเรียนนี้ ไปรุมกระทืบไอ้ใหญ่เสียเละ
ซึ่งไม่ใช่สู้แบบตัวต่อตัวแบบลูกผู้ชายหากแต่เป็นการรุมกระทืบอยู่ฝ่ายเดียว!
……
คาบเรียนถัดมาก็เป็นวิชาของครูสมศักดิ์ที่แกสอนศิลปะ ทั้งปั้น วาด และระบายสี พอสอน ๆ ไปเห็นสีหน้าของเสือน้อยบอกบุญไม่รับก็เกริ่น ๆ ว่า “เฮ้ย! เสือน้อยจะทำอะไรก็เบา ๆ มือหน่อยนะ!”
เสือน้อยก็ยิ้ม ๆตอบ “ครูครับ เวลาผมระบายสี ผมก็ลงแรงแค่พอดีเท่านั้นแหละครับ…เพราะลงแรงเยอะไปมันเปลืองสีน้ำ!”
เสือน้อยตอบด้วยคำพูดคลุมเครือในห้องทั้งสี่สิบคน มีแค่ไม่ถึงสิบคนที่เข้าใจในสิ่งที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกัน
วันนี้เป็นวิชาวาดภาพเบื้องต้นซึ่งสายที่เสือน้อยได้เลือกเรียนก็เป็นห้องศิลป์ ‘คำนวณ- ศิลปะ’ ตามที่เจ้าตัวต้องการ
วันนี้จึงกำลังหัดแรเงารูปภาพอยู่พวกเพื่อน ๆ ในห้องหลายคนไม่เข้าใจและงุนงง “มันมีสีน้ำด้วยเหรอวะ?”
หลายคนที่ไม่เข้าใจก็ปล่อยผ่านหลายคนที่เข้าใจก็รู้ดีว่าลางไม่ดีแล้ว!