
ร่างจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ที่นอนขดอยู่ท่ามกลางลานหินกว้าง แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้นางดูเหมือนประติมากรรมหยกที่ล้ำค่าที่สุดในโลก ขนสีขาวของนางเปล่งประกายราวกับผงเพชรที่โรยลงมาจาก์ ทุกเส้นขนดูนุ่มนวลและเรียบเนียน เหมือนผ้าไหมที่ทอด้วยแสงจันทร์ แต่ความงดงามนั้นกลับแฝงไปด้วยความทุกข์ทรมานที่แสนสาหัส หางสองหางของนางสั่นระริกอย่างรุนแรง ปลายหางที่ปกติจะฟูนุ่มบัดนี้กลับแข็งเกร็งและสั่นไม่หยุด
พลังหยินสีม่วงเข้มพุ่งพล่านออกมาจากร่างของนางอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับูเาไฟที่กำลังจะะเิ กระแสพลังงานเหล่านี้สร้างเป็เกลียวลมที่หมุนวนรอบตัวนาง ทำให้ใบไม้แห้งและเศษหินเล็กๆ ปลิวว่อนไปมา บางครั้งพลังหยินจะพุ่งขึ้นสูงเป็เสาแสงสีม่วง บางครั้งจะกระจายออกเป็คลื่นที่ทำให้อากาศรอบตัวสั่นะเื เสียงหวีดหวิวของลมที่เกิดจากการปล่อยพลังงานดังก้องไปทั่วหุบเขา
ใบหน้าของหูเม่ยในร่างจิ้งจอกแสดงออกถึงความเ็ปอย่างชัดเจน ดวงตาสีฟ้าครามที่ปกติจะใสสะอาดบัดนี้พร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตา ขนรอบดวงตาเปียกชุ่มด้วยเหงื่อที่ซึมออกมาจากความเ็ป ปากเล็กๆ อ้าค้างเพื่อหายใจหอบ ลิ้นสีชมพูห้อยออกมาเล็กน้อย ทุกการหายใจของนางดูลำบากและเ็ป ราวกับมีใครกำลังบีบคอนางอยู่
"ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมาย: หูเม่ย ปีศาจจิ้งจอกสองหาง ระดับ รวบรวมปราณขั้นปลาย พลังหยินบริสุทธิ์: ระดับ S สถานะ: วิกฤตพลังปราณตีกลับ" เสียงของระบบดังขึ้นอย่างตื่นเต้น "โฮสต์! นี่คือโอกาสทองที่หาไม่ได้อีกแล้ว นางกำลังพยายามข้ามขั้นสู่ระดับสามหางแต่ล้มเหลว พลังหยินที่มากเกินไปกำลังเผาไหม้เส้นลมปราณของนาง หากท่านเข้าไป 'ช่วย' นางในตอนนี้ ท่านจะได้ทั้งพลังและพันธนาการที่มั่นคง!"
