อาหารเที่ยงทำเสร็จแล้วแต่พริมาต้องเตรียมอาหารเย็นต่อ หล่อนฝากมาริสาเอาเก๊กฮวยเย็นไปให้นพคุณเพราะรีบออกมาเลยไม่ได้วางไว้ให้เขา สาวน้อยใจลอย...ทำไมแพรวพณิตไม่มาด้วยหนอหล่อนเห็นนพคุณไปไหนจะเห็นแพรวพณิตไปด้วยเสมอ ยามาชอบเอารูปใน Facebook ให้หล่อนดูเป็นประจำเห็นยามากับแพรวพณิตไม่ถูกกัน แต่สองคนนั่นกลับเป็นเพื่อนกันใน Facebook...พริมาคิดว่าสองคนนั่นคงถือคติรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งและตั้งแต่ยามาโค่นบัลลังก์เวทีนางนพมาศของแพรวพณิต ดูเหมือนรุ่นพี่สาวสวยคนนั้นจะเกลียดเพื่อนของหล่อนยิ่งกว่าเก่า (เดิมทีก็เกลียดกันมากอยู่แล้ว)แพรวพณิตเรียนที่เดียวกับนพคุณและหล่อนจะลงรูปบ่อยๆ เวลาพวกเขามีกิจกรรมและในรูปเหล่านั้น ต้องมีนพคุณเสมอ ยามาชอบเอามาให้พริมาดู
“ดูดิ! หมั่นไส้เอารูปมาลงเรียกกระแส เห็นก็รู้แล้วไอ้ขี้เก๊กไม่รู้ต้ว ถ่ายให้ติดนิดหนึ่ง แสดงตัวประมาณว่าสนิทกันว่างั้น”และมันเรียกกระแสได้มากทีเดียว เพราะมีคนกดไลค์เป็นร้อย ๆ
“คงลงรูปดักคอพวกสาวๆ ล่ะซิคิดว่าฉันไม่รู้รึไงยัยแพรวพาณิชย์” ยามาเปลี่ยนชื่อให้ศัตรูใหม่แพรวพาณิชย์น่ะเหมาะแล้ว เร่ขายไปทั่ว ผู้ชายเขาไม่ซื้อก็จะขาย...พริมาตาโตเพื่อนหล่อนปากร้ายไปหน่อยว่ากันขนาดนี้ก็เกินไป
“ปลาทูอย่าไปว่าพี่เขาแบบนั้น” ยามาทำท่าจะเถียง แต่หล่อนก็คิดได้ว่าพูดเกินจริงไปจริงๆจึงไม่ได้เถียงเพื่อนกลับไปแต่หล่อนจะไม่เปลี่ยนฉายาให้หรอกนะรู้กันแค่นี้ก็ได้ว่าหมายถึงอะไรสาวน้อยกำลังนั่งหั่นผัก แต่ตาหล่อนไม่ได้มองผัก นพคุณเดินเข้ามาในครัว พอหายงอน(ก็บอกว่าไม่ได้งอนไง) ก็อยากจะคุยด้วยเสียหน่อย เขายืนมองอยู่ตรงนี้นานแล้ว แต่สาวน้อยดูเหมือนจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีใครเข้าออกหรือผ่านเข้ามาในครัวบ้างหล่อนกำลังคิดอะไรอยู่ถึงใจลอยแบบนี้ เมื่อกี้ผ่านมาก่อนถึงครัวเขาเห็นพลอยใสกับคเชนทร์ยืนคุยกันอยู่...เห็นแล้วก็ตลกดีคเชนทร์เดินตามยามา ส่วนพลอยใสเดินตามคเชนทร์...เวียนหัวดีแท้
“อุ๊ย!” พริมาอุทานเสียงดังนพคุณตกใจ เขารีบเขาไปดูว่าหญิงสาวเป็นอะไร
“มีดบาดค่ะ สงสัยใจลอยไปหน่อย” นพคุณขมวดคิ้ว พริมามีเรื่องอะไรให้คิดถึงขนาดทำให้หล่อนใจลอยจนมีดบาดได้นะหรือเพราะพลอยใส? ถ้าเขาจำไม่ผิดคเชนทร์เป็นคนชวนพริมาให้มาออกค่ายด้วยกันแต่หมอนั่น วันนี้ไม่สนใจหล่อนเลยด้วยซ้ำและเมื่อกี้เขาผ่านมาหมอนั่นกำลังคุยกับสาวแฟนเก่าหน้าระรื่น
“มาล้างแผลก่อน” นพคุณจับมือพริมาเดินมาล้างน้ำสะอาดโชคดีที่แผลไม่ลึก และไม่นานเลือดก็หยุดไหล เขายืนกดแผลให้สาวน้อยอยู่นาน จนใครต่อใครที่ผ่านมาอดส่งสายตามองมาไม่ได้พริมาเขินแต่นพคุณไม่สนใจใครจะมองก็ช่างสิ...ดีเสียอีกพวกนั้นจะได้ไม่เข้ามายุ่ง! ไม่ต้องมาชวน ยัยเพี้ยนคุยด้วย...เมื่อเช้าเขาเห็นพวกศิษย์เก่าศิษย์ใหม่หลายคนกุลีกุจอช่วยยัยเพี้ยนขนน้ำแจกน้ำกันยกใหญ่เห็นแล้วไม่ชอบใจเลย คราวนี้พวกนี้จะได้รู้...แล้วรู้อะไร?นพคุณเริ่มสับสนเขาอยากให้คนพวกนั้น เข้าใจว่าอย่างไรนะ?
