สายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์

    ตอนที่ 38 นักบุญกับจอมเวทย์มืด

    ผมยังคงนั่งเงียบ ๆ อยู่บนที่นั่งแถวบนสุดของห้องเรียน


    เนเรียนั่งอยู่ข้าง ๆ ผม ส่วนเอเลน่านั่งถัดจากเธอไปอีกที


    บทสนทนาระหว่างพวกเราค่อย ๆ เบาลง เมื่อเสียงฝีเท้าจากทางเดินด้านนอกเริ่มดังถี่ขึ้น


    นักเรียนคนอื่นทยอยเข้ามาทีละคน


    สองคน


    สามคน


    บางคนเดินเข้ามาพร้อมเพื่อน บางคนเลือกนั่งคนเดียว และบางคนกวาดตามองหาที่นั่งก่อนตัดสินใจอย่างรวดเร็ว


    ผมไม่ได้สนใจมากนัก


    ผมเพียงมองทุกคนผ่าน ๆ พร้อมจดจำใบหน้าและแสงของพวกเขาเอาไว้ตามนิสัย


    จนกระทั่ง...


    ประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง


    คราวนี้มีคนเดินเข้ามาสองคน


    หญิงสาวคนแรกสวมชุดนักเรียนของสถาบันอย่างเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว


    ที่คอของเธอมีสร้อยห้อยสัญลักษณ์ของศาสนจักร


    เส้นผมสีทองอ่อนตกลงมาบางส่วนข้างใบหน้า ดวงตาสีเขียวใสกวาดมองไปรอบห้องอย่างอ่อนโยน


    ใบหน้าของเธอดูสงบ


    ไม่ว่าจะมองใครก็เหมือนกำลังมองด้วยความปรารถนาดี


    ข้าง ๆ เธอคือชายหนุ่มร่างสูง


    เขาสวมเครื่องแบบนักเรียนเช่นเดียวกับทุกคน แต่ท่าทางแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน


    หลังตรง


    สายตาตื่นตัว


    ทุกครั้งที่เขาก้าว เขาจะกวาดมองรอบตัวราวกับกำลังตรวจสอบพื้นที่โดยไม่รู้ตัว


    นิสัยแบบนี้...


    น่าจะมาจากการฝึกฝนของอัศวิน


    ผมมองทั้งสองคนอยู่ครู่หนึ่ง


    ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ


    จนกระทั่ง...


    หญิงสาวคนนั้นหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน


    ดวงตาสีเขียวเบิกกว้าง


    สีหน้าที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นความตกใจในพริบตา


    สายตาของเธอจับจ้องมาที่ผมโดยตรง


    ผมสัมผัสได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น


    มานาในตัวเธอกำลังไหลเวียนอย่างรวดเร็ว


    พลังศักดิ์สิทธิ์สีทองเริ่มรวมตัวกัน


    เธอกำลังจะโจมตี


    "เดี๋ยว—"


    ไม่ทันแล้ว


    แสงสีทองพุ่งตรงเข้ามา


    ผมยกมือขึ้น


    เงาสีดำก่อตัวเป็นกำแพงตรงหน้าในเสี้ยววินาที


    ตูม!


    แรงปะทะสะเทือนไปทั่วห้อง


    โต๊ะและเก้าอี้บริเวณรอบข้างสั่นเล็กน้อย แต่ไม่มีชิ้นไหนได้รับความเสียหาย


    ผมถอยหลังหนึ่งก้าว


    อัมบราถูกเรียกออกมาผสมเข้ากับเกราะเงา


    ความหนาแน่นเพิ่มขึ้นทันที


    หญิงสาวคนนั้นชะงัก


    ผมยังไม่ได้โจมตีกลับ


    เพราะสิ่งที่ผมมองเห็นจากแสงในตัวเธอ...


    ไม่มีความเกลียดชัง


    ไม่มีเจตนาฆ่า


    มีเพียงความกลัว


    และความพยายามปกป้องคนรอบข้าง


    ก่อนที่ผมจะพูดอะไร


    หญิงสาวก็รีบวิ่งเข้ามาหา


    "ขอโทษค่ะ!"


    เธอพูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก


    "ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ!"


    เธอก้มศีรษะลงอย่างรวดเร็ว


    "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณ"


    ผมมองเธอ


    "ไม่เป็นไรครับ"


    เธอเงยหน้าขึ้น


    "แต่เมื่อครู่คุณ..."


    เธอหยุด


    เหมือนกำลังหาคำพูด


    "ฉันสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่คล้ายกับห้วงลึกของความตาย"


    "มันทำให้ฉันตกใจ"


    เธอกำมือแน่นเล็กน้อย


    "ฉันเลย..."


