THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 39 การแข่งขันรอบที่สอง (ท่อนที่ 2)


                เคร้ง!

                    เสียงกระทบกันระหว่างใบพัดกับดาบของผมทำให้รู้ว่า  พัดที่คู่ต่อสู้ผมใช้อยู่นั้นทำมาจากโลหะ   และหลังจากที่ผมกับเธอปล่อยทักษะใส่กันเมื่อครู่   ตอนนี้พวกเราสองคนก็เปลี่ยนมาหยั่งเชิงกันแทน   โดยผ่านการปะทะกันของอาวุธทั้งสอง  ที่ทั้งผมและเธอออกแรงต้านกันไว้  หากมันก็เพียงครู่เดียวเพราะฝ่ายผู้เล่นหญิงคนนั้นเริ่มที่จะเปิดฉากตอบโต้ผมก่อน

                พึ่บ!

                    เธอหุบพัดกะทันหันแล้วส่งยิ้มให้ผมทีหนึ่ง  ก่อนจะดีดตัวออกห่างเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเองจากนั้นก็คลี่พัดออกอีกครั้งแล้วฟาดลงมาที่ผมอย่างรุนแรง   แต่กระนั้นผมก็เร็วกว่าเธอไปก้าวหนึ่ง

                เคร้ง!

                    อีกครั้งที่ที่อาวุธทั้งสองปะทะกัน จากการที่ผมพลิกดาบขึ้นมาต้านรับพัดของเธอไว้   พร้อม ๆ กับเหวี่ยงดาบออกเพื่อให้เธอเสียหลัก   ก่อนจะหมุนดาบพุ่งแทงออกไปอย่างรวดเร็ว  ซึ่งถ้าหากเป็นโลกแห่งความเป็นจริงละก็  ผมคงทำไม่ได้อย่างนี้แน่นอน  แต่ในโลกของคลื่นสมองนั้น ขอเพียงมีแค่จินตนาการทุกอย่างที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้  ก็สามารถเป็นไปได้ทั้งหมด  เพราะในเกมส์เซียออนไลน์น่ะ  ต้องพึ่งจินตนาการเป็นอย่างมากในการเล่น  ถ้าหากไร้ซึ่งจินตนาการแล้ว  มันก็ไร้ซึ่งพลัง...

                วูบ!

                    ร่างของเธอหลบฉากออกมาได้ทัน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดคาดเป็นอย่างมาก และในชั่วขณะนั้นเธอก็ใช้พัดที่หุบมันเข้ามาอีกครั้ง  สะกิดที่ปลายดาบของผมเบา ๆ   แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเธอใช้แค่แรงสะกิดดาบ  ส่งตัวเองให้โผลอยขึ้นไปเหนือผม  แล้วร่อนมาอยู่บนปลายดาบอย่างแผ่วเบา   ก่อนจะคลี่พัดออกแล้วกรีดมันผ่านใบหน้าตัวเองช้าๆ   ราวกับนางเอกงิ้วกำลังทำท่าเขินอาย

                กึก! 

                    ผมปล่อยดาบกะทันหัน ก่อนจะตีลังกลับหลังใช้เท้าซ้ายของตัวเองเตะเข้าที่ด้ามดาบ  ส่งให้มันลอยคว้างไปในอากาศ    ซึ่งมันเป็นขณะเดียวกับที่ฝ่ายตรงข้ามหมุนพลิกตัวเองร่อนลงสู่พื้นเช่นกัน   และวินาทีที่ดาบใกล้จะตกถึงพื้นผมส่งพลังออร่าเข้าไปบังคับมันทันที  แล้ววาดออกด้วยทักษะเพื่อโจมตีกลับอย่างรวดเร็ว

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  ขั้นที่ 2  คมดาบตราอสูร  (ประทับตรามาร)

                    ปราณดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่ 3เล่มถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเรียงซ้อนกันแล้วฟาดลงตรงที่คู่ต่อสู้ของผมทันที แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามเองก็เตรียมตั้งรับไว้แล้วเช่นกัน