ระบบอธิบายต่อด้วยความตื่นเต้น "การตีกลับของพลังปราณเกิดขึ้นเมื่อผู้ฝึกพยายามข้ามขั้นแต่ล้มเหลว พลังงานที่สะสมไว้จะกลับมาทำลายร่างกายของผู้ฝึกเอง ในกรณีของนาง พลังหยินที่บริสุทธิ์และเข้มข้นเกินไปกำลังเผาไหม้เส้นลมปราณจากภายใน หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ นางจะตายภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่หากมีผู้ชายที่มีพลังหยางเข้าไปช่วยดูดซับพลังหยินส่วนเกิน นางจะรอด และผู้ช่วยจะได้รับพลังหยินบริสุทธิ์ในปริมาณมหาศาล"
หลินเฟิงมองดูหูเม่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระหายและการวิเคราะห์ เขาไม่ได้มองนางเป็สิ่งมีชีวิตที่กำลังทุกข์ทรมาน แต่มองเป็โอกาสทองที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น ความงดงามของนางไม่ได้ทำให้เขาหลงใหล แต่กลับทำให้เขาคิดถึงวิธีการที่จะนาง เขาเปิดใช้งาน เนตรสิเน่หา ทันที
ในสายตาของเขา ร่างของหูเม่ยไม่ได้เป็เพียงสุนัขจิ้งจอกสีขาวอีกต่อไป แต่มันกลายเป็แผนที่พลังงานที่ซับซ้อน เขาเห็นเส้นลมปราณหลักที่เปล่งแสงสีน้ำเงินเข้มไหลเวียนไปทั่วร่างกาย แต่ในบางจุดแสงนั้นกลับเป็สีแดงวาบๆ บ่งบอกถึงการอักเสบและความเสียหาย เขาเห็นจุดชีพจรหลักที่โคนหางของนางกำลังส่องแสงสีแดงวาบๆ บ่งบอกถึงความเ็ปที่ถึงขีดสุด
และเขายังเห็น "จุดกระตุ้น" อื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ขนหนานุ่ม จุดเหล่านี้เปล่งแสงสีชมพูอ่อนๆ บ่งบอกว่าเป็จุดที่ไวต่อการัั หากได้รับการกระตุ้นที่ถูกต้อง จะเปลี่ยนความเ็ปให้กลายเป็ความหฤหรรษ์ ระบบได้วิเคราะห์และแสดงจุดเหล่านี้ให้เขาเห็นอย่างชัดเจน พร้อมกับคำแนะนำวิธีการกระตุ้นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
"ข้าจะเข้าไปหานางในฐานะผู้ช่วยชีวิต ไม่ใช่ผู้ล่า" หลินเฟิงวางแผนในใจอย่างรวดเร็ว สมองของเขาทำงานอย่างเ็าและคำนวณ เขาคิดถึงทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทุกคำพูดที่เขาจะต้องใช้ และทุกการกระทำที่จะทำให้นางเชื่อใจเขา
เขาเริ่มสลายกลิ่นอายที่ดุร้ายของตนเอง การปล่อยออร่าของนักล่าที่เขาเพิ่งใช้ในการต่อสู้กับพยัคฆ์ทมิฬถูกกดลงให้ต่ำที่สุด แทนที่ด้วยความอ่อนโยนที่เขาสร้างขึ้นจากภาพลวงตา เขาใช้เทคนิคการควบคุมพลังปราณที่ระบบสอนให้ ทำให้ออร่าของเขาดูอ่อนแอและไร้อันตราย ราวกับจิ้งจอกน้อยที่หลงทางและกลัวกลัว
เขาจงใจทำให้ขนสีดำของเขาดูยุ่งเหยิงและเปรอะเปื้อนฝุ่นดิน เขากลิ้งตัวบนพื้นดินเพื่อให้ขนเปื้อนดินและใบไม้แห้ง ใช้อุ้งเท้าขุดดินแล้วเอาดินมาป้ายที่หน้าและลำตัว ทำให้ดูเหมือนเขาเพิ่งหนีมาจากอันตรายใหญ่หลวง เขายังจงใจทำให้ตัวเองดูเหนื่อยล้าและอ่อนแอ โดยการควบคุมการหายใจให้ดูหอบเหนื่อย และทำให้ขาสั่นเล็กน้อยเหมือนกำลังจะล้มลง
การแปลงร่างเป็จิ้งจอกน้อยที่ดูอ่อนแอและน่าสงสารที่สุดต้องใช้ความชำนาญสูง เขาต้องลดขนาดร่างกายลงให้ดูเล็กกว่าปกติ ทำให้หูดูใหญ่เกินสัดส่วนเพื่อให้ดูน่ารัก และทำให้ดวงตาดูโตและใสซื่อ เขาฝึกสีหน้าที่แสดงความกลัวและความ้าความช่วยเหลือ จนกระทั่งมั่นใจว่าแม้แต่มนุษย์ที่โเี้ที่สุดก็จะรู้สึกสงสารเขา
