บทที่ 11 ยุคแห่งความขัดแย้ง
[ติ๊ง ตรวจพบบุตรแห่ง์ระดับตำนาน !]
ดวงตาของฉินเฟิงสว่างวาบ ในใจรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก
เนื่องจากฉินฮ่าวเป็น้องชายแท้ ๆ ของเขา ทุกครั้งเขาจึงไม่สามารถใช้พลังอย่างเต็มที่ เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถรับผิดชอบต่อท่านพ่อและท่านแม่ได้ ส่งผลให้ใช้เวลากว่าห้าปี จึงจะเก็บแต้มวายร้ายได้ถึงสองแสนสี่หมื่นแต้ม
ตอนนี้ได้พบกับบุตรแห่ง์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่มิตร จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร
หากเขาจำไม่ผิด น้องชายของเขาก็เป็บุตรแห่ง์ระดับตำนานเช่นกัน
"น่าสนใจ !"
ฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะพิจารณาอีกฝ่าย สงสัยว่าเขาจะมีร่างกายจำเพาะหรือไม่
ตามบันทึกโบราณของดินแดนา ร่างกายจำเพาะเป็สิ่งที่พบได้ยากนักในรอบหมื่นปี การท้าทายข้ามระดับจะง่ายราวกับดื่มน้ำ เป็เด็กอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งซึ่งเป็ที่แย่งชิงของกลุ่มมหาอำนาจ
ในตอนนี้——
ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายยิ้มแหย แต่ไม่มีท่าทีจะห้ามปราม
ถึงแม้หลินหาวจะมาที่นี่เพื่อเป็พันธมิตร แต่ก็ไม่หวังให้ลูกสาวแต่งงานกับคนไร้ความสามารถ
ส่วนฉินเทียนเพื่อให้การเป็พันธมิตรสำเร็จลุล่วง เขาย่อมหวังให้ฉินเฟิงลูกชายคนโตแสดงความสามารถออกมา
หากแพ้ก็ไม่เป็ไร เพราะเขาเพิ่งจะแปดขวบ ส่วนอีกฝ่ายอายุสิบสามสิบสี่แล้ว และมีระดับการฝึกตนถึงขั้นเหนือสามัญระดับสาม
แต่หากชนะ นั่นก็จะเป็การสร้างหน้าตาเป็อย่างมาก
"ดี งั้นข้าจะเล่นกับเ้าสักหน่อย !"
ฉินเฟิงเข้าใจความตั้งใจของท่านพ่อ ซึ่งก็ตรงกับความคิดของตน พลังิญญาอันแข็งแกร่งหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขา ใบไม้ที่ร่วงหล่นบนพื้นก็ลอยขึ้นอย่างช้า ๆ
"ขั้นเหนือสามัญระดับหนึ่ง !!"
หลินหาวและผู้ฝึกตนระดับสูงจากเทียนซินต่างก็เปลี่ยนสีหน้า ในใจพวกเขาร้องว่าเด็กคนนี้มีรัศมีแห่งจอมราชัน
การบรรลุขั้นเหนือสามัญั้แ่อายุแปดขวบ ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน !
โดยเฉพาะความสามารถที่ทำให้ใบไม้ลอยขึ้นของเขา หากพวกเขาไม่ได้มองผิด นี่คือวิชาลับที่ทำให้บรรพชนรุ่นที่สิบของตระกูลฉินมีชื่อเสียงที่เรียกว่า ‘ใบไม้ร่วงซัด’
หากไม่ได้เห็นกับตา ใครจะกล้าเชื่อว่าเด็กตัวเล็ก ๆ จะสามารถใช้วิชาลับเช่นนี้ได้
ในขณะเดียวกัน หลินหาวก็เข้าใจในที่สุด ว่าทำไมอาณาจักรต้าเซี่ยจึงคอยจ้องจับผิดตระกูลฉินอยู่ตลอด เพราะหากปล่อยให้เด็กทั้งสองเติบโตขึ้นมา พวกเขาจะสามารถแทนที่อาณาจักรได้ทุกเมื่อ
"ขอรับคำสอน !"
หลินซานเป็คนที่มีมารยาทมาก ก่อนจะลงมือเขายังไม่ลืมที่จะเตือนอีกฝ่าย
แต่เขาประเมินความมีศีลธรรมของฉินเฟิงสูงเกินไปอย่างชัดเจน เมื่อเผชิญหน้ากับบุตรแห่ง์ เขาไม่เคยกล้าประมาท ไม่เคยมีมารยาท ยิ่งไปกว่านั้นระดับการฝึกตนของอีกฝ่ายยังสูงกว่าเขาถึงสองระดับย่อย
ก่อนที่หลินซานจะทันได้ตอบสนอง ฉินเฟิงก็ชี้นิ้วไปที่ใบไม้ ทันใดนั้นมันก็กลายเป็ใบมีดที่คมกริบ พุ่งเข้าใส่หลินซานอย่างรวดเร็วจากทุกทิศทาง
"เฮ้ย เ้าไม่มีมารยาทเลยหรือไง !"
