แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านลวดลายสลักของหน้าต่างไม้ฉลุ ตกกระทบลงบนร่างที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงกุหลาบ เม่ยเหลียน ค่อยๆ ขยับกายด้วยความยากลำบาก ความรู้สึกปวดหนึบแล่นพล่านไปทั่วทั้งตัว รอยฟกช้ำที่ข้อมือและรอยแดงที่ถูกสามีฝากไว้เมื่อคืนย้ำเตือนถึงความรุนแรงที่แฝงไปด้วยความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งของแม่ทัพเฉินหยาง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางหนักอึ้งที่สุดไม่ใช่าแตามกายา แต่คือคำประกาศกร้าวของเขาที่จะออกล่า "อาซาน" ในเช้านี้
นางมองไปที่ประตูห้องหอที่บัดนี้ถูกล็อกแน่นจากด้านนอก เสียงฝีเท้าขององครักษ์ที่เดินลาดตระเวนอยู่ระเบียงด้านนอกดังขึ้นเป็ระยะ ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่คอยตอกย้ำว่าเวลาของอาซานกำลังเหลือน้อยลงทุกที เม่ยเหลียนกัดริมฝีปากจนห่อเื ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินใจ แต่นางจะยอมแพ้ไม่ได้ ตัวเอกอย่างนางรู้ดีว่าในสมรภูมิเรือนหลังเช่นนี้ น้ำตาไม่มีค่าเท่ากับสติปัญญา
นางลุกขึ้นยืนพลางจัดแจงอาภรณ์สีขาวสะอาดตาที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องขัดกับรอยบาปที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า เม่ยเหลียนเดินไปที่หน้าต่าง พยายามมองลอดช่องว่างเล็กๆ ไปยังทิศทางของป่าท้ายจวน ในใจของนางร่ำร้องหาพรานหนุ่มผู้ดิบเถื่อนคนนั้น คนที่มอบ "รสสวาท" ที่แท้จริงให้นาง รสชาติที่เต็มไปด้วยความ้าและความอบอุ่น ไม่ใช่การบีบคั้นเพื่อแสดงอำนาจอย่างที่เฉินหยางกระทำ
"ท่านพี่... ท่านคงคิดว่ากรงทองนี้จะกักขังผีเสื้อที่ปีกเปื้อนราคีอย่างข้าไว้ได้ตลอดไปสินะ" นางพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าจวนแม่ทัพ เฉินหยาง ในชุดเกราะเต็มยศกำลังตรวจตราความเรียบร้อยของทหารฝีมือดีสิบนาย ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน ความรู้สึกที่ถูกสวมเขา โดยชายพรานป่าชั้นต่ำคือมลทินที่เขายอมรับไม่ได้ ในฐานะแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในสนามรบ การถูกลบหลู่เกียรติในบ้านของตนเองคือความอัปยศที่ต้องล้างด้วยเืเท่านั้น
"ค้นหาให้ทั่วป่าท้ายจวน หากเจอชายใดที่เข้าข่ายพรานป่าหรือมีท่าทางพิรุธ ให้จับตายได้ทันที!" เสียงสั่งการของเขาดังกึกก้อง แววตาของเขาฉายภาพความแค้นที่แผดเผา
เม่ยเหลียนที่แอบฟังอยู่จากในห้องรู้ว่านางต้องลงมือทำบางอย่าง นางเดินกลับไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบพู่กันและกระดาษแผ่นเล็กออกมา เขียนข้อความด้วยลายมือที่สั่นน้อยๆ แต่เด็ดเดี่ยว 'พายุจะมาถึงในไม่ช้า จงหนีไปให้ไกล อย่าได้ห่วงหาผีเสื้อตัวนี้' นางพับกระดาษเป็รูปนกตัวเล็กๆ แล้วมองหาช่องทางส่งข่าว
ทันใดนั้น เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น อนุชิง ก้าวเข้ามาพร้อมถาดอาหารและรอยยิ้มผู้ชนะ "ท่านพี่เม่ยเหลียน... ท่านพี่เฉินหยางสั่งให้ข้ามาดูแลท่าน และกำชับว่าห้ามท่านก้าวเท้าออกจากห้องนี้แม้แต่ครึ่งก้าว ข้าล่ะสงสารท่านจริง ๆ ที่คืนมงคลกลับกลายเป็คืนกักขังเช่นนี้"
เม่ยเหลียนหันกลับมามองด้วยแววตาที่สงบนิ่ง นางรู้ว่านี่คือโอกาสเดียวของนาง "อนุชิง... เ้าคิดว่าการที่ท่านพี่ทำเช่นนี้เพราะเขารักเ้าอย่างนั้นหรือ? เปล่าเลย เขาทำเพราะความโกรธแค้นในสิ่งที่เขา 'คิด' ว่าข้าทำต่างหาก และถ้าเขารู้ว่าเ้าแอบมีส่วนรู้เห็นในการยั่วยุเขา เ้าคิดว่าชะตากรรมของเ้าจะต่างจากข้าหรือไม่?"
