อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 47

    บรรยากาศหน้าถ้ำพลันเงียบสนิท มีเพียงเสียงนกและเสียงลมพัดกรูเกรียวด้วยความรุนแรงกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ติดตามพ่อครูจายเปิงพากันถอยกรูดเข้าไปหาพ่อครูจายเปิงอย่างพร้อมเพรียงเพราะคิดว่าแม่หญิงที่ถูกบั่นคอไปนั้นมิใช่มนุษย์ หากแต่เป็นปีศาจร้ายหรือไม่ก็เป็นผีปอบผีกะอย่างแน่นอนทางด้านเจ้าภูแสนนั้นฤา ก็สัมผัสได้ว่าอลินตาไม่ได้รับอันตรายจากเหตุร้ายครานี้แอบโล่งใจไม่น้อย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าอลินตาอยู่ที่ไหนเข้าไปในถ้ำแล้วหรือยังส่วนชัยยันต์หันมองซ้ายขวาล่อกแล่ก เริ่มกลัวอลินตานิดๆ พึมพำเบาๆ เคล้าเสียงที่สั่นเครือหน่อยๆ

                    “เราพวกเดียวกันนะอลินตา”พลัน.. เสียงบินพึ่บพั่บก็หยุดไป พ่อครูจายเปิงสอดส่ายสายตากวาดมองไปรอบๆปากถ้ำด้วยความวิตกอย่างถึงที่สุดเหงื่อกาฬไหลอาบไปทั้งตัวทั้งที่บรรยากาศยามค่ำคืนเช่นนี้มันเย็นจนนึกว่าอยู่เมืองหิมะตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีใครหรือภูตผีตนใดทำให้พ่อครูขวัญกระเจิงได้ถึงเพียงนี้คนสนิทของพ่อครูจายเปิงเองก็หายใจไม่ทั่วท้องความเงียบที่เงียบจนวิเวกวังเวงนั้นทำเอาทุกคนต้องหยุดราวกับว่ากาลเวลาได้ถูกหยุดเอาไว้ก็มิปาน

                    พ่อครูจายเปิงหันมองไปมารอบป่าพร้อมทำปากขมุบขมิบอย่างร้อนรนเหมือนดังว่ากำลังจะมีเหตุเพศภัยเกิดขึ้นกับตนกระนั้นมันเป็นสัญชาตญาณที่รับรู้ได้ถึงอันตรายที่จะมีในไม่ช้า ซึ่งส่วนมากหมอผีจะมีลางสังหรณ์เช่นนี้กันทุกผู้คน..และไม่ทันจะได้พึมพำคาถาจบ พลัน..

                    “ฉึก.. ฉึกๆๆๆๆ”ตะปูอาคมที่ทิ่มแทงอยู่รอบตัวตุ๊กตาลูกเทพก็ลอยหวือพุ่งเข้าทิ่มแทงร่างของพ่อครูจายเปิงอย่างจัง

                    “อ๊ากกกกกก!!!!”เสียงร้องอย่างเจ็บปวดทรมานทำให้ทุกคนหันไปมองทางพ่อครูจายเปิงแทบจะพร้อมเพรียงและเจ้าภูแสนก็ไม่ทันให้ใครได้ตั้งตัว กระโดดพุ่งเข้าฟาดก้านคอยาติ่นคนสนิทของพ่อครูจายเปิงอย่างแรงหน้าคนโดนฝ่าเท้าของเจ้าภูแสนนี่คือเกือบหลุดออกจากบ่า ชัยยันตร์เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้าเข้าต่อสู้กับสมุนของพ่อครูจายเปิงด้วยความแกล้วกล้ากระนั้น ก๋วย.. สิ่งสำคัญของอลินตาชัยยันตร์ก็กอดเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีนี่คือข้อดีของชัยยันตร์ที่มีสัจจะยิ่งชีวิต เพราะเมื่อได้รับปากอะไรใครไว้ก็จะทำให้ได้ตามที่รับปากอย่างถึงที่สุด

                    เมื่อทุกคนอยู่ในช่วงชุลมุนก็ไม่มีใครจะสามารถเข้ามาช่วยพ่อครูจายเปิงได้ทำให้พ่อครูจายเปิงต้องทรุดลงกองไปกับพื้น พลันนั้น.. เสียงหวานใส แต่แฝงไว้ด้วยความดุเดือดก็ดังขึ้น

