บรรยากาศภายในลานกว้างในห้วงเวลานั้นเงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน
เสียงลมหายใจของผู้คนนับพันรอบตัว มันได้กลายเป็นสิ่งที่รับรู้ได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
หย่าเฟย หวูเหยียนจี รวมถึงคณบดีและอาจารย์อีกนับหลายสิบยืนแข็งค้างอยู่กับที่ ร่างกายของแต่ละคนสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในอก เป็นเหมือนแรงสะเทือนทางจิตวิญญาณที่ถาโถมเข้าใส่อย่างรุนแรง
แม้แต่นักเรียนมากมายซึ่งยืนรายล้อมอยู่รอบด้าน พวกเขาก็ยังมองเห็นทุกสิ่งได้อย่างชัดเจน
สัญลักษณ์ต้นไม้สีม่วงทองที่ถูกสลักเอาไว้กางเต็มแผ่นหลังของหวงเยี่ย ตั้งแต่ช่วงลำคอทอดยาวลงมาจนถึงช่วงเอว ลวดลายแตกแขนงออกเป็นกิ่งก้านซับซ้อนเหมือนต้นไม้ที่หยั่งรากลึกลงไปในจักรวาล เส้นสายแผ่กระจายออกไปอย่างมีจังหวะราวกับกำลังเคลื่อนไหว
สัญลักษณ์นั้นเปล่งแสงสะท้อนพลังวิญญาณออกมาเป็นระลอกวูบวาบ แสงม่วงทองสลับกันเรืองรองขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ เหมือนมันกำลังหายใจเข้าออกอย่างมีชีวิต มีชีพจร มีความรู้สึก และมีเจตจำนงเป็นของตนเอง
ประกายที่สาดออกมาได้กดดันไปถึงจิตสำนึกของผู้ที่จ้องมอง เหมือนทุกคนกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มิอาจล่วงเกินได้
แล้วความเงียบที่ตามมามันก็คือความโกลาหลที่ปะทุขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“สัญลักษณ์แห่งตำนาน?! นั่นคือสัญลักษณ์แห่งตำนานสำหรับนักล่ามังกรที่ปลุกเจตจำนงระดับเทพขึ้นมาได้!”
“พระเจ้าช่วย! เจ้าชายน้อยไม่ใช่มีเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาเรอะ?! แล้วทำไมเจตจำนงของเขาถึงได้กลายมาเป็นระดับเทพไปแล้วละ!”
บางเสียงเริ่มแฝงความหวาดระแวง
“ภาพลวงตา! นี่จะต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ ข้าว่ามันต้องเป็นเช่นนั้นละ”
“ไม่ผิด! หรือไอ้เจ้าชายน้อยคนนี้จะเข้าไปในร้านสักเพื่อสร้างสัญลักษณ์พวกนี้ขึ้นมากัน?!”
ความคิดเห็นมากมายปรากฏและดังกึกก้องไปทั่วทั้งอาณาเขต
เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงโต้เถียง เสียงโต้เถียงกลายเป็นเสียงตะโกน ความวุ่นวายแผ่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
บรรดานักเรียนจำนวนมากที่กำลังใช้สมาร์ทโฟนบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ ทั้งหมดต่างรีบโฟกัสเข้าไปยังแผ่นหลังของเขา หน้าจอหลายร้อยเครื่องสะท้อนภาพเดียวกันอย่างชัดเจน ราวกับกำลังบันทึกเหตุการณ์ซึ่งอาจถูกจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์
ในเวลาเดียวกัน ตัวของหย่าเฟยก็สั่นสะท้านจนยากจะควบคุม
ใบหน้าอันงดงามของนางซีดลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมสะท้อนแสงจากสัญลักษณ์นั้นอย่างชัดเจน
ก่อนที่นางจะยกมือขึ้น ฝ่ามือเรียวสวยค่อยๆเอื้อมออกไปแตะยังแผ่นหลังของหวงเยี่ย
“เจตจำนงระดับ..”