“เลือดหยุดแล้วค่ะ” พริมาดึงมือออก ตอนนี้แก้มของสาวน้อยซับสีชมพูมองแล้วเพลินตาดี นพคุณเอียงคอมอง...เขาชอบชายหนุ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง...แล้วเขาชอบอะไร? พริมาเดินกลับไปหั่นผักอีกรอบมาริสาที่นั่งอยู่ขยับตัว หล่อนเห็นฉากเด็ดเสียดายไอ้ยศไม่อยู่ ถ้ามันรู้ว่าพลาดอะไรไปมันคงอกแตกตาย ฮึ! สมน้ำหน้ามัวไปปาร์ตี้อยู่ข้างนอก อดได้ข่าวเลยไอ้ยศเอ้ย! และเพราะเป็นมาริสาที่ไม่ชอบพูดเรื่องของคนอื่นฉากเด็ดวันนี้ถ้ารู้ไปก็คงไม่ได้มาจากหล่อนแน่ หล่อนเห็นมีหลายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็เห็นเหมือนกันสองคนนี่นึกว่าอยู่กันสองคนบนโลกรึยังไงนะ ไม่สนใจสิ่งรอบข้างบ้างเลยหล่อนสงสัยอยู่เหมือนกันว่าพริมากับนพคุณรู้จักกันได้อย่างไร?และเพิ่งรู้ไม่นานว่าพ่อแม่ของสองคนนี่เป็นแฟนกัน...เรื่องมันซับซ้อนดีแท้แต่หล่อนก็สังเกตมาหลายปีแล้ว เวลานพคุณมองเพื่อนของหล่อนนั้นไม่เหมือนเวลาเขามองคนอื่นและหลังๆ มานี่รุ่นพี่คนนี้แทบไม่ละสายตาจากเพื่อนสาวตัวเล็กของหล่อนเลยใครที่ลือว่านพคุณเป็นแฟนกับแพรวพณิตนั้น สำหรับมาริสาแล้วหล่อนเห็นต่าง อีกคนที่รู้ดีก็น่าจะเป็นยามา คนนั้นฉลาดมองคนเก่ง
“จะทำอะไร?” นพคุณตามลงมานั่งข้างๆเขาเห็นพริมาถืออุปกรณ์ที่ทำให้ตัวเองเลือดตกยางออกอย่างสงสัย
“หั่นผักค่ะ ยังไม่เสร็จ” พริมายิ้มตอบ
“เอามานี่”นพคุณแย่งมีดไปจากมือพริมาแล้วหั่นผักเองอย่างเก้ๆ กังๆ
“พี่คุณ...เดี๋ยวมีดบาด”พริมาเป็นห่วง เพราะดูจากท่าทางของเขาแล้ว นพคุณน่าจะไม่ถนัดงานครัวแต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมคืนมีดให้...ระหว่างนั้นศศิธรกลับมาพอดีหล่อนออกไปแจกน้ำให้พวกใช้แรงงานทั้งหลาย และใกล้เวลาเที่ยงแล้ว เดี๋ยวจะต้องขนของออกไปข้างนอกเตรียมเสริ์ฟแขกผู้มีเกียรติอีกแต่ที่ไม่คาดคิดคือกลับมาขนของแต่ดันมาเจอ “แรร์ไอเท็ม” นั่งหั่นผักอยู่ข้างหน้าศศิธรส่งสายตาพยักเพยิดถามมาริสาที่นั่งอยู่ที่นี่ตลอด...นี่หล่อนพลาดอะไรไปบ้างหนอและมือไวเท่าความคิดสาวหล่อแอบถ่ายรูปส่งไปให้ชัยยศทันทีไม่สนสายตาด่าทอของอดีตหัวหน้าห้องที่ปรามมา นพคุณเห็นแล้วว่าสาวหล่อแอบถ่ายรูปเขาแต่เขาไม่สน...ดี! เอาไปลงโซเชียลด้วยนะ ให้เห็นกันหมดทั้งโรงเรียนนั่นแหละเขาไม่อยู่ที่โรงเรียนแล้ว แต่ได้เป็นข่าวเสียหน่อยจะเป็นไรไปมาริสาที่สังเกตอยู่ตลอดเลิกคิ้ว หล่อนก็เหมือนยามา ฉลาดดูคนเก่งถ้าพี่ต้องการงั้นหล่อนก็จะไม่ห้ามล่ะนะ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ พี่คุณเก่งเหมือนกันนะเนี้ยลูกแก้วบอกแป๊บเดียวก็ทำได้เลย”พริมาชมชายหนุ่มที่ตอนนี้นั่งยิ้มภูมิใจกับกองผักตรงหน้า ศศิธรเบะปากจะเก่งอะไรนักหนากะอีแค่หั่นผักไอ้คนชมก็เว่อร์ส่วนคนถูกชมก็บ้ายอ สมัยที่นพคุณยังเรียนอยู่หล่อนเคยเห็นเขาบ้างแต่ไม่เคยคลุกคลี มาวันนี้ได้เห็นคนดังในอีกมุมก็แปลกตาดีเหมือนกันผิดกับคเชนทร์ที่เจอบ่อย แต่เอ้?แล้วแบบนี้ใครกันแน่ที่เป็นตัวจริงหรือที่แท้แล้ว “แรร์ไอเท็ม” อีกคนจะเป็นตัวหลอกเพราะพริมาไม่เคยหน้าแดงแบบคนนี้ ฮุ้ย! ปวดหัววุ้ย