                    “นี่แหละที่เขาเรียกว่าให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว!”พ่อครูจายเปิงได้ยินถึงกับสะดุ้งเฮือกหันกลับมาก็แทบจะตาถลนเมื่อเห็นอลินตาขี่หลังเสือโคร่งตัวเบ้อเร่อตัวหนึ่งเดินออกมาจากในถ้ำตามหลังมาด้วย กุมารสมุทร กุมารสินเธาว์ และปู่โสมเฝ้าทรัพย์

                    คนที่อยู่หน้าถ้ำทั้งหมดหันไปมองอลินตาด้วยแววตาที่แยกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน ฝ่ายของเจ้าภูแสนนั้นแววตาบ่งบอกเลยว่าดีใจที่อลินตาปลอดภัย แต่ฝ่ายพ่อครูจายเปิงนี่สิดวงตาเบิกโพลงเท่าไข่ห่านแทบไม่เชื่อสายตาและประหลาดใจราวกับเห็นผีที่อยู่ๆ อลินตาก็โผล่ออกมาจากในถ้ำ

                    ฉับพลันจังหวะทีเผลอยาติ่นลูกน้องคนสนิทที่สะพายย่ามสีแดงเลือดหมูก็ชักมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในตัวขว้างออกไปอย่างรวดเร็วแต่ยังเร็วน้อยไป เพราะอลินตาตาไวยิ่งกว่าสายตาเหยี่ยวหญิงสาวโชว์สเต็ปสะพานโค้งบนหลังเสือมันซะเลยตัวอ่อนมากเวอร์  และอลินตาก็ไวยิ่งกว่าพายุสามฤดูมัดรวมกันเมื่อเจ้าตัวหลบมีดของยาติ่นได้ก็เอี้ยวตัวขึ้นมาแล้วดึงมีดเล็กของตนเองจากผ้าพันศีรษะที่เคยโชว์อวยชัยตอนอยู่บนห้างอลินตาขว้างมีดออกไปทางยาติ่น และ

                    “ฉึก...!”

                    “อ๊าก.....”โดนไปดอกเดียวแต่ร้องสนั่นป่า มีดสั้นปักเข้าที่ต้นขาของยาติ่นพอดีเป๋งอลินตาเห็นดังนั้นก็พูดขึ้นน้ำเสียงมั่นใจ

                    “เจ็บแผลแป่บนะฉันสั่งงานก่อนแล้วจะไปหา” ยาติ่นหันขวับจะมาหาเหรอ ทั้งที่เจ็บตัวแต่ยังขนลุกเกรียวสยองขึ้นมาทันที อยากลุกขึ้นวิ่งเอาหัวโขกต้นสักตายเสียบัดเดี๋ยวนั้น นังปีศาจร้ายเขาไม่เคยเห็นใครร้ายกาจได้ขนาดนี้และที่สำคัญยาติ่นไม่เคยเห็นพ่อครูจายเปิงเสียท่าใครได้ถึงเพียงนี้มาก่อนในชีวิตเลยเช่นกันอลินตาไม่ได้สนใจยาติ่นสักนิด หญิงสาวกระโดดลงจากหลังเสือตัวใหญ่ก่อนหันไปสั่งความ

                    “สินเธาว์ สมุทรไปจัดการที่สั่งให้เรียบร้อย...”

                    “ครับ แม่อิลิน..”กุมารทั้งสองรับคำสั่งแล้วก็หายตัววับไปในทันทีเมื่อสั่งความกุมารทั้งสองเสร็จเรียบร้อยแล้วอลินตาก็ทำการสวดมนต์พึมพำสักครู่หนึ่ง จากนั้นเดินอ้อมไปทางด้านหน้าของเสือที่ตัวเองใช้เป็นพาหนะมาถึงถ้ำแบมือโบกไปมาบริเวณใบหน้าของเสือตัวนั้นซึ่งดูท่าเสือตนนั้นจะเชื่องมากเสียด้วย อลินตาดีดนิ้วเป๊าะ

                    พลัน..เสือร่างใหญ่น่าเกรงขามก็กลายสภาพเป็นอวยชัยเมื่อเสือกลายเป็นมนุษย์นามว่าอวยชัยแล้วอวยชัยก็ล้มตึงลงไปกองกับพื้นหมดแรงข้าวต้มเชียวล่ะ เจ้าภูแสน ชัยยันตร์ และหนานเมืองอินทร์แทบไม่เชื่อสายตาเกินจะคาดคิด

