STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

    ภาคที่ 4 At School ตอนที่ 1 ร่ำเรียน

    27 ตุลาคม พ.ศ.2575

    "ท่านแพกซ์พวกเราจัดเตรียมสถานที่ประลองเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ให้ท่านไปตรวจสอบแล้ววางเวทบาเรียแค่นั้น" ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวด้วยความฉงนสงสัยเมื่อเห็นแพกซ์ผู้อำนวยการโรงเรียนหลวงกำลังจ้องมองสาว ๆ ในชุดว่ายน้ำผ่านหน้าต่าง

    "ดี ๆ" เขาเอ่ยขึ้นสั้น ๆ เอาแต่มองหญิงสาวเหล่านั้นเล่นน้ำกันที่สระ

    อา...ที่ดีนี่หมายถึงอะไรกันนะ 

    "ฉันคิดถูกแล้วจริง ๆ ที่สร้างสระว่ายน้ำใหญ่ตรงนี้ ทำเอารู้สึกเหมือนกลับไปตอนอายุยี่สิบเลยฮ่าฮ่าฮ่า" แพกซ์หันหลังกลับมามองชายหนุ่มยิ้มระรื่นจนเห็นฟันสีทองหลายซี่ในปาก

    "ครับ ?" ชายหนุ่มตอบกลับพอเป็นพิธี

    "ไปดูสนามประลองกันดีกว่า รีบ ๆ ทำงานให้เสร็จฉันจะได้กลับมาดูของดีต่อ" 

    ณ ลานกว้างใหญ่ที่มีทั้งก้อนหินขนาดใหญ่ หลุมบ่อเนินดิน แม่น้ำสายเล็ก ๆ สถานที่ที่เหมือนกับอยู่ในป่าที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์ ความกว้างความยาวประมาณสองกิโลเมตร

    "ทำออกมาได้ดีเหมือนกันนะเนี่ย" แพกซ์ทอดสายตามองไปทั่วด้วยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ก่อนจะยกคทาของเขาขึ้นวนเป็นวงกลมร่ายเวทอะไรบางอย่างที่ครอบเขตมานาครอบคลุมพื้นที่บริเวณนั้นหมด

    "อืม...ทำออกมาได้ดี งั้นก็เตรียมการสร้างบาเรียเลย" เขาได้กลับไปรวมคนหลายสิบเพื่อวางบาเรียรอบ ๆ สนามประลอง หินเวทจำนวนมากที่วางตั้งเป็นเหมือนแท่นหิน สลักประทับเวทบาเรียไว้พร้อมต่อการใช้งานเต็มที่

    "หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ขอตัวล่ะ" แพกซ์รีบเดินดิ่งกลับไปยังห้องประจำตัวที่มีสระว่ายน้ำใหญ่ตั้งอยู่ข้าง ๆ

    "จะรีบไปไหนล่ะครับ ?" ขณะที่แพกซ์กำลังเดินเอ้อระเหยกลับห้องก็ถูกมือปริศนาจับที่ไหล่จนสะดุ้ง

    "ว-วิน..." เจ้าเด็กนี่โผล่มาทีไรก็หาแต่เรื่องปวดหัวให้ คราวนี้จะทำอะไรอีก

    "แม้ ๆ แค่อยากจะทักทายครูใหญ่แค่นั้นเองทำไมถึงเหงื่อออกขนาดนั้นล่ะ ?" เขายกแขนขึ้นวางบนไหล่ของแพกซ์อย่างสนิทสนมไม่มีความเกรงใจแถมยังส่งสายตาอันน่าสงสัยให้อีก

    "หน้าร้อนก็แบบนี้แหละ แล้วทำไมแกถึงไม่อยู่ที่ห้องเรียนนี่มันยังอยู่ในเวลาเรียนนะ" อีกปีเดียวเท่านั้นมันก็จะเรียนจบแล้ว ต้องทนอีกนิด 

    "ครูใหญ่ลืมไปแล้วเหรอว่าผมสามารถเข้าออกห้องเรียนได้ตามใจในฐานะประธานเขตเวทมนตร์ แถมเรื่องที่สอนส่วนใหญ่ผมก็รู้หมดแล้วจะให้เข้าไปนั่งเรียนก็กระไรอยู่" วินสร้างมานาขึ้นมาเป็นมนุษย์ก้างปลายืนเต้นบนฝ่ามือ