                    ทักษะท่วงท่าร่ายรำจันทรา     คลี่พัดชมจันทร์

                    พัดโลหะของเธอสั่นไหววูบหลังจากที่เปิดใช้ทักษะ   จากนั้นร่างของเธอก็กรีดกรายร่ายรำอย่างงดงาม  ก่อนที่ท่าสุดท้ายจะดีดตัวเองลอยขึ้นมาเหนือพื้นเล็กน้อย แล้ววาดพัดออกให้ขนาบกับพื้นหญ้าเบื้องล่าง  บังเกิดเป็นพัดขนาดใหญ่ที่ปรากฏออกเบื้องหน้าของเธอ และมันก็คลี่กางออกต้านทักษะของผมได้อย่างทันท่วงที

                ตูม!

                    ทักษะเผ่าพันธุ์    หงส์ทะยานฟ้า

                    ฝ่ายตรงข้ามเปิดใช้ทักษะเผ่าพันธุ์หงส์สวรรค์ของตัวเอง ซึ่งเป็นทักษะที่ทำให้ผู้ใช้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว  ดุจละอองฝุ่นที่ปลิวไปกับพายุ   และบัดนี้ร่างของเธอก็กำลังผ่านวูบมาอยู่หลังผม โดยไม่ได้สนใจผลของการหักล้างของทักษะเมื่อครู่เลยสักนิด 

    แถมยังสะบัดพัดในมือแล้วผนึกพลังออร่าลงไป  ก่อนจะฟาดลงที่หลังของผมอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง

                    ทักษะเผ่าพันธุ์    ปีกอัคคี

                ฟึ่บ!   วูบ!

                    อีกครั้งที่ผมเร็วกว่าเธอไปก้าวหนึ่ง โดยเรียกใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ของตัวเองสร้างปีกเปลวเพลิงขึ้นมา  ก่อนจะโผบินขึ้นไปเหนือคู่ต่อสู้  เพื่อหลบการโจมตีนั้น  ยังความแปลกใจมาให้ผู้เล่นอาชีพนางรำอย่างเธอเป็นอย่างมาก ที่ผมสามารถหลบความเร็วที่เรียกว่าเกือบจะเทียบเท่ากับความเร็วเสียง  ได้อย่างน่าอัศจรรย์ทั้ง ๆ ที่เธอมั่นใจแล้วแท้ๆ  ว่าผมต้องหลบไม่พ้นอย่างแน่นอน

                    ทักษะท่วงท่าร่ายรำจันทรา    วาดพัดกลางฝน

                    พัดโลหะของเธอสะบัดขึ้นอีกครั้ง  พร้อมกับวาดส่งคลื่นพลังแนวโค้งเข้าหาผมอย่างรวดเร็ว ผมมองการโจมตีที่พุ่งมาอย่างกะทันหันนั้นอย่างตกใจ   เพราะไม่คิดว่าคู่ต่อสู้ตัวเองจะตะบันรุกเข้ามาแบบนี้   ทั้ง ๆที่ผมคิดว่าเธอน่าจะถอยไปตั้งหลักแท้ ๆ

                ตูม!

                120!!!

                    ผมดึงดาบกลับเข้ามาในมืออย่างรวดเร็ว แล้วยกขึ้นต้านพลังโจมตีนั้นแต่ก็ยังโดนเข้าจนได้ ตอนนี้ร่างของผมกำลังปลิวคว้างไปด้านหลังหลายเมตร  จากแรงกระแทกของทักษะนั้น  แถมตัวเลขคะแนนที่ลอยออกจากร่างของผมนั้น  ก็เป็นข้อบ่งชี้อย่างดีว่า  พลังโจมตีของเธอแต่ละกระบวนท่านั้นมีมากแค่ไหน ซึ่งนั่นหมายความว่าหากพลาดการป้องกันแม่แต่นิดเดียว ตัวเลขคะแนนที่ลอยขึ้นมาอาจจะสูงกว่านี้ก็เป็นได้

                พรึ่บ!

