เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 73 ลอบสังหาร

        จางเฉิน และชิวเอ๋อ ชิงเอ๋อ เดินออกมาจากตึกสมาคมปรุงยาเพียงไม่กี่ก้าวจางเฉินรู้สึกถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรงเขารับผลักทั้งสองสาวกลับเข้าไปในตึก


      มีปราณกระบี่สามสายพุ่งมาจากมุมที่แตกต่างกันระเบิดการจู่โจมที่จางเฉินอย่างรุนแรงจางเฉินเอาอาบออกจากแหวนมิติ แล้วยกขึ้นต้านทาน


       บูม บูม ปัง


       จางเฉินกระเด็นไปติดกำแพงของตึกกระอักเลือดอย่างหนักหากไม่ได้ผึกร่างกายเหนือปฐพีเขาคงตายด้วยการโจมตีเหล่านี้อย่างแน่นอนมันเป็นการโจมตีระยะไกลจึงลดผลกระทบลงไปจำนวนหนึ่ง หากโจมตีใกล้ๆจางเฉินก็อาจจะขาดสองท่อนไปแล้ว


       ชายเสื้อคลุมดำสามคนเดินมาที่จางเฉินทันที คนหนึ่งปิดทางล่าถอยของจางเฉินที่จะกลับไปตึกสมาคมปรุงยา ชิวเอ๋อและชิงเอ๋อนั้นถูกจางเฉินผลักไปไกลมาก จึงไม่ได้รับอันตรายสองสาวรีบเข้าตึกไปเรียกคนมาช่วยทันที


        ปัง


       จางเฉินถูกกำปั้นของชายเสื้อคลุมดำที่ปิดทางล่าถอยไว้โจมตีอย่างรุนแรงปลิวกระเด็นไปอีกครั้งเขาพยายามลุกขึ้นมาแล้วมองดูทั้งสามคนที่ไม่คุ้นเคย พวกที่กล้าฆ่าสังหารคนในช่วงเวลากลางวันมันแปลกมาก


       “พวกเจ้าเป็นใครตระกูลมู่ส่งมาใช่ไหม”


        ทั้งสามคนนั้นไม่มีใครตอบนักรบปราณในชุดเสื้อคลุมดำสองคนต่างยกกระบี่เข้าจู่โจมจางเฉินทันทีกระบี่ที่แฝงไปด้วยพลังปราณนั้นถ้าถูกตัวจางเฉินในครั้งนี้เขาคงสิ้นชีพทั้งสามคนนั้นไม่มีเวลาต้องการจบการลอบสังหารนี้ให้เร็วที่สุดแต่จางเฉินต้องการเวลาเพื่อให้มีคนช่วยเหลือ


       จางเฉินกัดฟันเรียกหม้อเก้ามังกรออกมาแล้วจับขาข้างหนึ่งของหม้อไว้ทุบไปที่ปราณกระบี่


        ปัง ปัง บูมมม


        ชายเสื้อคลุมดำทั้งสองต่างตกตะลึง ไม่คิดว่าจางเฉินจะสามารถต้านรับการจู่โจมครั้งนี้ได้ทั้งสองคนถอยหลังไปเพียงสองสามก้าว แต่จางเฉินนั้นกระเด็นไปติดผนังอีกครั้งหนึ่งมีบาดแผลมากมายเกิดขึ้นทั่วร่างกายของเขา


        ต๊าย


       ทั้งสามคนโจมตีพร้อมกันอย่างรวดเร็วความเร็วนั้นทำให้ดูเหมือนทั้งสามคนเป็นเพียงภาพเงาดำ จางเฉินส่งพลังปราณเข้าสู่หม้อเก้ามังกรเพื่อขยายขนาดให้โตเท่าบ้านแล้วโยนไปตามทิศทางการโจมตี


       หึง บูมม


        อีกครั้งที่จางเฉินต้านรับได้แต่เขาไม่เหลือพลังปราณสำหรับใช้งานหม้อเก้ามังกรแล้ว หม้อเก้ามังกรย้อนกลับมาหาจางเฉินแล้วหดตัวลงอย่างรวด


        “อาวุธวิญญาณ”ชายเสื้อคลุมดำทั้งสามอุทานพร้อมกัน


       มีคนจำนวนมากกระโดดออกมาจากตึกสมาคมเภสัชกร เหล่าผู้พิทักษ์สมาคม หลินเทียนหลินจงเป่า ต่างรีบเร่งเข้ามาช่วยเหลือจางเฉินทั้งสามคนนำกระบวนเวทย์ออกมาแล้วทำการฉีกกระดาษเกิดพื้นที่แตกออกเป็นทางเข้าแล้วรีบหลบหนีทันที


