[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    133 ผสานร่าง 100 %

    “เอาล่ะ เรามาเริ่มใหม่กัน ครั้งนี้มันจะต้องได้”


    มังกรตัวสีแดงนอนนิ่งอยู่บนแท่นหินเต็มไปด้วยโซ่สีดำมากมายมัดร่างของมันไม่ให้ขยับเคลื่อนไหว ในแววตาของมันล้วนเต็มไปด้วยแสงที่กำลังหม่นลงเรื่อยๆจากความตายที่ใกล้เข้ามา


    “มอบร่างกายของแกให้ฉันแล้วฉันจะปล่อยให้วิญญาณของแกได้กลับสู่กฎของโลก”


    แมทธิวยื่นมือไปยังหัวของมังกรเพลิงแม้มันกำลังจะตายพลังมานาที่อยู่ภายในร่างกายของมันยังคงมากมายจนสามารถทำให้เขาเจ็บปวดได้ 


    “เจ้ามนุษย์ แกสาบานสิ ให้ทั้งตระกูลของแกสาบานพร้อมกันว่าจะไม่เล่นลิ้นแล้วปล่อยให้วิญญาณของฉันได้กลับสู่กฎของโลก”


    “ฉัน แมทธิวตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ขอสาบานด้วยเกียรติของฉันและขอใช้แกนพลังเวทย์เป็นสิ่งยืนยัน หากว่าฉันยุ่งเกี่ยวกับวิญญาณของมังกรเพลิงตรงหน้า ขอให้ฉันใช้แกนพลังเวทย์ไม่ได้อีกต่อไป”


    บู้ม!


    วงเวทย์สาบานปรากฎตรงหน้าแมทธิวก่อนที่มันจะฝังตัวเข้าไปในหน้าอกทะลวงเข้าสู่แกนพลังเวทย์ ทันใดนั้นเองนักเวทย์มากมายที่อยู่ภายในบ้านตระกูลเฟอร์เรอร์ก็ได้ทำการสาบานเช่นเดียวกัน แม้แต่ผู้นำตระกูลก็ต้องสาบาน เนื่องจากว่าตอนนี้มังกรเพลิงสามารถตรวจจับพลังชีวิตและเวทย์ในตระกูลเฟอร์เรอร์ได้ทั้งหมด ทันทีที่ทุกคนสาบานมังกรเพลิงก็ได้เปิดใช้งานวงเวทย์ผสานเพื่อยกร่างของมันให้กับมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าเพื่อก้าวข้ามผ่านนักเวทย์ 900 ปี


    วิ๊ง!


    “ขอบคุณ”


    แมธทิวกล่าวขอบคุณมังกรเพลิงที่ร่ายเวทย์จนเสร็จ ก่อนที่มานาในร่างกายของมังกรจะไหลเข้ามาในตัวของมันจนทำให้บริเวณแขนเริ่มมีเกล็ดไม่ต่างจากมังกรโผล่ออกมา 2 เกล็ด อย่างไรก็ตามมังกรเพลิงที่ได้ทำตามสัญญาณแล้วจึงปล่อยวงเวทย์ให้หายไปเองตามชีวิตของมันที่กำลังจะหมดลง ด้วยเวทย์ผสานที่เปิดใช้งานในตอนชีวิตใกล้จะหมดลงมันคิดว่ามนุษย์คงได้ร่างกายมังกรไปผสานเพียง 10 % เท่านั้น


    การที่มันถูกขังภายในห้องแห่งนี้ ไม่มีวันที่มันจะมอบร่างกายให้ทั้งหมด ถึงอย่างนั้นเพียงแค่ 10 % ที่มอบให้มนุษย์ผ่านวงเวทย์ผสานก็มากพอให้มนุษย์ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดและใช้พลังส่วนหนึ่งของมังกร


    “ไม่พอ มันยังไม่พอ”


    เสียงของมนุษย์ดังเข้ามาในหูของมัน ถึงอย่างนั้นมังกรกลับไม่มีแรงแม้จะหัวเราะ มันจึงทำเพียงแค่ปล่อยให้จิตค่อยๆสลายไปตามอายุขัยที่หมดลงแต่แล้วมันกลับตื่นตระหนกเมื่อพบว่าร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง พลังชีวิตที่ควรจะหมดลงไปนั้นก็กลับคืนมาตั้ง 1 ปี ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มันเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์เวทย์บางอย่างยื้อชีวิตของมันเพื่อให้วงเวทย์ผสานทำงานต่อไปแทนที่จะถูกปิดพร้อมกับชีวิตของมันที่จบลง


