หม่าเทียนหลงล้วงเอาแผ่นหนังสัตว์ออกมาเขียนข้อความถึงเดิมพันและข้อตกลงเป็นที่เรียบร้อย ลงชื่อกำกับ และหาแขกผู้พอจะมีเชื่อเสียงในเมืองเนตรอสูรที่มาร่วมงาน ลงชื่อเป็นพยานแล้วส่งให้กังหลง กังหลงนำแผ่นหนังสัตว์ไปให้กังหยางลงชื่อกำกับ สัญญาข้อตกลงเป็นอันสมบูรณ์ กังหยางและฟางเหม่ยต่างมิอยากให้กังหลงไปเสี่ยงอันตราย แม้กังหยางจะทราบว่าหลังจากการประลองช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลผ่านมาปัจจุบันกังหลงมิใช่ กังหลงเช่นในอดีตอีกแล้ว ฟางเหม่ยพูดขึ้น
"พี่กังหยางเรามิอาจให้กังเอ๋อร์ไปเสี่ยงอันตรายได้ ข้ามิอยากให้กังเอ๋อร์ได้รับอันตราย "
"ท่านลุง..ท่านป้า.. ท่านอนุญาตให้คุณชายกังหลงไปประลองเถอะ ข้าขอรับรองว่าคุณชายกังหลงจะมิมีอันตรายใด ๆ"
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันสดใจไพเราะจับใจ จนบุรุษทั้งหลายผู้ได้ฟังต่างแทบละลายไปเพราะน้ำเสียงนี้ ทั้งกังหยางฟางเหม่ยและเหล่าผู้อาวุโสที่ได้ยินต่างฉงนในคำพูดของนาง หนึ่งในจตุรนามสู่ราชันย์ถึงกับรับรองเช่นนี้ ทุกคนต่างคิดว่า หรือกังหลงที่ชนะการประลองช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล จะได้รับการชี้แนะจากแม่นางผู้นี้
เมื่อได้ยินสุ้มเสียงอันอ่อนหวานไพเราะจับใจ หม่าเทียนหลงและบุรุษกลางคนทั้งสองต่างหันไปมองยังตำแหน่งที่เสียงพูดเกิดขึ้น พบเห็นสตรีเยาว์วัยรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นถึงสามนาง นางหนึ่งเป็นสตรีเยาว์วัยเปิดเผยใบหน้าชัดเจนดูงดงามสวยซึ้งปานล่มเมือง ซึ่งคือเยี่ยนฟาง อีกสองนางใช้ผ้าปกปิดโฉมหน้า
แต่มาตรแม้นมีผ้าปกปิดโฉมหน้าไว้ แต่จากทรวดทรงองค์เอว ดวงตาที่ใสกระจ่างดุจน้ำค้างกลางหาว หากเปิดเผยโฉมหน้าออกมาย่อมต้องเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งที่ยากจะพบพานเป็นแน่ เนื่องจากงานพิธีแต่งตั้งผู้นำตระกูลมิได้มีเพียงแต่ผู้คนของตระกูลกัง แต่ตระกูลกังได้เชื้อเชิญแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมายทั้งนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์จึงต้องปกปิดรูปโฉมไว้เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา
เมื่อหม่าเทียนหลงและบุรุษกลางคนทั้งสองได้พบเห็นสตรีทั้งสามประกายตาหื่นกระหายได้บังเกิดขึ้นพร้อมกัน ต่างคำนึงในใจว่า
"สตรีเยาว์วัยทั้งสามนี้นับเป็นหญิงงามปานล่มเมืองโดยแท้ หลังจากจบการประลองคงต้องหาโอกาสลักพาตัวไป หากได้สตรีเช่นนี้ไปเชยชมมิทราบจะมีวาสนาปานใดกัน หึ หึ.."
ประกายตาอันหื่นกระของทั้งสามที่เกิดขึ้นย่อมมิอาจรอดพ้นสายตาอันคมกริบของกังหลงไปได้ ครุ่นคิดในใจ
"จากประกายตาเช่นนี้ ทั้งสามนี้ย่อมมิใช่ตัวดีอันใด มิทราบได้กระทำย่ำยีสตรีบริสุทธิ์มามากมายปานใดแล้ว หากมีโอกาสเห็นทีคงต้องทำลายพิฆาตให้สิ้น เป็นการกำจัดเพทภัยให้แก่ผู้บริสุทธิ์"
ครุ่นคิดเช่นนั้นจึงกล่าวถามขึ้น
"ในการประลองนี้หากแม้นเกิดพลังเผลอทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย ต่างฝ่ายต่างมิอาจจะถือสาหาความต่อกัน มิทราบผู้นำตระกูลหม่าจะเห็นด้วยรึไม่ ?"