    "เหอะ นายจะให้ฉันทำเรื่องจบการศึกษาให้เลยก็ได้-"

    "ไม่อะ แบบนั้นมันน่าเบื่อจะตาย ในโรงเรียนเนี่ยแหละของสนุก ๆ เต็มไปหมด" วินพูดแทรกทันที

    "งั้นผมไปก่อนนะบาย ๆ" รอยยิ้มอันน่ากวนประสาทของวินที่กำลังโบกมือลาทำเอาแพกซ์ฉุนเฉียว

    ไปได้ก็ดีเจ้าวิน ถ้าผลงานแกไม่ดีพอคงไม่ได้เป็นหรอกไอ้ประธานเขตเวทมนตร์น่ะ แต่เพราะผลงานแกมันดันดีทางคณะกรรมการเลยไม่มีทางเลือก  ขณะที่กำลังหน้าบูดหน้าบึ้งพอได้เห็นสาว ๆ ในชุดว่ายน้ำก็ยิ้มหน้าระรื่นออกมาแทบจะทันที

    "นี่ ๆ ท่านผู้กล้าเองก็น่ารักใช่ย่อยเลยนะ แถมยังเก่งอีก" เสียงเล็ก ๆ ของหญิงสาวช่วงวัยรุ่นกำลังคุยกันสนุกปากในสระน้ำนั่น

    "ชมกันเกินไปแล้วนะ" ฟรานพูดด้วยท่าทางเขิน ๆ จนแก้มแดง 

    "ฮ่าฮ่าฮ่าดูสิท่านผู้กล้าเขินก็ยังน่ารักเลย" เธอวักน้ำสาดใส่ฟรานพลางหัวเราะไปด้วย ฟรานเองก็ไม่ยอมสาดน้ำกลับเช่นกัน

    "เรียกฟรานเฉย ๆ ก็ได้ เรียกผู้กล้ามันดูเกร็ง ๆ ยังไงไม่รู้สิ" 

    "ก็ได้ ๆ ฟราน แต่ยังไงฉันก็อยากเรียกว่าผู้กล้าอยู่นะ ถ้าเธอไม่ช่วยเราไว้คงได้เป็นผีเฝ้าดันเจี้ยนแน่เลย" 

    "ใช่ ๆ ตอนแรกเราก็ว่าจะทำภารกิจง่าย ๆ แหละแต่เวลามันกระชั้นชิดเกินจนต้องไปรับภารกิจยาก ๆ สภาพมันเลยเป็นแบบนั้น" เพื่อนผู้หญิงอีกคนเอ่ยขึ้นขณะที่เอาตัวแช่น้ำไว้เงยแค่หน้าของมองดูพวกฟราน

    "แต่ก็รอดจนขึ้นแรงค์นักผจญภัยมาได้ ไม่รู้ว่าโรงเรียนจะให้เราไปทำภารกิจของนักผจญภัยทำไมแถมยังต้องเลื่อนแรงค์ให้ได้อีก "

    "ตอนนั้นฉันก็ดันจะเข้าไปฝึกพอดีบังเอิญจังเลยเนอะ...ตอนที่มาโรงเรียนครั้งแรกไอ้เราก็พยายามฝึกฝนเลยไม่ได้คุยกับคนอื่นเลย พอได้มารู้จักแบบนี้มันก็ดีเหมือนกันนะ" ฟรานพูดไปก็ยิ้มไปดูมีความสุขดีหลังจากผ่านเรื่องแย่ ๆ มาหลายอย่าง ต้องทนฝึกฝนเอาตัวรอดเฉียดเป็นเฉียดตายมาเยอะ การที่ได้พักผ่อนไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนั้นมันถือเป็นวันที่ดีมาก ๆ 

    "ตอนอยู่ที่ห้องเรียนเราก็คิดว่าฟรานจะเป็นคนหยิ่ง ๆ แต่พอมารู้จักแล้วกลับยิ่งชอบนิสัยและความน่ารักของเธอซะงั้น" หญิงสาวคนนั้นหยิบเอาแก้วน้ำสี ๆ จากขอบสระดื่มเข้าไปหมดแก้วรู้สึกได้ถึงความสดชื่น

    "โอ้ ! สาว ๆ มาเล่นน้ำกันเหรอจ๊ะ-โอ๊ย !" น้ำเสียงที่ฟังดูกวนประสาทอยากแทะโลมของชาญแต่ก็ไม่ทันได้พูดจบก็ถูกซันนี่ผลักลงสระ