    “มนุษย์ เจ้าทำอะไร”


    “ฮ่าๆๆ ฉันไม่ได้ทำอะไร ฉันก็แค่ทำให้แกมีชีวิตยาวนานขึ้น 1 ปี”


    “แกทำไปเพื่ออะไร!” มังกรเริ่มร้องคำรามลั่นพลางใช้มานาปิดวงเวทย์ผสานเพื่อหยุดการผสานร่างกาย อย่างไรก็ตามนักเวทย์ภายในตระกูลเฟอร์เรอร์กลับวิ่งลงมายังชั้นใต้ดินเพื่อใช้มานาของพวกเขาแย่งการทำงานจากมังกรเพื่อให้เวทย์ยังคงเปิดต่อไป


    “ก็ฉันขอร่างแกแล้วนี่ หรือว่าแกจะให้ฉันแค่ 10 % อย่างที่แกคิดไว้เหรอ ไม่หรอกนะ แค่นั้นมันไม่พอจะให้ฉันนำไปทำอะไรได้หรอก เอามา เอาร่างของแกมาทั้งหมด ฉันต้องการมัน ฮ่าๆๆ”


    แมทธิวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนที่ร่างของมันจะค่อยๆมีเกล็ดปกคลุมเต็มตัวจากร่างกายของมังกรที่ถูกเปลี่ยนเข้าสู่ร่างของกาย แม้จะไม่สามารถกลายร่างให้กลายเป็นมังกรได้ แต่การเปลี่ยนผิวหนังและร่างกายให้เป็นมังกรในร่างมนุษย์ จะทำให้มันแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น มากกว่านักเวทย์คนไหนที่เคยมีบันทึกในประวัติศาสตร์


    “ฮ่าๆๆ ขอบคุณ ขอบคุณแอนเดอร์สัน ขอบคุณการ์ดของแกที่ทำให้ฉันก้าวข้ามทุกๆคน ฮ่าๆๆๆ”


    “ต้านมันเอาไว้ ต้านเอาไว้!!!”


    เหล่านักเวทย์ร้องตะโกนบอกกันให้ต้านพลังเวทย์ของมังกรที่พยายามจะลบล้างการทำงานของเวทย์ผสาน อย่างไรก็ตามมังกรกลับทำอะไรไม่ได้มาก ด้วยการถูกตรึงเอาไว้ด้วยโซ่และถูกแท่นหินพิเศษที่ใช้ต่อต้านพลังของมังกรเล่นงาน ส่งผลให้มันทำได้เพียงแค่ขัดขวางให้แมทธิวใช้เวลาในการผสานนานขึ้นเท่านั้น


    บู้ม!


    ร่างมังกรที่ขยับเคลื่อนไหวภายใต้การมัดของโซ่เส้นใหญ่ร่วงหล่นลงไปนอนนิ่งบนแท่นหิน ก่อนที่ร่างกายของมันจะค่อยๆกลายเป็นขี้เถ้าหลังจากที่ร่างของมันผสานเข้ากับร่างของแมทธิวไปทั้งหมด อย่างไรก็ตามวิญญาณของมันที่ยังหลงเหลือกลับถูกเวทมนตร์บางอย่างกักขังเอาไว้ แทนที่จะถูกปล่อยให้สลายไปตามกฎของธรรมชาติ


    “แมทธิว ข้าขอสาปแช่งเจ้า”


    จิตที่หลงเหลือก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการตามกฎของโลกสาปแช่งแมทธิว หลังจากรู้ว่าคำสาบานที่ตระกูลเฟอร์เรอร์มอบให้เป็นเพียงแค่แผนหลอกเท่านั้น เพราะผู้ที่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับมันคือคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในตระกูลเฟอร์เรอร์และไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำสาบาน เมื่อรู้ว่ามนุษย์ใช้แผนการเล่นงานมัน ทำให้มังกรสาปแช่งแมทธิวไปเรื่อยๆ


    “ข้าขอให้เจ้าไม่สามารถสืบทอดทายาทได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามและขอให้เจ้าติดอยู่ในร่างนี้ไปตลอดไม่สามารถย้ายไปไหนได้ ข้าขอสาปแช่งเจ้า!!!”


    “จับมันเร็วเข้า!”