หม่าเทียนหลงและบุรุษกลางคนทั้งสองต่างหัวเราะลั่น หม่าเทียนหลงหัวเราะไปกล่าวไป เพราะคิดว่าหากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นคงเป็นเรื่องตลกที่ยากจะพบพานแล้ว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า หากแม้นเป็นความต้องการของเจ้าและถ้าเจ้าสามารถทำร้ายหรือเผลอสังหารผู้ใดจากหนึ่งในสามนี้จะมิมีผู้ใดกล่าวโทษและแก้แค้นรังควานต่อเจ้า"
"ข้าอยากให้ผู้นำตระกูลหม่าท่านเขียนเพิ่มเติมในสัญญาแผ่นนั้น "
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ย่อมได้ ย่อมได้"
กังหลงได้เอาหนังสัตว์สัญญาเดิมพันมอบให้หม่าเทียนหลงลงข้อความเพิ่มเติม หลังจากหม่าเทียนหลงเขียนเสร็จสิ้น ทั้งสองจึงออกไปยังกลางลานประลองเพื่อเตรียมพร้อม แต่ได้มีเสียงหนึ่งเป็นเสียงยามเฝ้าประตูของตระกูลกังที่วิ่งกระหืดกระหอบมาดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมพลังวิญญาณที่รุนแรงจนหลายคนถึงกับหน้าถอดสี
"ท่านผู้นำตระกูล มีคนมาขอพบขอรับ ..!!"
"โอ..พลังวิญญาณรุนแรงเช่นนี้นี่เป็นของนักปรุงโอสถ"
"นักปรุงโอสถมาทำอะไรที่ตระกูลกัง"
มินานก็ปรากฎยามผู้หนึ่ง เดินนำบุคคลที่สูงประมาณเจ็ดศอกบุคคลผู้นี้สวมชุดเสื้อยาวสีเขียวลักษณะเป็นชุดคลุมที่ปกปิดรูปกายแม้กระทั่งศีรษะจนมิอาจมองเห็นโฉมหน้าได้ชัดเจนว่าเป็นบุรุษรึสตรีใด แขนเสื้อที่ยาวเกือบสุดปลายมือเพียงเห็นปลายนิ้วมือสีขาวสะอาดโผล่ออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่อกเสื้อด้านขวาบุคคลผู้นี้ปักไว้ด้วยเตากลั่นโอสถสีทองจำนวนหนึ่งใบใต้เตากลั่นมีดาวห้าแฉกสีทองจำนวนสี่ดวงหากเป็นผู้ที่ได้เคยท่องเที่ยวคงทราบว่าสัญลักษณ์ได้บ่งบอกว่าบุคคลผู้นี้เป็นนักปรุงโอสถระดับสี่ขั้นสุดหลายคนที่เห็นสัญลักษณ์เหล่านี้ชัดตาถึงกับอุทานออกมา
"โอ..พลังวิญญาณรุนแรงเช่นนี้นี่เป็นของนักปรุงโอสถระดับสี่"
"อา..นักปรุงโอสถระดับสี่ขั้นสุด..!!"