    "แม่คุณแค่แซวเล่น ๆ เองไม่ได้คิดอะไรเลย"

    "เหอะ พูดจาพร้อมท่าทางแปลก ๆ แบบนั้นใส่ผู้หญิงที่ไม่สนิท ฉันก็แค่จะสั่งสอนนายนิดหน่อยแค่นั้นเอง" แววตาอันน่าสมเพชที่จ้องมองชาญอย่างไม่ไยดี เธอเหลือบไปเห็นฟรานจึงรีบเข้ามาทักทายทันที

    "ไม่เจอกันพักใหญ่เลยนะ ฉันคิดถึงเธอมากเลย" ซันนี่พุ่งสวมกอดฟรานในน้ำโดยไม่สนใจคนรอบข้าง รอยยิ้มของเธอฉีกกว้างจนหุบไม่ลงเมื่อได้โอบกอดร่างกายนั้นไว้

    "ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน พักหลังมานี้ค่อนข้างยุ่งน่ะไว้วันหลังเราไปกินข้าวกันนะ มีร้านหนึ่งที่ฉันไปเจอมาแถว ๆ ชานเมืองอร่อยสุด ๆ ไปเลย" 

    "ไงฟราน" น้ำเสียงอันนุ่มนวลจากพ่อหนุ่มซากิ โบกมือทักทายพอเป็นพิธีพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนให้

    "มากันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้คงต้องไปฉลองสักหน่อย" ชาญพูดเสียงดังคิดถึงอาหารที่วางเต็มโต๊ะพร้อมจะกินให้หนำใจ

    "อืม ๆ อันนี้ฉันชอบแฮะงั้นขอว่ายน้ำสักหน่อยละกัน ไหน ๆ ก็มาสระแล้วไม่อยากพลาด" ซันนี่กลับขึ้นไปบนขอบสระแล้ววิ่งกระโดดพุ่งลงน้ำว่ายต่อได้อย่างลื่นไหล 

    "ยังช้าอยู่นะซันนี่" ชาญว่ายท่าฟรีสไตล์ได้อย่างรวดเร็วอย่างกับทีมชาติมาเอง อีกทั้งยังหันมารอเป็นการเยาะเย้ยซันนี่อีกต่างหาก

    "ไม่มองทางก็ระวังไว้ล่ะ" ซันนี่ใช้สร้อยพิเศษที่ทำจากหินเวทสร้างคลื่นน้ำเล็ก ๆ พัดเอาชาญเสียหลักทำให้ตัวเธอว่ายน้ำแซงไปได้

    "ฉันชนะ ! ฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงหัวเราะเยาะชอบใจทำเอาชาญหน้าบูดหน้าบึ้ง

    "เกรงใจคนอื่นที่มาใช้สระบ้าง เดี๋ยวก็โดนอาจารย์ไล่หรอก" ซากิตะโกนบอกจากจุดที่พวกฟรานอยู่ เขานั่งลงข้าง ๆ แม้จะใส่กางเกงว่ายน้ำมาแต่ก็ไม่ได้ลงเล่นน้ำเลยสักนิด

    "บรรยากาศแบบนี้ทำเอาคิดถึงเมื่อก่อนเลยเนอะ ตอนที่เรายังเป็นแค่เด็กนักเรียนธรรมดาไม่ต้องมาทรมาทรกรรม" ซากิเอ่ยขึ้นเหมือนพูดกับฟรานแต่ก็ไม่ได้มองหน้าแถมยังสอดสายตาไปทั่วอีกต่างหาก

    "อืม...ถ้าเป็นไปได้ฉันคงจะพาทุกคนมาให้ได้ ไม่อยากให้ใครต้องตายเลยแท้ ๆ แต่ตัวเราก็ดันอ่อนแอเกินไป เรื่องมันผ่านไปแล้วมีแต่ต้องก้าวต่อไป" ฟรานลุกขึ้นจากสระน้ำนั่งบนขอบสระดูเพื่อน ๆ ว่ายน้ำเล่นกันสนุกสนาน

    หลังจากเวลาล่วงเลยไปจนพวกเขาเล่นน้ำเสร็จ ล้างเนื้อล้างตัวแต่งตัวสวยหรูดูมีระดับ

    "แล้วเราจะไปที่ไหนล่ะ ?" ชาญเอ่ยถามด้วยความสงสัยในหัวมีแต่เรื่องกินไม่ได้สนใจว่าจะเป็นร้านไหนนัก