เขาเดินกะเผลกเข้าไปหานางอย่างช้าๆ ทุกก้าวที่เขาเดินดูลังเลและไม่มั่นใจ เหมือนกำลังต่อสู้กับความกลัวภายในใจ เขาหยุดเดินทุกๆ สองสามก้าว แล้วมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าตื่นกลัว เหมือนกำลังระวังอันตรายที่อาจมาจากทุกทิศทาง พร้อมกับส่งเสียงครางแ่เบาที่ดูเหมือนเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสียงครางของเขาฟังดูเศร้าโศกและสิ้นหวัง ราวกับเด็กน้อยที่หลงทางและกลัวความมืด
หูเม่ยที่กำลังเ็ปจนแทบสิ้นสติเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามของนางพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตาที่เกิดจากความร้อนรุ่มภายใน เมื่อเห็นจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่งเดินเข้ามา นางพยายามจะรวบรวมพลังที่เหลืออยู่เพื่อขู่ให้มันหนีไป "เ้า... เ้าจิ้งจอกน้อย... ไสหัวไป... ที่นี่อันตราย..." นางพยายามจะขู่ด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า แต่เสียงของนางกลับสั่นเครือและไร้เรี่ยวแรงที่จะทำร้ายใครได้แม้แต่มดตัวเดียว
แม้จะเ็ปมาก แต่สัญชาตญาณของความเป็ผู้ใหญ่ยังคงทำให้นางกังวลถึงความปลอดภัยของจิ้งจอกน้อยตัวนี้ นางรู้ว่าพลังหยินที่กำลังะเิออกมาจากร่างของนางนั้นอันตรายมาก สามารถทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอได้ นางไม่้าให้สิ่งมีชีวิตไร้เดียงสาต้องมาเ็ปเพราะความผิดพลาดของนาง
หลินเฟิงไม่ได้หยุดฝีเท้า เขาเดินเข้าไปจนถึงระยะที่ััได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างของนาง ความร้อนนั้นไม่ใช่ความร้อนธรรมดา แต่เป็ความร้อนที่เกิดจากพลังหยินที่เดือดพล่าน มันทำให้อากาศรอบตัวสั่นไหว และทำให้ิัรู้สึกเหมือนถูกไฟลนเบาๆ แต่สำหรับหลินเฟิงแล้ว ความร้อนนี้กลับเป็สัญญาณของโอกาสทอง
เขาใช้จมูกที่เปียกชื้นแตะเบาๆ ที่อุ้งเท้าหน้าของนางอย่างกล้าๆ กลัวๆ การัันี้ดูเหมือนการกระทำของสัตว์น้อยที่พยายามจะปลอบโยนผู้ใหญ่ที่เ็ป ความเย็นจากจมูกของเขาทำให้หูเม่ยชะงักไปชั่วครู่ เพราะมันช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มที่แผดเผานางอยู่ได้เล็กน้อย สัญชาตญาณความเป็แม่ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในส่วนลึกของจิติญญาปีศาจถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่ดู "อ่อนแอกว่า" ตนเอง
"ข้า... ข้าจะช่วยท่าน... พี่สาว..." หลินเฟิงส่งกระแสจิตที่นุ่มนวลและใสซื่อที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงในใจของเขาฟังดูเหมือนเด็กน้อยที่พยายามจะช่วยเหลือผู้ใหญ่ด้วยความจริงใจ แม้จะรู้ว่าตัวเองอาจไม่มีความสามารถเพียงพอ
"ช่วยข้า? เ้าจะช่วยอะไรข้าได้..." หูเม่ยครางออกมาด้วยความสมเพชตนเอง "พลังหยินในร่างข้ากำลังจะะเิ... แม้แต่จิ้งจอกระดับสูงยังช่วยข้าไม่ได้... เ้ามันก็แค่เด็กน้อย..."