        “จางเฉินเจ้าเป็นยังไงบ้าง”หลินเทียนรีบเข้ามาดูจางเฉินทันที


        จางเฉินนั้นไม่อาจยืนได้แล้วกระแทกตัวนั่งลงทันที กระอักเลือดอีกครั้ง การต่อสู้กับนักรบปราณนั้นเป็นไปไม่ได้จริงๆถ้าไม่มีอาวุธวิญญาณก็คงยากจะต่อกรด้วย จางเฉินเริ่มคิดเกี่ยวกับการเพิ่มการฝึกฝนทันทีแต่ก็ด้วยปัจจัยภายนอกก็จะทำให้รากฐานไม่มั่นคง อาจเกิดปัญหาในการบรรลุขั่นถัดไปจางเฉินได้แต่คิดและขมวดคิ้ว


        “ข้าไม่เป็นไรพักสักครู่ก็หายดี”


        สองสาววิ่งเข้ามากอดจางเฉินด้วยความเป็นห่วงทันทีแม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยเลือดทั้งสองคนก็ไม่รังเกียจต่างเปื่อนฝุ่นและเลือดไปด้วยกันสามคน เป็นภาพบาดตาสำหรับผู้คนอย่างยิ่ง


        “ข้าว่ามองดูเหมือนนางฟ้ากับโคลนตมเลยสองสาวไม่น่าเลือกผู้ชายกล้ามโต ตัวใหญ่หุ่นเหมือนหมีแบบนี้ถ้าเลือกเป็นเจ้าชายหรือคุณชายตระกูลใหญ่คงเป็นภาพสวยงาม” ผู้พิทักษ์คนหนึ่งแอบกระชิปกับเพื่อน


        “ข้าเห็นด้วยนะถ้าไม่ติดว่าเป็นอาจารย์จางเฉิน ข้าว่าคือนางฟ้ากับควายเลยละอาจารย์จางเฉินก็ไม่หล่อแค่พอดูได้”


        “พวกเจ้าน้อยๆหน่อยถ้านินทาเจ้านาย ขนาดหัวหน้าสมาคมยังต้องเคารพนพนอบถ้าเขาได้ยินพวกเจ้าจะได้หัวหลุดจากบ่า”


        “ก็ข้าเสียดายข้าไม่เคยเห็นหญิงสาวสวยงามขนาดนี้มาก่อน”


       จางเฉินนั่งเดินลมปราณรักษาตัว ด้วยพลังธาตุน้ำและธาตุไม้การรักษาตัวของจางเฉินจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว เขากลับสมาคมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินทางไปตึกสกุลหนิงอีกครั้งพร้อมกับมีผู้พิทักษ์คุ้มกันยี่สิบคน


        บ้านตระกูลหนิงไม่ต่างจากบ้านตระกูลจางมากนักด้านหน้ามีโรงแรมและร้านอาหาร ส่วนด้านหลังเป็นตึกอยู่อาศัย และบ้านพักน้อยใหญ่จำนวนหนึ่ง ดูแล้วจะใหญ่กว่าตระกูลจางเล็กน้อย


       “พวกเจ้าเป็นใครหากจะเข้าสู้ร้านอาหารหรือโรงแรมไปด้านโน้น นี่เป็นทางเข้าคฤหาสตระกูลหนิง”ยามเฝ้าหน้าประตูปิดกั้นทันที


       “พี่ชายหนิงเค่อข้าเองชิวเอ๋อ นี่น้องข้าชิงเอ๋อ”


      ยามทั้งสองคนมองทั้งสองสาวอย่างถี่ถ้วนมันสองคนมั้นใจว่าไม่มีสาวงามเช่นนี้ในตระกูลหรือไม่เคยเห็นในเมือง แต่พอดูอีกดูก็ดูคล้ายพี่น้องฝาแฝดที่เป็นที่น่ารังเกียจของตระกูลแม้เป็นลูกผู้นำตระกูลแต่ก็ไม่เคยมีใครใส่ใจมากนัก


       “ข้ามาขอพบท่านพ่อ ท่านแม่เกือบสามปีแล้วไม่ได้เจอกัน” ชิงเอ๋อกล่าวอย่างน้อยใจ


       จางเฉินรู้สึกประหลาดใจแต่ก่อนจางเฉินไม่ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวชิวเอ๋อ และชิงเอ๋อเลยหลังจากลองถามดูจึงพบว่า ทั้งสองคนเป็นเหมือนขยะของตระกูลที่ทุกคนไม่ต้องการแล้วก็ไม่ได้รับการดูแลสักเท่าไหร่ ถูกส่งออกจากตระกูลเพื่อไปอยู่ศึกษาร่ำเรียนจนเข้ามหาลัยชวนหลิงได้ โดยได้รับเงินเพียงเล็กน้อยต้องดินรนเอาเองเพื่ออยู่รอด