ชัยยศวิ่งมาแล้ว...มาถึงช้านะศศิธรส่งสายตาไปบอกประมาณนั้น เขานั่งลงข้างสาวหล่อ เหมือนลองหยั่งเชิงก่อนจะถามเสียงดังว่า
“พี่ๆ ถ้าตลอดทริปนี้ผมลงรูปแล้วมีรูปพี่ติดไปด้วยพี่โอเคป่ะ?”ถือว่าขอรวมๆ ล่ะวะ มาริสาเลิกคิ้ว...ไอ้ยศหัวหมอ นพคุณยิ้มมุมปาก ถ้าไม่ทันสังเกตคงไม่เห็นแต่สามคนตรงหน้าเป็นพวกตาเหยี่ยวพวกเขาเห็นพร้อมกันสามคน
“ลงได้ทุกรูปเลย...ถือว่าเป็นเกียรติที่จะได้เป็นข่าวในหน้าเพจชัยยศคนดัง” ชัยยศตบมือดีใจเขาไม่ต้องกลัวว่าจะถูกฟ้อง เพราะเขาขอเอากับคนต้นข่าวขนาดนี้น่าแปลกเมื่อก่อนนพคุณจะหลบหรือระวังตัวทุกครั้งที่เห็นเขา แต่วันนี้เขาเปิดทางเรียกว่าชี้ทางน่าจะดีกว่า ยิ่งเห็นเขามาโผล่ที่งานออกค่ายแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ไอ้พวกที่ไม่ได้มา เพราะไม่รู้ข่าวมาก่อนน่าจะเสียดายน่าดู ฮี่ๆๆ ศศิธรกับมาริสาตาโต...ชัดเจนแล้วแบบนี้แต่ดูเหมือนยัยลูกแก้วจะยังไม่รู้เรื่องอะไรเฮ้อ...ลูกแก้วสไตล์ของแท้ นพคุณยิ้มอารมณ์ดีตลอดเวลาที่อยู่ในครัว เขาช่วยพริมาทำทุกอย่างท่ามกลางสายตาของดงเผือกชัยยศถ่ายรูปอย่างเปิดเผย ดูเขาจะมีความสุขที่สุดในนี้แล้วก็ว่าได้พวกเขาช่วยกันขนอาหารกลางวันออกไปข้างนอก และแบ่งหน้าที่กันออกไปตามพวกเพื่อนๆให้มากินข้าว ยามาเดินหน้าหงิกมาที่โรงอาหารด้านหลังมีคเชนทร์ตามติดเป็นเงาพร้อมพูดอะไรสักอย่างชี้ไม้ชี้มือประกอบพริมามองอยู่จากตรงนี้ก็อดขำคเชนทร์ไม่ได้หล่อนไม่เคยเห็นคเชนทร์ทำหน้าเมื่อยแบบนี้มาก่อน ถัดไปไกลๆ หล่อนเห็นพลอยใสยืนนิ่งมองอยู่ เห็นแบบนี้แล้วอยากจะจัดเวทีให้สามคนนี่คุยกันให้จบๆไปเลยจะได้ไม่เดือดร้อนลำบากมาถึงหล่อน พริมาถอนใจจนนพคุณที่ยืน อยู่ข้างๆต้องหันมามอง เขาหรี่ตามอง...พริมากลุ้มใจอะไร?
“มีอะไรกินบ้างหิวจะแย่” ยามาเดินมาถึงแล้ว หล่อนไม่สนใจคเชนทร์แต่ก็ไม่ได้ดูหงุดหงิดมากเหมือนตอนที่ขึ้นรถมาครั้งแรก” ไอ้นี่ก็อีกคน...เว่อร์”ศศิธรที่ยืนมองอยู่คิดในใจ หล่อนอยู่ในเหตุการณ์วันที่พวกนี้ตีกัน แต่นี่มันก็นานมาแล้ว ไอ้ปลาทูนี่มันจะแค้นอะไรนักหนาทำนิสัยผู้หญิงไปได้ เออ!ก็มันเป็นผู้หญิงนี่หว่าไม่ใช่ผู้หญิงอกสามศอกแบบหล่อนที่ไม่เอาเรื่องหยุมหยิมมาคิดให้รำคาญใจเอ้หรือมันจะเล่นตัวเล่นท่าไปอย่างนั้นเอง เห็นผู้ชายหล่อๆ เดินตามเข้าหน่อยร้าย...ร้าย! ไอ้ปลาทูนี่มันร้าย!จังหวะนั้นยามาหันมาพอดี ศศิธรรีบหลบตา ไอ้นี่มันมีพรายกระซิบหรือไงนะ? รู้แม้กระทั่งตอนที่หล่อนแอบนินทาในใจ