    "ตามใจฟรานเลย ฉันยังไงก็ได้" ซันนี่พูดต่อทันที

    "ถ้าเป็นร้านที่ฟรานแนะนำก็ต้องดีแน่ ๆ" สาว ๆ ทั้งสามคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน พวกเธอเชื่อใจฟรานที่มีฐานะเป็นผู้กล้าอย่างสุดใจ

    "ก็ได้ ๆ ฉันจะพาไปร้านที่ชอบ อาจจะอยู่ไกลหน่อยนั่งรถม้าไปละกัน" หลังจากนั้นพวกเธอก็ไปรอรถม้าที่จุดจอดรถ ใครที่ผ่านไปผ่านมาต่างก็มองมาที่พวกเขา แต่ละคนต่างก็แต่งตัวดูดีมีฐานะอีกทั้งหน้าตายังสวยหล่อกันหมด

    "โอ้ ! ท่านผู้กล้าเหรอ ขึ้นมาได้เลยครับ" รถม้าคันใหญ่พอที่จะนั่งไปได้เกือบสิบคน อีกทั้งยังตกแต่งด้วยลูกไม้นานาชนิดอย่างสวยงาม

    "ไปที่ชานเมืองหมู่แปดค่ะ" 

    "รับทราบครับท่าน" ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มตอบกลับดูมีความสุขเป็นพิเศษ เขารีบบังคับม้าทั้งสองตัวมุ่งหน้าไปยังชานเมืองที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตรใช้เวลานานเกือบชั่วโมงกว่าจะถึง แต่ก็เหมือนเป็นเรื่องดีเพราะพวกเขาได้ใช้เวลานี้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของกันและกันสร้างความสนิทสนม

    "นี่ค่ะ เงินค่าเดินทาง" ฟรานรีบยื่นเงินของตัวเองให้ทันทีที่ลงจากรถม้า ขณะที่เพื่อน ๆ ของเธอกำลังจะหยิบถุงเงิน

    "ไม่เป็นไรครับ แค่ท่านมาขึ้นรถม้าผมก็รู้สึกได้รางวัลมากพอแล้ว" เขายิ้มขอบคุณยกใหญ่ทั้ง ๆ ที่ฟรานต้องเป็นคนจ่ายเงินแท้ ๆ แต่ก็ต้องเก็บไปแม้จะพยายามให้แล้วก็ตาม

    "ขอบคุณค่ะขอให้โชคดีนะคะ" ฟรานโบกมือลาให้กับชายหนุ่มจนเขายิ้มไม่หุบไปเลย

    "ไหนล่ะอาหาร ? ฉันหิวสุด ๆ ไปเลยตอนนี้" ชาญบ่นทันทีที่ก้าวเดินตามหลังพวกฟราน

    "เดินไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว" ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงร้านอาหารที่ดูไม่หรูหรานัก ป้ายไม้ที่ติดอยู่ข้างบนก็เริ่มเลือนจนไม่เห็นชื่อร้าน พอได้เดินเข้าไปกลิ่นหอมก็ได้ลอยเตะจมูกทันที

    "โห หอม...โคตร ๆ" ชาญเดินตามกลิ่นไปทันทีแต่ก็ถูกซันนี่ดึงตัวไว้ได้ทัน

    "แม่หนูฟรานเองเหรอ มา ๆ เอาเหมือนเดิมหรือเปล่าล่ะ ?" ชายสูงวัยที่ใส่ผ้ากันเปื้อนคนหนึ่งเดินดุ่ม ๆ เข้ามาหาพวกเธอ 

    "วันนี้ฟรานพาเพื่อนมาด้วย งั้นให้ลุงจัดเมนูให้เลยก็ได้ค่ะ" เธอพาเพื่อน ๆ ไปนั่งที่โต๊ะใหญ่พูดคุยกับตาลุงได้อย่างสนิทสนมจนซากิและคนอื่น ๆ แปลกใจที่ฟรานมารู้จักคนแถวนี้ได้ยังไง

    "นี่ ๆ เธอสนิทกับเขาเหรอ ?" ซันนี่ถามด้วยท่าทางที่เป็นห่วงพลางมองไปรอบ ๆ ดูสภาพร้านที่ไม่ได้สะอาดเพราะไม่มีคนงานคนอื่นเลย

