หลินอันหยิบเอกสารแยกบ้านออกมาวางไว้ตรงหน้าแม่หลิน
“ไต้เหว่ยกับหลินเฉวียนแยกบ้านกับตระกูลไต้แล้วครับต่อไปพวกเขาสี่คนจะออกมาอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยว”
แม่หลินอ่านหนังสือไม่ออกแต่ก็ยังพลิกเอกสารอ่านไปอ่านมาหลายรอบพร้อมทั้งน้ำตา
“แยกบ้านก็ดีแยกบ้านก็ดีแล้ว ต่อไปพวกเขาจะได้มาอยู่กับเรา แม่จะเลี้ยง...”
พูดได้ครึ่งทางแม่หลินก็เงียบไป
แม่หลินหันไปมองสวีหว่านหนิงแล้วพูดอย่างระมัดระวัง“อาหนิง แม่ไม่ได้หมายความแบบนั้น แม่แค่...”
“ไม่เป็นไรค่ะแม่ฉันกับหลินอันคิดเหมือนกันให้ครอบครัวของหลินเฉวียนพักอยู่ที่บ้านของพวกเราก่อนสักระยะอย่างน้อยก็จนกว่าจะฉลองตรุษจีนเสร็จค่ะ”
สวีหว่านหนิงไม่สนใจจริงๆ
เธอมาจากโลกอนาคตไม่เคยคิดสักครั้งว่าผู้หญิงหลังแต่งงานมีลูกแล้วเท่ากับต้องตัดขาดกับครอบครัวฝ่ายหญิง
หลินเฉวียนเป็นลูกในไส้ที่แม่หลินเพียรเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่และเป็นน้องสาวของหลินอัน กลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ก็สมควรแล้วมิใช่หรือ
น้ำตาของแม่หลินพรั่งพรูราวกับทำนบแตก
โชคดีที่เธอมีลูกสะใภ้ที่เข้าอกเข้าใจและใจกว้างมิเช่นนั้นเฉวียนเฉวียนกับหลานอีกสองคนของเธอคงไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน
สวีหว่านหนิงเห็นต้ายากับเถี่ยตั้นฟุบหลับไปบนเก้าอี้จึงรีบบอกให้หลินอันไปจุดไฟ
“ต้มน้ำร้อนเอาไว้เยอะหน่อยแล้วยกเตาไฟเข้ามาในบ้าน คืนนี้ฉันจะต้องอาบน้ำให้พวกเขาสองคนให้ได้”
ไม่รู้ว่าต้ายากับเถี่ยตั้นไม่ได้อาบน้ำมานานแค่ไหนแล้วพวกเขาต้องอาบน้ำถึงสามรอบกว่าน้ำล้างตัวจะใสสะอาด
“พรุ่งนี้ตอนเข้าไปในเมืองฉันจะแวะซื้อผ้ากลับมาด้วย พวกเขาควรมีเสื้อตัวในอีกคนละสองตัว ดูเสื้อผ้าพวกนี้สิบางจนแทบใส่ไม่ได้อยู่แล้ว ไม่รู้จริงๆ ว่าผู้ใหญ่ในบ้านไต้จิตใจทำด้วยอะไรต้องทารุณเด็กสองคนขนาดนี้เชียวหรือ”
ส่วนตอนนี้พวกเขาคงต้องใส่เสื้อผ้าของต้าชุนและเยาเม่ยไปก่อน
ตอนเยาเม่ยหยิบเสื้อผ้าออกมาเด็กหญิงหยิบลูกอมรสนมมาด้วยสองเม็ด อาศัยจังหวะที่สวีหว่านหนิงมองไม่เห็นเด็กหญิงแกะเปลือกลูกอมแล้วรีบยัดมันเข้าไปในปากต้ายาและเถี่ยตั้น
หวาน
หวานจริงๆ
แถมยังมีกลิ่นหอมของนม
นี่คือของที่อร่อยที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยกินมา
ตอนเถี่ยตั้นขยับปากเคี้ยวก็ถูกสวีหว่านหนิงจับได้
เธอหันไปจ้องหน้าเยาเม่ย “ก่อนหน้านี้แม่เคยบอกกับพวกลูกว่ายังไง”
ต้ายาเห็นป้าสะใภ้จะระเบิดอารมณ์จึงรีบคายลูกอมออกมาถือไว้“ปะ...ป้าสะใภ้ หนูไม่กินแล้วค่ะ อย่าว่าพี่สาวเลยนะคะ”
เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของต้ายาแล้วสวีหว่านหนิงทั้งปวดใจและขบขัน
เธอจับข้อมือของต้ายาให้ป้อนลูกอมกลับเข้าไปในปากก่อนจะถามว่า “ป้าดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ”
ต้ายาส่ายหน้า
ป้าสะใภ้เป็นคนสวยสวยกว่าทุกคนที่เธอเคยเห็นมา จากภายนอกดูไม่น่ากลัวเลยสักนิด
แต่ความน่ากลัวของป้าสะใภ้แสดงให้เห็นผ่านทางการกระทำ
“ป้าไม่ได้โกรธที่พี่ให้ของกินกับพวกหนูต่อไปของทุกอย่างในบ้านจะเป็นของของพวกหนูด้วยเพียงแต่ลูกอมกินเยอะไปจะไม่ดีกับฟัน โดยเฉพาะตอนกลางคืนยิ่งไม่ควรกินเดี๋ยวใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว พวกหนูสองคนต้องไปแปรงฟันด้วยล่ะ”
แม้จะไม่รู้ว่าแปรงฟันคืออะไรแต่ต้ายากับเถี่ยตั้นพยักหน้าตอบรับทันที
ขอแค่ป้าสะใภ้ไม่โมโหก็พอ
“ใส่เสื้อผ้าเองเป็นไหม”
“เป็นค่ะ/ครับ” ต้ายากับเถี่ยตั้นพูดพร้อมกัน
“ให้ลุงคอยเฝ้าพวกหนูใส่เสื้อผ้าส่วนป้าจะไปทำอาหารมาให้กิน”
หลินอันเดินมาทำหน้าที่แทนสวีหว่านหนิง
ต้ายากับเถี่ยตั้นที่ยังคงนั่งอยู่ในอ่างไม้มองหน้ากัน
“ลุงคะลุงต้องอุ้มหนูกับเถี่ยตั้นออกจากอ่างก่อนค่ะ พวกเราถึงจะใส่เสื้อผ้าได้”
อ่างไม้สูงเกินไปพวกเขาปีนออกเองไม่ได้
ตอนนี้ดึกมากแล้วเด็กสองคนแทบไม่เคยได้กินอิ่มท้องสวีหว่านหนิงกลัวพวกเขาจะกินอาหารมากเกินไปจนท้องไส้ปั่นป่วนจึงต้มไข่ดาวน้ำแค่หกฟองเท่านั้น
ตอนเธอยกอาหารออกมาต้ายากับเถี่ยตั้นใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว
หลินอันกำลังเช็ดผมให้กับต้ายาแม้ท่าทางจะเก้ๆ กังๆ แต่ดูออกว่าเขาใส่ใจมาก
“เถี่ยตั้นมากินก่อนสิ”
เถี่ยตั้นยืนนิ่งไม่ขยับแต่สายตากลับมองไปที่ต้ายา
สวีหว่านหนิงอธิบายอย่างใจเย็น“วางใจเถิด พี่สาวก็จะได้กินด้วย แต่ป้าต้องจัดการเช็ดผมของเธอให้แห้งก่อนไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเป็นหวัดขึ้นมาจะทำยังไง”
เถี่ยตั้นได้ยินดังนั้นถึงค่อยๆเดินไปที่โต๊ะ
สวีหว่านหนิงยกชามมาทั้งหมดสี่ใบต้ายากับเถี่ยตั้นได้ไข่ดาวคนละสองฟอง ส่วนต้าชุนและเยาเม่ยได้ไข่ดาวคนละฟอง
เพราะต้าชุนกับเยาเม่ยกินอาหารเย็นแล้วหากกินมากเกินไปอาหารจะไม่ย่อย
แต่เพราะรู้นิสัยของเด็กน้อยดีสวีหว่านหนิงเดาว่าหากลูกๆ ของเธอเห็นต้ายากับเถี่ยตั้นกินข้าวพวกเขาก็คงอยากกินด้วย เธอจึงทำมาเผื่อพวกเขา
ถึงอย่างไรบ้านเธอก็มีไข่ไก่อยู่เหลือเฟือ
“ต้ายาเส้นผมของหนูพันกันไปหมดคงจะหวีไม่ออกป้าใช้กรรไกรตัดผมหนูให้สั้นลงแล้วพวกเราค่อยมาไว้ผมยาวกันใหม่ดีไหม”