“อะไรไอ้เก๋?” ยามาเท้าเอวท่านี้หล่อนทำประจำจนคนที่สนิทกันไม่มีใครกลัว ขนาดนพคุณยังชินเพราะเขาเห็นจนชินตาคเชนทร์เห็นท่าทางแม่สาวจอมเหวี่ยง เขาก็เลี่ยงไปนั่งกับพวกศิษย์เก่าที่นั่งกินข้าวกันอยู่ก่อนแล้วปล่อยให้ยัยปลาดุกฟูปล่อยพลังไปก่อนดีแล้วหล่อนจะได้ไม่เหลือพลังมาเหวี่ยงเขามากนัก เหมือนหมาที่เราต้องพาออกไปวิ่งให้มันได้ปลดปล่อยพลังนั่นแหละ...จะได้ไม่ก้าวร้าวนพคุณแปลกใจ คเชนทร์เป็นคนที่ชวนพริมามาออกค่ายเองแท้ๆแต่ทำไมเขาดูจะไม่ใส่ใจสาวน้อยเลย แต่กลับไปวิ่งตาม ยามามากกว่าเสียด้วยซ้ำ...ยัยปลาทูนี่ก็เรื่องมากจะโกรธอะไรนักหนา ทำตัวหยั่งกะพวกน้อยใจแฟนหรือไม่ก็คนที่โดนทำให้เจ็บช้ำน้ำใจเสียเต็มประดาทีกับเขาหล่อนก็โมโหแต่ไม่เคยจริงจังหรือนานแบบนี้ อย่างมากก็เหน็บ ให้เจ็บใจเล่น...แบบนี้มันแปลกถ้าเป็นแบบนี้จริง แล้วมันจะเป็นรักกี่เศร้ากัน...สามหรือสี่หรือห้า?เขามองพลอยใสที่ตอนนี้ยังมองมาทางนี้อยู่ ถ่านไฟเก่าก็รอคุ ไหนจะเพื่อนรักอีก พริมาจะทำอย่างไร?แล้วเขาล่ะ เขาจะทำอย่างไร?
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วและงานก็คืบหน้าไปมากจนวันนี้ น่าจะเสร็จหมดทุกอย่างนพคุณนับถือ พวกที่มาออกค่ายกันตอนแรก ดูเหมือนจะมาเที่ยวเล่นสนุกๆแต่เอาเข้าจริงกลับได้งานอย่างไม่น่าเชื่อ พริมาบอกว่าคืนนี้หล่อนนัดกับยามาไว้ว่าจะออกมาดูดาวเพราะท้องฟ้าที่นี่สวยไม่เหมือนท้องฟ้าที่กรุงเทพฯ พวกหล่อนนัดกันว่าจะไม่นอน จะอยู่ให้ถึงเช้าไปเลยแล้วค่อยไปนอนบนรถ หล่อนชวนเขาให้ไปดูดาวด้วยกันนพคุณไม่ได้ตอบรับ(แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ) ยามาได้ยินพอดี ตอนที่พริมาชวนเขา ไอ้ขี้เก๊กไม่ตอบแต่มันไปแน่นอน! ไอ้นี่มันท่าเยอะ น่าหมั่นไส้! ตกกลางคืนนอกจากอาหารที่พวกพริมาทำแล้ว ยังมีอาหารจากชาวบ้านที่นำมาให้พวกใช้แรงงานอีกมากมาย คืนนี้พริมาจึงเสร็จงานไวเพราะไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแค่ที่มีก็กินกันไม่หมดแล้ว พวกเขาตั้งเวทีเล็กๆ ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าพวกเขาจะร้องกันถึงเช้าหรือจะร้องกันดังแค่ไหนก็ไม่มีใครว่าเพราะเสียงจากโรงเรียนดังไปไม่ถึงบ้านคน พวกคเชนทร์กินดื่มกันตั้งแต่เย็นงานของพวกเขาคือทาสีโรงเรียนทั้งหมด และมันก็เสร็จตั้งแต่เที่ยง แต่ไอ้ครั้นจะดื่มเที่ยงก็ยังมีความเกรงใจอยู่
คืนนี้ยามารับหน้าที่อยู่หน้าเวที...หล่อนเล่นกีต้าร์และร้องเพลง ให้ทุกคนฟัง...พวกเพื่อนๆยืมเครื่องดนตรีมาจากโรงเรียนไม่น่าเชื่อเลยว่าโรงเรียนบนดอยจะมีเครื่องดนตรีกับเครื่องเสียงเพียบพร้อมขนาดนี้ และดูเหมือนกว่ายามาจะปลีกตัวลงมาจากเวทีได้คงอีกนานพริมานั่งฟังเพลงที่เพื่อนร้องอย่างเพลิดเพลินศศิธรรบเร้าให้พริมาขึ้นไปร้องบ้าง...นพคุณส่ายหน้าส่งสัญญาณปรามไม่ให้ยัยเพี้ยนบ้าจี้ตามเพื่อนคิดอุตริขึ้นไปร้องเพลงเชียวเพราะเขาเคยได้ยินหล่อนร้องเพลงกล่อมไก่มาแล้ว...ขนาดไก่แจ้ยังเพลียแล้วคนจะไปเหลืออะไร