    "ก็เคยช่วยกันทำงานมาก่อน คนแถวนี้นิสัยดีมากเลยนะถึงจะมีเรื่องเมื่อไม่นานมานี้แต่ก็ช่วยกันฟื้นฟูได้เร็ว" ฟรานเดินไปหยิบแก้วน้ำใส่น้ำแข็งพร้อมน้ำดื่มเสิร์ฟให้กับเพื่อน ๆ ที่นั่งติดเก้าอี้ไม่กล้าทำอะไร

    ไม่นานเกินรออาหารมากมายก็ได้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ ฟรานเองก็เดินเข้าไปในครัวช่วยตาลุงยกมาเสิร์ฟอย่างกับเป็นพนักงานไปเลย อาหารนานาชนิดที่คุ้นเคยทั้งต้มยำ ผัดกะเพรา แกงป่าและข้าวผัดทำเอาชาญน้ำลายสอกันเลยทีเดียว

    "อาหารพวกนี้ทำไมใส่ของแปลก ๆ เยอะจัง ไอ้ก้อน ๆ นี่มันอะไรกันนอกจากแข็งแล้วยังจะเผ็ดอีก" เธอใช้ส้อมจิ้มข่าในต้มยำขึ้นมากินด้วยความแปลกใจแม้มันจะไม่ได้อร่อยแต่เธอก็ยังพยายามเคี้ยวและกินเข้าไป

    "คาร่า...อันนั้นเขาไม่ได้กินกันนะ แต่ถ้าเธอชอบก็ว่าไปอย่าง" ชาญพูดด้วยน้ำเสียงแซวขำขัน หัวเราะเงียบ ๆ อยู่ในคอ

    "จริงดิ ?" คาร่าทำหน้าทำตาสะอิดสะเอียนกับข่าที่เธอเคี้ยวและกลืนลงไปแต่มันก็ไม่ทันการแล้ว ก่อนที่เธอจะกระดกน้ำเปล่าเพื่อล้างปากล้างคอ

    "มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองอยากกินอะไรก็สั่งเพิ่มได้เลย" 

    พวกเขาต่างก็ได้เอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อนี้ โดยเฉพาะพวกคาร่าที่ไม่เคยกินอาหารแบบนี้มาก่อนพวกเธอมักจะกินอาหารหรูหราที่เน้นไปที่ความกลมกล่อมการที่ได้มาลิ้มรสความเผ็ด หวาน มัน เค็มยิ่งทำให้รู้สึกอร่อยเป็นพิเศษ

    ณ ห้องเรียนพิเศษที่มีครูหนึ่งคนและเด็กนักเรียนอีกสองคน พวกเขากำลังนั่งคุยอะไรสักอย่างดูสนิทสนมไม่เกร็งเหมือนตอนแรกที่เจอกัน

    "อาจารย์คะ หนูว่าเจ้าเครื่องนี้น่าจะทำงานได้แล้ว" ริสุยื่นอุปกรณ์เวทที่มีลักษณะคล้ายกับรีโมตให้กับอาจารย์หนุ่ม

    "ไหนดูสิ" เขาใช้รีโมตนั่นแตะกับโต๊ะแล้วส่งมานาลงไปในปุ่มสีแดงก่อนจะกดปุ่ม 

    "มันได้ผลจริง ๆ ด้วย" เขายกโต๊ะตัวนั้นด้วยมือข้างเดียวแบบสบาย ๆ อย่างกับว่ามันเป็นเก้าอี้ธรรมดาเลย

    "อาจารย์ลองปุ่มสีน้ำเงินสิ" เรนเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอิ่มเอิบดูมีความสุข

    ทันใดนั้นอาจารย์หนุ่มก็ได้ร่ายมานาลงไปในปุ่มสีน้ำเงินแล้วกดปุ่มทำให้โต๊ะตัวที่ถืออยู่หนักขึ้นเป็นเท่าตัวจนเขาต้องปล่อยมันลง

    "ต้องขอบคุณแม่หนูพีชจริง ๆ เพราะพลังเดอะของเธอ เลยทำให้รู้ความสามารถของเดอะคนอื่น ๆ" 

    "ตอนแรกหนูก็คิดว่ามันทำให้วัตถุที่สัมผัสเบาเฉย ๆ แต่รายละเอียดอย่างอื่นก็ไม่รู้" ริสุพูดติดตลกนึกถึงครั้งแรกที่ใช้พลังเดอะของตัวเอง