                    ผมสะบัดปีกข้างหลังเพื่อชะงักร่างไม่ให้ลอยไปไกลกว่านี้  ก่อนจะห่อปีกเข้าหาตัวเอง  แล้วกระพือออกอย่างแรงเพื่อส่งร่างของผมให้พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  ขั้นที่ 2  ทะลวงใจอสูร  (ชี้ทางมาร)

                    ดาบมังกรเพลิงหลุดจากการเกาะกุมของมือผมอีกครั้ง  ก่อนมันจะถูกบังคับด้วยพลังออร่า  แล้วพุ่งเข้าหาร่างของฝ่ายตรงข้ามพร้อมๆ กับสร้างปราณดาบนับพันให้หมุนควงเป็นสว่าน 

                    ทักษะท่วงท่าร่ายรำจันทรา   คลี่พัดชมจันทร์

                ตูม!

                    อีกครั้งที่เธอสะบัดพัดร่ายรำเพื่อสร้าง  ปราณพัดโปร่งแสงขนาดใหญ่ออกต้านการโจมตีของผม  จนทักษะทั้งสองก็ระเบิดตูมออกทันทีที่ปะทะกัน  แต่ว่าผมไม่ได้หวังผลการโจมตีกับทักษะนี้...

                    ทักษะท่าเท้าข้ามภพ   ก้าวพริบตา

                    ดาบมังกรเพลิงลอยกลับเข้าสู่มือผมอย่างรวดเร็ว  พร้อม ๆ กับร่างของผมก็หายไปในชั่วพริบตา  ซึ่งนั่นทำให้คู่ต่อสู้ของผมถึงกับตกใจทันที   ก่อนจะหันควับกลับไปด้านหลังตามสัญชาตญาณของตัวเอง  แต่กระนั้นมันก็สายไปเสียแล้ว...

                    ทักษะเพลงดาบมหนภา   หงส์จิกเหยื่อ

                ตูม!

                680!!!

                    คลื่นพลังออร่าสามสายถูกส่งออกมาจากการตวัดดาบเป็นจังหวะของผม  ก่อนมันจะพุ่งเข้าปะทะร่างของเป้าหมายอย่างจัง  และแม้เธอจะยกพัดขึ้นมาต้านได้ทัน  แต่ดูจากตัวเลขคะแนนที่ลอยออกจากตัวเธอนั้น  ก็เดาได้ว่าพลังป้องกันของมันคงจะไม่เพียงพอเป็นแน่แท้

                    “ยังไงฉันก็ต้องชนะให้ได้”

                    ทักษะท่วงท่าร่ายรำจันทรา    เคลื่อนคล้อยกระจายพัด

                ฟ้าว!  ฟ้าว!  ฟ้าว!

                    เหมือนเธอจะเข้าสู่โหมดฮึดสู้ไปแล้ว เลยทำให้ปราณพัดนับพันที่ถูกสร้างขึ้นมานั้น  บินฉวัดเฉวียนเข้าหาผมเป็นจุดเดียว  ซึ่งแน่นอนว่าพัดทั้งหลายนั้นมันทั้งคมกริบและรุนแรง

                    ทักษะเพลงดาบมหนภา    คร่าวิญญาณ

                    ผมตัดสินใจใช้ทักษะโจมตีกลับแทนที่จะเป็นการป้องกัน  และปราณดาบนับพันที่ถูกสร้างขึ้นมากับทั้งกำลังบินว่อนไม่ต่างจากปราณพัดของเธอนั้น   ก็กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด  บางครั้งปราณพัดของเธอก็ตวัดบินมาถึงผมบ้าง  แต่ผมก็ยังสามารถมากเอี้ยวตัวหลบได้ทุกครั้ง  หรือถ้าจวนตัวจริง ๆ ก็ใช้ดาบในมือฟันทิ้งไปด้วย

                ฉัวะ!

                65!!!

                    แม้จะหลบดีแค่ไหนแต่ดูเหมือนผมก็โดนเข้าที่ต้นแขนจนได้ และถึงตัวเลขคะแนนที่ลอยออกมานั้นมันจะไม่ค่อยมาก  แต่ถ้าหากมันบ่อยครั้งเข้าล่ะ...มันก็มีสิทธิ์ที่คะแนนในตัวผมนั้นจะหมดก่อนเธอ

                ฉึก!

                70!!!

