นาฟที่ตอนนี้อยู่บนที่สูง ของยอดอาคารหลังหนึ่ง เปิดสัมผัสเพ่งพิศไปรอบๆ เมือง ด้วยความที่เป็นเมืองใหญ่เสียงเครื่องจักรกล ดังตลอด เป็นแหล่งชุมชนมีคนมากมาย เป็นการยากมากในการค้นหา ตัดสินใจกระโดดข้ามตึกไปเรื่อยๆ เปิดสัมผัส โสตการดมกลิ่นเข้าช่วย
“ชายฉกรรจ์อีกสองคนเริ่มขยับเข้ามาใกล้ หันหน้าไปบนยอดตึกส่งสัญญาณมือบางอย่างออกไป เหมยหลินถึงจะตื่นกลัวแต่ก็ยังแอบมองวิธีการส่งสารของคนเหล่านี้คนพวกนี้ดูไปไม่เหมือนคนทั่วไป น่าจะผ่านการฝึกฝนบางอย่างมา คงจะไร้ประโยชน์ถ้าเราจะต่อสู้ดิ้นรน เหมยหลินพยายามตั้งสติคลายความกังวลลง
“อืม!ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ดีแล้วนะ ดิ้นรนไปก็เจ็บตัวเปล่าๆน้องสาวนี่ดูแล้วใจแข็งกว่าที่คิดนะ ชายฉกรรจ์อีกคนกล่าวเสริม “ถ้าเป็นคนอื่นคงร้องตะโกนโวยวายให้เจ้าหน้าที่ช่วยแล้ว แต่เธอก็คิดถูกนะถึงมีเจ้าหน้าที่มา ระหว่างตระกูลเชคาล กับคนเถื่อนอย่างเธอ เค้าจะเชื่อใคร
ไม่นานมีรถเคลื่อนพลัง ขับเข้ามาจอด หน้าบริเวณทางเข้าเส้นทางนี้เป็นรถเคลื่อนพลังคันหรูหราติดป้ายสัญลักษณ์ตระกูลเชคาลไว้หน้ารถมีหลังคาคลุมไปทั้งตัวรถ มีช่องแสงสำดำมืดอยู่รอบคัน
“ไปได้แล้ว! ชายฉกรรจ์คนหนึ่งชักปืนสั้นออกมา เดินเข้ามาจับแขนเหมยหลิน ที่ขัดขืนอยู่เล็กน้อย แต่ก็จนใจเดินตามไป
“พี่ชายข้าไม่อยากยอมแพ้ ข้าต้องทำยังไงดีพยายามคิดหาหนทาง เอาตัวรอดทุกวิถีทาง ชายฉกรรจ์พาเหมยหลินตรงมาทาง รถเคลื่อนพลัง
“เหมยหลิง ลดการการขัดขืนลง เดินตามไปอย่าง่ายดายชายฉกรรจ์เข้าใจว่าเด็กสาวผู้นี้ยอมแพ้แล้ว จู่ๆ สะบัดตัวคว้าปืนที่มือของชายฉกรรจ์อย่างรวดเร็ว ถอยฉากออกมาสองก้าวเล็งปืนไปที่ คนเหล่านั้น
ด้วยสัญชาตญาณ ชายฉกรรจ์ทั้งสาม ยกมือป้องศีรษะไว้ทันที
เหมยหลิง ยกปืนขึ้นท้องฟ้า ยิงทันที “ปัง!”
“นาฟทีอยู่บนยอดตึก หันมองทิศทางนั้นทันที!”
หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ เคลื่อนตัวเข้าหา อย่างรวดเร็วมือจับไว้ที่ข้อมือ เหมยหลิน บีบจนต้องปล่อยปืนลง มืออีกข้างตบเข้าที่ใบหน้า “เพี๊ย!”
เหมยหลินเจ็บปวดอย่างมาก ถึงขั้นเลือดซึมจากปาก “ร้ายนักนะ! นังนี่ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่คงแห่กันมา “มานี่เร็ว!ชายฉกรรจ์เร่งฉุดลากเหมยหลิน
อยู่ๆ ชายหนุ่มกระโดดลงมาจากไหนไม่รู้ “ตูม!” ชายฉกรรจ์ที่อยู่ใกล้นาฟที่สุด กระเด็นไปชนข้างผนังตึกอย่างจัง“อั๊ก!” ทรุดกายสำลักเลือดแต่ดวงตายังไม่ถึงกับหม่นหมอง นาฟถึงกับชงัก“คนพวกนี่..
