ในค่ำคืนที่ท้องฟ้ามืดมิด สิ่งมีชีวิตต่างตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน มองไปจนสุดสายตาหาเจอสิ่งใดไม่นอกเสียจากความว่างเปล่าและความมืดที่กลืนกินแสงสว่างบนโลกนี้ แม้แต่แสงดาวที่ควรจะส่องสว่างนำทางแก้คนพเนจร แต่ว่าไม่เลย...คืนนี้ไม่เป็เช่นนั้น มันเป็สัญญาณแห่งลางร้ายและความสูญเสีย ใครบางคนกำลังสูญเสียคนรัก ใครบางคนพรากิญญาไปจากร่างของใครสักคน และใครบางคนกำลังไล่ล่าใครสักคนที่คิดจะหลบหนี
มันช่างวังเวงและเงียบเหงาที่นี่ไม่มีใครเลย ชีวิตที่พยายามดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าด้วยเหตุผลกลใดทำไมจึงต้องมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่มีจุดมุ่งหมายใดๆ ทุกอย่างมันดูสิ้นหวัง รู้แค่ว่าต้องหายใจต่อไป เรือโครงเคลงไปมาตามกระแสของน้ำและแรงขับเคลื่อนของฝีพาย เรือกำลังเคลื่อนที่ไปยังทิศทางใดไม่อาจรู้ได้ เพราะรอบข้างไม่ปรากฏสิ่งใดเลยนอกจากความมืดมิด เรือมุ่งหน้าด้วยความเร็วราวกับว่ากำลังหนีจากการตามล่าของใครบางคน
บนเรือน้อยลำนี้มีผู้โดยสารอยู่เพียงสองคนชายหญิง โดยทั้งคู่มิได้สนิทชิดเชื้อกันมาก่อนแต่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ทั้งสองไม่มีแม้กระทั่งคำพูดสนทนา ทักทายกันเพียงเล็กน้อยก็ไม่มี ชายหนุ่มผู้ซึ่งรับหน้าที่เป็ฝีพายยังคงมุ่งมั่นตั้งใจพายเรืออย่างไม่ลดละ
หญิงสาวหันหลังให้แก่เขาสายตาเธอจดจ่ออยู่กับเส้นทางที่ได้จากมาประหนึ่งว่าสายตาเธอสามารถมองทะลุความมืดแล้วเห็นสิ่งที่กำลังตามไล่ล่าจะเอาชีวิตของพวกเธอมาให้ได้อย่างไรอย่างนั้น เธอรู้ดีว่าทำไมเธอต้องมาอยู่บนเรือกับชายแปลกหน้าเพียงลำพัง ทำไมดึกดื่นเช่นนี้เธอควรจะนอนอยู่บนเตียงนอนอันหนานุ่มและมีผ้าห่มที่แสนอบอุ่นห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ไม่ใช่นั่งอยู่บนเรือท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเหน็บเช่นนี้เลย
น้ำตาของหญิงสาวเริ่มไหลรินอาบสองแก้ม เธอไม่สะอื้นเพียงแต่กลั้นน้ำตาแห่งความสูญเสียเอาไว้ไม่อยู่แล้ว ในตอนนี้แม้ว่าเธอจะมองไม่เห็นสิ่งใด แต่ความทรงจำกลับสะท้อนภาพบางอย่างในความคิดของเธอ เหมือนละครที่กำลังฉายฉากเดิมๆ ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น ภาพเหตุการณ์เ่าั้ยังคงตราตรึงในความคิดเธอราวกับว่ามันพึ่งจะเกิดขึ้น
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 4 ชั่วโมงก่อนที่เธอจะมาอยู่บนเรือ ตัวของเธอยังคงอยู่ที่พระราชวังแห่งอาณาจักรบาเมล อาณาจักรที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกทำหน้าที่กุมอำนาจการปกครองอาณาจักรต่างๆ ถ้าจะให้พูดถึงในยุคนี้แผ่นดินถูกแบ่งออกเป็ 4 อาณาจักร ได้แก่ อาณาจักรเมจอาชเป็อาณาจักรแห่งจอมเวทผู้ปราดเปรื่อง ถูกขนานนามว่าเป็อาณาจักรแห่งสมองของแผ่นดิน