คำพูดยังไม่ทันจบ
พริบตาที่ฝ่ามือของนางสัมผัสเข้ากับสัญลักษณ์ดังกล่าว แรงสะเทือนบางอย่างก็พุ่งผ่านเข้ามาในสติของนางอย่างฉับพลัน
เหนือฟากฟ้า ภาพสะท้อนขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นราวกับภาพลวงตาและเด่นชัดจนยากจะปฏิเสธ
เงาร่างของเทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์ปรากฏออกมาอย่างสง่างาม
ต้นไม้ยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านออกไปไร้ขอบเขต ใบไม้เปล่งประกายสีทองเหมือนดวงดาวที่ส่องสว่าง ลำต้นสูงตระหง่านทอดยาวขึ้นไปจนทะลุเมฆา รากหยั่งลึกลงสู่พื้นพิภพ เสมือนเชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งเข้าไว้ด้วยกัน
ภาพนั้นแฝงพลังอำนาจที่แท้จริง เหมือนกำลังถาโถมเข้าใส่สติและความนึกคิดของหย่าเฟยอย่างไร้ปรานี
นัยน์ตาสีแดงของนางเบิกกว้าง สะท้อนภาพต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่เกินคำบรรยาย
หัวใจเต้นกระหน่ำราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งซึ่งอยู่เหนือกฎเกณฑ์ของโลก จนแรงกดดันทางจิตวิญญาณทำให้นางต้องรีบถอนฝ่ามือกลับมาโดยทันที พร้อมกับลมหายใจของหย่าเฟยที่สั่นไหว
“ขะ.. ของจริง!”
“นี่คือเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพ!”
คำยืนยันนั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางลานกว้าง ความโกลาหลซึ่งยังคงดังก้องพลันหยุดชะงักอีกครั้ง
หย่าอี้หานที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะกล่าวแทรกขึ้น
“มันก็ต้องของจริงสิลูกรัก! เพราะนี่คือเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพอันดับที่หนึ่ง รูปแบบเทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์!”
“พวกเราตรวจสอบดูแล้ว.. ไม่ใช่สิ พวกเราทุกคนต่างได้เห็นการปรากฏขึ้นของเจตจำนงระดับเทพด้วยตาตนเองเลยละ”
คำพูดดังกล่าวตอกย้ำความจริงอย่างชัดเจน
ไม่มีช่องว่างให้ข้อสงสัย
ไม่มีที่ยืนสำหรับคำกล่าวหา
สัญลักษณ์ต้นไม้สีม่วงทองบนแผ่นหลังของหวงเยี่ยยังคงเปล่งประกายอย่างสม่ำเสมอ ราวกับกำลังประกาศต่อผู้คนทั้งหมดว่าเจตจำนงระดับเทพไม่ใช่เพียงภาพลวงตา ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเล่ห์กลใดๆทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่ยืนหยัดอยู่ตรงหน้า
จนหวงเยี่ยได้ยกเสื้อผ้าส่วนบนขึ้นมาสวมกลับอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนที่จะหยิบชุดโค้ทสีดำยาวตัวเก่งขึ้นมาคลุมทับอีกครั้ง และจัดชายโค้ทให้เรียบร้อยราวกับกำลังปิดม่านฉากหนึ่งของเหตุการณ์ที่เพิ่งสั่นสะเทือนผู้คนทั้งมหาวิทยาลัย
จากนั้นหวงเยี่ยจึงหันสายตามองไปยังหย่าเฟยและคณบดีหวูเหยียนจี รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าสง่างามของเขา
“ประมาณนั้นแหละท่านผู้อำนวยการ ท่านอาจารย์”
“อันที่จริงมีหลายเรื่องเลยที่ข้าอยากจะบอกกล่าวให้กับพวกท่านฟัง!”
“งั้นพวกเราไปยังห้องเงียบๆเพื่อพูดคุยกันดีไหม?”
หย่าเฟยพยักหน้ารับแทบจะในทันที
ดวงตาของนางยังคงสะท้อนภาพสัญลักษณ์ที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่ แม้สัญลักษณ์นั้นจะถูกปกปิดไว้ใต้เสื้อผ้าแล้วก็ตาม
นางก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะยื่นมือไปจับยังข้อแขนของเขาอย่างมั่นคง
“ตามข้ามา!”