    "ลงมือก่อนถาม"


    เสียงหนึ่งดังขึ้นจากอีกฟากของห้อง


    ชายหนุ่มผมสีขาวคนหนึ่งเดินออกมา


    บนเครื่องแบบของเขามีตราสัญลักษณ์ของหอคอยเวทมนตร์


    ท่าทางของเขาสบาย ๆ


    มือทั้งสองข้างไขว้อยู่ด้านหลัง


    มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง



    ดาริอัส เนตต์เวิร์ธ คนจากหอคอยเวทมนตร์ดำ



    "ถือว่าเสียมารยาทไปหน่อยนะ"


    น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดัง


    แต่กลับทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ได้ยินอย่างชัดเจน


    หญิงสาวหันไปมอง


    "คุณหมายความว่าอย่างไร?"


    ชายหนุ่มยักไหล่


    "ก็แค่เห็นคนใช้เวทมนตร์มืด แล้วลงมือก่อนโดยไม่ถามอะไรเลย"


    เขายิ้ม


    "เร็วดีนะ"


    หญิงสาวนิ่งไป


    "ฉันไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคนไม่ดี"


    "แน่นอน"


    เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจง่ายเกินไป


    "เธอแค่คิดว่าเขาเป็นภัย"


    หญิงสาวเม้มริมฝีปาก


    "ฉันสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความตาย"


    "อันนั้นเข้าใจได้"


    เขาพูดอย่างสบาย ๆ


    "แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าเขายังไม่ได้ทำอะไรไม่ใช่หรือ?"


    หญิงสาวชะงัก


    ชายหนุ่มก้าวเข้ามาอีกเล็กน้อย


    "หรือว่าแค่เห็นเวทมืดก็แปลว่าเป็นศัตรูทันที?"


    เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย


    "ถ้าเป็นแบบนั้น คนที่อยู่ในหอคอยเวทมืดอย่างพวกฉันคงลำบากน่าดู"


    น้ำเสียงฟังดูเหมือนพูดเล่น


    แต่คำพูดแต่ละคำกลับคมกริบ


    ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนข้างนักบุญขมวดคิ้ว


    "ระวังคำพูดของเจ้าด้วย"


    ดาริอัสหันไปมอง


    "โอ้"


    เขายิ้ม


    "คุณกำลังช่วยเธออยู่สินะ"


    "แน่นอน"


    "ดีจัง"


    ดาริอัสพยักหน้า


    "ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ต้องช่วยเธอ"


    ชายหนุ่มขมวดคิ้วมากขึ้น


    ดาริอัสกลับยิ้มเหมือนเดิม


    "เพราะดูเหมือนเธอจะช่วยตัวเองได้อยู่แล้ว"


    "เจ้ากำลังจะพูดอะไร?"


    "ไม่ได้พูดอะไร"


    เขายกมือขึ้นเล็กน้อย


    "เพียงแค่สงสัย"


    ดาริอัสหันกลับไปมองหญิงสาว


    "ถ้าคุณเป็นคนดีจริง"


    "ผมก็ไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องเถียงกันเรื่องนี้"


    เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย


    "เธอโจมตีผิดคน"


    "เธอก็ขอโทษ"


    "จบ"


    หญิงสาวนิ่งไป


    ชายหนุ่มร่างสูงกำลังจะพูดต่อ


    แต่หญิงสาวกลับยกมือขึ้นห้าม


    "ไทรอน"


    เขาหยุด


    หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ


    ก่อนจะหันกลับมาทางผม


    "ฉันขอโทษอีกครั้งค่ะ"


    เธอโค้งศีรษะ


    "ฉันไม่ควรโจมตีคุณก่อน"


    ผมพยักหน้า


    "ไม่เป็นไรครับ"


    เธอเงยหน้าขึ้น


    "ฉันชื่อเอลิสเซีย เวสเปอเรีย"


    น้ำเสียงของเธออ่อนโยนลง


    "เป็นนักบุญฝึกหัดจากศาสนจักร"


    เธอหยุดเล็กน้อย


    "ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลืออะไร บอกฉันได้เลยนะคะ"


    "ฉันจะช่วยเท่าที่ช่วยได้"


    ผมมองเธออยู่ครู่หนึ่ง


    จากสิ่งที่เห็น...