                    ดูเหมือนจะไม่ได้มีฝั่งผมอย่างเดียวที่การโจมตีเล็ดรอดเข้าถึงตัว  แต่เธอเองก็กำลังโดนปราณดาบของผม  ที่มันรอดพ้นจากการปะทะกับพัดเฉือนเข้าที่หัวไหล่   ซึ่งตัวเลขคะแนนที่มากกว่าและกำลังลอยออกมาจากตัวเธอนั้น  มันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า  ทักษะของผมมีพลังโจมตีมากกว่าอย่างแน่นอน...  และมันไม่ใช่แค่อันเดียวที่โดนตัวเธอ  แต่ยังมีอีกนับสิบที่ปลิวว่อนพุ่งเข้าหา

                ตูม!

                    จู่ ๆ เธอก็ระเบิดพลังออร่าเป็นวงกว้างเสียดื้อๆ   ยังผลให้ทักษะทั้งสองที่กำลังปะทะกันอยู่   ค่อย ๆ สลายหายไปในบันดล  พร้อมกันนั้นเธอก็ทะยานพุ่งร่างเข้าหาผม   ที่กำลังลอยอ้อยอิ่งเหนือเธอไปไม่มาก  จากนั้นก็สะบัดพัดออกอย่างแรงแล้วฟาดลงมาอย่างรวดเร็ว

                เคร้ง!

                    ผมยกดาบต้านไว้ได้ทันจนเสียงปะทะกันของทั้งสองอาวุธดังสนั่น  ก่อนจะมองเห็นเธอตีสีหน้าเคร่งเครียด  ทำให้ผมพอเดาได้ว่าเธอกับลังอยู่ในอารมณ์ที่ค่อยดีเป็นอย่างยิ่ง และแม้ผมจะไม่รู้ว่าเหตุใดเธอถึงเครียดนักกับการต่อสู้ครั้งนี้นัก  แต่ผมก็ไม่มีทางถอยเด็ดขาด  ถึงยังไงก็ต้องชนะอย่างเดียวเท่านั้น!!

                    ทักษะคลื่นลมดาบ

                    ผมตัดสินใจระเบิดทักษะประจำอาชีพออกมา  มันเป็นการสร้างคลื่นลมดาบขึ้นเพื่อฟันร่างของศัตรู  แต่ผมกลับนำมันมาใช้เพื่อกระแทก  และผละออกจากร่างของเธอ  จากนั้นก็ตามติดมาด้วยการโจมตีต่อเนื่องทันที

                    “ยังไงผมก็ต้องชนะ”

                    ทักษะเพลงดาบปัจจวชิรา   คล้อยเสียงธรรม

                    ริ้วดาบนับสิบถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  จากการหมุนบิดดาบมังกรเพลิงในมือเป็นจังหวะ ก่อนริ้วดาบพวกนั้นจะบินตวัดพุ่งเข้าหาร่างของเป้าหมาย  ตามการกวัดแกว่งดาบในมือของผม  ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่เธอคลี่พัดออกแล้วซัดทักษะโจมตีปะทะด้วยเช่นกัน

                    “นึกว่ามีแต่นายงั้นเหรอที่อยากชนะน่ะ”

                    ทักษะท่วงท่าร่ายรำจันทรา   สะบัดพัดกลางใจ

                    คลื่นพัดคมกริบและรุนแรงถูกฟาดออกมาในแนวตรง  ส่งพลังโจมตีให้เข้าหาผมอย่างหนักหน่วง  โดยไม่สนเลยว่าริ้วดาบนักสิบที่กำลังพุ่งลอยเข้าหาเธออย่างรวดเร็วนั้น  จะสร้างความเสียหายให้มากแค่ไหน

                ตูม!

                420!!!

                    ผมยกดาบขึ้นพร้อมกับผนึกพลังออร่าอย่างรีบๆ จากนั้นก็เหวี่ยงมันฟาดเข้ากับคลื่นพลังพัดนั้นจนระเบิดตูมหนึ่ง  และตัวเลขคะแนนที่ลอยออกมาจากร่างของผมนั้น ก็ทำให้รู้ว่าการป้องกันครั้งนี้มันไม่ได้ผลเท่าที่ควร  ซึ่งขณะเดียวกันนั้นริ้วดาบของผมก็เข้าถึงตัวเธอพอดี

                ฉัวะ!

                350!!!

                    ตัวเลขคะแนนที่ลอยออกจากตัวเธอ  จากการที่ริ้วดาบฟันถูกเข้าที่หน้าท้องอย่างจัง และถึงแม้มันจะไม่ลึกมากแต่เลือดที่ซึมออกตามทางบาดแผลนั้น  หากเป็นโลกแห่งความเป็นจริงละก็  เธอคงจะเจ็บไม่น้อยแน่ ๆ   ซึ่งผมก็ใช้จังหวะทีเธอมองดูรอยแผลนั้นร่อนลงมาอยู่บนพื้นตรงหน้าของเธอ 

                    “แต่..ผมมีเหตุผลที่สำคัญมากที่ต้องชนะ”

                    “เหตุผลของฉันก็สำคัญไม่แพ้นายหรอกนะ  อย่าสำคัญตัวเองนักเลย”    พูดจบร่างของเธอก็ทะยานเข้าหาผมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว  ก่อนจะฟาดพัดที่ผนึกพลังออร่าเพียว ๆ เข้าปะทะกับดาบผม

                เคร้ง!

                    “เหตุผลของคุณ  ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันสำคัญแค่ไหน”   ผมเว้นช่วงพูดก่อนจะออกแรงดันพัดของเธอเข้าไปอีก   “แต่เหตุผลของผมนะมันเกี่ยวกับทุกคน”

                    “ข้ออ้างของพวกเห็นแก่ตัวล่ะสิ”

                    ทักษะระบายพู่กันบนพัด

                    เธอขบกรามแน่นแล้วพูด ก่อนจะเปิดใช้ทักษะประจำอาชีพนางรำของตัวเอง  ดีดร่างให้ถอยห่างจากผมเล็กน้อยพร้อมกับสะบัดพัดออก  แล้ววาดร่ายรำไปมาส่งคลื่นพลังขนาดย่อมนับสิบสายให้โจมตีผมในระยะประชิด

                    “งั้นผมคงต้องเอาจริงแล้วสินะ”   คู่ต่อสู้ของผมเบิกตากว้างทันทีที่สิ้นประโยค   หมายความว่าที่ผ่านมาทั้งหมดคนตรงหน้าของเธอยังไม่เอาจริงอย่างนั้นเหรอ

                ตูม!

                    ผมระเบิดพลังออร่าเพียว ๆ ให้ปะทะกับทักษะของเธอที่ส่งเข้ามา จนมันกระจัดกระจายออกรอบข้างโดยไม่ได้ทำร้ายผมเลยสักนิด   ก่อนผมจะใช้โอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามตกอยู่ในภาวะตะลึง  เปิดใช้ทักษะกายาเพลิงและทักษะไฟทมิฬติด ๆ กันอย่างรวดเร็ว   ส่งผลให้ร่างของผมในตอนนี้กำลังลุกท่วมไปด้วยไฟทมิฬ  ที่แลดูไม่ต่างจากซาตานจากขุมนรก 

                    “ขอโทษนะแต่ผมจำเป็น”

                    ทักษะลับเผ่าพันธุ์    ลมหายใจเปลวไฟ

                    เกิดแผ่นดินสั่นสะเทือนขึ้นชั่วขณะเมื่อผมเปิดใช้ทักษะลับเผ่าพันธุ์ที่ได้มา   และถึงแม้ผมจะเคยใช้มันเมื่อตอนทดสอบที่หมู่บ้านนกฟินิกซ์  แต่ทักษะนี้นั้นผมยังไม่เคยเปิดใช้  นี่เป็นครั้งแรกที่ทักษะที่แรงที่สุดของเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์  กำลังจะได้อวดโฉมต่อสายตาของผู้ชมนับแสนที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์

                วูบ!      

            250!!!