นาฟหันกลับมามองรอยเลือดบนใบหน้าของเหมยหลิน เกิดความรู้สึกโกรธขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เดินขยับเข้าหาชายฉกรรจ์ทั้งสอง ที่อยู่ๆร่างกายก็เกิด แข็งค้างไปดื้อๆ คนทั้งสองขยับตัวไม่ได้ ตัวเกร็งจิตใจสั่นคลอน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เหมือนพบเจอปีศาจตนหนึ่งที่กำลังเดินมาหา เลือดค่อยๆไหลออกจาก หู จมูก ปาก ทีละนิด ตกอยู่ในสภาพเหมือนใจจะขาด
“ตูม!” “ตูม!”
ทั้งสองกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง ทรุดกายลงสลบแน่นิ่งไป
“พี่ชาย! “พี่ชาย! เหมยหลินวิ่งเข้ากอดนาฟ น้ำตาไหลออกมาจากสองแก้มของเด็กสาว “พี่ชาย! ข้ากลัว! นาฟเอามือไปลูบหัวเด็กสาว แต่จิตใจยังเจ็บแค้นเคืองโกรธอยู่
สายตาจ้องเข้าไปในรถเคลื่อนพลังคันหรู ที่อยู่ตรงหน้า อยู่ ๆ ช่องแสงสีดำตรงฝั่งด้านหลังของรถก็ค่อยๆ เปิดออก ปรากฏเห็นชายชุดขาว “นาฟจดจำได้ว่าชายผู้นี้เข้ามาชมการต่อสู้ของเขา
คุณชาย เชกัน มองนาฟด้วยสายตา อาฆาต สักพักไม่นานรถคันดังกล่าวก็เคลื่อนตัวออกไป
สัญญาณเตือนเหตุของเจ้าหน้าที่ดังมาแต่ไกล“หวอ! ๆ ๆ
นาฟจับมือเหมยหลินวิ่งออกไปทันที ทั้งสองวิ่งออกมาเส้นทางหลัก ปะปนเข้ากับฝูงชน นาฟรอดูสถานการณ์รอบข้างอยู่สักพักก็เรียกหารถเคลื่อนพลังแบบเช่าเหมาส่งทั้งสองรีบขึ้นรถทันที
ขณะเดินทางกลับ เหมยหลินที่เกาะแขนนาฟไว้ใบหน้าซบไปทีไหล่ของนาฟอยู่ตลอด นาฟยังไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ อยากให้เด็กสาวตั้งสติกลับมาให้ได้ก่อน อยู่ๆ เด็กสาวก็เงยหน้ามามอง แววตาที่กระจ่างใส ใบหน้าอันงดงามนาฟเห็นเด็กสาวจ้องมาที่ตน “เป็นยังไงบ้างน้องสาว ทำไมจ้องมองข้าแบบนี้ “ข้าแค่อยากมองพี่ชายไปนานๆ ช่วงเวลาอันตรายข้านึกว่าจะไม่มีโอกาสได้พบท่านอีกแล้ว
“ทำไมเจ้ากล่าวเช่นนั้นข้าก็อยู่ตรงนี้แล้วไง
“พี่ชายอย่าจากข้าไปไหนอีกนะ
นาฟเข้าใจความรู้สึกของเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าดี นาฟพยักหน้าให้
เหมยหลินก้มหน้าลงไปซบที่ไหล่ของนาฟต่อ
“เดี๋ยว! ๆ เจ้าตั้งสติได้นานแล้วหันมาคุยกันก่อน
เด็กสาว ไม่ขยับ แถมรัดแขนแน่นขึ้นไปอีกใบหน้าขยับไปซบที่หน้าอกแทน นาฟจนปัญญาถอนหายใจออกเป็นครั้งคราว “เด็กสาวแอบยิ้มอยู่ในอ้อมอกชายหนุ่ม
คืนนั้นนาฟเอายาสมานแผลทาบริเวณใบหน้า เด็กสาวยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่จ้องมองใบหน้าพี่ชายตลอดเวลา “พี่ชาย ท่านเก่งจังเลยตอนแรกข้านึกว่าท่านจะสู้เจ้ายักษ์ทองนั้นไม่ได้ซะแล้ว “ข้าลืมถามท่านไป ว่าบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าเดี๋ยวข้าจะทายาให้ท่านบ้าง
จากนั้นเด็กสาวก็คะยั้นคะยอ ขอดูภายในร่างกายพี่ชายว่ามีบาดแผลตรงไหนมั้ย เด็กสาวพยายามเอามือมาเปิดดูภายในเสื้อเริ่มขยับร่างกายเข้าไปแนบชิดเรื่อยๆ
นาฟก็บอกปฏิเสธไป“ข้าไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้อง... “ไหนขอข้าดูก่อนพี่ชาย ทั้งสองยื้อยุด เอามือปัดป่ายกันอยู่สักพัก จู่ๆใบหน้าทั้งสองก็เข้ามาใกล้กันโดยไม่รู้ตัว