                    “ไม่ต้องกลัวว่าอวยชัยจะแปลงร่างจับคนกินสุ่มสี่สุ่มห้านายคนนี้ก็เป็นคนธรรมดาคนนึง แต่มีดวงพยัคฆ์พิฆาตเป็นคนดวงแข็งและเปี่ยมด้วยความยุติธรรมดวงคนที่ปกครองและทำให้อวยชัยกลายร่างเป็นเสือได้ก็คือดวงของเจ้าภูแสนและฉันเท่านั้น”อลินตาหันมายิ้มให้เจ้าภูแสน ทีเจ้ายังออกคำสั่งกับน้องควายของเธอได้แล้วทำไมเธอจะใช้คนของเจ้าไม่ได้ล่ะเจ้าภูแสนรู้ทันความคิดนั้นของอลินตาชายหนุ่มยิ้มอ่อนจะไม่เสียเปรียบให้สักนิดเลยใช่ไหมอลินตาขยิบตาให้เจ้าภูแสนข้างเดียวเป็นเชิงล้อเลียน แล้วหันไปพูดกับอวยชัย

                    “ไม่เคยออกกำลังกายก็เงี้ยะวิ่งแค่สิบกว่ากิโล ทำเป็นเข่าทรุด” อวยชัยเหล่มองอลินตาช่างกล้าพูดตั้งสิบกว่ากิโล ไหนยังจะต้องแบกร่างอลินตาไว้บนหลังอีก ไม่ใช่นักวิ่งไตรกีฬานะแม่คุณสมิงหนุ่มค้อนอลินตาด้วยความหมั่นไส้เจ้าภูแสนก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความอิดหนาระอาใจกับฤทธิ์เดชขอเธอ

                    “ยังไหวนะ?”อลินตาถามอวยชัย แต่เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบเพราะเมื่อถามเสร็จก็หันไปทางปู่โสมก่อนจะยื่นแผ่นยันต์สีน้ำเงินให้อีกครั้งซึ่งเมื่อปู่โสมมองเห็นก็จำได้ว่านี่มันเป็นยันต์สัญญาว่าจ้างของอลินตาปู่โสมเห็นก็รีบท้วงขึ้น

                    “ข้าป้ายเงาวิญญาณสั่งจ้างแม่หญิงไปแล้วลืมหรือเปล่า?” อลินตาได้ยินที่ปู่โสมท้วงก็ส่ายหน้าดิก

     

                    “ไม่ได้ลืมป้ายเงาครั้งแรกน่ะเป็นการตกลงสั่งจ้างป้ายเงาครั้งนี้เป็นการลงอักขระวิญญาณที่จะจ่ายค่าจ้างตามสัญญาแล้วก็มีพยานด้วยสองตน” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้อลินตาก็หันหน้าซ้ายขวาเหมือนกำลังมองหาใครอยู่

                    “ออ.. มาพอดี”พูดจบก็ปรากฏร่างนางไม้ และกุมภัณฑ์ยักษ์ผู้ทำหน้าที่ปกป้องภูเขาแห่งนี้อีกชั้น ซึ่งปู่โสมทำหน้าที่เฝ้าทรัพย์แต่ชั้นนอกนั้นยักษาร่างใหญ่ทะมึนผู้นี้เป็นผู้ดูแลทั้งหมดปู่โสมถึงกับอึ้งไปในสิ่งที่อลินตาทำ

                    “นี่ต้องขนาดนี้เลยเหรอแม่หญิงไม่ไว้ใจกันนี่นา.. ก็รู้อยู่ว่าฉันไม่โกงแน่นอ..” ยังไม่ทันที่ปู่โสมจะบ่นจบอลินตาก็โบกมือขึ้นตรงหน้าเป็นเชิงห้าม

                    “ก็นี่มันเป็นธุรกิจของฉัน..ถ้าปู่โสมไม่ทำ ฉันก็จะเรียกพวกสมิงที่ฉันเพิ่งปราบให้มาทำการรวมอำนาจกับตาลุงนั่น” พูดพลางชี้มือไปทางพ่อครูจายเปิงที่กำลังเจ็บหนักจากตะปูอาคมของตัวเอง

                    “แล้วให้พวกนั้นขนสมบัติไปจากถ้ำทั้งหมดดีไหมคะปู่...?”อลินตาตัดบทแบบโนสนโนแคร์ ซึ่งปู่โสมเฝ้าทรัพย์ผู้เกรียงไกรรู้ดีแก่ใจว่ามีเพียงอลินตาเท่านั้นที่จะยับยั้งคนโฉดละโมบโลภมากพวกนี้ได้...

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน