ดวงใจกระบี่เก้าทวารอันวิจิตรวรธาตุมรรคาสูงสุด!
ถ้อยคำเหล่านี้ราวกับอสนีบาตฟาดลงกลางใจผู้คนก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่และเหล่าผู้าุโกลุ่มหนึ่งก็วิ่งเข้าไปหาฉู่ควงเหรินทีละคน
“เป็ดวงใจกระบี่เก้าทวารอันวิจิตรจริงๆ ช่างวิเศษนัก”
“์คุ้มครองสำนัก์ทมิฬของข้าอย่างแท้จริง!”
“ในยุคนี้ ด้วยวรธาตุมรรคาสูงสุดนี้สำนัก์ทมิฬสามารถต่อสู้เพื่อชิงบัลลังก์จักรพรรดิได้แล้ว!”
“ในบรรดาวรธาตุทั้งสามพันดวงใจกระบี่เก้าทวารอันวิจิตรติดอันดับหนึ่งในสิบเป็วรธาตุชั้นสูงสุดสำหรับการบำเพ็ญเพียรวิชากระบี่ ยิ่งไปกว่านั้นสำนัก์ทมิฬของข้ายังตั้งมั่นอยู่ในโลกหล้าได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรวิชากระบี่!ฮ่าฮ่าฮ่า นี่หากมิใช่ลิขิต์แล้วจะเป็สิ่งใดได้?!”
“แม้เด็กหนุ่มผู้นี้จะมาจากสายนอกแต่เมื่อวรธาตุมรรคาสูงสุดได้ตื่นขึ้นในตัวเขาแล้วพวกเราจำเป็ต้องทุ่มเทบ่มเพาะเขาอย่างเต็มที่เหตุใดเราไม่แต่งตั้งเขาให้เป็ศิษย์สายตรงเล่า?”
“เป็เพียงศิษย์สายตรงจะเพียงพอได้อย่างไร?พวกเราต้องมอบตำแหน่งนักพรตให้แก่เขา!”
“ในบรรดานักพรตใหญ่ทั้งเก้าของสำนัก์ทมิฬของข้ากำลังจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนแล้ว”
ในขณะนั้นูเากระบี่ที่ตั้งอยู่ห่างไกลออกไปก็พลันสั่นะเืครืน ๆ
กระบี่ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าต่างบินกลับไปทีละเล่มราวกับถูกเรียกขาน
ในทางกลับกันศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์สองสามเล่มนั้นยังคงลังเลที่จะจากฉู่ควงเหรินไปพวกมันบินวนเวียนอยู่ข้างกายเขา ทว่าท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็ยังคงบินกลับไปยังทิศทางของูเากระบี่
ฉู่ควงเหรินถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ
‘เฮ้ อย่าเพิ่งไป!
‘อย่างน้อยก็น่าจะอยู่สักเล่มหนึ่งมิใช่หรือ?
‘พวกเ้ามาตามอำเภอใจแล้วก็จะไปตามอำเภอใจนี่พวกเ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่หรือ?