นางรู้สึกสิ้นหวังอย่างสุดขีด การตีกลับของพลังปราณนี้เป็สิ่งที่นางไม่เคยคาดคิด นางได้เตรียมตัวมาอย่างดีสำหรับการข้ามขั้นสู่ระดับสามหาง แต่ใน่ท้ายของกระบวนการ มีบางอย่างผิดพลาด พลังหยินที่นางสะสมมานานหลายปีกลับมาทำลายร่างกายของนางเอง และตอนนี้นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกเผาไหม้จากภายใน
"ข้ามีวิธี... ท่านต้องเชื่อใจข้า..." หลินเฟิงกระซิบพลางขยับตัวเข้าไปซุกที่ซอกคอของนาง การเคลื่อนไหวของเขาดูธรรมชาติและไร้เดียงสา เหมือนลูกสัตว์ที่กำลังหาความอบอุ่นจากแม่ เขาใช้ลิ้นเล็กๆ เลียไปตามหยาดเหงื่อที่ซึมออกมาจากผิวเนื้อของนาง
ััแรกนั้นทำให้หูเม่ยสะดุ้ง แต่ความเย็นของลิ้นจิ้งจอกน้อยกลับช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มที่แผดเผานางอยู่ได้อย่างน่าประหลาด มันเหมือนกับการใส่น้ำแข็งลงในไฟที่กำลังลุกโชน ความเ็ปที่รุนแรงเริ่มลดลงเล็กน้อย และนางรู้สึกถึงความหวังเล็กๆ น้อยๆ ที่เริ่มเติบโตขึ้นในใจ
หลินเฟิงยิ้มในใจเมื่อเห็นว่านางเริ่มลดการป้องกันลง เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของนาง จากความสิ้นหวังเป็ความหวัง จากความระแวงเป็ความไว้วางใจ นี่คือสิ่งที่เขา้า เขาใช้เนตรสิเน่หาจ้องมองไปที่จุดชีพจรหยินที่โคนหางอีกครั้ง เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ให้ละเอียดยิ่งขึ้น
"ระบบ... ข้าต้องเริ่มจากจุดไหนก่อน?" เขาถามในใจพลางเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
"เริ่มจากการกระตุ้นจุด 'วารีจันทร์' ที่หลังใบหูของนางก่อน" ระบบแนะนำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชี่ยวชาญ "มันจะช่วยเปิดเส้นลมปราณส่วนบนและทำให้จิตใจของนางเคลิบเคลิ้ม จากนั้นค่อยเคลื่อนลงสู่จุด 'อัคคีสิเน่หา' ที่หน้าท้อง เพื่อเปลี่ยนพลังหยินที่ติดขัดให้กลายเป็เพลิงปรารถนา และสุดท้ายคือจุด 'ปทุมราคะ' ที่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งจะเป็จุดที่ท่านจะดูดซับพลังหยินได้มากที่สุด"
ระบบอธิบายต่อ "จุดเหล่านี้เป็จุดสำคัญในการควบคุมพลังหยิน เมื่อได้รับการกระตุ้นที่ถูกต้อง มันจะช่วยให้พลังหยินที่ติดขัดไหลเวียนได้อย่างราบรื่น และในขณะเดียวกัน มันจะทำให้ร่างกายของนางเตรียมพร้อมสำหรับการรับพลังหยางจากท่าน การผสมผสานระหว่างหยินและหยางจะช่วยให้ทั้งคู่ได้รับประโยชน์สูงสุด"
หลินเฟิงรับคำ เขาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเชี่ยวชาญ แต่ยังคงรักษาภาพลักษณ์ของจิ้งจอกน้อยที่ไร้เดียงสา ลิ้นสากๆ ของเขาเริ่มตวัดเลียไปที่หลังใบหูของหูเม่ยอย่างแ่เบา การัันั้นอ่อนโยนและระมัดระวัง เหมือนกับการที่ลูกสัตว์พยายามจะปลอบโยนแม่ที่เจ็บป่วย