“ไม่ไหวนะไอ้พวกกิจกรรมเข้าจังหวะลูกแก้วไม่ถนัดจริงๆ“ พริมา ส่ายหัวดิกรีบปฏิเสธและสาวหล่อก็เลิกรบเร้าเพราะ “กิจกรรม” เข้าจังหวะของพริมานั้น หล่อนเคยเห็นมากับตาแล้วนั่งไปสักพักดูแล้วคงอีกนาน กว่าเพื่อนหล่อนจะได้ลงจากเวทีพริมาจึงปลีกตัวล่วงหน้าไปนั่งดูดาวตรงจุดที่นัดกันไว้ก่อน และอย่างที่ยามาคิด นพคุณก็เดินตามไปอย่างเงียบๆ เขาไม่ได้ถามหรือพูดอะไรแต่เดินไปด้วยกันหน้าตาเฉยพริมาเห็นแล้วก็เฉยเสีย นพคุณก็เป็นแบบนี้แหละรู้ใจกันซะแล้ว เกือบห้าทุ่มแล้วพริมามองดูนาฬิกาเสียงแว่วๆ จากเวทีไม่มีเสียงยามาแล้ว เพื่อนหล่อนคงกำลังตามมา ดาวคืนนี้สวยจริงๆ คุ้มแล้วที่นอนดึก
“หนาวรึเปล่า?” นพคุณถามเบาๆช่วงนี้อากาศเย็นและยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งเย็นมีคนนั่งดูดาวอยู่แถวนี้เยอะอยู่เหมือนกัน หลายคนมองมาทางพวกเขา นพคุณเห็นแล้วแต่เขาเฉยเสียความจริงเขาอยากให้ชัยยศ อยู่แถวนี้ด้วยซ้ำ...จะได้มีรูป แหม! ก็ดาวสวยน่าจะเก็บภาพไว้สิถึงจะถูก พริมาเล่าเรื่องที่บ้านให้เขาฟังระหว่างที่นพคุณไม่อยู่ว่าหล่อนอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆแม่กับพ่อเลี้ยงนั้นไม่ค่อยอยู่บ้าน หล่อนเป็นห่วงแม่กับคุณลุงไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรที่สำคัญรึเปล่า พริมาไม่ได้กลับไปบ้านตากับยายมานานแล้ว
“ลูกแก้วคิดถึงบ้านโน้นอยู่เหมือนกันค่ะไม่ได้ไปนานแล้ว”
“ที่โน่นมีใครบ้างเหรอ?”นี่เป็นครั้งแรกที่นพคุณถามเรื่องของหล่อน พริมายิ้มช่วงนี้นพคุณคุยกับหล่อนมากขึ้นถึงแม้เวลาหล่อนชวนหรือขอให้เขาทำอะไรเขาจะไม่ตอบรับ...แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยอมทำแต่โดยดี
“ไม่มีใครเลยค่ะพอตากับยายตายเมื่อสี่ห้าปีก่อนที่บ้านก็เหลือ แต่แม่กับลูกแก้วแต่อยู่กันสองคนได้แป๊บเดียวก็ย้ายมาอยู่บ้านคุณลุงนี่แหละ แต่ตอนนี้ลูกแก้วโตแล้วดูแลตัวเองได้บางที...ลูกแก้วอาจจะไปอยู่บ้านโน้นก็ได้ เอานพคุณไปด้วยจะได้เจอแม่บ่อยๆเพราะบ้านอยู่ใกล้ตลาดเลยค่ะ ลูกแก้วก็ไม่เข้าใจแม่บอกว่ามันอันตรายให้ลูกแก้วอยู่ที่นี่...หมายถึงอยู่บ้านคุณลุงล่ะนะ มันจะอันตรายได้ยังไงคนก็เยอะแยะเต็มไปหมด ทุกคนก็รู้จักลูกแก้วดี เพราะลูกแก้วเกิด เอ้ย! ไม่ใช่สิ ลูกแก้วโตที่นั่น”นพคุณ ไม่ได้ฟังต่อ เพราะเขาหยุดฟังตั้งแต่ตอนที่หล่อนบอกว่ากลับไปอยู่ที่บ้านของหล่อน...ถ้าพริมากับ ไอ้ไก่บ้านั่นไปจริง?เมื่อก่อนเขาอยากให้หล่อนไปใจจะขาด แต่ตอนนี้ล่ะ?
