ลั่วชิงหยุนยังคงตกตะลึงและไม่สบายใจ เธอได้ยินเสียงติ๊งดิ่งลิฟต์ได้มาถึงชั้นหนึ่งในล็อบบี้ของโรงแรมแล้ว ประตูถูก์เปิดออกผู้จัดการที่ดูประจบประแจงเตรียมพาบุคคลสำคัญเข้ามาในลิฟต์
ด้านหลังของพวกเขาเต็มไปด้วยผู้คนมากมายพวกเขาทั้งหมดล้วนเป็พนักงานของโรงแรมที่เพิ่งจะเดินมากับผู้จัดการเพื่อต้อนรับบุคคลสำคัญ
ลั่วชิงหยุนรู้สึกว่าตอนนี้เธอหยุดหายไปใจแล้วใบหน้าของเธอดูซีดขาวใเธอยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นไม่กล้าที่จะเดินหน้าต่อไปไม่มีที่ให้เธอถอยไปตั้งหลัก
คุณซูเชิญครับ ห้องของคุณได้ถูกเตรียมพร้อมไว้แล้ว และผมก็ได้เตรียมพ่อบ้านที่ดีที่สุดในโรงแรมเอาไว้ให้คุณอีกด้วยคุณวางใจได้พวกเราจะพยายามอย่างดีที่สุดในระหว่างที่คุณพักอยู่ในเมืองเอ็กซ์คุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน” ตาของเหยียนให้ความสนใจอยู่กับร่างที่อยู่ข้างๆเสมอเขาไม่เห็นลั่วชิงหยุนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ในขณะที่เขารายงานกับอีกฝ่ายเขาจึงทำท่าทาง“ ได้โปรด” ให้เขาเข้ามาผู้จัดการแทนให้ความสนใจกับร่างสูงข้างตัวเขาเขาไม่เห็นว่า ลั่วชิงหยุนยืนอยู่ในลิฟต์ด้วย ในขณะที่เขารายงานเขาได้นำอีกฝ่ายเข้าลิฟต์
“เชิญครับ”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาที่หลุบต่ำค่อยๆช้อนขึ้นมองไปที่ ลั่วชิงหยุนใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมา
เมื่อเธอได้สบตากับเขา เธอรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอหยุดเต้นมือและหลังของเธอมีเหงื่อชื้นมา ที่แท้ก็เป็เขา เป็เขาคนนั้น
ผู้ชายคนนั้นที่ช่วยชีวิตน้องชายเธอไว้เมื่อสองปีก่อนแต่กลับทำลายความบริสุทธิ์ของเธอ
“ เธอคือพ่อบ้านที่คุณพูดหรือเปล่า?” เอาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
สายตาของเขาจ้องมองไปที่ลั่วชิงหยุนเขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนกับไม่รู้จักเธอ
หรือว่าเขาไม่รู้จักเธอจริงๆ?
ลั่วชิงหยุนภาวนาในใจ
ทันใดนั้นตาของผู้จัดการแทนก็หันไปมองลิฟต์ทันทีเห็นลั่วชิงหยุนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเขาแนะนำเธอในทันที
“คุณนี้คือผู้จัดการแผนกแม่บ้านลั่วชิงหยุน”
“ผู้จัดการลั่วนี่เป็แขกพิเศษของห้องแพรสซิเดนท์เชียลคุณซูมาจากเมืองวายเขาพักที่โรงแรมของเรา” ในเวลาเดียวกันที่ผู้จัดการแทนแนะนำเธอกับลั่วชิงหยุนเขาก็ไม่ลืมที่จะประจบชายคนนั้น
เมื่อพูดถึงเมืองวายเขาก็เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
“อ้อผู้จัดการฉันจำได้ว่าบ้านเกิดของเธอมาจากเมืองวายใช่ไหม? คุณและคุณซูเป็คนบ้านเดียวกันนิ การได้เจอเพื่อนจากบ้านเก่าเป็เื่ที่น่ายินดีจริงๆ”
ตาของเขาจ้องมองด้วยความยินดี แต่ในใจของลั่วชิงหยุนตกไปอยู่ตาตุ่ม
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้เธอเป็แม่บ้านของฉัน” น้ำเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นช้าๆโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ
“คุณซูฉันมาจากแผนกอื่นฉันไม่คุ้นเคยกับการเป็แม่บ้านฉันกลัวว่า... ” ลั่วชิงหยุนเปิดปากปฏิเสธเขาสองปีมานี้เธอลืมเขาไปแล้วและไม่้ายุ่งเกี่ยวกับเขาอีกนี่เป็ทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเธอและเขา
แต่ทว่ายังไม่ทันทีที่เธอจะพูดจบเขาก็พูดตัดบทเธอ
“ ผู้จัดการลั่วไม่เต็มใจเป็แม่บ้านฉันเหรอ?”
ถึงแม้เขาจะถามเธอด้วยน้ำเสียงเ็าและแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง
“ แน่นอนว่าเธอเต็มใจที่คุณซูจะได้ให้โอกาสเธอบริการคุณนั่นคือความโชคดีที่สุดของเธอที่จะได้รับรองคุณ ทำไมผู้จัดการจะไม่เต็มใจล่ะ”ผู้จัดการแทนไม่ได้รอให้ลั่วชิงหยุนปฏิเสธพอพูดจบเขาก็ไม่ลืมที่จะตวัดสายตามองให้เธอรู้ว่าเธอควรทำตัวให้ฉลาดกว่านี้
ลั่วชิงหยุนรู้ดีว่าเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ดังนั้นเธอจึงก้มหัวลงเหมือนไม่มีที่จะทำให้เธอปฏิเสธงานนี้ได้
หลังจากที่ประตูลิฟต์ปิดลงแล้วผู้จัดการแทนและลั่วชิงหยุนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็แม่บ้านส่วนตัวชั่วคราวผู้จัดการโรงแรมคนอื่นๆได้ถูกขวางไว้ไม่ให้เข้ามาในลิฟต์
เมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของห้องเพรสซิเดนเชียล
ผู้จัดการแทนเตรียมก้าวเท้าออกจากลิฟต์ แต่กลับถูกมือของเลขาหยุดไว้
“ ผู้จัดการแทนครับคุณเข้าไม่ได้ครับจากตรงนี้ไปให้เป็หน้าที่ของผู้จัดการคุณซูไม่ชอบถูกคนอื่นรบกวน ระหว่างที่เขาอยู่ในโรงแรมของคุณระบบรักษาความปลอดภัยของโรงแรมคุณต้องเป็คนรับผิดชอบอย่าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา”
ด้วยความฉลาดของเขาทำให้ผู้จัดการแทนเข้าใจความหมายที่แท้จริงของผู้ช่วยถึงแม้จะหยุดชะงัก แต่เขากลับตอบสนองอย่างรวดเร็วแล้วพยักหน้า“เข้าใจนายเข้าใจดีคุณซูไม่ต้องกังวลครับผมเข้าใจแล้วคุณไม่ต้องกังวล โรงแรมของเราเป็โรงแรมที่ดีที่สุดในเมืองเอ็กซ์แน่นอนว่าระบบความปลอดภัยด้วย ”
“ ดีครับ” หลังจากที่เลขาพูดจบก็รอให้ลั่วชิงหยุนและเ้านายเดินออกจากลิฟต์เขาปิดประตูลงและมองดูลิฟต์ที่ลงไป