หลินซินเอ๋อร์ตำหนิฉินเฟิงอย่างรุนแรงด้วยความร้อนใจ ไม่พูดอะไรสักคำก่อนลงมือ ทั้งยังใช้กำลังเต็มที่และใช้ท่าไม้ตายั้แ่แรก ช่างเลวทรามและไร้ยางอายยิ่งนัก
หลินซานชักกระบี่ออกมาอย่างไม่รีบร้อนและแทงออกไปหนึ่งครั้ง กระบี่สั่นเบา ๆ ทิ้งเงาจาง ๆ เอาไว้ กระบี่นั้นราวกับสายน้ำใต้แสงจันทร์ ปัดใบไม้ที่พุ่งมาให้กลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างง่ายดาย
อีกครั้งที่กระบี่ถูกแทงออกไป กระแสลมคมกริบจากกระบี่พัดพาให้ใบไม้ที่ปลิวว่อนราวกับสูญเสียแรงดึงดูดร่วงหล่นลงมา ร่างของหลินซานที่กำลังควงกระบี่ไปมาผุดขึ้นและหายวับไปท่ามกลางสายลม
ชิ้ง !!
หลินซานฟาดปราณกระบี่ออกมาทลายฝูงใบไม้ที่ฉินเฟิงปล่อยออกมา
แม้ท่าทางทั้งหมดของเขาจะดูพลิ้วไหว แต่ก็ยังมีรอยขีดข่วนเพิ่มขึ้นบนร่างกายอีกหลายรอย หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงยืนยันว่ากระบี่เล่มนั้นกินพลังของเขาไปมาก
"โอกาสดี !"
ฉินเฟิงยึดหลักการที่ว่าต้องฉวยโอกาสเมื่อศัตรูอ่อนแอ เหยียบย่างอย่างวิจิตรพิสดารด้วยอสูรหลบเลี่ยง ชั่วพริบตาก็พุ่งเข้าไปอยู่ตรงหน้าหลินซาน โดยไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้ตอบโต้ กำปั้นขนาดเท่ากระสอบทรายก็ซัดใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายทันที
อ้าก !!
หลินซานส่งเสียงร้องออกมาทีหนึ่ง ร่างกายลอยละลิ่วออกไป
"ท่านพี่ เก่งมาก !!"
ฉินฮ่าวดีใจจนมือไม้สั่นระริก ฉลองชัยชนะให้พี่ชายล่วงหน้า
แต่การกระทำเช่นนี้ของเขา ทำให้หลินซินเอ๋อร์รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก จึงะโให้กำลังใจหลินซานดังลั่น
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่ชกบุตรแห่ง์ ได้รับ 200 แต้มวายร้าย !]
เมื่อเห็นจำนวนแต้มวายร้ายเพิ่มขึ้น ฉินเฟิงก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที และพร้อมจะเดินหน้าต่อไปให้ถึงที่สุดได้ทั้งวัน
เพียงแต่เขาประเมินพลังต่อสู้ของหลินซานต่ำเกินไปอย่างชัดเจน ยังไม่ทันที่เขาจะเริ่มโจมตีต่อเนื่อง อีกฝ่ายก็กลับมาทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว ร่างกายพุ่งออกไปราวกับห่านป่าที่กำลังร่อนข้ามท้องฟ้า ปลดปล่อยปราณกระบี่สีเข้มดุจสายน้ำออกมา
"เจตจำนงแห่งกระบี่ !!"
ฉินเทียนและคนอื่น ๆ ร้องอุทานด้วยความใ และเรียกเขาว่าปีศาจน้อยในใจ
เจตจำนงแห่งกระบี่เป็สิ่งที่ผู้ฝึกกระบี่ใฝ่ฝันที่จะเข้าใจ เมื่อเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่แล้ว เพลงกระบี่จะมีพลังเพิ่มขึ้นหลายระดับ เสริมพลังการต่อสู้ให้กับตนเองได้อย่างมาก
"ท่าไม่ดีแล้ว !!"
ฉินเฟิงก็รับรู้ถึงความน่ากลัวของกระบี่เล่มนี้ เขาไม่คิดจะฝืนต่อสู้ จึงรีบหลบหนีออกมา
แต่หลินซานออกจากสภาวะตั้งรับมาแล้ว บวกกับระดับที่สูงกว่าฉินเฟิงสองระดับย่อยและข้อได้เปรียบของเจตจำนงแห่งกระบี่ ร่างกายของเขาเหมือนสายลมที่ฟาดฟันด้วยกระบี่หนึ่งครั้ง บังเกิดเป็เงากระบี่หลายเงาพุ่งเข้าหาฉินเฟิง
ถึงแม้ว่าอสูรหลบเลี่ยงของฉินเฟิงจะวิเศษเพียงใด แต่ก็ยังเหมือนเรือเล็กที่แล่นอยู่ท่ามกลางคลื่นั์ มีความเสี่ยงที่จะพลิกคว่ำได้ทุกเมื่อ
"หลินซาน เ้าทำได้ดีมาก ลงโทษเด็กนี่ให้ข้าดูหน่อย !!"