“พี่คุณ พี่คุณ” พริมาเขย่าแขนเขาเบาๆจนนพคุณรู้สึกตัว หล่อนยิ้ม และเล่าต่อ เมื่อเห็นว่าเขากลับมาฟังอีกครั้ง
“คราวนี้พี่คุณก็จะได้พื้นที่บ้านคืนแล้วลูกแก้วอยากจะบอกพี่คุณนานแล้ว ว่าพี่คุณไม่ต้องเป็นห่วงเลย ลูกแก้วกับแม่ไม่เคยคิดจะมาแย่งอะไรไปจากพี่คุณเลยนะคะ”พริมาทำท่าคิดอะไรบางอย่าง เหมือนหล่อนกำลังเรียบเรียงคำพูด
“ถึงจะมีแม่กับลูกแก้ว แต่ที่สุดแล้วคุณลุงรักพี่คุณมากกว่าใครเลยค่ะ ลูกแก้วยืนยันได้ ทุกคนรักพี่คุณนะ แม่ก็รักลูกแก้วก็รัก” นพคุณดึงพริมา เข้ามากอดหล่อนแปลกใจเล็กน้อยแต่พอนึกได้เด็กสาวกอดตอบเขา
พริมาพูดจริงๆ ว่าทุกคนรักเขา และช่วงนี้บางทีเขาก็ไม่ได้กลับบ้าน...ไม่เจอใครเหมือนเมื่อก่อนเขาอาจจะเหงาก็ได้นพคุณอาจจะคิดว่าพวกพริมาได้อยู่บ้านกับพ่อเขา...และเขากลายเป็นส่วนเกินหล่อนไม่อยากให้เขารู้สึกแบบนั้น
นพคุณคิดได้วันนี้...ตอนที่พริมาบอกว่าจะกลับไปอยู่ที่บ้านของหล่อน ความรู้สึกของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วถ้าพริมาไปจริงเขาคงทำใจไม่ได้ เขานึกภาพที่ไม่มีไอ้ไก่บ้านั่น กับเด็กสาวเพี้ยนๆเดินไปทั่วบ้านของเขาไม่ออก และภารดี...หล่อนทำให้พ่อเขามีความสุขมันจะดียังไงถ้าให้พ่อเขาจมอยู่กับความทุกข์ทุกวันแม่ก็จากไปนานแล้วไม่มีทางเลยที่แม่จะฟื้นกลับมา ทำไมเขาถึงไม่ปล่อยแม่ไปแล้วหันมาดูหรือมีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้แทนตอนนี้ถ้าเขาเปิดใจยอมรับได้...เขาจะเห็นว่าครอบครัวเขาสมบูรณ์แล้ว และไม่ใช่แค่พริมาที่รักเขาเขาเองก็รักหล่อนเหมือนกันไม่ใช่แบบน้องสาวเหมือนที่เขาเคยบอก...พริมาไม่มีทางเป็นน้องสาวได้เพราะเขาไม่เคยรักหล่อนแบบพี่น้องเลยสักครั้งพอทำใจยอมรับได้ เขาก็ได้รู้ความรู้สึกตัวเองสักทีและถึงเวลาแล้วที่เขาจะบอกหล่อน
“ลูกแก้ว...”นพคุณกระซิบบอกอยู่ข้างหูสาวน้อยของเขาใช่! หล่อนเป็นสาวน้อยของเขาตอนนี้เขาเห็นมีหลายคนมองมา ช่างสิ! เขาไม่สนอะไรทั้งนั้น
“ลูกแก้วพี่...”กำลังจะบอกว่ารัก...แต่จังหวะนั้นเขาเห็นเพื่อนรัก พริมาเดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากป่าที่อยู่ใกล้ๆนั้น ยามามาได้ขัดจังหวะพอดี ฮึ! เห็นจากท่าทางของเจ้าหล่อนแล้วเขาควรจะหลีกทางให้หล่อนก่อนดีกว่า ไม่รู้ไปกินรังแตนมาจากไหนแต่ยัยปลาทูก็โมโหได้ตลอดเวลานั่นแหละ ยามาเดินฮึดฮัดเข้ามานั่งข้างๆเพื่อน พริมาเห็นหน้าเพื่อนแล้วอดสงสัยไม่ได้ นพคุณเองก็สังเกตเห็นเหมือนกันแต่เขาไม่ต้องเก็บความสงสัยไว้นานเพราะพริมาถามเพื่อนทันทีที่เห็นหน้า
“ปลาทูเป็นอะไร...หืม? กินเหล้ามารึเปล่าหน้าแดงมากเลย?”ยามา เผลอเอามือจับแก้มแล้วก็เลยมาแตะที่ปากตัวเองอย่างลืมตัว พริมารอฟังคำตอบ แต่เห็นหน้าเพื่อนแดงๆตาลอยๆ แบบนี้หล่อนก็เดาเอาเองว่ายามาน่าจะ ดื่มมาบ้าง เพราะหล่อนนั่งรอเพื่อนตรงนี้เป็นชั่วโมงแล้วกว่าเพื่อนจะตามมา
“ไหวรึเปล่า?งั้นเราเข้านอนกันเลยก็ได้” พริมาเอียงคอถาม ยามาเหลือบเห็นไอ้ขี้เก๊กชักสีหน้าไม่พอใจ...เหมือนหล่อนช่างไม่รู้เวลา มาขัดบรรยากาศอันแสนโรแมนติกของเขาได้ลงคอ
“เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก อากาศมันร้อนน่ะ”พริมางงกับคำตอบของเพื่อน บนดอยอากาศเย็นแบบนี้ทำไมเพื่อนหล่อนถึงบอกว่าร้อนกันนะ?สองสาวนั่งดูดาวกันไปเรื่อยๆ บรรยากาศแบบนี้ที่กรุงเทพไม่มีแน่นอน ยามาได้นั่งดูดาวและคุยกับพริมาไปสักพักอารมณ์ค่อยดีขึ้นหน่อยรอบๆ มีเพื่อนๆ มานั่งดูดาวอยู่เหมือนกัน
“อุ้ย!ดาวตก” พริมาอุทานหล่อนรีบหลับตาอธิฐานแบบที่เคยได้ยินมาว่าถ้าเห็นดาวตกให้อธิฐานขอสิ่งที่ปรารถนาแล้วสิ่งนั้นจะกลายเป็นจริง ยามานั่งยิ้มให้เพื่อนพริมาหลอกง่ายและเชื่อไปหมดทุกอย่าง ต่างกับหล่อนที่ไม่ค่อยจะเชื่ออะไรแบบนี้นักหล่อนเห็นนพคุณก็มองเพื่อนหล่อนอยู่เหมือนกัน
“ขออะไรเหรอลูกแก้ว”ยามาอดถามเพื่อนไม่ได้ เพราะพริมานั่งขอดาวอยู่นาน เหมือนที่คนชอบล้อกันเวลาใส่ซองกฐิน...ว่าใส่แค่ยี่สิบขอเสียเหมือนใส่สักร้อย
“ลูกแก้วขอให้แม่กับคุณลุงมีความสุขอยู่กับลูกแก้วไปนานๆ อืมให้ทุกคนมีความสุขทั้งพี่คุณ ปลาทู และก็พี่ตุลย์ด้วยนะ”พริมาเล่าให้เพื่อนฟังว่าหล่อนขออะไรบ้าง
“แล้วมาบอกแบบนี้รู้ไหมว่ามันจะไม่สำเร็จ”ยามาแกล้งเย้าเพื่อน
“จริงด้วย!ลูกแก้วเคยได้ยินว่าเขาไม่ให้บอกใคร” เห็นพริมาเสียใจจริง ยามาเริ่มรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรไม่เป็นไร วันนี้ปลาทูว่าง เดี๋ยวเราอยู่รอกันจนกว่าดาวจะตกอีกนะ แล้วขอใหม่ คราวนี้ปลาทูไม่ถามแล้วและลูกแก้วก็ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าขออะไรโอเคไหม?” นั่นแหละสีหน้าเพื่อนถึงดีขึ้นหล่อนหันไปบอกนพคุณว่าถ้าง่วงก็ให้เข้านอนได้เลย หล่อนกับยามายังอยู่ตรงนี้อีกนาน แต่ไอ้ขี้เก๊กของยามาแค่ฟังเฉยๆแล้วทำเนียนนั่งดูดาวต่อไป ชิ! หมั่นไส้ ระหว่างรอดูดาวตกทั้งสามคนก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย พริมานั่งดูดาวอย่างตั้งใจนพคุณก็ตั้งใจดูพริมาอย่างตั้งใจอีกต่อหนึ่งเขายิ้มขันกับท่าทางของสาวน้อยที่ตั้งใจมองหาดาวตกอย่างเอาจริงเอาจังส่วนยามานั่งกอดเข่าตามองออกไปไกล...ไกลกว่าท้องฟ้าและดวงดาว
“จูบ...คุณคิดว่าไม่สำคัญแต่เมื่อคุณจูบฉันทำไมฉันสั่นไปถึงหัวใจ...คุณเป็นคนจูบคุณรู้บ้างไหมฉันหนาวฉันร้อนเหมือนดังเป็นไข้ ทุกที ทุกที” เสียงเพลงที่แว่วมาทำเอาคนนั่งเหม่อสะดุ้งเสียงร้องเพลงดังมาจากวงเหล้า...เหมือนมันดังกว่าทุกครั้งเพราะพวกนั้นร้องเพลงกันมาตั้งนานแล้ว แต่เสียงเพลงนี้ได้ยินชัดเจนยิ่งกว่าทุกเพลงและพริมาจำเสียงได้ คเชนทร์นั่นเอง! หญิงสาวเห็นพวกที่นั่งดูดาวอยู่แถวๆ นั้นหัวเราะคิกคัก มีสาวๆหลายคนชอบคเชนทร์ บางคนเพิ่งเข้าเรียนปีนี้จึงไม่รู้จักเขาแต่มีหลายคนรู้จักและยังปลื้มรุ่นพี่ศิษย์เก่าที่แม้จะจบไปแล้วแต่ก็ยังเป็นที่ร่ำลืออยู่และฟังจากเสียงของคเชนทร์ตอนนี้น่าจะเมาได้ที่ทีเดียวยามาสูดหายใจแรงจนพริมาต้องเลิกคิ้วเป็นคำถาม...สงสัยเพื่อนหล่อนจะยังไม่หายโกรธพี่ตุลย์...เห็นง้อมาตั้งหลายวันแล้วเพื่อนหล่อนก็ยังไม่ยอมใจอ่อนเสียทีสงสัยจะโกรธ...แม้กระทั่งได้ยินเสียงก็ยัง “ขึ้น” ได้แบบนี้ เฮ้อ! พี่ตุลย์ ลูกแก้วก็ช่วยได้เท่านี้แหละนะ
“คุณจูบฉันรอยจูบนั้นย่อมติดจนตาย จะลบรอยจูบอย่างไรไม่หาย อย่าลืม อย่าเลือน”คเชนทร์ร้องมาถึงท่อนนี้ยามาลุกขึ้นยืน นพคุณเริ่มสังเกตเหมือนกันเพื่อนพริมาดูหงุดหงิดแปลกๆ