แต่ในความเป็จริงแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนมีการคำนวณอย่างแม่นยำ เขารู้ว่าจุดไหนจะให้ผลลัพธ์อย่างไร จุดไหนจะทำให้นางรู้สึกสบายขึ้น และจุดไหนจะเริ่มปลุกเร้าความรู้สึกทางเพศในตัวนาง เขาเป็นักล่าที่มีประสบการณ์ และนี่คือการล่าที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและจิตใจ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของบทเรียนที่หูเม่ยจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต การเรียนรู้ว่าความไว้วางใจสามารถนำไปสู่การถูกหลอกลวงได้อย่างไร และการค้นพบว่าความเ็ปสามารถเปลี่ยนเป็ความสุขได้ในมือของผู้ที่รู้วิธี
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในถ้ำที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจที่หนักหน่วงของจิ้งจอกสองตน บรรยากาศเปลี่ยนไปจากความเ็ปและความสิ้นหวัง เป็ความตึงเครียดที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความไม่แน่นอน เมื่อหูเม่ยเริ่มลดการป้องกันและปล่อยตัวตามััที่ดูเหมือนจะช่วยบรรเทาความเ็ปจากการตีกลับของพลัง หลินเฟิงในร่างจิ้งจอกดำขลับก็เริ่ม "บทเรียน" ที่แท้จริงจากอนาคตที่นางไม่เคยพานพบ
เขาใช้ร่างที่เล็กกว่าเล็กน้อยซุกไซ้เข้าไปที่ใบหูที่สั่นระริกของนาง การเคลื่อนไหวของเขาช้าและระมัดระวัง เหมือนกับการที่เด็กน้อยพยายามจะปลอบโยนผู้ใหญ่ที่เจ็บป่วย ลิ้นสากๆ ตามธรรมชาติของสัตว์ป่าตวัดเลียไปตามขอบใบหูอย่างแ่เบาในตอนแรก ัันั้นอ่อนโยนและให้ความรู้สึกปลอบใจ ทำให้หูเม่ยรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้รับมานานแล้ว
แต่เมื่อเวลาผ่านไป การเลียของหลินเฟิงเริ่มเปลี่ยนไป จากการปลอบโยนเป็การสำรวจ จากความอ่อนโยนเป็ความกล้าหาญ เขาเริ่มรุกรานลึกเข้าไปในรูหู ลิ้นของเขาเคลื่อนไหวด้วยความเชี่ยวชาญที่ไม่ควรมีในสัตว์น้อยตัวหนึ่ง ััที่หยาบกร้านของลิ้นจิ้งจอกสร้างความเสียวซ่านที่แปลกใหม่และรุนแรง จนหูเม่ยต้องส่งเสียงครางแหลมเล็กออกมาอย่างไม่อาจกั้น
"อ๊า... นี่... นี่คืออะไร..." นางพึมพำด้วยความสับสน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น แตกต่างจากความเ็ปที่นางเคยรู้สึก นางพยายามจะสะบัดหัวหนีแต่กลับพบว่าัันั้นมันช่างเย้ายวนจนนางต้องยอมสยบและเอียงคอรับััจาบจ้วงนั้นอย่างลืมตัว
หลินเฟิงรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของนาง เขาสังเกตเห็นว่าการหายใจของนางเริ่มเร็วขึ้น หัวใจเต้นแรงขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือพลังหยินที่เคยติดขัดเริ่มไหลเวียนได้ดีขึ้น นี่คือสัญญาณที่เขารอคอย เขาขยับกายขึ้นมาที่ใบหน้าของจิ้งจอกขาว เคลื่อนไหวด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เขาใช้จมูกซุกไซ้ไปที่จมูกของนางอย่างหยอกล้อ การัันี้ทำให้ทั้งคู่รู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน ลมหายใจของหูเม่ยร้อนและหอบเหนื่อย ขณะที่ลมหายใจของหลินเฟิงเย็นและสงบ เขาสูดดมกลิ่นอายหยินที่หอมหวานราวกับดอกไม้ป่าที่เบ่งบานกลางฤดูหนาว กลิ่นนั้นทำให้สัญชาตญาณของนักล่าในตัวเขาตื่นตัวอย่างรุนแรง