                    จู่ ๆ ตัวเลขคะแนนก็ลอยออกจากร่างของผม  แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจเลย  เพราะทักษะนี้นั้นจากที่อ่านรายละเอียดมาทุก ๆ  1 นาทีผมต้องจ่ายค่าคงอยู่ให้กับมหาเทพนกฟินิกซ์ด้วยพลังชีวิต 5,000,000 หน่วย  ดังนั้นหากพลังชีวิตผมหายไปก็เท่ากับว่าคะแนนก็ลดลงด้วย และจริงอยู่ที่มหาเทพนกฟินิกซ์นั้นคงอยู่ได้แค่4 นาทีตามค่าพลังชีวิตของผมในปัจจุบัน ซึ่งถึงแม้จะดื่มน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตไปแค่ไหน  ก็ไม่ได้ทำให้มหาเทพนกฟินิกซ์อยู่ได้นานขึ้น เนื่องจากว่าเวลาการคงอยู่นั้นยึดตามค่าพลังชีวิต   สรุปก็คือส่วนที่ต้องจ่ายให้กับการคงอยู่นั้นก็จ่ายไป  ส่วนเวลานั้นก็จะเป็นการกำหนดตายตัวตามค่าพลังชีวิตที่มี  แต่ก็นั้นแหละไม่จำเป็นต้องให้มหาเทพนกฟินิกซ์อยู่นานถึง4 นาทีก็ได้   แค่นาทีเดียวผมก็ปิดฉากได้เสร็จแล้วถ้าดูจากพลังโจมตีของทักษะนี้นะ เพราะไม่งั้นผมคงต้องจ่ายพลังชีวิตถึงสองล้านแน่ ๆ   และก็คงจะเป็นผมนั่นแหละที่แพ้ก่อนจะได้ใช้ทักษะด้วยซ้ำ

                ครืน!!!

                    พลันหมู่เมฆสีเทาก็เคลื่อนตัวปิดบังน่านฟ้าพร้อมกับมีเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยงปร้าง  ราวกับว่าพายุฝนลูกใหญ่กำลังจะมาถึง  ก่อนที่ทุกสิ่งอย่างรอบกายของผมเหมือนจะเคลื่อนไหวช้าลง  แล้วพลันบังเกิดวงแหวนเวทย์สีแดงขนาดย่อมขึ้นตรงหน้าของผม  จากนั้นมันก็เปล่งแสงจ้า  และพริบตานั้นเองร่างของผู้หญิงร่างหนึ่งก็ค่อยๆ   ผุดลอยขึ้นมาอย่างเชื่องช้าเผยดวงหน้าที่งดงานปาดเทพธิดาให้ได้ปรากฏแก่คู่ต่อสู้ของผม  ที่ตอนนี้กำลังยืนตัวแข็งทื่อและสั่นกลัวในเวลาเดียวกัน

                พรึ่บ!

                    ผ้าแพรสีแดงที่โผล่พ้นออกมาพร้อมกับมหาเทพนกฟินิกซ์นั้น  เริ่มปลิวสะบัดอย่างอ่อนไหวรอบกาย  ก่อนที่มือของเธอจะค่อย ๆ ยกขึ้นกุมที่หน้าอกช้าๆ  พลันบังเกิดดวงแสงพลังสีแดงขนาดเล็กขึ้นที่ตรงหน้าของเธอ  แล้วค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนมันมีขนาดเท่ากับบ้านสองชั้นหลังหนึ่งไปแล้ว   และวินาทีนั้นเองมหาเทพนกฟินิกซ์ก็ค่อย ๆ   เงยหน้าขึ้นพร้อมกับ ดวงแสงสีแดงที่มีขนาดมหึมานั่น  ก็พุ่งลำแสงเป็นทางยาวเข้าหาร่างของคู่ต่อสู้ผมโดยทันที...

                ซูม!   บึ้ม!!!!!

                1,550!!!

                ‘ผู้เล่นเควินสังหารผู้เล่นคนธรรมดาได้สำเร็จ  ได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบต่อไปค่ะ...’

