ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ตอนที่39 เรื่องวันนั้นค่ะพ่อ

    มันเป็นวันที่ฝนตกโปรยปราย ท้องฟ้าสีหม่นทำให้ใครหลายคนรู้สึกเหงา แต่บนท้องถนนในเมือง กลับเต็มไปด้วยแสงไฟจากรถยนต์ ดูคึกคักมีชีวิตชีวา
    “นี่ๆ เร็วๆ หน่อยสิยายฝน เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก รู้มั้ยว่าจะเจอเขาแต่ละครั้งน่ะ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ” พิมมารา เอ็ดเพื่อนสาวที่กำลังขับรถเก๋งฝ่าสายฝนไปร้านอาหารในเมือง
    พิมมาราเป็นผู้หญิงสวย ถึงแม้ว่าใบหน้าของเธอในตอนนี้จะบึ้งตึงไปบ้าง แต่ยังน่าดูชม เธอสูงราวร้อยเจ็ดสิบกว่า หน้าอกคัพซี เอวคอดกิ่ว รูปร่างผิวพรรณจัดว่าดูดี พิมมาราดูต่างจากคนปกติอย่างชัดเจน นั่นเพราะว่าครอบครัวของเธอมีโรงงานเป็นของตัวเองบริษัทโดกิโดกิเมื่อก่อนมีกำไร แต่เริ่มประสบปัญหาเพราะคุณภาพของแป้งสู้เจ้าตลาดไม่ได้ อีกส่วนคือพวกเขาเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ไม่มีทุนทรัพย์ไปแข่งกับเจ้าใหญ่อยู่แล้ว
    แต่ถึงอย่างนั้นพิมมาราก็ยังใช้เงินไม่ขาด ในฐานะผู้ถือหุ้นคนหนึ่งเธอจะจนได้ยังไง ผิวพรรณต้องดี หุ่นต้องเฟิร์ม คนธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำจะมาเทียบกันได้ยังไง พวกเขาไม่มีแม้แต่เวลาส่องกระจกด้วยซ้ำ ตื่นเช้ามาต้องทำงานกลับบ้านมากินข้าวนอน เพราะงั้นความต่างจึงอยู่ตรงนี้ พวกเขาไม่มีทางเทียบกับพิมมาราคนนี้ได้เลย
    “เออๆ รู้แล้วน่า แกนี่เร่งจัง เดี๋ยวก็ขับฝ่าไฟแดงซะหรอก” ผู้เป็นเพื่อนอย่างยายฝนเบ้ปาก ก็รู้หรอกนะว่าเพื่อนคนนี้ชอบศิลปินจนเป็นบ้าเป็นหลัง โดยเฉพาะศิลปินเดี่ยวที่เพิ่งมีผลงานได้ไม่นาน คลั่งถึงขนาดที่ว่าห้องนอนมีรูปของเขาตั้งอยู่ข้างหัวเตียง หน้าจอโทรศัพท์ก็มีรูปของเขา โปร์ไฟล์ในเฟสบุคเองก็เหมือนกัน พิมมาราเปย์อย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นงานไหนๆ ที่เขารับจะไปทั้งหมด ทำให้เพื่อนอย่างฝนไม่รู้สึกประหลาดใจเลยกับปฏิกิริยาของพิมมาราในตอนนี้
    ฝนข้างนอกยังตกแรง รถก็ติดจนแน่นเอี๊ยด ท้องฟ้าหมองหม่นดูไร้เเสงดาว พิมมารามองนาฬิกาบนข้อมือเล็ก ใบหน้าของเธอพลันขมวดมุ่น
    “อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว แกใจเย็นๆ หน่อยสิ คุณดิวของแกน่ะไม่หนีหายไปไหนหรอก” อาจจะเห็นว่ายายฝนเป็นคนขับรถแล้วจะจน แต่เปล่าเลย ครอบครัวของเธอประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เป็นธุรกิจใหญ่ของครอบครัว และเธอเองก็มีหุ้นอยู่ในนั้น จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่นาฬิกาเสื้อผ้า รองเท้าหน้าผม ทุกอย่างต้องเป๊ะ ไม่ต่างจากพิมมาราแม้แต่นิดเดียว ดูราวกับพวกบ้าของแพงยังไงยังงั้น........แล้วก็มาถึงบางเบา ร้านอาหารที่ดิวมาเล่นในคืนนี้ พิมมารากับฝนรีบเข้าไปในร้านทันที คนข้างในนั้นเยอะมาก เธอไม่สามารถเข้าไปถึงหน้าเวทีได้ ทำได้เพียงยืนดูอยู่ไกลๆ
    “เห้อ ได้เห็นคุณแค่ไกลๆ...น่าหงุดหงิดชะมัด” พิมมาราบ่นอุบอิบ รู้สึกไม่พอใจ หันไปมองยายฝนด้วยสายตาหาเรื่อง
    “อะไรของแก?” ยายฝนไม่สนใจสายตานั้น เธอเพียงบอกไปว่า “เดี๋ยวคุณดิวของแกเล่นจบ ก็ค่อยไปถ่ายรูปได้นี่นา แค่นี้...ก็ได้อยู่ใกล้ๆ เเล้ว”
    “ใกล้ๆ หรอ?” พิมมาราไม่แม้แต่จะคิด เพราะตั้งแต่เป็นแฟนคลับตัวยง ติดตามไม่ห่าง ไม่มีสักครั้งเดียวที่เธอเข้าไปขอถ่ายรูป เรื่องนั้นไม่ต้องโทษใคร เพราะมัวแต่อายจึงไม่กล้าเข้าไป จะมีแต่ยายฝนเท่านั้นที่ไปถ่ายมาให้
    หลังจากที่ดิวเล่นคอนเสิร์ตเสร็จ เขายังไม่รีบกลับ ต้องรอแฟนคลับเข้ามาทักทาย จับไม้จับมือขอถ่ายรูป สำหรับเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ศิลปินควรทำจะเห็นได้ว่าบางคนดังในชั่วข้ามคืน พอดังแล้วกลับทำตัวหยิ่ง บอกว่าเหนื่อยมากถ่ายรูปไม่ได้หรอก แต่ก่อนหน้านั้นคืออะไร มายืนรอให้แฟนคลับถ่ายรูป? ดูเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยนะดิวไม่อยู่ในจำพวกคนเหล่านั้น หยิ่งไม่เห็นหัวคนอื่น และแน่นอนว่าคนประเภทนี้ที่ดังแค่ชั่วข้ามคืน ก็ดับชั่วข้ามคืนนั่นแหละ
    “คุณดิว...ถ่ายรูปหน่อยสิคะ” เป็นยายฝนที่เข้ามา ส่วนพิมมาราน่ะเหรอ เธอยืนแอบอยู่ตรงมุมนั้น
    “ได้สิครับ” ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยกับการร้องเพลงบนเวที แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของดิวไม่ลดน้อยลงเลย ยังประดับใบหน้าตี๋ๆ ของเขาจนตาหยี๋
    “ขอบคุณค่ะ” ฝนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อถ่ายรูปเสร็จเธอเห็นว่าคนเบาบางแล้วจึงพูดออกไปว่า “เดี๋ยวนะคะ เพื่อนของฉันอายมาก แต่พิมเป็นแฟนคลับตัวยง ไม่ว่าคุณจะเล่นที่ไหนเธอก็จะตามไปเปย์ทุกที่ คุณดิว...ช่วยถ่ายรูปกับเธอได้มั้ย เดี๋ยวฉันไปลากออกมาเอง”
    “เห...ยินดีเลยครับ” ดิวรู้สึกยินดี มันเป็นความรู้สึกที่เยี่ยมมาก เมื่อมีคนรักเรามากเราก็จะมีความสุข เป็นธรรมดาของศิลปินนักร้องล่ะนะ
    “ว่าแต่ไหนล่ะครับ เพื่อนของคุณฝน” ดิวมองไปรอบๆ ผู้หญิงที่เป็นแฟนตัวยง เปย์ทุกงานไม่ขาดจะหน้าตาเป็นยังไงนะ จะเหมือนกับยายอ้วน คิม ยูอิน หรือว่าสวยเหมือนกับฝนคนนี้
    “อยู่นั่นไงคะ”“ไหนครับ?”“นั่นไง นั่นไง ผู้หญิงผมสั้น ใส่แว่น มีลักยิ้มหวานๆ ไง”