ก่อนจะเริ่ม ฉากการแลกลิ้น ที่เร่าร้อนที่สุด เขาใช้ปากจิ้งจอกประกบเข้ากับปากของนางอย่างแม่นยำ การเคลื่อนไหวนี้ดูเหมือนธรรมชาติของสัตว์ แต่ในความเป็จริงแล้วมันเป็การกระทำที่มีเจตนาและเต็มไปด้วยความปรารถนา ลิ้นสากๆ ของเขาแทรกซึมเข้าไปในโพรงปากของจิ้งจอกขาวอย่างเชี่ยวชาญ
การแลกลิ้นระหว่างจิ้งจอกทั้งสองเป็การเต้นรำที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและความปรารถนา ลิ้นของหลินเฟิงตวัดเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของหูเม่ยอย่างบ้าคลั่ง ััที่หยาบกร้านของลิ้นอสูรเสียดสีกับลิ้นที่นุ่มนวลของนาง สร้างความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ทั้งคู่แลกลิ้นกันอย่างหนักหน่วง เสียงน้ำลายที่เฉอะแฉะและเสียงครางในลำคอดังระงมไปทั่วถ้ำ
หูเม่ยรู้สึกเหมือนสติของนางกำลังจะหลุดลอยไปกับรสจูบที่ดิบเถื่อนนี้ มันแตกต่างจากสิ่งที่นางเคยประสบมา รสจูบนี้เต็มไปด้วยความหิวกระหาย ความ้า และความปรารถนาที่ดิบเถื่อน นางเริ่มตอบสนองด้วยการตวัดลิ้นสู้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ ราวกับว่าพวกเขากำลังจะหลอมรวมิญญาเข้าด้วยกันผ่านจุมพิตที่ไร้เดียงสาแต่แฝงไปด้วยตัณหา
หลังจากการแลกลิ้นที่ยาวนาน หลินเฟิงเลื่อนตัวลงมาที่ลำคอขาวผ่องที่สั่นระริก ลำคอของหูเม่ยเรียวยาวและสวยงาม ิัขาวเนียนราวกับหยก เขาใช้ปากจิ้งจอกขบเม้มิัของนางเบาๆ สลับกับการใช้ลิ้นเลียวนไปมาอย่างเชี่ยวชาญ ทุกครั้งที่ลิ้นสากลากผ่าน หูเม่ยจะรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างกาย
การขบเม้มของเขาไม่ได้ทำร้าย แต่กลับสร้างความรู้สึกที่แปลกใหม่และเย้ายวน มันเป็การผสมผสานระหว่างความเจ็บเล็กน้อยและความสุข ทำให้หูเม่ยรู้สึกสับสนแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ กลิ่นหอมของนางยิ่งกระตุ้นให้สัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาตื่นตัว เขารู้สึกถึงความ้าที่จะนางอย่างสมบูรณ์
เขาเลื่อนตัวลงมาที่หน้าท้องที่กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ หน้าท้องของหูเม่ยนุ่มนิ่มและอบอุ่น ปกคลุมด้วยขนสีขาวบริสุทธิ์ที่นุ่มเหมือนผ้าไหม ลิ้นสากๆ ลากผ่านหน้าท้องนุ่มนิ่มลงไปสู่จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ระบบได้ชี้เป้าไว้ด้วยแสงสีแดงวาบ
ขณะที่เขาเคลื่อนลงไป เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของหูเม่ย "ร่องรัก" ของจิ้งจอกขาวบัดนี้เริ่มเปียกชุ่มไปด้วยน้ำรักที่ผสมปนเปกับพลังหยินที่เอ่อล้นจนกลายเป็หยดน้ำใสๆ เกาะพราวอยู่ตามเส้นขน กลิ่นหอมหวานที่เย้ายวนลอยขึ้นมา ทำให้หลินเฟิงรู้สึกเหมือนได้ดื่มสุราที่มึนเมา
หลินเฟิงไม่รอช้า เขาใช้ลิ้นสากๆ ตวัดเลียไปตามกลีบเนื้อที่สั่นระริกอย่างตะกรุมตะกราม ััที่หยาบกร้านของลิ้นสัตว์ป่าสร้างความเสียวซ่านที่รุนแรงจนหูเม่ยต้องแอ่นกายรับอย่างลืมตัว ขาหลังของนางแยกออกกว้างโดยอัตโนมัติเพื่อเปิดทางให้จิ้งจอกน้อยตัวนี้รุกรานได้ถนัดถนี่ขึ้น