     

    เหล่านักเวทย์สวมผ้าคลุมสีดำพุ่งเข้ามาจับวิญญาณของมังกรลงไปในภาชนะพิเศษ จนทำให้เสียงสาปแช่งหายไป อย่างไรก็ตามคำสาปแช่งที่ใช้ส่วนหนึ่งของวิญญาณกลับทำให้หน้าอกข้างซ้ายของแมทธิวมีคำสาปรูปมังกรสลักเอาไว้แสดงให้เห็นว่าคำสาปของมังกรสำเร็จผล


    “เหอะ เมื่อใดก็ตามที่ฉันได้ทุกอย่าง คำสาปของแกก็จะไม่มีผลอีกต่อไป”


    แมทธิวมองไปยังดวงวิญญาณของมังกรจากนั้นเขาก็บอกให้นักเวทย์สวมชุดคลุมสีดำนำมันไปสร้างเป็นดาบเพื่อจะเสริมความสามารถในการต่อสู้ให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก


    “นายน้อย ท่านไม่กลัวว่าผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะรู้เรื่องนี้”


    “รู้เรื่องที่ฉันยืมมือเงาตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จัดการกับวิญญาณมังกรอย่างนั้นเหรอ ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้มันจะไม่ไปถึงหูของพ่อฉันแน่นอน”


    แมทธิวเดินออกมาจากห้องลับก่อนที่เขาจะเดินไปยังลานกว้างเพื่อทดสอบพลัง ภายใต้การระเบิดพลังมานาออกมาจากร่างเปลวไฟสีแดงก็ได้ลุกไหม้โหมกระหน่ำอย่างน่ากลัวจนร่างเดิมไม่สามารถเทียบได้


    “ฮ่าๆ นี่เหรอร่างของมังกร ไม่คิดว่ามันจะทรงพลังขนาดนี้”


     “แมทธิว ลูกเป็นอย่างไรบ้าง”


    ผู้เป็นแม่เดินออกมาดูลูกชายที่กำลังปลดปล่อยมานามหาศาลออกมาจากร่างกายหลังจากสามารถก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปได้ด้วยการผสานร่างกับมังกร 100 % 


    “ผมสบายดีครับ ตอนนี้ร่างกายของผมเต็มไปด้วยพลัง แต่ก็มีหนึ่งสิ่งที่ทำให้ผมวิตก”


    “คำสาปสินะ”


    “ใช่ครับ คำสาปที่จะมาจากแอนเดอร์สัน แม่ลองใช้คำสาปจากชิ้นส่วนร่างกายที่ผมมอบให้ดูหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากรู้ว่าร่างนี้จะถูกคำสาปเล่นงานหรือเปล่า”


    แมทธิวขอให้แม่ใช้คำสาปกับร่างกายของมัน ก่อนที่จะผสานร่างกับมังกรตัวของมันได้มอบเลือด เส้นผม น้ำลาย ผิวหนังและเล็บเอาไว้ประกอบพิธีใช้คำสาปสังเวย มันอยากรู้ว่าด้วยร่างกายใหม่ที่ได้มาจากการผสานร่างมังกรเพื่อเปลี่ยนร่างกายเดิมออกไป ไม่ว่าจะเป็นกระดูกใหม่ เส้นเอ็นใหม่ เลือดใหม่ เส้นผมใหม่ ทุกๆอย่างที่ได้จากมังกรในตอนนี้ มันจะถูกคำสาปจากร่างเก่าตามมาเล่นงานได้หรือไม่ ทันทีที่ผู้เป็นแม่ใช้คำสาปใส่ลูกชายผ่านการสังเวยชิ้นส่วนร่างกายของร่างเก่า แมธทิวก็ได้หัวเราะเสียงดังเมื่อคำสาปจากชิ้นส่วนร่างกายที่ให้ไว้ก่อนจะผสานร่างกับมังกรไม่สามารถตามมาเล่นงานมันได้


    “ฮ่าๆๆ”


    จากเดิมกลัวว่าแอนเดอร์สันจะเล่นงานมัน แต่ตอนนี้ความกลัวนั้นหายไป ด้วยร่างกายที่มีความทนทานเวทย์ที่สูงขึ้นทำให้แข็งแกร่งกว่าพี่น้องคนอื่นๆที่ยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี


    “กระจายเรื่องของฉันออกไป นายน้อย 1 ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีได้แล้วด้วยการผสานร่างกับมังกรได้ 100 %”


    พ่อบ้านรีบพุ่งตัวออกไปจากบ้านเพื่อกระจายข่าว เรื่องของแมทธิวจะทำให้ผู้ที่เข้าร่วมและผู้หนุนหลังมั่นใจมากว่าพวกเขาจะชนะในสงครามแย่งชิงเก้าอี้ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ซึ่งข่าวนี้เองนอกจากจะทำให้ฝ่ายเดียวกันยินดีแล้ว ยังทำให้ฝ่ายตรงข้ามหวาดกลัวได้เช่นกัน นอกจากนั้นยังสามารถดึงดูดกลุ่มอำนาจต่างๆที่พ่ายแพ้ไปกับนายน้อย 7 และนายน้อย 9 ให้หันมามองมันได้อีกด้วย