คำนักปรุงโอสถย่อมสร้างความฮือฮาให้กับผู้คนอย่างมิต้องสงสัย เพราะในโลกที่ยึดถือพลังเป็นใหญ่โอสถมีความจำเป็นต่อการรักษาเยียวยาและเสริมสร้างพลังให้แก่นักสู้นักปรุงโอสถจึงนับเป็นอาชีพที่มีความสำคัญและพิเศษผู้ที่จะเป็นนักปรุงโอสถได้ย่อมต้องเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านโอสถโดยเฉพาะการฝึกฝนก็ยากลำบากใช้เวลานานกว่าที่จะเป็นนักปรุงโอสถแต่ละระดับการที่จะถือกำเนิดนักปรุงโอสถขึ้นมาจึงน้อยกว่าการเป็นนักสู้ผู้กล้าหลายเท่านักแต่หากสามารถได้รับการยืนยันถึงการเป็นนักปรุงโอสถจากสมาคมโอสถได้อำนาจชื่อเสียงลาภยศก็จะตกแก่ผู้นั้นอย่างมากมายแม้นักปรุงโอสภผู้นั้นจะไร้ซึ่งพลังฝีมือก็ตาม
"ต้องขออภัยที่ข้าเข้ามาขัดจังหวะข้าเป็นผู้ส่งสารจากสมาคมโอสถเนื่องจากข้าได้รับมอบหมายจากสมาคมโอสถโดยรับคำสั่งจากท่านผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถให้นำเหรียญตราโอสถของผู้ชนะทั้งสามอันดับของการคัดเลือกตัวแทนอัจฉริยะด้านโอสถของอาณาจักรเนตรอสูรที่เพิ่งคัดเลือกเสร็จสิ้นไปเมื่อครึ่งเดือนก่อนมามอบให้อัจฉริยะทั้งสามที่มีความสำเร็จในด้านนี้และถือโอกาสนี้แจ้งกำหนดการแข่งขันด้านโอสถระดับอาณาจักรที่จะมีขึ้นหลังการแข่งขันอัจฉริยะด้านปราณยุทธระดับอาณาจักรสามเดือนกำหนดวันที่แน่นอนจะแจ้งให้ทั้งสามทราบผ่านทางหยกสื่อสารอีกคราหลังการแข่งขันอัจฉริยะด้านปราณยุทธระดับอาณาจักรได้เสร็จสิ้นลง ดังนั้นก่อนถึงวันนั้นขอให้ทั้งสามหมื่นฝึกซ้อมด้านโอสถให้ชำนาญมากยิ่งขึ้นเพื่อจะได้สร้างชื่อเสียงให้อาณาจักรเนตรอสูรต่อไป"
สุ้มเสียงนั้นบางคราแหลมเล็กคล้ายสุ้มเสียงอิสตรี บางคราทุ้มต่ำคล้ายเสียงบุรุษสร้างความสับสนให้ผู้ฟังยากจะแยกแยะได้ว่าแท้จริงผู้กล่าวเป็นบุรุษรึสตรีกันแน่ นักปรุงโอสถผู้นั้นกล่าวไปเพียงไม่นานเมื่อจับใจความได้สุ้มเสียงแตกตื่นก็ดังขึ้นกระหึ่ม
"โอ๊ะ..นักปรุงโอสถมาที่นี่ แล้วอัจฉริยะด้านโอสถอัจฉริยะนั้นเป็นผู้ใดกัน.?"
เสียงวุ่นวายจนนักปรุงโอสถผู้นั้นต้องยกมือห้ามปรามและกล่าวต่อ
"ก่อนอื่นขอบอกกล่าวก่อนว่าเหรียญตราโอสถนี้นับว่ามีประโยชน์ต่อผู้เป็นเจ้าของยิ่งผู้ที่มีเหรียญตราโอสถทุกคนสามารถเข้าไปฝึกฝนในสมาคมโอสถได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีและสามารถไปขอรับสมุนไพรหายากจากสมาคมโอสถได้ตามสิทธิ์ที่บ่งบอกไว้ คือ
ผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งสามารถเลือกสมุนไพรหายากได้หนึ่งร้อยชุด
ผู้ชนะเลิศอันดับสองสามารถเลือกสมุนไพรหายากได้ห้าสิบชุด
ผู้ชนะเลิศอันดับสามสามารถเลือกสมุนไพรหายากได้สามสิบชุด"
"บัดนี้ขอเชิญผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งนามกังหลงออกมารับเหรียญตรา
ผู้ชนะเลิศอันดับสองนามเหมี่ยวเซี๊ยออกมารับเหรียญตรา
ผู้ชนะเลิศอันดับสามนามหยางเสี่ยงเอ๋อร์ออกมารับเหรียญตรา"
สิ้นเสียงกล่าวของผู้ส่งสารจากสมาคมโอสถผู้คนที่ได้ยินรายชื่อเหล่านั้นต่างยิ่งวุ่นวายแตกตื่นไปใหญ่ทั้งสามคนที่โดนเรียกมิได้สนใจสุ้มเสียงเหล่านั้นแต่พิศวงถึงความสามารถของสมาคมโอสถที่สามารถรับทราบว่าทั้งสามอยู่ที่นี่พร้อมกันการสืบหาข้อมูลและหูตาของสมาคมโอสถนับว่าน่ายำเกรงนักทั้งสามต่างชักชวนออกไปพร้อมกันเพื่อรับเหรียญตราจากสมาคมโอสถ