พริบตาถัดมา ปีกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สีเพลิงก็แผ่ขยายออกจากแผ่นหลังของหย่าเฟย เปล่งประกายเรืองรองอย่างงดงาม ลำแสงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งสองจะหายวับเข้าไปยังส่วนลึกของมหาวิทยาลัยเทพอสูรอย่างรวดเร็ว
หวูเหยียนจีที่เห็นภาพนั้นถึงกับเบิกตากว้าง
แม้แต่หย่าอี้หานที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ยังเผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะยกมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ
“ลูกสาวข้าช่างใจร้อนจริงๆ”
ไม่นานปีกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหวูเหยียนจีและหย่าอี้หานก็แผ่กางออกพร้อมกัน ทั้งสองทะยานขึ้นสู่ฟ้าอย่างรวดเร็ว ไล่ตามร่างที่หายลับเข้าไปในส่วนลึกของมหาวิทยาลัย ทิ้งไว้เพียงลานกว้างซึ่งยังเต็มไปด้วยนักเรียนจำนวนมหาศาลที่ยืนตะลึงกับเหตุการณ์ทั้งหมด
เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
บางคนยังยืนถือสมาร์ทโฟนค้างอยู่ในมือ หน้าจอสะท้อนภาพก่อนหน้าซ้ำไปซ้ำมา
บางคนรีบก้มหน้ากดพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา ข่าวสารของหวงเยี่ยก็แผ่สะพัดไปทั่วเครือข่ายแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยด้วยความเร็วที่แทบไม่น่าเชื่อ
กระทู้หนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ หัวข้อกระทู้ถูกตั้งขึ้นอย่างเร้าใจ
และในเวลาไม่กี่ลมหายใจ ความคิดเห็นจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาราวกับน้ำหลาก
《พระเจ้าช่วย! ท่านมังกรเพลิงทรราชไปรับไอ้เจ้าชายน้อยด้วยตนเองเลยวะ!》
《ข้าควรจะตกใจเรื่องไหนดีละ ทั้งเรื่องที่ท่านหย่าอี้หานมาส่งเจ้าหวงเยี่ยด้วยตนเอง หรือเรื่องที่เจตจำนงของมันกลายเป็นระดับเทพน่ะ》
《ของจริงหรือเปล่า? หรือว่าจะเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา!》
ความคิดเห็นใหม่ปรากฏแทบทุกวินาที ตัวเลขการเข้าชมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
《ข้าตอบแทนคอมเมนต์บนละกัน เพราะข้าก็อยู่ภายในลานกว้างด้วย บอกเลยว่ามันเป็นของจริงแท้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็น สัญลักษณ์บนแผ่นหลังของเจ้าเด็กนี่เปล่งแสงพลังวิญญาณสะท้อนออกมาอย่างวูบวาบ ทั้งยังได้รับการยืนยันโดยท่านมังกรเพลิงทรราชด้วยตนเองอีกด้วย》
《นี่มันสุดยอดมาก! หมายความว่ามหาวิทยาลัยเทพอสูรของเราก็จะมีนักล่ามังกรที่ครอบครองเจตจำนงระดับเทพเป็นสองคนแล้วสินะ คนแรกคือท่านผู้อำนวยการที่มีเจตจำนงธาตุไฟระดับเทพ และไอ้เจ้าชายน้อยหวงเยี่ยที่มีเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพ》
ถ้อยคำเหล่านั้นถูกส่งต่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า นักเรียนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เริ่มตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกต และแสดงความเห็นกันอย่างดุเดือด
บางรายแสดงความยินดีอย่างสุดเสียง
บางรายเผยความอิจฉาอย่างไม่ปิดบัง
บางรายยังคงสงสัย แม้จะมีการยืนยันจากมังกรเพลิงทรราชแล้วก็ตาม แต่ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นเช่นไร สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ข่าวการกลับมาของหวงเยี่ยและการปรากฏของเจตจำนงระดับเทพ มันได้สั่นสะเทือนทั้งมหาวิทยาลัยเทพอสูรอย่างแท้จริง
..
ไปเข้าร้านสัก คิดได้ไงวะ 55+