อาณาจักรลาสแตนเป็เมืองของคนป่าเถื่อน พวกนักฆ่าฝีมือฉกาจ เป็เมืองปิดที่ไม่ค่อยมีใครอยากมาเยี่ยมเยียน อาณาจักรวิลตันเป็เมืองที่เป็มิตรที่สุด ที่นี่ไม่มีกำลังทหารหรือคนอันตราย ชาวเมืองอยู่กันอย่างสงบสุขและเป็เมืองที่มีแต่บาทหลวง ผู้นำศาสนา พ่อค้าแม่ค้า ของที่อาณาจักรอื่นๆ ใช้ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากอาณาจักรวิลตันรวมทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนไม่ว่าจะมาจากอาณาจักรใดก็เคารพศรัทธาทั้งสิ้น
และสุดท้ายอาณาจักรบาเมลที่ยิ่งใหญ่ อาณาจักรที่ทรงอำนาจในด้านการทหารที่นี่เป็แหล่งรวมทหารฝีมือดีจากทั่วทุกมุมโลกที่พร้อมพลีชีพอารักขาพระาาที่ปกครองอาณาจักรอย่างจงรักภักดี และยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่สามารถหาได้ในอาณาจักรอื่นนั้นก็คือ ลูกแก้วไพลิน ที่มีแต่อาณาจักรบาเมลเท่านั้นที่สามารถได้
ลูกแก้วไพลินเป็อัญมณีจาก์หากผู้ใดได้ ลูกแก้วจะมอบพลังให้แก่ผู้นั้น โดยพลังจะมีความสามารถถึงขีดสุดในขนาดที่ว่าสามารถสร้างโลกขึ้นมาใหม่ได้ หรือสร้างสิ่งต่างๆ ที่มีเพียงพระเ้าเท่านั้นที่จะทำได้...อานุภาพนั้นจะแสดงผลก็ต่อเมื่อได้รับพลังบริสุทธิ์จากมนุษย์ที่พระเ้ารัก
แล้วใครกันล่ะ? ...ที่พระเ้าจะรัก
ผู้ที่พระเ้าทรงโปรดปรานจะมีตราประทับของพระเ้าแสดงถึงการเป็ผู้ถูกเลือกโดยตราประทับนี้จะติดตัวมาั้แ่เกิด เด็กที่พระเ้ารักจะได้รับพร์อย่างหนึ่งคือเป็ผู้ชำระล้างและรักษา ผู้ที่มีตราของพระเ้าจะสามารถปลดปล่อยพลังขั้นสูงสุดให้แก่ลูกแก้วไพลินได้ หากลูกแก้วตกอยู่ในมือของคนดีแผ่นดินจะร่มเย็นเป็สุข แต่หากไม่เป็เช่นนั้นลูกแก้วกลับตกอยู่ในมือคนชั่วแล้วละก็ ประตูแห่งนรกจะเปิดขึ้นเพื่อส่งตัวสัตว์ประหลาดมาเป็ทาสรับใช้ผู้ลูกแก้ว
และหญิงสาวคนนี้เธอคือ เ้าหญิงยูแอนา เป็องค์รัชทายาทและจะได้เป็ราชินีคนต่อไปแห่งอาณาจักรบาเมล ผู้ที่จะกุมอำนาจสูงสุดในการปกครองโลกนี้ต่อจากพระาา อิเซบัส แต่ทุกอย่างมันไม่ได้เป็เช่นนั้น เส้นทางของเ้าหญิงยูแอนาไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเหตุใดนะหรือ? ....ตราประทับบนตัวเธอไง
เ้าหญิงยูแอนาเป็เด็กที่พระเ้ารัก เธอได้รับพร์ที่ใครๆ ก็อยากมี เธอรู้ถึงความสามารถของเธอั้แ่ครั้งวัยเยาว์ ในตอนนั้นสัตว์เลี้ยงตัวแรกของเธอ กระต่ายป่าสีขาว ถูกสุนัขฝึกของพวกทหารรุมกัด าแสาหัสมันใกล้ตาย ด้วยความเสียใจเ้าหญิงปลดปล่อยพลังที่มีอยู่ในตัวออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอเล่าเื่นี้ให้แม่นมของเธอฟังแทนที่จะเป็พระาาและพระราชินี