    เธอไม่ได้พูดเพื่อรักษาภาพลักษณ์


    เธอตั้งใจจะทำแบบนั้นจริง ๆ


    "ขอบคุณครับ"


    ผมตอบ


    "ยินดีค่ะ"


    เอลิสเซียยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง


    ไทรอนมองผมอยู่ครู่หนึ่ง


    จากนั้นก้มศีรษะเล็กน้อย


    "ขออภัยแทนนางด้วย"


    น้ำเสียงของเขาจริงจัง


    "นางยังไม่คุ้นกับการควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์เมื่ออยู่ท่ามกลางจอมเวทจำนวนมาก"


    "ไม่เป็นไรครับ"


    ผมตอบ


    ไทรอนพยักหน้า ก่อนเดินตามเอลิสเซียกลับไป


    ส่วนดาริอัสยังคงยืนอยู่ที่เดิม


    เขามองผม


    จากนั้นมองเงาที่ผมยังเรียกเอาไว้อยู่


    "น่าสนใจ"


    "อะไรครับ?"


    "นาย"


    เขาตอบ


    "เมื่อกี้โดนพลังศักดิ์สิทธิ์โจมตีเต็ม ๆ แต่ยังไม่มีท่าทางตกใจเลย"


    ผมมองเขา


    "ผมมีเวลาตกใจทีหลังครับ"


    ดาริอัสหัวเราะเบา ๆ


    "เป็นคำตอบที่ดี"


    เขาเดินเข้ามา


    "ดาริอัส เนตต์เวิร์ธ"


    "เรน ซินเดอร์เกรฟครับ"



    เขาถาม


    "แล้วคุณคิดยังไงล่ะครับ?"



    "เรื่องอะไรหรือครับ"


    ดาริอัสยิ้มบาง ๆ


    "ฉันหมายถึงนายคิดยังไงกับเอลิสเซีย"


    ผมเงียบไปครู่หนึ่ง


    "เธอไม่ได้มีเจตนาร้ายครับ"


    ดาริอัสเลิกคิ้วเล็กน้อย


    "มองออกด้วย?"


    "ครับ"


    "น่าสนใจ"


    เขาพูดเบา ๆ


    "ฉันเองก็มองออก"


    ผมหันไปมอง


    "แต่บางคนไม่"


    ดาริอัสเหลือบมองไปยังกลุ่มนักเรียนที่กำลังทยอยเข้ามา


    "บางคนมองเพียงสิ่งที่อยู่ตรงหน้า"


    "นักบุญ"


    "จอมเวทมืด"


    "อัศวินศักดิ์สิทธิ์"


    เขายักไหล่


    "แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับการตัดสินใครสักคน"


    เขาหันกลับมา


    "น่าเบื่อดีนะ"


    ผมนิ่ง


    ชายคนนี้...


    ไม่ได้พูดมากเกินไป


    แต่ทุกคำดูเหมือนผ่านการคิดมาแล้ว


    "ถ้าอย่างนั้น"


    ดาริอัสยกมือขึ้นเล็กน้อย


    "ไว้คุยกันใหม่"


    เขาหันกลับไปทางที่นั่งของตัวเอง


    แต่ก่อนจะเดินออกไป เขาหยุด


    "อ้อ"


    "ครับ?"


    ดาริอัสหันมามองผมด้วยรอยยิ้มบาง ๆ


    "เกราะเมื่อกี้"


    "สวยดี"


    เขาหยุดเล็กน้อย


    "ถ้าจะใช้เวทมืดในสถาบันที่เต็มไปด้วยนักบุญกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ นายคงต้องเหนื่อยหน่อย"


    ผมตอบอย่างเรียบ ๆ


    "ผมพอรับมือได้ครับ"


    "ฉันก็คิดอย่างนั้น"


    ดาริอัสเดินจากไป


    ผมมองแผ่นหลังของเขาจนกลับไปถึงที่นั่ง


    เนเรียที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมาทางผม


    "คนนั้นพูดเยอะ"


    ผมหันไปมองเธอ


    "ครับ"


    "ไม่ชอบ"


    "ทำไมครับ?"


    "ปากไม่ดี"


    ผมเงียบไปครู่หนึ่ง



    "ครับ"


    เนเรียพยักหน้า


    "ใช่"


    เอเลน่าหันมามองพวกเรา


    "ฉันกลับคิดว่าเขาฉลาดนะ"


    เธอพูด


    "เขาไม่ได้หาเรื่องเอลิสเซียจริง ๆ"


    "แค่พูดให้เธอรู้ตัวว่าควรระวังการตัดสินใจมากกว่านี้"


    ผมพยักหน้า


    "ครับ"


    ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากประตูอีกครั้ง


    นักเรียนคนอื่นทยอยเข้ามาจนเต็มห้อง


    ยี่สิบสามที่นั่ง...


    ในที่สุดก็เกือบเต็มทั้งหมด


    ผมกวาดสายตาไปทั่วห้องอีกครั้ง


    นักบุญ


    อัศวินศักดิ์สิทธิ์


    จอมเวทจากหอคอย


    ขุนนาง


    ผู้สืบทอดตระกูล


    เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ


    และตัวผม