“ปลาทูไปนอนก่อนนะลูกแก้วฝากไปส่งลูกแก้วที่ห้องด้วย” ยามาบอกพริมาและหันไปบอกไอ้ขี้เก๊ก นพคุณพยักหน้าเบาๆอย่างงงๆ ยัยปลาทูเป็นอะไรหนอ ปกติหล่อนไม่มีทางทิ้งพริมาไว้กับเขาตามลำพังแน่ยัยนี่ขวางได้เป็นขวาง...แต่ก็ดีเหมือนกัน...หลังจากที่ยามาแยกตัวไปนอนก่อนแล้ว พริมาก็ตามไปติดๆ นพคุณเดินมาส่ง...เรียกว่าเดินจูงมือมาส่งดีกว่าเขาบอกว่ามันมืดและพริมาก็ชอบล้มเป็นงานอดิเรกวันนี้เขาเหนื่อยแล้ว คอยระวังให้ไม่ไหวพริมายิ้มหน้าแดง แต่ก็ยอมให้เขาเดินจูงมือไปส่งแต่โดยดี ทางกลับไปห้องก็ไม่ได้ไกล แต่ไม่รู้ทำไมนพคุณถึงพาเดินอ้อมไปทางที่พวกเพื่อนๆนั่งร้องเพลงกันอยู่
“ทางนี้สว่างกว่า”เขาหันมาบอก แต่พริมาหันกลับไปมอง...มันก็ไม่ได้สว่างกว่ากันสักเท่าไหร่เลย ชัยยศและหลายๆคนมองอยู่...เขาถ่ายรูปด้วยหรือเปล่าหล่อนไม่แน่ใจแต่เขาเห็นแน่นอน คเชนทร์ผิวปากขณะที่คนอื่นๆ หัวเราะชอบใจแต่นพคุณไม่ได้ตอบอะไรแค่หันไปยักคิ้วให้คเชนทร์แบบที่คเชนทร์ชอบทำใส่เขาบ่อยๆคเชนทร์อ้าปากหวอ วันนี้เพราะเขาเมาหรือเปล่าถึงทำให้เห็นภาพหลอนไอ้ขี้เก๊กยักคิ้วให้เขา
ถึงแม้หลายคนจะนอนดึกหรืออาจจะมีบางคนไม่ได้นอน แต่พวกเขาก็ มารวมตัวกันได้ตรงเวลาเช้านี้พวกห้องครัวไม่ต้องทำกับข้าวเพราะถ้ามัวมาเก็บกวาดคงจะเสียเวลา อาจารย์เอาข้าวเหนียวไก่ทอดมาแจกให้ไปกินบนรถแทน ขากลับพริมาสบายตัว เพราะเหลือกระเป๋าเป้แค่ใบเดียวส่วนถุงขนมที่หล่อนหอบมาตอนขามานั้น พวกเพื่อนๆ ช่วยกันจัดการให้เรียบร้อยหมดแล้ว ยามายืนอยู่ข้างๆตั้งแต่ตื่นนอนจนตอนนี้เพื่อนรักไม่ค่อยจะพูดนัก หล่อนเงียบผิดปกติพริมาดูแล้วเหมือนเพื่อนหล่อนไม่ได้นอน...สงสัยจะนอนไม่หลับ...จะว่าแปลกที่ก็น่าแปลกเพราะจะมาแปลกที่อะไรเอาคืนสุดท้ายและเพราะนอนน้อยยามาเลยดูเหมือนคนใจลอยตลอดเวลา ระหว่างทางเดินไปขึ้นรถยามาชนกับพลอยใสพริมาเห็นแล้วเพื่อนหล่อนไม่ได้มองทาง และพลอยใสเหมือนจะเดินเข้ามาอย่างเร็ว...จังหวะที่เห็นจึงหลบไม่ทันหล่อนจึงล้มหงายหลังและถ้าคเชนทร์ไม่เข้ามารับไว้เพื่อนรักพริมาคงลงไปนอนแผ่แน่นอน ยามาดูจะยังงงๆในขณะที่คเชนทร์ยืนยิ้มกริ่มกอดเพื่อนรักพริมาไว้แน่น หลายคนผิวปากแซว คเชนทร์หันไปยิ้มให้คนพวกนั้นอยากล้อก็ล้อไปเขาชอบเป็นจุดสนใจ นพคุณเห็นยามากระทืบเท้าคเชนทร์เต็มรัก คงจะเจ็บน่าดูเพราะเขาปล่อยทันทีและร้องเสียงหลงเพื่อนรักพริมาเดินกระทืบเท้าปึงปังขึ้นรถไปแล้ว และพริมาวิ่งขึ้นรถตามเพื่อนไปติดๆนพคุณส่ายหัว คเชนทร์ชอบแกล้งและเขาดูสนุกเสมอถ้าทำให้เพื่อนพริมาโมโหได้ ไหนบอกว่าจะง้อให้หายโกรธ...ดูๆ แล้วสงสัยจะโกรธหนักกว่าเก่าเสียอีกชายหนุ่มเดินตามพริมาไปขึ้นรถ ทันได้ยินพวกเพื่อนๆ แซวไอ้หน้าหมาพอดี
“ไงไอ้ตุลย์...เมื่อคืนเมาหัวทิ่มเลยสิแก”
“ไอ้นี่มันสุดยอดเมารั่วขนาดนั้นยังตื่นเช้ามาขึ้นรถได้ปกติ แถมมันยังใจดีปลุกคนอื่นเสียอีก”คเชนทร์ยิ้มกริ่ม เขาตั้งใจพูดเสียงดัง เหมือนให้ ได้ยินไปทั่ว...ทั้งคนในรถและคนนอกรถ
“ไม่ได้เม้า!...เออๆอาจจะเมานิดหน่อย แต่ไม่ถึงขั้นเมาไม่รู้เรื่องจำอะไรไม่ได้ จำได้ทุกอย่างเลยเว้ย”