‘เมื่อครู่พวกเ้ายังทำท่าทีราวกับว่าจะไม่ยอมรับผู้ใดนอกจากข้าบัดนี้กลับหายไปเสียแล้ว
‘หึ พวกกระบี่ไร้สัตย์
“เ้าสำนักกระตุ้นูเากระบี่และเรียกกระบี่กลับไปแล้ว”ชายชราผมขาวกล่าว
“พาเด็กหนุ่มผู้นั้นมาพบข้า”เสียงบุรุษวัยกลางคนอันทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจดังมาจากแดนไกล
ชายชราคิ้วขาวยิ้มให้ฉู่ควงเหรินและกล่าวว่า“ตามข้ามา”
“ขอรับ ท่านผู้าุโ”
ชายชราคิ้วขาวสะบัดแขนเสื้อพลังที่มองไม่เห็นสายหนึ่งโอบล้อมร่างของฉู่ควงเหรินและเขาก็ลอยขึ้นสู่ฟ้าสูงโดยมิอาจควบคุมได้
ผู้าุโหลายคนพาฉู่ควงเหรินและกลายเป็ลำแสงพุ่งไปยังแดนไกลในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงท้องพระโรงอันโอ่อ่าหลังหนึ่ง
บุรุษวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาวยืนอยู่ในโถงใหญ่นี้
บุรุษหนุ่มมีใบหน้าที่หมดจดและหล่อเหลามีผมขาวแซมอยู่บริเวณขมับทั้งสองข้างเขามีกลิ่นอายของความเป็เซียนที่สง่างามผสานกับจิติญญาของผู้บำเพ็ญเพียรแห่งมรรคาบุคคลผู้นี้คือเ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนัก์ทมิฬ... ผู้ทรงธรรมเสวียนฉี
“พวกข้าขอคารวะท่านเ้าสำนัก”
ผู้าุโสองสามคนเดินเข้าไปและโค้งคำนับเขา
ผู้ทรงธรรมเสวียนฉีพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่สายตาของเขาจะจับจ้องไปที่ฉู่ควงเหรินเขาพินิจพิจารณาอีกฝ่ายด้วยแววตาที่แปลกประหลาด
“สมแล้วที่เป็วรธาตุมรรคาสูงสุดช่างสง่างามน่าประทับใจยิ่งนัก”
“ท่านเ้าสำนักกล่าวชมเกินไปแล้ว”
“เฮอะ เ้าไม่จำเป็ต้องถ่อมตนข้า้ารับเ้าเป็ศิษย์ของข้า จากนี้ไปเ้าจะเป็ศิษย์เอกของสำนัก์ทมิฬไม่ทราบว่าเ้าจะยินดีหรือไม่”
ไม่เพียงแต่ฉู่ควงเหรินจะรู้สึกใอยู่บ้างเมื่อได้ยินเช่นนี้แต่ศิษย์ที่เหลือก็ถึงกับตกตะลึงเช่นกันพวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าเ้าสำนักจะให้ความสำคัญกับฉู่ควงเหรินถึงเพียงนี้
เขามอบตำแหน่งศิษย์เอกให้ในทันที
ทว่าเมื่อคิดดูอีกทีก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
นี่เป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสำนัก์ทมิฬที่มีวรธาตุมรรคาสูงสุดปรากฏขึ้น
“ศิษย์ขอคารวะท่านอาจารย์”
ฉู่ควงเหรินคุกเข่าลงคำนับในทันที
เขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเพราะในตอนแรกเขาคิดว่าหากได้เป็เพียงนักพรตก็ดีถมไปแล้ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้ทรงธรรมเสวียนฉีจะใจกว้างถึงเพียงนี้และทำให้เขากลายเป็ศิษย์พี่ใหญ่ของทุกคนในทันทีดังนั้นเขาจึงไม่ควรปฏิเสธสิ่งดีงามเช่นนี้
“ดี! ดี!”
ผู้ทรงธรรมเสวียนฉีหัวเราะอย่างปรีดา
การได้รับศิษย์ที่มีวรธาตุมรรคาสูงสุดเขาก็จะได้รับเกียรติยศร่วมด้วยเมื่อฉู่ควงเหรินเติบใหญ่ขึ้นในอนาคตหากฉู่ควงเหรินได้เป็จักรพรรดิ์ เขาก็จะได้เป็ราชครู นับแต่โบราณกาลมามีสักกี่คนที่ได้รับเกียรติเช่นนี้?