    แล้วดิวก็เห็นผู้หญิงที่ว่า วินาทีนั้นเขารู้สึกเหนือความคาดหมายมาก ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเธอคนนี้
    “พิมมาราเหรอ?...” เขาเผลอพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว
    “เอ๋...รู้จักกันก่อนแล้วเหรอคะ” ฝนที่กระตือรือร้นอยู่หันขวับกลับมามองหน้าดิวอย่างงุนงง ตกลงว่ามันเป็นยังไงกันแน่คะ
    “อ๋อเปล่าหรอกครับ” ดิวรีบแก้ต่างทันที “พอดีผมเคยอ่านข่าวแล้วเห็นผ่านๆ น่ะครับ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแฟนตัวยงของผม...รู้สึกดีจริงๆ”
    ความจริงแล้วดิวโกหก ตอนนี้กำลังกว้านซื้อหุ้นในบริษัทโดกิโดกิ เป็นธรรมดาที่เขาจะสืบข้อมูลของทางนั้นอย่างละเอียดผู้หญิงขี้อายที่อยู่ตรงนั้นเป็นแฟนคลับของเขา เธอตามไปทุกงานแต่เขาไม่ยักเห็น หรืออาจเพราะไม่ได้ดูให้ดีจึงไม่รู้ว่าเป็นเธอ
    แต่ดิวค่อนข้างมั่นใจว่าพิมมาราคือแฟนตัวยง เพราะตั้งแต่เริ่มแรกของการเป็นศิลปิน ฝนก็มักจะเข้ามาขอถ่ายรูปเสมอ
    “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” ฝนไม่ได้สงสัยอะไร เพราะเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจก็มีบทสัมภาษณ์บนชั้นหนังสือเป็นธรรมดา เกี่ยวกับพวกอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จ แต่หาไม่รู้ว่า ความจริงแล้วล้วนเป็นความสำเร็จที่พ่อแม่กรุยทางให้ทั้งนั้น
    “มานี่สิพิม จะมัวอายอะไร คุณดิวเขาเคยอ่านบทสัมภาษณ์แกด้วยนะเว้ย ไม่ต้องอายหรอก” เห็นว่าพิมยังยืนบื้ออยู่ตรงนั้น ฝนก็กวักมือเรียกให้เข้ามา
    “อะไรนะ เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของฉัน!” พิมมาราร้องในใจว่าแย่เเล้ว เธอรู้สึกอายจริงๆ บทสัมภาษณ์หนังสือธุรกิจแค่ทำตามสคริปท์เท่านั้น มันฟังดูน่าหัวเราะ แต่เบื้องหลังของหนังสือนิตยสาร ก็มักจะเป็นอย่างนี้แหละ
    “สวัสดีครับ คุณพิมมารา ขอบคุณมากนะครับที่ติดตามผมมาตลอด มาเดี๋ยวผมถ่ายรูปให้” เห็นว่าเธอยังยืนบื้ออยู่ตรงนั้น ดิวทนไม่ได้ ในฐานะที่เธอเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งในบริษัทโดกิโดกิ และยังเป็นแฟนคลับของเขา บางเรื่องน่าจะคุยกันง่าย ดิวถือโอกาสนี้มัดหัวใจเธอ
    แช๊ะ... มือถือในมือถูกฉวยไปเมื่อไหร่ไม่รู้ จะรู้ตัวอีกทีก็ถูกเขาถ่ายรูปคู่ไปแล้ว ดิวยื่นโทรศัพท์กลับคืนให้พิมมารา เขายังไม่รีบร้อน เพราะหากทำอย่างนั้นอาจทำให้เธอสงสัยได้
    “แล้วเจอกันนะครับ”
    กระทั่งเขาขึ้นรถจากไป พิมมาราจึงได้สติ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว แดงจนถึงใบหู ดูน่าชวนหลงใหล โลมเลียใบหน้าจิ้มลิ้มนี้นัก