หลินซินเอ๋อร์ปรบมือด้วยความดีใจอยู่ข้าง ๆ และไม่ลืมที่จะแลบลิ้นใส่ฉินฮ่าวอย่างรังเกียจ
"ท่านพี่ สู้ ๆ!!"
ฉินฮ่าวโกรธจนหน้าแดง ขณะะโให้กำลังใจฉินเฟิงด้วยเสียงแหลมสูง
คนอื่น ๆ ไม่สนใจเด็กทั้งสองคน พวกเขาต่างตกตะลึงกับเด็กอีกสองคนตรงหน้า
ขณะที่ก็ถามตัวเอง ว่าตอนที่อายุแปดขวบ พวกเขาไม่มีทางที่จะทะลวงขั้นเหนือสามัญได้ แม้แต่ตอนอายุสิบสามสิบสี่ปี ก็ยังไม่เข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่
"คลื่นหลังของแม่น้ำแยงซีเกียงกำลังไล่ตามคลื่นหน้าอยู่หรือนี่ !"
ทุกคนในที่นั้นอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดพร้อมกัน รู้สึกได้ว่ายุคแห่งความขัดแย้งครั้งใหญ่กำลังจะมาถึงอีกครั้ง
ทุกครั้งที่เทพบุตรเหล่านี้มาเกิดในโลกมนุษย์พร้อมกัน ก็เป็วันที่วิถีโบราณจะถูกเขียนขึ้นใหม่อีกครั้ง
ในเวลานี้--
ฉินเฟิงไม่มีใจจะสนเื่าใหญ่อะไรทั้งนั้น สิ่งที่เขาคิดในตอนนี้คือเขาจะตีเด็กหนุ่มคนนี้อย่างไรเพื่อให้ได้แต้มวายร้าย
"ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป อย่าว่าแต่แต้มวายร้ายเลย แม้แต่ความพ่ายแพ้ก็ใกล้เข้ามาแล้ว !"
ฉินเฟิงถูกรุกจนถอยหลังไปเรื่อย ๆ และตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบโดยสิ้นเชิง ไม่มีแม้แต่โอกาสโต้กลับเลยสักนิด
ไม่มีทางเลือกแล้ว !
บรรยากาศถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด เขาจะแพ้คนคนนี้ไม่ได้
ฉินเฟิงเรียกระบบเพื่อใช้แต้มแลกฝีเท้าปีศาจเล่มที่สอง !!
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของ ใช้ 10000 แต้มวายร้าย แลกเปลี่ยนเป็ฝีเท้าปีศาจเล่มที่สอง !]
"10000 แต้มเชียวนะ !"
ฉินเฟิงรู้สึกเ็ปในใจอย่างบอกไม่ถูก เขาต้องตีน้องชายกี่วันกว่าจะเก็บได้หนึ่งหมื่นแต้ม ยิ่งห่างไกลจากการแลกเปลี่ยนบัตรความเข้ากันได้สิบส่วนไปอีกก้าว
ไม่ได้ !
วันนี้ต้องตีเอาแต้มกลับคืนมาจากเ้าหนุ่มหลินซานให้ได้ !
ร่างกายของฉินเฟิงเคลื่อนไหวไปตามเงาในความคิดของเขา เหมือนสายลมที่พัดโบกอยู่ท่ามกลางปราณกระบี่ที่มืดมัวราวกับสายน้ำ ไร้ซึ่งอุปสรรคใด ๆ ที่จะทำให้เขาเคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว วูบเดียวก็พุ่งออกไปได้ไกลหลายร้อยจั้ง
"อะไรน่ะ !!"
ทุกคนในที่นั้นเปลี่ยนสีหน้าไปในทันที เมื่อเห็นว่าวิชาตัวเบาของฉินเฟิงได้พัฒนาขึ้นระหว่างการต่อสู้
ความเร็วของเขาสูงขึ้นกว่าเมื่อครู่นี้อย่างชัดเจน ท่วงท่าการเคลื่อนไหวเท้าก็ประหลาดยิ่งกว่าเดิม หลบหลีกคมกระบี่ที่หลินซานโบกมาได้อย่างง่ายดาย
"ดี ดี ดีมาก ลูกข้า ฉินเฟิงมีรัศมีแห่งจอมราชัน !"
ฉินเทียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ เขาแทบจะะโข้างหูหลินหาวอยู่แล้ว
"เก่งมาก !"
หลินซานแสดงสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน รู้ดีว่าหากไม่ใช้ฝีมือที่แท้จริงก็ไม่มีทางเอาชนะอีกฝ่ายได้
ชายเสื้อของเขาปลิวสะบัดไปมาโดยไร้ลม ปราณกระบี่ในมือมืดมิดดุจสายน้ำ ส่องประกายอยู่ท่ามกลางสายลม อากาศถูกฉีกขาดและส่งเสียงครวญครางดังอู้อี้
"อืม !!"
ฉินเฟิงรู้สึกได้ว่าหลินซานกำลังจะใช้ท่าไม้ตาย เขาจึงยกมือขึ้นะโใส่ท้องฟ้า
กระบี่จงมา !!
………