“นับจากวันพรุ่งนี้เป็ต้นไปเ้าจะติดตามข้าและบำเพ็ญเพียรไปพร้อมกับข้า”
“ขอรับ ท่านอาจารย์”
หลังจากได้เป็ศิษย์ของท่านเสวียนฉีผู้ทรงธรรมแล้วสถานะทางสังคมของฉู่ควงเหรินก็ก้าวะโราวกับเหินฟ้า เขาย้ายจากลานเรือนเล็ก ๆไปยังตำหนักแห่งมรรคาอันกว้างขวางในทันทีและยังมีสาวใช้ส่วนตัวสองสามคนคอยรับใช้อีกด้วย
วันรุ่งขึ้น
ฉู่ควงเหรินตื่นขึ้นบนเตียงขนาดใหญ่ในห้องของเขาเขาลืมตาและสำรวจไปรอบ ๆ“ข้าไม่ได้ฝันไป ดูเหมือนว่าข้าจะข้ามภพมาจริง ๆ”
เขาลุกขึ้นและเรียกวงล้อแฟนตาซีขึ้นมาในใจ
“เริ่มการสุ่มของวันนี้”
ลำแสงสว่างจ้าหมุนวนในสายตาของเขาและวงล้อขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น
ในขณะนั้น มีคนเคาะประตู
“เข้ามา”ฉู่ควงเหรินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
หญิงสาวร่างระหง ริมฝีปากแดง ฟันขาวเดินเข้ามาพร้อมกับอ่างน้ำ “คุณชาย ถึงเวลาล้างหน้าแล้วเ้าค่ะ”
หญิงสาวเหลือบมองฉู่ควงเหรินด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อเล็กน้อยนางเองก็เป็ศิษย์สายนอกในสำนัก์ทมิฬและได้รับเลือกให้มารับใช้ฉู่ควงเหรินเมื่อวานนี้
ทว่านางก็ไม่ได้รังเกียจแม้แต่น้อย
เพราะอย่างไรเสีย สิ่งต่าง ๆสำหรับฉู่ควงเหรินในตอนนี้ก็แตกต่างไปจากเดิมมากแล้วเขาเป็ศิษย์ที่อยู่ภายใต้การชี้แนะโดยตรงของเ้าสำนักและเป็ศิษย์เอกของสำนัก์ทมิฬตำแหน่งของเขานั้นสูงส่งยิ่งกว่านักพรตเสียอีก
สำหรับนางแล้วการได้ติดตามฉู่ควงเหรินก็ไม่ต่างจากการขึ้น์ในก้าวเดียว
‘ยิ่งไปกว่านั้น คุณชายฉู่ผู้นี้ยังหล่อเหลายิ่งนัก’หญิงสาวแอบคิดในใจ
“เ้าชื่ออะไร?” ฉู่ควงเหรินถาม
“ข้าชื่อหลิวปิงเ้าค่ะ”
“หลิวปิง...ถ้าเช่นนั้นจากนี้ไปข้าจะเรียกเ้าว่าเสี่ยวปิง”
“แล้วแต่คุณชายจะประสงค์เ้าค่ะ”
ฉู่ควงเหรินสามารถยืนยันได้ว่าเสี่ยวปิงไม่เห็นวงล้อแฟนตาซีเพราะดูเหมือนว่าจะไม่มีผู้ใดมองเห็นมันได้นอกจากเขา
เขากล่าวคำว่า “สุ่ม”ในใจและวงล้อก็เริ่มหมุน
“ขอแสดงความยินดีท่านเ้าของได้รับโอสถรวบรวมปราณระดับเหล็กกล้า”
โอสถรวบรวมปราณ?
แถมยังเป็ระดับเหล็กกล้าอีกด้วย?
มุมปากของฉู่ควงเหรินกระตุกสองครั้ง
เมื่อเทียบกับการสุ่มโชคสิบครั้งติดต่อกันเมื่อวานนี้โอสถรวบรวมปราณนี้ช่างมิมีสิ่งใดน่ากล่าวถึงเพราะตัวเขาในปัจจุบันสามารถหาโอสถเช่นนี้ได้มากเท่าที่้า
ช่างเถิด อย่างไรเสียนี่ก็เป็เื่ของโชคชะตาวาสนาอยู่แล้ว
ฉู่ควงเหรินเก็บโอสถรวบรวมปราณไว้ในห้วงมิติวงล้อและยังไม่สนใจมันในตอนนี้เขาล้างหน้าและสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยม
“คุณชายดูดีมากในชุดนี้เ้าค่ะ”
เสี่ยวปิงอดที่จะแสดงสีหน้าชื่นชมมิได้เมื่อมองดูฉู่ควงเหริน
เขาสวมหมวกหยกบนศีรษะและสวมชุดคลุมแขนกว้างสีขาวตัวยาวที่มีลายปักสีทองเป็รูปกิเลน
เมื่อรวมเข้ากับกลิ่นอายอันบริสุทธิ์แล้วฉู่ควงเหรินในขณะนี้ก็ไม่ต่างจากเซียนตก์ เสี่ยวปิงหาคำใดมาบรรยายเขาไม่ได้
“ใช้ได้” ฉู่ควงเหรินยิ้มอย่างพึงพอใจ
หลังจากแต่งกายเรียบร้อยแล้วฉู่ควงเหรินก็ไปหาผู้ทรงธรรมเสวียนฉี
สำนัก์ทมิฬ หออายุวัฒนะ
ผู้ทรงธรรมเสวียนฉีกำลังนั่งอยู่บนเบาะภาวนา
ฉู่ควงเหรินมาถึงและโค้งคำนับเล็กน้อย“คารวะท่านอาจารย์”
“อา เ้ามาแล้ว นั่งลง”
ผู้ทรงธรรมเสวียนฉีชี้ไปที่เบาะภาวนาข้างๆ เขาและสอนสิ่งที่ฉู่ควงเหรินต้องทำ หลังจากนั้น เขาก็กล่าวว่า “ควงเหรินก่อนหน้านี้เ้าเป็ศิษย์สายนอกจึงได้เรียนเพียงวิชาพื้นฐานของสำนัก์ทมิฬบัดนี้เ้าได้รับเกียรติให้เป็ศิษย์เอกแล้ว เ้าจึงมีสิทธิ์ที่จะเรียนวิชาเซียนสำนัก์ทมิฬของข้ามีสามวิชาระดับเซียน...
เ้าสามารถบำเพ็ญเพียรปราณกระบี่อันทรงพลังหาใดเปรียบได้ด้วยเพลงกระบี่ไม้ประดับ์
เมื่อเ้าบำเพ็ญเพียรวิชาแสงทองะาสำเร็จเ้าจะมีพลังปราณที่ไหลเวียนไม่สิ้นสุด ยิ่งไปกว่านั้นจะมีแสงสีทองคอยคุ้มครองร่างกายของเ้าและไม่มีการโจมตีใดสามารถทำลายมันได้วิชานี้เป็ทั้งวิชาเชิงรุกและเชิงรับ
และยังมีวิชาเก้าสุริยันเทวะซึ่งจะเสริมสร้างพลังปราณของเ้าให้ดุร้ายและทรงพลังเมื่อเ้าบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้วเ้าจะสามารถสร้างภาพนิมิตว่ามีดวงอาทิตย์เก้าดวงอยู่บนท้องฟ้าเดียวกันและดึงพลังแห่งดวงอาทิตย์มาใช้ได้
ไม่ทราบว่าในสามวิชานี้เ้า้าจะเรียนวิชาใด?”
“ข้า้าเรียนเพลงกระบี่ไม้ประดับ์”
ฉู่ควงเหรินเลือกเป้าหมายของเขาแทบจะในทันทีโดยไม่ลังเลเลย
เขามีดวงใจกระบี่เก้าทวารอันวิจิตรซึ่งเป็พร์อันหาใดเปรียบมิได้บนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรวิชากระบี่ไม่มีความจำเป็ที่เขาจะต้องปฏิเสธของดีใกล้ตัวเพื่อไปแสวงหาสิ่งที่อยู่ห่างไกลด้วยการเรียนวิชาอื่น
ในบรรดาสามวิชาระดับเซียน เพลงกระบี่ไม้ประดับ์คือวิชาที่เหมาะสมกับเขาที่สุด
“อืมการเลือกของเ้าเป็ไปตามที่คาดไว้”
ผู้ทรงธรรมเสวียนฉีพยักหน้าและหยิบม้วนตำราหยกออกมาหลังจากนั้นก่อนจะยื่นให้ฉู่ควงเหริน“เพลงกระบี่ไม้ประดับ์ถูกบันทึกไว้ในนี้เ้าจะเข้าใจได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเ้าหากเ้าพบเจอสิ่งใดที่ไม่เข้าใจในระหว่างการบำเพ็ญเพียร ก็อย่าลังเลที่จะมาหาข้า”
“ขอรับ ท่านอาจารย์”ฉู่ควงเหรินรับม้วนตำราหยกที่ยื่นมาให้