    “ไหนๆ แหม ขอดูรูปหน่อยสิจ๊ะเพื่อนรัก” ไม่ง่ายนักที่จะเห็นใบหน้านิ่งๆ ของพิมมาราเปลี่ยนไป ได้โอกาสยายฝนจึงแกล้งสักหน่อย “เอ...หรือว่าตายไปแล้วนะ ฮิฮิ”
    “เห้ย! เอามาเลยนะ เอามาเลย แกนี่ล่ะก็” พิมมาราไม่กล้าให้คนอื่นดูรูปที่เพิ่งถ่ายไป สำหรับเธอมันน่าอายมาก เขาเข้ามาใกล้ๆ ตอนนี้ยังรู้สึกได้อยู่เลย กลิ่นน้ำหอมประจำตัว กลิ่นเหงื่อของเสือร้าย ความร้อนจากฝ่ามือที่กระทบตอนฉวยโทรศัพท์มือถือ ล้วนสลักลึกอยู่ในนั้น........หลังจากแยกกับยายฝน พิมมาราก็นอนบิดตัวอยู่บนที่นอน เธอจ้องรูปคู่ตาเป็นมัน ปากพึมพำไปว่า “คนอะไรน๊า น่ารักที่สุด ส่วนเรา...ทำไมเหมือนยายเอ๋ออย่างนี้ งู้ย น่าอายจะชะมัด”
    แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่เธอกลับไม่กล้าลบรูป ได้แต่นอนเพ้อไปคนเดียวทั้งคืน ความสัมพันธ์เริ่มต้นตั้งแต่วันนั้น พิมมาราอาจจะเป็นคนหยิ่งๆ นิ่งกับคนอื่น แต่พอเป็นคนที่ตัวเองชอบ กลับทำอะไรไม่ถูก
    “ผมไม่เล่นแอปแชทอย่างอื่นครับ ผมเล่นแต่ Devil Chat เท่านั้น” วันนี้ไม่รู้ว่าพิมมาราไปเอาความกล้าจากที่ไหน เธอมาขอไอดีเขาไว้คุยอย่างกล้าหาญ
    “อ๋อ งั้นเดี๋ยวขอโหลดแป๊บนะคะ เอ...นี่มันแอปของบริษัทที่เพิ่งเปิดตัวเกมนี่นา โอ๊ะ! เจอแล้ว ฉันเองก็มีอยู่ในเครื่องนี่ แง่...ลืมไปได้ไงเนี่ย” เธอเผลอทำเรื่องหน้าอายเข้าแล้ว ดันลืมไปซะได้ว่าเล่น Devil Run ก็ต้องมีแอป Devil Chat ถึงจะล็อกอินผ่านได้
    พิมมาราเป็นแฟนตัวยเกม Devil Run มันไม่ได้จำกัดอยู่ในหมู่เด็กหรือกลุ่มผู้ชายเท่านั้น ตัว Devil น่ารักๆ ถูกพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะงั้นแม้แต่คนหน้านิ่งอย่างพิมมารา ก็ยังโหลดมาเล่น
    ดิวอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะแลกไอดีกัน เมื่อรับเธอเป็นเพื่อนแล้ว เขาพูดไปว่า “ผมก็เล่นนะ Devil Run น่ะ”
    “จริงเหรอคะ ดีจัง คุณดิวมี Devil กี่ตัวแล้วคะ ดูนะของฉันมี...เอ่อ โทษทีค่ะ เพลินไปหน่อย” ยังมีคนมากมายอยู่ที่นี่ พิมมาราจึงเพิ่งจะรู้ตัว ว่าไม่ควรทำให้คนอื่นรอนาน
    “ไม่เป็นไรหรอกครับ สำหรับคุณที่เป็นแฟนตัวยง ผมมีเวลาให้คุณเสมอ...”
    คำพูดของดิวทำให้พิมมาราเขินอาย ส่วนยายฝนหรอ เห้อ อยากจะอ้วก เกลียดจังพวกมีความรักเนี่ยความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันดิวก็กว้านซื้อหุ้น จนมาวันนี้เป็นเขาเองที่นัดเธอมากินข้าวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าพิมมาราตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด

    คล้ายกับเรื่องย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย ที่คุณอ่าน