อนุชิงหน้าเสียไปชั่วครู่ "ท่านพูดเื่อะไร! ข้าเพียงแต่ทำหน้าที่ภรรยาที่ดี"
"ถ้าอย่างนั้น... เ้าอยากจะเป็ 'ฮูหยินเอก' แทนที่ข้าจริงๆ หรือไม่?" เม่ยเหลียนก้าวเข้าไปประชิดตัวนางเอก แววตาเ้าเล่ห์ของนางทำให้อนุชิงเผลอถอยหลัง "ถ้าเ้าช่วยข้าส่งข่าวนิดหน่อย ข้าจะหาทางหย่าขาดจากเขาและยกตำแหน่งนี้ให้เ้าไปครองคู่กับเขาอย่างเป็สุข"
ข้อเสนอที่เย้ายวนทำให้อนุชิงลังเล ความทะเยอทะยานคือจุดอ่อนของนางเสมอ "ท่านจะให้ข้าทำอะไร?"
เม่ยเหลียนยื่นนกกระดาษให้ "นำสิ่งนี้ไปทิ้งไว้ที่ศาลาริมน้ำท้ายสวน และจงทำให้แน่ใจว่าองครักษ์ไม่เห็นเ้า หากเ้าทำสำเร็จ ข้าสัญญาว่าจะหายไปจากชีวิตเฉินหยางตลอดกาล"
อนุชิงรับนกกระดาษไปอย่างรวดเร็ว นางไม่รู้เลยว่านั่นคือแผนซ้อนแผนของเม่ยเหลียน นางรีบก้าวออกจากห้องไปโดยไม่เฉลียวใจเลยว่าสายตาของเม่ยเหลียนที่มองตามหลังนางไปนั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและการ "ชิงไหวชิงพริบ" ที่เหนือชั้นกว่า
เมื่ออยู่ลำพัง เม่ยเหลียนทรุดตัวลงนั่ง ความเครียดสะสมทำให้นางแทบหมดแรง นางภาวนาให้อาซานได้รับข่าวและหนีไปก่อนที่คมดาบของสามีจะถึงตัว ทว่าในส่วนลึกของหัวใจ นางกลับโหยหาััของเขาอีกครั้ง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกบดบังด้วยความรัญจวนซ่านสยิวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ใต้ิั นางหลับตาลงพรางจินตนาการถึงอ้อมกอดดิบเถื่อนของอาซาน... จินตนาการถึงตอนที่เขาบดเบียดเรือนกายเข้าหานางอย่างหิวกระหาย ในขณะที่เฉินหยางกำลังบ้าคลั่งอยู่ภายนอก
พฤติกรรมเช่นนี้เองที่ทำให้นางรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก การถูกกักขังทางกายไม่ได้หมายถึงการพ่ายแพ้ แต่มันคือการเริ่มต้นของาจิตวิทยาที่จะทำลายศักดิ์ศรีของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ให้ย่อยยับลงด้วยน้ำมือของภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้ง
ตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง เสียงแตรศึกจากนอกจวนดังขึ้นพร้อมกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในป่าท้ายจวน เม่ยเหลียนยืนขึ้นอีกครั้ง นางกำมีดพกที่ซ่อนไว้แน่น "หากแสงจันทร์คืนนี้สาดส่องลงมาอีกครั้ง... ข้าจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็ผู้ชนะในเกมกามและอำนาจครั้งนี้"