                    เสียของระบบดังขึ้นพร้อม ๆ กับที่ผมรีบคลายทักษะเผ่าพันธุ์ทั้งหมดออกพอดี  ไม่งั้นพลังชีวิตผมคงต้องลดไปอีกแน่ ๆ   ซึ่งนั่นยังผลให้ร่างของมหาเทพนกฟินิกซ์ค่อย ๆ เลือนหายไปช้าๆ   ในขณะที่ท้องฟ้าก็เริ่มเปิดสว่างอีกครั้ง  จากการที่หมู่เมฆสีเทาเคลื่อนตัวออก

                ‘กรุณารอสักครู่ระบบกำลังเคลื่อนย้ายท่านกลับห้องพักค่ะ...’

                    สิ้นเสียงของระบบร่างของผมเรืองแสงสีขาวน้อยๆ   ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปและมาโผล่อีกทีก็เป็นห้องเดิม ห้องที่เป็นตัวรับรองก่อนผู้เล่นจะเข้าไปแข่งขันกัน ซึ่งแน่นอนว่าโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ยังคงตั้งเด่นกลางห้องเหมือนเดิม

                    “เจ้านายใช้เวลาสังหารมากไปหน่อยนะ”   จู่ ๆ ไคน์ก็พูดขึ้นมาจากข้าง ๆ ของผมและเมื่อก้มลงไปดูก็พบว่ามันกำลังนอนหมอบอย่างเป็นสุขอยู่ในร่างสุนัขขนสีเทา

                    “น้อย ๆ หน่อยผมก็พยายามแล้ว  ว่าแต่แกเถอะหายไปไหนตอนผมสู้”

                    “ก็อยู่แถว ๆ นั้นแหละ”  

                    มันเงยหน้ามาพูดแค่นั้นก็หมอบลงไว้บนพื้นเหมือนเดิม ซึ่งผมก็ได้แต่ส่ายหน้าในใจแล้วเดินไปดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งที่โต๊ะประชุมนั่น   ก่อนจะทิ้งร่างของตัวเองลงอย่างเหนื่อยแรง  และดูเหมือนว่าผมจะเป็นคนแรกของห้องด้วยที่ผ่านเข้ารอบไปได้  เนื่องจากทันทีที่มาถึงผมยังไม่เห็นใครเลยสักคนแสดงว่าคงกำลังสู้อยู่แน่นอน

                ติ๊ด!

                    อะไรบางอย่างดังขึ้นบนโต๊ะประชุมนั่นเมื่อหันไปมอง  ก็พบว่ามันเป็นหน้าจอโฮโลแกรม  ที่กำลังฉายภาพการต่อสู้ของผู้เล่นคนหนึ่งอยู่  ซึ่งผมก็ให้ความสนใจมันทันที 

                วูบ!

                    ผมลองเลื่อนภาพเหล่านั้นดูก็พบว่ามันสามารถพลิกไปดูของผู้เล่นคนอื่นได้ด้วย แถมยังย่อหน้าต่างภาพที่มีการต่อสู้อยู่ให้เล็กลง   จนสามารถเปิดขึ้นมาหลาย ๆ ภาพได้  ซึ่งผมก็พบว่าเพื่อนคนอื่น ๆ ของผมนั้นยังสู้ไม่เสร็จ  แล้วแต่ละคนก็ดูเหมือนจะได้เปรียบกันด้วย 

                    “พวกอันดับรุ่นปัจจุบันก็ผ่านเข้ารอบสองกันหมดสินะ”     

                    ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เมื่อจ้องมองการต่อสู้ของเทสก้า  เดม่อนโครว  ราเชลไอซ์    เดลต้า  และสุดท้ายก็เทลเลอร์    ซึ่งคนสุดท้ายนี้ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นลูกศิษย์ผมอย่างเดียวหรอก แต่เป็นเพราะเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มของผมกำลังตกที่นั่งลำบากต่างหาก  แถมเทลเลอร์ก็เสียคะแนนไปเยอะมากทีเดียวเมื่อดูจากตัวเลขคะแนนที่โชว์บอกอยู่ที่มุมจอแล้ว

                    “ขอดูทักษะดาบใหม่หน่อยนะ  เจ้าจอมทึ่ม”

     

    @@@@@@@@@@@@@@@@@@@

     

    คล้ายกับเรื่องTHE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1) ที่คุณอ่าน