       สิ่งที่ทำให้จางเฉินเข้าไปอยู่ในใจพวกนางคือความไม่รังเกียจและการดูแลเอาใจใส่อย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาทั้งสอนความรู้ต่างๆ มากมาย


       “เรากลับกันเถอะ ถ้าเขาไม่ต้อนรับ”จางเฉินพูดอย่างเฉยเมย


       “ไม่เมื่อเรามาแล้วข้าก็อยากเจอพ่อแม่”


       “เอาละ ท่านหนิงเค่อนี่ตราสัญลักษณ์แสดงตัวตนของหัวหน้าสมาคมปรุงยา หวังว่าท่านจะให้ใบหน้าแก่พวกข้าเพื่อเข้าพบหัวหน้าตระกูล” จางเฉินหยิบป้ายประจำตัวของหลินจงเป่าออกมา


        สมาคมปรุงยาคือองค์กรยักใหญ่ของทวีปย่อมไม่มีคนกล้าดูแคลน ทั้งสองคนจึงเปิดทางให้ แล้วนำทางสู่ห้องโถง พอถึงห้องโถงยามก็บอกให้แม่บ้านไปแจ้งผู้นำตระกูล ไม่นานชายวัยกลางคน ในชุดโอ่อ่ารูปร่างอ้วนท้วนเหมือนต้าไห่ก็เดินเข้ามา


        “ท่านพ่อ”


        “พวกเจ้าใช้ชิวเอ๋อ และชิงเอ๋อ”หนิงหวู่หั่นเข้ามากอดทั้งสองคน โห่ร้องด้วยความดีใจด้านหลังตามมาด้วยหญิงสาววัยกลางคน และหนุ่มสองคนรุ่นราวคราวเดียวกับจางเฉิน


        “ท่านพ่อนี่จางเฉินสามีของเราทั้งสองคน จางเฉินนี่พ่อข้า หนิงหวู่หั่นส่วนนี่แม่เลี้ยงฉินเอ่อซวงและลูกพี่ลูกน้อง หนิงเปาซุน  หนิงเป่าต๋า”


        “จางเฉินทำการคารวะพอเป็นพิธีเขาไม่ได้มีความประทับใจกับตระกูลนี้มากนัก”


         แรกเริ่มจางเฉินคิดว่าจะทำการศึกษาเกี่ยวกับอาหารในโลกนี้แล้วทำการปรับปรุงร้านค้า เขากำลังจะศึกษาการทำซาลาเปา ขนมจีบแล้วก็อาหารประเภทก้วยเตี๋ยว เพื่อช่วยร้านค้าสกุลหนิงเพราะต้นทุนต่ำแต่รสชาติและรายได้จะค่อนข้างดี


         “ท่านพ่อตาข้ามาเพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับเรื่องของพวกเราเท่านั้นเราได้ทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว หวังว่าท่านพ่อตาจะไม่รังเกียจ”จางเฉินอยากกลับไปที่สมาคมเภสัชกรแล้ว เขาพยายามรวบรัดตัดความให้มากที่สุดเขาจะใช้แผนอื่นเพื่อทำลายสกุลมู่ และสกุลเจียง


          “พวกเจ้าพักที่นี่ก่อนไหมเราจะได้มีเรื่องคุยกัน” หนิงหวู่หั่นกล่าวชักชวน


          “พวกเขายอมมีธุระของตนเองท่านพี่อย่าได้ทำให้พวกเขาเสียเวลาเลย” แม่เลี้ยงนั้นไม่ชอบชิวเอ๋อ และชิงเอ๋อเพราะต้องการสมบัติทั้งหมดให้กับลูกของตัวเองเท่านั้นลูกชายทั้งสองคนนั้นก็มีบุคลิคหยิงพยองมีแต่สายตาดูถูกจางเฉินตั้งแต่แรก แม้แรกๆจะตกใจในงามสวยงามของทั้งสองสาว แต่ก็ต้องการไล่ออกไปเหมือนเดิม


          หลังจากนั่งดื่มชาพูดคุยกันพอประมาณแล้ว จางเฉินก็ขอตัวพร้อมกับชิวเอ๋อและชิงเอ๋อ ถือได้ว่าทั้งสองสาวเป็นภรรยาของจางเฉินโดยสมบูรณ์ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลหนิงอีก ทั้งตระกูลมีเพียงหนิงหวู่หั่นเท่านั้นที่คอยแอบส่งเงินให้กับทั้งสองคน ส่วนคนอื่นๆ นั้นไม่ได้ใส่ใจเลย  พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องนี้มากนัก แม่เลี้ยงย่อมเป็นตัวร้ายประจำบ้านที่น่ากลัวที่สุดไม่ควรคบหา