"อ๊าาา... จิ้งจอกน้อย... เ้า... เ้าทำอะไร... หยุดนะ... อื้อออ..." หูเม่ยครางเสียงหลง คำสั่งห้ามกลับกลายเป็เสียงอ้อนวอนเมื่อหลินเฟิงเริ่ม แยงลิ้นเข้าออก ในร่องรักของนางอย่างเชี่ยวชาญ ลิ้นของเขาเคลื่อนไหวเป็จังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว สลับกับการ ดูดดึง อย่างแรงที่จุดกระสันราวกับจะสูบเอาทุกหยาดหยดของพลังหยินออกมาจากร่างของนาง
ความร้อนจากลิ้นของเขาทำให้น้ำรักของนางยิ่งหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายจนเปียกชุ่มไปทั้งโคนขา กลิ่นหอมของความตื่นเต้นทางเพศผสมปนเปกับพลังหยินที่บริสุทธิ์สร้างบรรยากาศที่เร้าใจอย่างไม่อาจบรรยาย หลินเฟิงรู้สึกถึงพลังงานที่เริ่มไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านการัั มันเป็พลังที่บริสุทธิ์และทรงพลังกว่าสิ่งที่เขาเคยได้รับมา
หลินเฟิงเพิ่มความเร็วของลิ้นขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเสียง 'แฉะ แฉะ' ดังก้องในความเงียบ เขาใช้ลิ้นสากๆ ตวัดรัวไปที่จุดเสียวซ่านที่สุดของนางอย่างแม่นยำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ลิ้นของเขาแยงลึกเข้าไป หูเม่ยจะกระตุกเกร็งและส่งเสียงครางที่ฟังดูเหมือนการกรีดร้องด้วยความสุขสมที่รุนแรงเกินกว่าจะรับไหว
แต่นั่นกลับยิ่งทำให้หลินเฟิงรุกรานหนักขึ้น เขาใช้ปากจิ้งจอกงับเบาๆ ที่โคนขาด้านในของนางเพื่อยึดร่างนางไว้ พร้อมกับใช้ลิ้นเลียวนรอบๆ ร่องรักที่บัดนี้พ่นน้ำหวานออกมาจนนองพื้นถ้ำ แสงสีเงินเจิดจ้าเริ่มห่อหุ้มร่างของหลินเฟิงไว้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ พลังงานหยินที่เขาดูดซับมาเริ่มควบแน่นที่โคนหางของเขาจนเกิดความร้อนแรงดั่งไฟเผา
ต่อเนื่องจากััที่จาบจ้วงและรุนแรง... หลินเฟิงยังคงไม่หยุดยั้ง ลิ้นสากๆ ของเขายังคงแยงเข้าออกและดูดดึงอยู่ในร่องรักของจิ้งจอกขาวอย่างบ้าคลั่ง ทุกครั้งที่เขาตวัดลิ้นลึกเข้าไป หูเม่ยจะส่งเสียงครางแหลมเล็กที่เต็มไปด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายของนางสั่นสะท้านและบิดเร้าไปมาบนพื้นถ้ำ หางทั้งสองของนางพันเกี่ยวกันแน่นจนแทบจะเป็เนื้อเดียว
กระแสพลังหยินสีม่วงเข้มที่เคยติดขัดบัดนี้ไหลบ่าราวกับเขื่อนแตก มันพุ่งผ่านลิ้นของหลินเฟิงเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างมหาศาล หลินเฟิงรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงที่แผ่ซ่านไปทั่วไขสันหลัง แสงสีเงินที่ห่อหุ้มร่างของเขาเริ่มหมุนวนเป็เกลียวคลื่นที่ทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็พายุหมุนขนาดเล็กพัดพาเอาเศษหินและใบไม้รอบข้างให้ปลิวว่อน
"อ๊าาา...จิ้งจอกน้อย..." หูเม่ยในร่างจิ้งจอกขาวครางออกมาเป็ภาษามนุษย์อย่างไม่อาจกั้น ความเสียวซ่านที่ได้รับจากลิ้นอสูรนั้นรุนแรงจนนางถึงจุดสุดยอด ร่างจิ้งจอกของนางกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง พร้อมกับพ่นน้ำรักออกมาจนเปียกชุ่มขนสีดำของหลินเฟิง
ในวินาทีที่หูเม่ยปลดปล่อย แสงสีเงินจากร่างของหลินเฟิงก็ะเิออกเป็วงกว้าง!