“ค่ะ” ต้ายาพยักหน้า แล้วพูดเสียงนุ่มนิ่มว่า “หนูเชื่อฟังป้าสะใภ้ทุกอย่างค่ะ”
“ต้ายาเป็นเด็กดีจริงๆ”
สวีหว่านหนิงเพิ่งพูดจบมือเรียวยาวข้างหนึ่งก็ยื่นมาตรงหน้าเธอ มือนั้นถือกรรไกรเอาไว้หนึ่งเล่ม
เธอส่งยิ้มให้หลินอันก่อนจะจัดการตัดเส้นผมที่พันกันยุ่งเหยิงของต้ายาจนสั้น ทำให้เด็กหญิงยิ่งดูน่ารักน่าเอ็นดู
แต่ต้ายาผอมมากเหลือเกินดูแล้วแทบไม่มีเนื้อหนัง
เหมือนกับต้าชุนและเยาเม่ยตอนเธอเพิ่งข้ามมิติมาไม่มีผิด
แต่ไม่เป็นไรมาสเตอร์เชฟอย่างเธอมีความมั่นใจว่าจะขุนเด็กสองคนให้อ้วนขึ้นได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ
ตกดึกเด็กสี่คนนอนอยู่ในห้องเดียวกัน
สวีหว่านหนิงหยิบเสื้อคลุมทหารตัวใหญ่ของหลินอันไปห่มทับบนผ้าห่มของพวกเขา
“ทั้งสี่คนคืนนี้เป็นเด็กดีแล้วนอนพักผ่อนห้ามใครเตะผ้าห่มออกเด็ดขาด ใครเป็นเด็กดี พรุ่งนี้จะได้กินของอร่อยเป็นรางวัลแต่ถ้าใครเตะผ้าห่มออกละก็จะอดกิน”
“ป้าสะใภ้พวกเราจะไม่เตะผ้าห่มค่ะ”
เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านตระกูลไต้พวกผู้ใหญ่ไม่เคยให้ผ้าห่มกับเธอและเถี่ยตั้นเลยสักครั้งตอนนี้ป้าสะใภ้ให้พวกเธอนอนอยู่ใต้ผ้าห่มแสนอบอุ่นเช่นนี้ย่อมไม่มีใครคิดจะเตะผ้าห่ม
สวีหว่านหนิงเป็นห่วงต้ายากับเถี่ยตั้นที่เพิ่งมาค้างคืนในบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรกว่าจะรู้สึกไม่ชินด้วยเหตุนี้จึงนั่งเฝ้าพวกเขาอยู่ข้างเตียงรอจนกว่าเด็กสองคนหลับสนิทแล้วค่อยย่องออกจากห้อง
เธอเพิ่งเตรียมตัวกลับห้องนอนจู่ๆ ก็รู้สึกปวดท้องน้อยขึ้นมา จากนั้นก็ตามมาด้วยปฏิกิริยาบางอย่างเธอกรีดร้องในใจว่าแย่แล้ว ก่อนจะรีบเดินไปที่ห้องน้ำ
ร่างเดิมสุขภาพรวนตั้งแต่คลอดเยาเม่ยประจำเดือนจึงมาไม่ค่อยปกติ
หลังสวีหว่านหนิงเข้ามาอยู่ในร่างนี้ประจำเดือนยังไม่เคยมาเลยสักครั้งมันทำให้เธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่ในห้องน้ำอย่างจนปัญญา
ในช่องมิติของเธอมีผ้าอนามัยเตรียมเอาไว้แต่ปัญหาคือใช้เสร็จแล้วเธอไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหน
ยุคนี้หลายคนมักจะใช้ผ้าซับระดูร่างเดิมเองก็มี แต่สวีหว่านหนิงใช้ไม่เป็น
อีกอย่างมันก็เก็บเอาไว้ในห้องนอนตอนนี้เธอไม่สะดวกออกไปหยิบ
“เฮ้อ...”
ขณะที่สวีหว่านหนิงกำลังถอนหายใจเป็นครั้งที่สามเธอก็ได้ยินน้ำเสียงที่เจือปนด้วยความเป็นห่วงของหลินอันดังขึ้น
“หว่านหนิง? เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?”