เื่นี้ถูกแพร่ออกไปถึงหูคนละโมบอย่าง อาเรส ผู้ซึ่งสืบทอดตระกูลดยุกที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์บาเมลมาทุกยุคทุกสมัย เื้ัของแม่นมคนนี้ก็คือดยุกอาเรส สำหรับคนวัยเดียวกันกับเขา ดยุกอาเรสยังคงดูอ่อนเยาว์ที่สุดและใบหน้าของเขาแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลย
เขาเป็ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลารูปร่างสูงโปร่ง มีผมสีดำขลับ และเป็เ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มอันลึกล้ำ ใบหน้าของเขาจะปรากฏรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา เขาทั้งสุภาพและฉลาดหลักแหลม แต่โชคร้ายก็ทำให้คนสมบูรณ์แบบอย่างเขาไม่สมบูรณ์แบบ
เขาสูญเสียภรรยาในวันที่เธอให้กำเนิดบุตรคนแรกแก่เขา เธอจากเขาไป จากไปพร้อมกับลูกชายคนแรกของเขาด้วย ดยุกอาเรสไม่แต่งงานใหม่ เขาไม่้าให้ผู้หญิงคนไหนมาแทนที่ภรรยาสุดที่รักของเขา ในตระกูลของเขาเหลือไว้เพียงแค่เขาเพียงคนเดียวในคฤหาสน์หรูหลังใหญ่
เมื่อใดที่เ้าหญิงยูแอนามองไปที่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้น เธอไม่อาจเดาได้ถึงความรู้สึกนึกคิดของดยุกได้เลย ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มและกิริยาที่สุภาพนุ่มนวลมันจะมีอะไรแฝงอยู่...อย่างเช่นความโลภและความเห็นแก่ตัว ฆาตกรเืเย็นผู้สวมใส่หน้ากากแสร้งทำตัวเป็คนดีอยู่ตลอดเวลา
ดยุกอาเรสเป็ข้ารับใช้ที่พระาาอิเซบัสไว้วางใจมากที่สุด เขารู้เื่ราวเกี่ยวกับอำนาจลึกลับของราชวงศ์บาเมล เขาเป็คนเดียวที่รู้ที่ซ้อนลูกแก้วไพลิน และรู้ด้วยว่าองรัชทายาทเ้าหญิงยูแอนาเป็คนที่พระเ้ามอบตราประทับไว้ให้
ใน่ 4 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น เื่ที่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นสักวันมันก็เกิด และเกิดขึ้นเร็วมากไม่มีเวลาให้ได้ตั้งตัวเลย พระาารู้ว่ามันต้องเกิดเื่แบบนี้เข้าสักวัน วันที่ดยุกอาเรสจะควบคุมความโลภตัวเองไม่อยู่ พระาาสั่งการให้เ้าหญิงเตรียมตัวหลี้ภัยออกจากวังโดยที่แค่คนที่ไว้ใจได้เป็คนพาไป
แต่แผนที่พระาาวางเอาไว้มันช้าเกินไป ดยุกอาเรสไม่ใช่คนโง่ เขามองเกมที่พระาาจะเล่นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เขาชิงลงมือสังหารพระาาและพระราชินีก่อน เขาสามารถทำเื่แบบนั้นได้โดยที่ไม่มีใครจับผิดเขา เพราะว่าเขาเป็ข้ารับใช้ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์มากที่สุด
เขาลงมือด้วยตัวเอง ดยุกพกแค่มีดเล่มสั้นติดตัวไปเท่านั้น เขารู้ว่าพระาาไม่ไว้วางใจเขาและกำลังปรึกษาหารือกับขุนนางคนหนึ่งโดยไม่มีการเชิญเขาร่วมปรึกษาด้วย เขาเข้าไปในห้องที่พระาากับขุนนางกำลังคุยกันอยู่