    —-----------------------------


    “เฮ่ย เฮ่ย เฮ่ย มีเรื่องใหญ่อีกแล้ว นายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนสร้างเรื่องอีกแล้ว”


    นักเวทย์ที่ได้รับรู้ข้อมูลที่น่าตกใจวิ่งเข้ามารวมกลุ่มกับเพื่อนที่กำลังจะออกล่าในมิสเทอรี่ ผ่านมาแล้วครึ่งเดือนตั้งแต่สหพันธ์เคลื่อนไหวออกมาจำกัดขอบเขตให้ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ได้ทำตาม ส่งผลให้นักเวทย์ได้ลืมตาอ้าปากและมีพื้นที่ล่าอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในเช้าวันนี้กลับมีเรื่องตื่นตระหนกเป็นอย่างมากกระจายออกมา นอกจากจะทำให้กลุ่มอำนาจที่พ่ายแพ้ได้เคลื่อนไหวเลือกฝั่งอีกครั้ง มันยังทำให้ทุกคนเห็นภาพสงครามที่กำลังจะดุเดือด


    “มีอะไร นายน้อยคนไหนตายอีก”


    “ไม่ ไม่เลย ไม่มีใครตายเพิ่มนอกจากนายน้อย 7 และ 9 ยังไม่มีเพิ่มมาอีก แต่ว่านะ มีข่าวนายน้อย 1 กระจายออกมา เขาสามารถก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีได้แล้ว”


    “หืม เขาใช้วิธีไหน”


    “เห็นบอกว่าผสานร่างกายเข้ากับร่างของมังกรเพลิง 1,000 ปี”


    “ฮะ!!!”


    ทุกคนตกใจตื่นเมื่อรู้ว่าการก้าวข้ามขีดจำกัดของนายน้อย 1 คือการละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปใช้งานร่างมังกร


    “ไม่ใช่แค่ผสานร่างธรรมดานะ เขาสามารถรับเอาทุกๆอย่างของมังกรมาเป็นของตนเองได้เลยล่ะ”


    “เขาผสานร่างได้ 100 % เลยเหรอ บ้าน่า!”


    ทุกคนที่ได้ยินล้วนแล้วตกใจ การก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีมีหลากหลายวิธีและมันก็เป็นวิธีที่ยากจะทำได้  หากมันสามารถทำได้ง่ายนักเวทย์มากมายคงไม่หยุดอยู่ที่ระดับ 900 ปี


    “ตอนนี้กลุ่มอำนาจที่เคยเข้าร่วมกับนายน้อย 7 และ 9 เริ่มเคลื่อนไหวเข้าไปซบนายน้อย 1 แล้ว”


    “แล้วตอนนี้มีนายน้อยเหลือกี่คน”


    “อืม ถ้าจำไม่ผิดนะ เหลือนายน้อย 1 นายน้อย 3 นายน้อย 4 นายน้อย 5 นายน้อย 6 และนายน้อย 11”


    “นายน้อย 6 ไม่ใช่ว่าแพ้แล้วเหรอ”


    “ใช่ นายน้อย 6 ตอนนี้เหลือแค่กลุ่มอำนาจตระกูลแลนเซอร์ที่หนุนหลังเท่านั้น ส่วนนายน้อย 11 ตายแล้วหรือยังหว่า”


    นักเวทย์มองจ้องหน้ากัน เนื่องจากว่าแอนเดอร์สันหายไปเป็นเดือนแล้ว  ตั้งแต่นายน้อย 6 ถูกเล่นงานก็ไม่มีข่าวของแอนเดอร์สันปรากฎออกมาเลย ทุกคนรู้เพียงแค่ว่าเขาเดินทางเข้าสู่มิสเทอรี่เพื่อก้าวข้ามนักเวทย์ 600 ปี แต่ก็ไม่มีใครรู้ข้อมูลนี้อีกเพราะคิดว่าแอนเดอร์สันอาจจะตายภายใต้สถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้เวทย์ได้


    “ไม่รู้ ยังไม่เห็นข้อมูลของเขาเลย”


    “ชั่งมันเถอะ ตอนนี้เราจำเป็นต้องล่าและระวังตัวเพราะไม่รู้ว่านายน้อยสกอร์เปี้ยนส์จะฆ่ากันอีกตอนไหน”




     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน