"เอาล่ะ แม้ว่าเจ้าจะมีพลังอันต่ำต้อยไปเสียหน่อย แต่ในเมื่อเจ้าเป็นศิษย์ของข้าแล้ว ข้าก็จะทำให้เจ้าแข็งแกร่งกว่าผู้ใด" เสียงลึกลับเอ่ยกับเทียนฟาง จากนั้นจึงกล่าวต่อว่า
"เวลาของข้ามีไม่มากนักดังนั้นจงตั้งใจฟังให้ดี เคล็ดวิชาโลหิตสังหารมีส่วนสำคัญ 2 ส่วนด้วยกัน คือ กระบวนท่ากระบี่และเคล็ดวิชาบ่มเพาะโลหิต เพลงกระบี่โลหิตนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 10 กระบวนท่า เจ้าจะต้องศึกษาให้ดี ส่วนที่ 2 คือการบ่มเพาะร่างกายเรียกว่าอาภรณ์โลหิต เมื่อสำเร็จวิชาจะมีพลังการป้องกันที่สุดแสนพิสดารและนักสู้ในขอบเขตดาราฟ้าใช้พลังออกถึง 7 ส่วนก็ยังยากที่จะทำลายการป้องกันนี้ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ขั้นด้วยกัน วิธีการฝึกฝนอยู่ในคัมภีร์นี้แล้ว"
ตอนนั้นเองที่คัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าของเทียนฟาง เขารีบคว้ามาดูในทันที แต่ก่อนที่เทียนฟางจะได้ศึกษาคัมภีร์ที่เพิ่งได้มา เสียงลึกลับก็กล่าวขึ้นอีกครั้งว่า
"ตอนนี้เจ้าไร้ซึ่งอาวุธติดตัวใดๆ แต่อาวุธที่สุดแต่อาวุธที่ดีที่สุดก็คือกระบี่โลหิตที่อยู่ในโลกวิญญาณของเจ้า เนื่องจากมันเกิดจากพันธะสัญญาเลือด ตราบใดที่สัญญายังไม่ลุล่วง มันจะไม่มีวันพังทลายหรือหายสาบสูญได้ ข้าจะพักสักหน่อยหวังว่าเจอกันครั้งหน้าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้นะเด็กน้อย"
เทียนฟางพยักหน้าก่อนคำนับไปสู่ความมืดเบื้องหน้า 'พลัง 7 ส่วนของขอบเขตดาราฟ้าก็ยากทำลายได้' เทียนฟางคิดก่อนจะเริ่มศึกษาคัมภีร์ที่ได้มา ตัวเขารู้ดีว่าเขานั้นยังไม่มีพลังมากพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ในป่าอสูรทมิฬแห่งนี้ ไม่ว่าที่ใดความแข็งแกร่งคือที่สุด พลังคือทุกสิ่งทุกอย่างบนดินแดนแห่งนี้
เทียนฟางศึกษาวิชาบ่มเพาะโลหิตก่อนเขาคิดว่า พลังป้องกันนั้นสำคัญในช่วงแรกแม้จะสู้ไม่ได้แต่ก็ยังพอรักษาชีวิตเอาไว้ได้
ในคัมภีร์ระบุว่า ผู้ฝึกวิชาจะต้องแช่ร่างกายในบ่อโลหิตสัตว์อสูรเพื่อให้ร่างกายซึมซับพลังลมปราณธาตุโลหิตจากเลือดอสูร สร้างเป็นเกราะป้องกันให้แก่ตนเอง เมื่อผู้ฝึกวิชาสามารถปล่อยกลิ่นอายโลหิตออกมาได้แล้วจึงถือว่าบรรลุขั้นที่หนึ่งของอาภรณ์โลหิตเรียกว่าปราณโลหิต เทียนฟางทบทวนความสำคัญและทำความเข้าใจ กับส่วนแรกของคัมภีร์เขายังไม่รีบศึกษาในส่วนถัดไป เขารู้ดีว่า หากจะสร้างปราสาทที่สูงเสียดฟ้าจะต้องมีรากฐานที่มั่นคงเสียก่อน
หลังจากที่เทียนฟางทำความเข้าใจในส่วนแรกเสร็จแล้วเขาจึงตั้งสมาธิก่อนจะค่อยๆ เรียกกระบี่โลหิตออกมาจากโลกวิญญาณของเขา ตอนนั้นเอง กระบี่สีโลหิตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าของเขา กระบี่สีแดงฉานสลักลวดลาย เส้นโลหิตล้อมรอบผลึกสีแดง ช่างดูงดงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกันเทียนฟางลองกวัดแกว่งกระบี่ในมือ เขารู้สึกดีเป็นอย่างมาก ดูคล้ายกระบี่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขา เขาสามารถปลดปล่อยมันได้ตามใจนึก คัมภีร์ในส่วนของกระบวนท่ากระบี่ระบุว่า กระบวนท่าที่ 1 คือ ตัดโลหิต เมื่อฝึกจนเชี่ยวชาญจะสามารถทำร้ายคู่ต่อสู้โดยไม่ปรากฏโลหิตแม้แต่หยดเดียว เมื่อผู้ฝึกสามารถสังหารผู้อื่นโดยไร้ซึ่งโลหิตแล้ว จึงนับว่าบรรลุกระบวนท่าที่ 1 ตัดโลหิต
เทียนตั้งใจฝึกฝนเป็นอย่างมากนอกจากเวลาที่ออกไปหาอาหารและสังหารสัตว์อสูรเพื่อนำเลือดของมันมาทำเป็นบ่อโลหิตแล้วช่วงเวลาที่เหลือ เขาจะใช้ไปกับการฝึกกระบวนท่ากระบี่และแช่ตัวในบ่อโลหิต
ขณะที่กำลังแช่ตัวในสระโลหิตสัตว์อสูรเทียนฟางพลันลืมตาขึ้น เขารู้สึกได้ว่า ตอนนี้พลังลมปราณของเขาพลุ่งพล่านเป็นอย่างมาก เขารีบโคจรลมปราณไปตามเส้นทางลมปราณ ก่อนที่มันจะไปรวมกันอยู่ที่จุดตันเถียน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าของเขาเวลาผ่านไปเนิ่นนานในที่สุดพลังลมปราณของเขาก็ปะทุขึ้น ปัง!! เกิดรัศมีพลังกระจายออกแล้วรอบรอบตัวของเทียนฟางจนโลหิตในบ่อสัตว์อสูรมันกระฉอกออกมา จากนั้นเทียนฟาง ค่อยๆ ลืมตาขึ้นและผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ
'ในที่สุดในที่สุดข้าก็สามารถฝึกยุทธในที่สุดข้าก็เข้าสู่ขอบเขตก่อกายาขั้นที่ 1' เทียนฟางดีใจเป็นอย่างมากที่เขาได้กลายเป็นหนึ่งในผู้คนบนเส้นทางการฝึกยุทธ ในที่สุดเขาที่แต่เดิมได้ใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนพิการ บัดนี้ได้เข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกยุทธแล้ว
เทียนฟางก้าวออกจากบ่อก่อนจะแต่งตัวตอนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากรวมถึงภายนอกบัดนี้สว่างแล้ว เขาจึงต้องการทดสอบพลังของเขาเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาเขาต่างจากเดิมแล้วเขาจะไม่เอาแต่สังหารสัตว์อสูรระดับต่ำอีกต่อ ไปตอนนี้เขาต้องการทดสอบพลังกับสัตว์อสูรระดับหนึ่ง
เทียนฟางเดินออกมานอกถ้ำ ก่อนจะเดินทางเข้าไปยังส่วนลึกของป่า แต่เดิมสถานที่ที่เขากำลังจะไปนั้นไม่ต่างจากแดนประหารสำหรับเขา แต่ตอนนี้ เขาพร้อมแล้วสำหรับการเผชิญหน้ากับมัน แม้ว่าเทียนฟางจะใช้เวลา 2 เดือนในการเลื่อนระดับลมปราณแต่ในเรื่องกระบวนท่ากระบี่แล้วเขากลับสามารถเข้าใจมันได้อย่างรวดเร็วตอนนี้เขาสามารถเข้าถึง กระบวนท่าที่ 7 ได้อย่างเชี่ยวชาญแล้ว แม้จะมีบางจุดที่ยังบกพร่อง แต่ก็นับว่าเขาเป็นอัจฉริยะด้านเพลงกระบี่คนหนึ่งเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ เทียนฟ้าไม่เคยใช้กระบี่โลหิตเนื่องจากกระบี่โลหิตนั้นต้องใช้ลมปราณในการคงสภาพ ตัวเขาก่อนหน้านี้ถึงไม่อาจจับแม้เพียงด้ามของกระบี่ได้และได้ใช้เพียงแต่ดาบไม้ที่ทำขึ้นเอง นี่จึงนับเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะทดสอบเพลงกระบี่
เทียนฟางเดินออกไป จนกระทั่ง พบกับลานกว้างแห่งหนึ่ง ดูเหมือนที่แห่งนี้จะเป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรบางจำพวก เขาจึงไม่ได้สนใจมากนัก ในที่สุดเทียนก็เดินมาถึงกึ่งกลางของลานกว้าง ทันใดนั้นเองที่ความรู้สึกขนลุกชันไปทั้งตัวปกคลุมไปทั่วทั้งตัวของเขาเทียนฟางตัดสินใจหันหลังกลับ จนพบกับสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามา มันเป็นหมาป่าขนเทา เทียนฟางยิ้ม ในที่สุดเขาก็เจอคู่ต่อสู้ หมาป่าขนเทาจัดเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งมันจึงเหมาะสมกับเขาในตอนนี้ แต่แล้วเทียนฟางก็ต้องหุบยิ้มทันที เมื่อหมาป่าขนเทา หยุดเดินและส่งเสียงหอนออกมา บรู้วววว บรู้ววว หมาป่าขนเทา หอนขึ้นมายาวนาน ก่อนที่จะมีเสียงตอบรับมาจากป่ารอบด้านเทียนฟางเมื่อได้ยิน ขนทั่วร่างก็ตั้งชันไปทั่วทั้งร่าง ก่อนจะพึมพำในใจ
'บัดซบ!!! '