ในห้องนั้นมีแต่ความเงียบไม่มีใครคาดคิดว่าดยุกจะเข้ามาด้วยตัวเอง แผนทุกอย่างที่วางไว้ตอนนี้ก็ให้เป็หน้าที่ของโชคชะตาของเ้าหญิงยูแอนาว่าเธอจะสามารถเอาชีวิตรอดได้หรือไม่ ดยุคอาเรสขว้างมีดเล่มสั้น เล็งไปที่หัวใจของพระาา เขาทำมันได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไม่กี่เสี้ยววินาที มีดเล่มสั้นสีเงินแวววาวเมื่อกระทบกับแสงไฟปักเข้าที่หน้าอกซ้ายของพระองค์
ขุนนางที่กำลังยืนมองเหตุการณ์ไม่ได้สังเกตถึงการเคลื่อนไหวของดยุก ในดวงตาของเขาสะท้อนเห็นภาพของพระาาล้มลงโดยมีมีดปักที่อกซ้าย มันคงจะตัดขั้วหัวใจทันที ดยุกอาเรสประชิดตัวขุนนางคนนั้น เขาใช้มือทั้งสองข้างหักคอขุนนางที่มัวแต่ตื่นตะลึงอยู่
เขาฆ่าสองศพในเวลาใกล้เคียงกันและรวดเร็วอย่างกับนักฆ่ามืออาชีพ หน้าประตูไม่มีทหารเฝ้ายามเลยสักคน ดยุกอาเรสกำลังพิจารณาศพที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยความภูมิใจ แล้ว....จู่ๆ ก็หยุดนิ่ง เขาหยุดการเคลื่อนไหวประหนึ่งว่าเขาััได้ถึงสายตาของใครบางคนที่กำลังแอบมองสิ่งที่เขาได้ทำลงไปเมื่อสักครู่
ช่องประตูแย้มออกพอให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เ้าหญิงมองลอดช่องประตูอันน้อยนิดนั่น เธอเห็นทั้งหมด เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นและดยุกอาเรสทำอะไรกับพ่อของเธอ เหมือนขาทั้งสองข้างถูกตรึงเอาไว้ ร่างกายของเ้าหญิงไม่ยอมขยับไปไหน ไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องออกมา
เขาเห็นเธอแล้ว เ้าหญิงรู้ตัวเธอรีบเรียกสติของตัวเองให้กลับมาอีกครั้ง เธอต้องหนีได้แล้ว วิ่งไปบอกท่านแม่หรือทหารเกี่ยวกับสิ่งที่เธอเห็น ทันใดนั้นร่างของดยุกหายไป เขาไม่ยืนอยู่ที่เดิม มันเริ่มจะเป็ลางไม่ดีแล้วแต่ร่างกายของเ้าหญิงไม่ขยับสักที
ขอร้องละ ได้โปรดพาฉันไปจากที่นี่ ฉันต้องไปปกป้องท่านแม่
เ้าหญิงจ้องมองช่องประตูอย่างไม่ละสายตา เธอเริ่มหายใจถี่ขึ้น ร่างกายเริ่มร้อน เ้าหญิงรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี รีบบังคับตัวเองให้วิ่งไปอย่างสุดตัวเพื่อไปหาท่านแม่ที่อยู่ในห้องบรรทม และในตอนที่เธอก้าวขาออกตัววิ่ง มีมือลอดมาที่ช่องประตูที่แง้มเอาไว้ มือนั้นพยายามจะคว้าผมของเ้าหญิงทั้งหัวแต่เขาทำได้เพียงแค่เศษปลายผมเท่านั้น
เธอออกตัววิ่งด้วยความเร็วที่สุดที่จะทำได้ เธอวิ่งหนีไป ตลอดทางเธอสังเกตได้ว่าไม่มีทหารมาประจำการเลย เธอไม่เจอใครเลยสักคนแต่ยังคงวิ่งต่อไป วิ่งไปที่ห้องบรรทมของพระราชินี จนมาถึงที่ห้องหนึ่งมีประตูบานใหญ่ เธอผลักประตูอย่างแรง
“ปั้ง!!! ”
สิ่งแรกที่เธอเห็นคือ..กองเื เืไหลมาจากศพใครสักคนที่บนอยู่เตียง ภาพนั้นสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน ร่างไร้ิญญาของท่านแม่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง เืไหลเป็สายไปกองรวมกันอยู่ที่พื้น ในห้องไม่มีฆาตกร เ้าหญิงแทบสติแตก เธอแทบทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นภาพนั้น
