“คุณชื่อเมอร์ลินงั้นหรือ” สายตาของเขาบอกความดูหมิ่นเมอร์ลินขมวดคิ้ววางโทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือลง ถึงอย่างไรมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว ไรเหงื่อชื้นขึ้นบนฝ่ามือจนต้องเช็ดกับกางเกงที่สวมอยู่“คะ”“เปล่าหรอก ผมหมายถึงว่า...คุณชื่อเมอร์ลินใช่ไหมล่ะ” เขาถามซ้ำอีกครั้งคราวนี้นวลแก้มของเธอแดงเรื่อขึ้นด้วยความโกรธ“ใช่...ฉันชื่อเมอร์ลิน” เธอกระแทกเสียงตอบ“แล้วคุณสามารถร่ายเวทมนตร์คาถาอย่างแม่มดเมอร์ลินตัวจริงไหมล่ะ” มุมปากหยักขึ้นเหมือนจะเป็นรอยยิ้ม แต่ดวงตาชาเย็นยิ่งนัก“ไม่รู้สิคะ ยังไม่เคยลองดูเลย”“ในโลกนี้มันไม่มีอะไรที่ใช้มนต์คาถาสร้างความมหัศจรรย์ขึ้นมาได้หรอก” เขาหัวเราะเสียงขื่น “แล้วทำไมคุณถึงต้องชื่ออย่างนั้นด้วยล่ะ” เขาถามห้วน ๆ“ก็หลังจากที่แม่ฉันคลอดพี่ชายแล้วก็ทำหมันเลยน่ะสิคะ” เมอร์ลินเล่าให้เขาฟังด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “เพราะฉะนั้นแม่ก็เลยแปลกใจมากที่อีก 8 ปีต่อมา แม่พบว่าแม่ตั้งท้องฉันอีก”“อา...นี่แหละที่เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริง ๆ ” พูดเสียงหนัก ๆ“ก็ใช่น่ะสิคะ และยิ่งถ้าจะพิจารณาถึงว่าพ่อกับแม่ของฉันไม่ค่อยจะมีเวลามากพอที่จะพบกันหรือร่วมรักกันด้วยแล้วมันก็ยิ่งเป็นเรื่องน่าตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว” เมอร์ลินพยักหน้า “และตอนนี้พ่อก็เลยต้องเป็นคนทำหมันเสียเอง”“น่าเห็นใจจริง” เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ และเมอร์ลินก็ไหวไหล่เบา ๆ“ฉันคิดว่าพ่อคงไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไรนักหรอกค่ะที่พบว่าตัวเองมีลูกเล็ก ๆ อีกคนตอนที่อายุตั้ง 46 เข้าไปแล้ว”“ดื่มอะไรหน่อยไหมล่ะ” แรนด์เอ่ยถามขึ้น เขารินเหล้าใส่แก้วให้ตัวเองขณะรอฟังคำตอบจากเธออยู่“ฉันคิดว่าแค่กาแฟก็ดีพอแล้วละค่ะ”“ป่านนี้มันเย็นหมดแล้วละ” เขาบอกอย่างไม่เห็นด้วย“งั้นฉันจะชงใหม่เอง” เธอบอกพร้อมกับเอื้อมไปหยิบถาด ท่าทางที่เขากำลังกินเหล้าอยู่ในเวลานี้บอกให้รู้ว่าเขาควรจะได้กินกาแฟดำตามเข้าไปในอีกไม่นาน นอกเสียจากว่านี่เป็นวิธีการใช้ชีวิตตามแบบของเขาในทุกวันนี้เธอพอรู้ว่าในระยะหลังๆ เขามอบหมายงานด้านธุรกิจให้ผู้ช่วยทำเสียเป็นส่วนใหญ่“แล้วคุณมีฝีมือพอจะทำอาหารสำหรับเราสองคนกินด้วยไหมล่ะ” เขาเอ่ยถามขึ้น “ปกติแล้วพวกคนรับใช้ในบ้านนี้เขาจะมาจากหมู่บ้านทุกวัน แต่ว่าวันนี้ผมให้ทุกคนหยุดพัก” เขาพูดเป็นเชิงอธิบายถ้าจะมองดูสภาพของอากาศก็น่าจะคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ออกจะฉลาดอยู่ แรนด์อาจจะเบื่อหน่ายกับแขกที่ไม่ต้องการเต็มบ้านแทนที่จะเป็นเพียงคนเดียวเช่นเธอก็ได้เท่าที่เมอร์ลินรู้มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวจนเกินไปนัก“ฉันจะลองดูค่ะ” เธอพยักหน้ารับ บางทีอาหารจะเข้าไปช่วยเขาลดความมึนเมาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ลงได้บ้างมันเป็นห้องครัวที่สมบูรณ์แบบก็จริง แต่คล้ายกับไม่ได้ใช้มานาน มีเตาหุงต้มขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ประกอบด้วยกระทะ หม้อทองแดงที่แขวนไว้ด้านบนเหนือเคาน์เตอร์ และแม้จะไม่ได้ใช้มานานอย่างที่เธอคิด แต่ก็ได้รับการดูแลรักษาอย่างดียิ่ง ทุกสิ่งที่เป็นเครื่องใช้ไม้สอยในห้องครัวนี้ล้วนทันสมัย นับแต่ที่ล้างจานไปจนถึงมีดไฟฟ้าโนฟรีซเซอร์มีอาหารสำเร็จที่เพียงแต่เอาเข้าอุ่นในเตาไม่โครเวฟและเอาไปอบในเตาอีกครั้งก็ใช้ได้ เมอร์ลินรู้สึกขอบใจที่คนครัวไม่ได้มาทำงานวันนี้ขณะหยิบอาหารจากในนั้นออกมาปรุงใหม่ กลิ่นหอมหวนของบีฟ กัสเซอรอน ชวนให้หิวอันที่จริง ห้องครัวในแฟลตที่พักของเธอก็ทันสมัยเพียงแต่มันไม่ดูหรูหราเช่นห้องครัวในบ้านหลังนี้เท่านั้นเมอร์ลินมีความสุขที่ได้ทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยตัวเองถึงกับฮัมเพลงอยู่ในลำคอเบา ๆ ตอนที่เอาพายแอปเปิลใส่เข้าไปในเตาอบ แต่แล้วเสียงฮัมนั้นก็หยุดลงทันที หน้าแดงจัดขึ้น เมื่อหันไปพบแรนด์ คามิเกล ยืนพิงผนังห้องครัวมองดูเธออยู่ ดูเหมือนเขาจะจับสังเกตเธอไปหมดในทุกอิริยาบถ“ผมเห็นคุณหายตัวไปตั้งแต่ตอนที่ชงกาแฟออกไปวางไว้ให้ ซึ่งนี่มันก็เกือบชั่วโมงแล้ว ผมก็เลยคิดว่าบางทีคุณอาจจะแอบออกประตูหลังบ้านไปแล้วก็ได้” เขาเอ่ยขึ้นเมอร์ลินอดนิ่วหน้าไม่ได้ เมื่อเขาพูดคล้ายกับว่าเธอเป็นนักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ที่นี่ แต่เมื่อคิดเลยไปถึงสภาพของถนนกับโทรศัพท์ที่ถูกตัดขาด สภาพของเธอเองก็คงไม่ผิดไปกว่านักโทษเท่าไรนัก“แหม คุณพูดอย่างกับฉันไม่รู้คุณคนอย่างนั้นแหละ” เธอพยายามเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมาอย่างสุดความสามารถ“แต่บางทีมันก็อาจจะเป็นความฉลาดก็ได้นะ” เขายืดร่างขึ้น “เอ...ผมเกือบเมาแล้วละสินี่”“เมาแล้วหรือคะ” เธอไม่เห็นว่าเขาจะมีท่าทางเช่นนั้นเลย และแรนด์ก็พยักหน้าอย่างรู้ทันในความคิดของเธอ“ผมคงพูดผิดไป น่าจะเรียกว่าเกือบหายเมามากกว่าเพราะว่าก่อนหน้านี้ผมกินกาแฟดำเข้าไปถึงสองถ้วยแล้วก็ขึ้นไปอาบน้ำ ตอนนี้เพียงแค่มึน ๆ เท่านั้น”เธอสังเกตเห็นความเปียกชื้นของเรือนผม เชื่อแน่ว่าเขาจะต้องไปอาบน้ำมาแล้วอย่างที่พูด ความเหนื่อยหน่ายความโกรธเคืองในตอนแรกดูจะจางหายไปจากดวงตา แต่มันมีแววคล้าย ๆ ยอมแพ้เข้ามาแทนที่“ฉันคิดว่าคุณจะชอบอาหารที่ฉันทำนะคะ” เมอร์ลินพูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ความตึงเครียดที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ค่อยคลายลงเมื่อแน่ใจว่าเธอจะต้องไม่เผชิญหน้ากับเจ้าของบ้านที่กำลังเมา เพราะถึงแม้เขาจะไม่เมาก็ดูน่ากลัวอันตรายอยู่แล้ว “ฉันทำบีฟ กัสเซอรอลกินกับมันฝรั่งอบ แล้วก็มีพายแอปเปิล...”