"อ๊ากกกกก!" หลินเฟิงคำรามออกมาด้วยความเ็ปปนเปกับความหฤหรรษ์ พลังที่อัดแน่นอยู่ที่โคนหางะเิออก ิัปริแยกและมีเืซึมออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ หางที่สอง สีดำขลับจะงอกทะลุออกมาอย่างสง่างาม แสงสีเงินนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีทองจางๆ บ่งบอกถึงการเลื่อนระดับสู่ 'รวบรวมปราณขั้นต้น' อย่างสมบูรณ์
เมื่อพลังหยินที่ตีกลับถูกดูดซับออกไปจนหมดสิ้น ร่างจิ้งจอกขาวของหูเม่ยก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ละเมียดละไม แสงสีนวลตาห่อหุ้มร่างของนางไว้ ขนสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยผิวพรรณที่ขาวผ่องราวกับหิมะที่ต้องแสงจันทร์ โครงสร้างของสัตว์ป่าค่อยๆ ยืดขยายและปรับเปลี่ยนเป็ส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนของสตรีเพศ เส้นผมสีขาวเงินยาวสลวยค่อยๆ งอกยาวออกมาปกคลุมแผ่นหลังที่เนียนละเอียด ทรวงอกอวบอิ่มชูชันเด่นชัดพร้อมยอดอกสีชมพูระเรื่อที่สั่นระริกตามจังหวะการหายใจ
หูเม่ยคืนสู่ร่างมนุษย์ที่งดงามล่มเมืองในสภาพที่ไร้อาภรณ์ปกปิด แต่นางกลับไม่ได้อยู่ในสภาวะที่สงบ ดวงตาสีม่วงของนางฉ่ำปรือและเต็มไปด้วยความกระหายที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า เพราะพลังหยางที่หลินเฟิงเพิ่งะเิออกมานั้นมันช่างเย้ายวนเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้
หลินเฟิงจ้องมองร่างมนุษย์ที่งดงามของนางด้วยความหลงใหล เขาไม่รอช้าที่จะสื่อสารกับระบบ "ระบบ! ใช้ยาเม็ดปราณหยินระดับสูง... ข้า้าร่างที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อสยบนาง!"
สิ้นเสียงระบบ ร่างจิ้งจอกน้อยของหลินเฟิงก็ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีทอง กล้ามเนื้อและกระดูกของเขาขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจเดียว จิ้งจอกน้อยก็หายไป แทนที่ด้วยชายหนุ่มรูปงามผู้มีเรือนร่างกำยำสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย และดวงตาสีทองที่เปี่ยมด้วยอำนาจเย้ายวน
หูเม่ยจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของหลินเฟิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและกระหาย... นางพุ่งเข้าใส่เขาอย่างรุนแรงและหยาบคายทันที!