“ต็อก...ต็อก...ต็อก”
เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เขาดูไม่เร่งรีบเหมือนกับเสือที่ค่อยๆ ย่องเข้าไปตะครุบเหยื่อ เธอรู้ว่าเขาเป็ใคร ดยุกอาเรสกำลังจะมาหาเธอในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า เ้าหญิงกลืนความเศร้าโศกและตัดสินใจอย่างกล้าหาญเดินตรงไปยังหน้าต่าง
เธอตัดสินใจหนีทางหน้าต่าง ปืนป่ายกำแพงเพื่อเข้าไปยังห้องนอนของเธอเอง เธอโหนขอบหน้าต่างเอาไว้ พยายามวัดระยะตัวให้ตกไปยังพื้นระเบียงข้างล่าง แต่ปราสาทนี้มันสูงมาก ถ้าหากเธอทำพลาดนั้นหมายความว่าศพต่อไปคือเธอ
“แอ้ด!!!! ”
เสียงประตูถูกเปิดออกเขากำลังเข้ามาในห้องบรรทมและไม่นานเธออาจจะถูกเขาจับได้ เ้าหญิงเหงื่อแตก เธอไม่เคยต้องเสี่ยงตายเช่นนี้มาก่อน เธอต้องทิ้งตัวเองเดี๋ยวนี้ก่อนที่มันจะสายเกินไป เธอพยายามทำให้ตัวงอไว้จะได้ร่วงลงไปอยู่ที่พื้นระเบียง เหงื่อออกเยอะเกินไปทำให้มือเธอลื่น มือของเธอจับขอบหน้าต่างไว้ไม่อยู่แล้ว ตัวของเธอร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก
“ตุ้บ!!! ”
ตัวเธอกระแทกกับพื้นระเบียง เ้าหญิงรีบลุกขึ้นแม้ว่าจะเจ็บ เธอรีบวิ่งเข้าไปในห้อง ก่อนที่ดยุกอาเรสจะสังเกตเห็นเธอ เ้าหญิงคว้าของที่จะใช้ในการอพยพมันเป็สัมภาระเพียงเล็กน้อย พกติดตัวได้ไม่ลำบาก เธอไม่ลืมที่จะหยิบพลุฉุกเฉิน ท่านพ่อบอกกับเธอว่าถ้าเกิดอะไรที่มันไม่ดีขึ้นอย่างกะทันหันให้จุดพลุนี้แล้วจะมีคนมาช่วย
ดยุกอาเรสรู้แล้วว่าเ้าหญิงยูแอนาหนีไปที่ห้องของเธอ เขากำลังปืนหน้าต่างเพื่อลงมาที่ห้องของเธอเช่นกัน เ้าหญิงเหลือบไปเห็นขาคนอยู่ที่หน้าต่าง ใจเธอสั่นผวาเขากำลังลงมาที่ห้องเธอ เ้าหญิงเปิดประตูหน้าห้องอย่างรวดเร็วและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ในขณะที่ดยุกโยนตัวเองลงที่ระเบียงห้องเ้าหญิงแล้ว
ดยุกสาวเท้ารีบวิ่งตามเธอไป ใบหน้าของเขายังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เขาดูอารมณ์ดีที่ได้วิ่งไล่ตามเหยื่อแบบนี้ ส่วนเ้าหญิงเองก็วิ่งให้เร็วที่สุดวิ่งไปยังสุดทาง ที่ตรงนั้นเป็ทางตันเ้าหญิงหยุดวิ่งหลังของเธอชนกำแพงแล้ว และดยุกค่อยๆ เดินเข้ามาประชิดตัวเธอเรื่อยๆ เธอหยุดมองเขา ใบหน้ายิ้มแย้มของเขากำลังยิ้มอย่างปีติให้กับเธอ แต่นั่นแหละคือทางฉุกเฉินที่พระาาสร้างเอาไว้ เ้าหญิงคลำกดอิฐสักอันที่อยู่แถวๆ กำแพงประตูลับถูกเปิดออก
เ้าหญิงหงายหลังเข้าไปในประตูลับนั้นต่อหน้าต่อตาดยุก เขารีบวิ่งให้ทันเพื่อที่จะเข้าไปในประตูนั้นด้วยแต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว เ้าหญิงสะดุดล้มกระแทกพื้นอีกครั้ง เธอคร่ำครวญอย่างเ็ป ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงกระแทกจากประตูลับ ดยุก้าตัวเธอให้ได้เลย เธอลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งอีกครั้งโดยที่ไม่รู้เลยว่าทางยาวนี้จะพาเธอไปที่ไหน จนกระทั่งเธอััได้ถึงความเย็น อากาศมันเปลี่ยนไปมันไม่เหมือนเดิม มีลมพัดเข้ามาที่ปากทางตรงนั้น เ้าหญิงเร่งฝีเท้า เธอรีบวิ่งไปหาสายลมที่พัดเข้ามาแล้วตอนนี้เธอมาอยู่ที่คอกม้า
เส้นทางพาเธอมาถึงคอกม้า เธอเลือกม้าหนึ่งตัวแล้วะโขึ้นหลังมันอย่างไม่ลังเล เ้าหญิงลูบหัวเ้าม้า ใช้เท้าสะกิดตัวมันส่งสัญญาณว่าให้ออกตัววิ่งได้ ม้าพาเ้าหญิงวิ่งออกมาจากคอกม้า ข้างนอกทหารกำลังประชุมกันอยู่แน่ๆ เธอหันหลังไปมองคบเพลิงจำนวนมากยืนต่อแถวกันอยู่
ไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ แต่ไม่แน่หรอกว่าดยุกจะไม่เห็นถึงความผิดปกติ สักพักคบเพลิงเริ่มเคลื่อนที่ไล่ตามเธอมาแต่ไกลๆ ดยุกต้องสั่งให้พวกทหารตามมาจับตัวเธอแน่ๆ เ้าหญิงจับเชือกแน่น แล้วใช้เท้าสะกิดตัวม้าเพื่อเร่งความเร็ว
เธอกำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะหนีทหารมืออาชีพพวกนั้นพ้นได้อย่างไร ยิ่งเข้าป่าไปเรื่อยๆ ยิ่งมืดมน เธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ามีพลุฉุกเฉินติดตัวมา อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย มันอาจจะช่วยเธอได้ ใครบางคนอาจจะมาช่วยเธอ อาจจะเป็เทวดา
เธอใช้มือข้างหนึ่งล้วงไปที่หน้าอก เธอเก็บมันไว้ที่หน้าอก เธอหยิบมันขึ้นมาคลำๆ ด้วยมือข้างเดียวเพราะมืออีกข้างต้องบังคับบังเฮียน เ้าหญิงเงยหน้าขึ้น มือถือพลุไปในทิศทางบนฟ้า ใช้ปากดึงสลักออก ทันใดนั้นเสียงจากพลุก็พุ่งออกไปขึ้นบนฟ้าเป็รูปร่างแปลกๆ
เ้าหญิงเร่งความเร็วขึ้นอีกเพราะดูเหมือนทหารเริ่มตามมาใกล้เธอมากขึ้นแล้ว ตลอดทางเธอพยายามนึกพระผู้เป็เ้าให้พรแก่เธอ ช่วยให้เธอปลอดภัย ในคืนนี้ไม่มีแม้แต่พระจันทร์หรือดวงดาวส่องแสงนำทาง เธอมุ่งหน้าไปอย่างคนตาบอด
รอบข้างเธอมีแต่ใบไม้ กิ่งไม้ ทหารเริ่มเข้าใกล้เธอมากกว่าเดิมแล้ว เธอหันหลังไปมองดวงไฟที่ไล่ล่าเธอมาอย่างไม่ลดละ และเมื่อเธอหันหน้ากลับมามองตรงไปยังข้างหน้าที่ไม่เห็นสิ่งใดเลย มีบางอย่างััร่างกายเธอ มันคว้าตัวเธออย่างรวดเร็วและแข็งแรง เ้าหญิงรู้สึกเหมือนกำลังโดนเหวี่ยงให้ตกจากหลังม้าแล้วลอยตัวอยู่บนอากาศ
มือใหญ่โอบรัดเธอไว้ แล้วเขาเปิดปากเธออย่างแ่าเพื่อไม่ให้เ้าหญิงส่งเสียงร้อง ม้าของเธอยังคงวิ่งไปข้างหน้า และตามมาด้วยทหารม้านับสิบๆ ตัวมุ่งหน้าตามไป เธอไม่ได้อยู่บนหลังม้า แต่ใครบางคนฉุดเธอลงมาจากหลังม้า และตอนนี้เท้าของเ้าหญิงเหยียบอยู่บนพื้นดินโดยมีร่างใหญ่ล็อกตัวเธอเอาไว้