“ผมเชื่อเลยว่าต้องดีแน่” เขาตัดบทเหมือนเช่นผู้ชายทั้งหลายที่ไม่สนใจเรื่องอาหารการกินเท่าไรนัก ที่กิน ๆ เข้าไปก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นเท่านั้น“ค่ะ เอ้อ...เอาอย่างนี้ดีไหมคะ คุณออกไปคอยที่ห้องข้างนอกก่อน... ”“ไม่ต้องหรอก” เขาตัดบทเสียงเบาเมอร์ลินบังเกิดความระแวงแบบใหม่ขึ้นมาเมื่อสังเกตเห็นสายตาของเขาที่พิจารณาสัดส่วนบนเรือนร่างของเธออยู่ช้า ๆ เรือนผมที่ขมวดมุ่นเป็นมวยอยู่ตรงท้ายทอยราวจะตั้งขึ้นพร้อมกัน เมื่อความหวาดระแวงผ่านไปตามไขสันหลังหน้าอกหน้าใจก็ดูราวจะเครียดเขม็งชูชันขึ้นใต้เสื้อ“มานี่สิ” แรนด์สั่งด้วยน้ำเสียงห้วนห้าว ซึ่งทำให้เธอต้องหันขวับไปมองหน้าเขาทันที“อะไรนะคะ” เมอร์ลินแทบไม่หายใจเขาเลิกคิ้วสูงเมื่อมองเห็นท่าทางตื่น ๆ ของเธอ
“ผมบอกว่าให้มานี่” เขากล่าวซ้ำช้าๆ สายตาจรดจ้องมองดูหน้าอกที่ราวจะดันเสื้อที่สวมทับไว้ออกมาเมอร์ลินมีความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นกระบอกที่เชือกถูกกระตุกขึ้นตอนที่เดินข้ามห้องไปยืนอยู่ตรงหน้าเขา ดวงตาคู่สีเขียวขาบเงยขึ้นจ้องหน้าเขาอยู่ ลมหายใจติดขัดอยู่เพียงแค่ลำคอขณะรอเวลาที่เขาจะสั่งให้เธอทำอะไรต่อไปแรนด์ประสานสายตาอยู่ด้วยดวงตาที่หรี่ลง แรงสะท้อนขึ้นลงตรงแผงอกบอกให้รู้ว่าลมหายใจของเขาก็เต็มตื่นเต็มที แต่ทันใดเสียงกริ่งจากตู้ไมโครเวฟก็ดังขึ้น เมอร์ลินเห็นดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นอย่างขัดใจ“แป้งติดอยู่ตรงปลายจมูกของคุณแน่ะ” เขาบอกห้วน ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากที่นั่นไปเมอร์ลินยกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบแป้งออก มันเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะขณะนั้นเธอก็ยังมอง ตามร่างที่กระแทกเท้าปัง ๆ ออกไปจากห้องครัว รู้อยู่แก่ใจว่าการที่เขาสั่งให้เธอเดินเข้ามาหานั้นมันไม่ใช่เพราะเหตุผลเรื่องนี้ มันอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกเสียใจเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ถ้ามันจะมีผู้หญิงอีกสักคนหนึ่งก้าวล่วงเข้ามาในชีวิตของเขาหลังจากที่ภรรยาได้ตายลง ก็คงจะไม่มีใครนอกจากเขากับผู้หญิงคนนั้นที่จะรู้ความหมายในเรื่องนี้ ก่อนหน้าที่เขาจะแต่งงานกับซูซี่ ฟอร์เรสเตอร์ ชื่อของแรนด์ติดอยู่ในคอลัมน์ข่าวสังคมแทบจะทุกวันก็ว่าได้ เป็นหนุ่มโสดที่มีผู้หญิงพ้องพานอยู่ในชีวิตมากมาย แต่นับ แต่วันที่ภรรยาตายลงเขาก็หายหน้าหายตาไป ไม่เคยกลับไปสู่สังคมในลอนดอนอีกเลย และแน่นอนที่เขาจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับวงสังคมชั้นสูงที่เขากับซูซี่เคยปรากฏด้วยกันอย่างมีความสุขอีกแต่ทว่าเมื่อครู่ที่ผ่านมานี้เอง เธอได้เห็นความต้องการทางกายที่ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา เป็นความต้องการที่เขามีต่อเมอร์ลินอย่างเห็นได้ชัด