    "อะ-" เสียงจามที่พยายามปกปิดไว้แม้จะอยู่ในห้องของตัวเอง 

    "เป็นหวัดหรือยังไงนะ ?" พีชเอ่ยกับตัวเองสั้น ๆ แต่ทันใดนั้นโยก็เปิดประตูเข้ามาด้วยความเป็นห่วง

    "ไม่สบายเหรอพีช !" เขาวิ่งตรงเข้ามานั่งข้าง ๆ เอาหลังมือวางบนหน้าผากของพีชแต่ก็ไม่พบความผิดปกติ

    "แค่ฝุ่นละมั้งไม่ต้องคิดมากหรอก" พีชรวบผมเรียบร้อยก่อนจะหยิบคทาประจำตัวเดินออกจากบ้านไป โยเองก็ไม่ได้คิดอะไรแค่ตามพีชไปเรื่อย ๆ

    "เราจะไปไหนเหรอพีช ?" 

    "ก็ไปดูผลงานของพวกริสุไง เห็นบอกว่าจะเสร็จภายในวันนี้" พวกเขาตรงดิ่งไปยังห้องเรียนที่ที่ใช้เป็นเหมือนห้องทดลองของพวกริสุ ตั้งแต่ที่เข้ามาเรียนช่วงแรก ๆ พวกเด็กนักเรียนก็ไม่ได้เข้ามาเรียนในห้องนี้อีกเลย

    ความสามารถเดอะของริสุกับเรนนั้นแข็งแกร่งมาก อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้ได้หลายแบบอีกไม่ใช่แค่การต่อสู้อย่างเดียว 

    "ไงพีชเธอมาพอดีเลย" อาจารย์หนุ่มโบกมือทักทายทันทีที่เห็นด้วยรอยยิ้มแสนจะเป็นมิตร

    ความสามารถของริสุคือการลดแรงโน้มถ่วงส่วนเรนคือการเพิ่มแรงโน้มถ่วง แม้ตอนนี้จะมีระยะหวังผลที่สั้นแต่ก็สามารถพัฒนาต่อไปได้

    "ไหนขอดูหน่อย" พีชหยิบรีโมตเวทมนตร์ที่พวกเขาทั้งสามคนช่วยกันประดิษฐ์ขึ้นมา

    เวทประทับที่ใช้ผสมผสานกันด้วยหินเวทและหินต้านเวทเพื่อไม่ให้มานาปนกันมั่ว การร่ายมานาลงไปที่ปุ่มต่างสีคือเวทประทับที่วางไว้ต่างกันและการกดปุ่มก็คือการปลดหินต้านเวทเพื่อใช้งานเวทประทับ

    "ทำออกมาได้ดีเลย ถือเป็นอาวุธลับที่คนอื่นไม่มีแน่ ๆ ถ้าเอามาใช้ในการจำลองสงครามคงไม่ถูกห้ามหรอกนะ" พีชเอ่ยถามกับอาจารย์หนุ่มขณะที่กำลังตรวจสอบอุปกรณ์เวทไปด้วย

    "ไม่แน่นอนเพราะการประดิษฐ์อุปกรณ์หรือสิ่งของก็เป็นเหมือนทักษะของตัวนักเรียนเองด้วย นักเรียนแต่ละคนมีความถนัดที่ต่างกัน...บางคนก็เน้นไปที่การควบคุมหรือสั่งการเสียมากกว่าการเข้าปะทะแต่กับบางคนก็เลือกที่จะวัดกันด้วยพลัง และแน่นอนว่ากรรมการจะพิจารณาความสามารถพวกนั้นและส่งไปอยู่เขตต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับคนคนนั้น" เขาได้อธิบายยาวเหยียดดูสมกับเป็นอาจารย์ขึ้นมาทันที

    "เข้าใจแล้วค่ะ งั้นมาทดสอบกันเพิ่มดีกว่า" พวกเธอพากันไปที่สนามฝึก ลานกว้างขวางไร้สิ่งกีดขวางสามารถร่ายเวทหรือฝึกซ้อมได้แบบไม่ต้องกังวลแถมยังอยู่ห่างใกล้กับแหล่งที่อยู่อีกต่างหาก

    "ถ้าลองกับพื้นจะเป็นยังไง" พีชกดรีโมตร่ายเวทใส่ไปที่พื้นดินแต่ก็มีเพียงแค่ดินบริเวณนั้นที่ยกขึ้นมาได้ง่าย ๆ 

    "ระยะหวังผลแค่หนึ่งเมตรจริง ๆ ด้วย แต่ถ้าเป็นการต่อสู้ในระยะประชิดล่ะก็...โย ! โยนขวานของนายมาสิ" พีชตะโกนไปยังจุดที่ยืนดู โยค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับควานอันใหญ่ยักษ์ที่พาดบ่าอยู่แต่ก็ยังไม่กล้าโยนทันที

    "เอาจริงเหรอ ?" 

    "เถอะน่าลองโยนมาเลย ฉันร่ายเสริมกำลังกับตัวเองแล้วไม่เป็นอะไรหรอก" โยพยักหน้าแล้วโยนขวานให้ย้อยลงตรงที่พีชยืนอยู่

    เมื่อควานเล่มนั้นร่วงลงมาพีชก็สามารถคว้าจับไว้ได้เหมือนกับไม่หนักเลยสักนิด

    "ส-สุดยอดเลยพีช" โยพุ่งตรงมามองดูใกล้ ๆ ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นแขนเล็ก ๆ กำลังถือขวานอันหนักอึ้งของตนเองอยู่

    "เธอทำได้ยังไง ! เวลาแค่เสี้ยววินาทีสามารถใช้มันกับขวานแถมยังรับได้อีก ปกติมันลดลงแค่ครึ่งหนึ่งไม่ใช่เหรอ ?" อาจารย์หนุ่มถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเดินสอดส่องจ้องมองขวานและพีชไม่หยุด

    "มันมีความลับอีกอย่างที่ฉันไม่ได้บอก พลังในการควบคุมแรงโน้มถ่วงใช้ได้ทั้งกับวัตถุและพื้นที่เช่นเดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลกที่ทำกับทุกวัตถุที่อยู่ภายใต้อาณาเขตของมัน พลังของริสุและเรนก็เหมือนกันพวกเธอสามารถสร้างพื้นที่แรงโน้มถ่วงขึ้นมาได้ จากค่าของแรงโน้มถ่วงโลกอยู่ที่ประมาณเก้าจุดแปด เมื่อใช้พลังของริสุก็จะทำให้ลดลงเหลือสี่จุดเก้าและเมื่อใช้ซ้ำไปอีกครั้งก็จะเหลือสองจุดสี่ห้า และถ้ายังใช้ซ้ำไปอีกครั้งแรงโน้มถ่วง ณ จุดนี้ก็จะเหลือเพียงหนึ่งจุดสองสองห้า น้ำหนักของควานปกติอยู่ที่ห้าสิบกิโลกรัม เมื่อมันเข้ามาในจุดแรงโน้มถ่วงที่สร้างไว้น้ำหนักก็จะเหลือประมาณห้ากิโลกรัมเท่านั้น...นี่ฉันพูดรัวไปหรือเปล่า" พีชพูดอธิบายไปโดยไม่ทันได้สังเกตเพื่อน ๆ และอาจารย์หนุ่มเลยว่าฟังทันไหม โดยเฉพาะโยที่หัวเหมือนจะระเบิดไปแล้ว

    "ขอใหม่อีกรอบได้ไหม ?" อาจารย์หนุ่มเอ่ยขึ้นขณะที่พยายามจดบันทึกในสมุดเล่มเล็ก ๆ นั่น

    "เอาเป็นว่ามันใช้กับพื้นที่ได้ อยากลองพลังของเรนไหมล่ะอาจารย์" เขาพยักหน้าตอบกลับไม่พูดอะไรเอาแต่จดทุกสิ่งที่พีชบอก

    "ลองเดินเข้ามาสิ" 

    "อะ-ทำไมมันถึง" อาจารย์หนุ่มถึงกับก้าวขาไม่ออกเหมือนกับมีอะไรล่ามขาไว้ ความหนักอึ้งที่มองไม่เห็นแม้จะพยายามใช้แรงมากเท่าไหร่ก็ไม่อาจยกเท้าออกมาได้แถมพื้นตรงนั้นก็ถูกกดจนยุบลงเป็นหลุม

    "เห็นไหมล่ะ พลังแรงโน้มถ่วงมันแข็งแกร่งมากขนาดไหนลองคิดดูสิถ้ามันสามารถพัฒนาจนระยะหวังผลเพิ่มเป็นสิบเมตร หนึ่งร้อยเมตรหรือหนึ่งกิโลเมตร" พีชหยุดร่ายมานาทำให้การเพิ่มแรงโน้มถ่วงหยุดลง

    "ลองเอาไปฝึกใช้กันดูนะคะ ขอตัวไปพักผ่อนก่อน" พีชโยนรีโมตให้กับอาจารย์ เขากระโดดรับมันก่อนที่จะหล่นพื้นถึงการกระทำจะดูไม่มีมารยาทหรือความเกรงใจเลยแต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร

    "ที่บอกจะไปพักผ่อนคงจะโกหกสินะ" โยเดินตามหลังมาอย่างไว

    "ก็รู้นี่" พีชเดินทางไปยังห้องสมุดที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนหลวง ที่นั่นเต็มไปด้วยหนังสือนับหมื่นเล่มที่มีทั้งวรรณกรรมไปยันการประดิษฐ์สิ่งของ

    เธอใช้เวลาหาหนังสือและอ่านมันตั้งแต่บ่ายจนเย็น

    "ไม่คิดจะออกไปข้างนอกบ้างเหรอ ?" โยนอนฟุบลงกับโต๊ะบนกองหนังสือที่เปิดอ่านไปได้แค่ไม่กี่หน้า

    "ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าอยากอ่านหนังสือ ที่สำคัญนายเองก็จะให้ฉันช่วยแต่แค่เล่มเดียวก็ยังไปไม่ถึงไหน" 

    "ก็จริงของเธอ ฉันเลือกคบหลอกกับเธอก็เพราะจะได้ช่วยสอนวิชาโน่นนี่นั่น...ที่บ้านจะได้ไม่หนักใจกับลูกที่ไม่เอาไหน" โยกัดฟันนั่งตัวตรงอย่างกับหินพร้อมกับเปิดหนังสือขึ้นมาอ่านแม้จะดูมีความตั้งใจแต่ก็เผลอหลับไปไม่นาน

    "เฮ้อ...คงต้องทำหน้าที่ของฉันแล้วสินะ" พีชลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปข้างหลังของโยช้า ๆ ก่อนจะง้างมือตบไปที่กลางหลังจนโยสะดุ้งตกใจ

    "ตามฉันมา"

    "อ-อืม" โยที่กำลังสะลึมสะลือไม่ได้คิดอะไรตอบรับพีชไปทันที

    "เรากลับมาสนามประลองเหรอ ? แต่นี่มันก็จะมืดแล้วเราควรจะกลับบ้านนะ" พูดจบไม่ทันไรพีชก็โยนดาบยาวให้ 

    "มาประลองกันสักหน่อย ฉันคิดว่านายคงเบื่อกับการอ่านหนังสือ" เธอฟาดดาบลงตรงหน้าแต่ด้วยปฏิกิริยาตอบโต้ของโยทำให้เขายกดาบขึ้นมาปัดออกได้ทัน

    "ศักยภาพร่างกายของนายกับฉันมันต่างกันไปหน่อย แต่หากฉันทดแทนด้วยเวทมนตร์ล่ะ" ออร่ามานากำลังไหลเวียนไปรอบ ๆ พีชเธอควบแน่นมานาเข้าไปในร่างกาย

    "นายพอจะเดาออกไหมว่าฉันทำอะไรไปเมื่อกี้" ไม่ทันที่โยจะตอบพีชก็ดิ่งเข้าหาปะทะดาบกันได้อย่างสูสี แม้จะฟาดดาบใส่กันตรง ๆ เธอก็ไม่ได้รู้สึกสั่นหรือเจ็บเลยสักนิด

    "เสริมกำลังยังงั้นเหรอ ?" โยผลักพีชออกไปสร้างระยะห่าง

    "ผิดแล้ว นี่เป็นเวทแบบเดียวกับสปีดอัพและพาวเวอร์อัพ"

    "เวทพวกนั้นแม้จะเป็นผู้ที่มีเลเวลเก้าก็ยังไม่สามารถใช้แบบไม่ร่ายได้เลยนะ" โยถูกหมัดของพีชซัดเข้าที่ท้องตอนกำลังเผลอจนกระเด็นไปสุดสนาม

    "ถ้านายได้เข้าใจการทำงานของเวทมนตร์และร่างกายก็จะรู้ได้ทันที แต่คนในโลกนี้ยังพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ไปไม่ไกลมากนัก ฉันจะสอนบทเรียนแรกให้ละกัน..."

    คล้ายกับเรื่องSTARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK) ที่คุณอ่าน