บทที่ 51
“เอาเป็นว่าเริ่มกันเลยดีกว่า” นายตำรวจคนนั้นเอ่ยออกมา พร้อมกับในมือถือเครื่องทรมานชนิดหนึ่งที่มันคลาสิกที่สุดที่คนส่วนใหญ่เขาใช้กัน มันคือถุงพลาสติกขนาดใหญ่ จากการคาดการณ์มันก็น่าจะเอาไว้ใช้สำหรับใส่หัวเพื่อให้ผู้ต้องหาหายใจไม่ออก “พวกนายมีทั้งหมดกันกี่คน” คำถามเริ่มถามออกมา นายตำรวจเดินเข้ามาข้างหลังของนที“ท่าจำไม่ผิดก็น่าจะมี 48 คนนะ” นทีกล่าวออกมาตามความเป็นจริง“โอ้ๆ..กลัวจนพูดความจริงออกมาเลยเหรอ..อย่างนั้นก็ดี คุยกันง่าย..คำถามต่อไป พวกแกหนีกันไปได้ยังไง” ผู้กำกับตำรวจเอ่ยถามต่อ“ก็ไม่ยาก..เหตุการณ์ที่คาดว่าจะมีคนจะได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รถพยายามก็ต้องรอเพื่อให้ความช่วยเหลือ ...ก็แค่รอให้เหตุการณ์ต่างๆอยู่ในช่วงชุลมุนวุ่นวายแล้วขับรถพยาบาลออกมา” นทีกล่าว“โอ้ว พวกแกฉลาดมาก...ต่อไป แล้วตอนนี้พวกแกไปซ่อนตัวที่ไหนกันล่ะ” ผู้กำกับมองไปที่นทีอย่างกดดัน“เอาจริงเหรอ...ผู้กำกับ และคนที่อยู่ในห้องตรงนั้น แน่ใจนะว่าจะรับผิดชอบเรื่องของตัวเองไหว” นทีพูดออกมา“เหมือนแกกำลังจะลองของนะ เริ่มปากแข็งแล้วซินะ...ก็ต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น” พรึมๆ!! เสียงของถุงที่ถูกกระพือออกมา แล้วนำมาควบหัวของนทีทันที นทีใช้วิชาลมปราณกำหนดสมาธิให้นิ่ง และมันสามารถช่วยให้เขากลั้นหายใจได้เป็นชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แต่หลักการจริงๆมันไม่ใช่การกลั้นหายใจ แต่มันเป็นการหายใจทางอื่นแทน เวลาผ่านไป 30 วินาที เหตุการณ์มันเริ่มจะไม่ปกติ เพราะนทีไม่ได้มีอาการที่ดูหายไม่ออกเลย ผู้กำกับกลั้นใจเอาให้ถึง 1 นาที เพื่อไม่ให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต “เป็นอย่างไงบ้างล่ะ...ถ้าไม่อยากโดนอีก ก็รีบๆตอบมาได้แล้ว” ผู้กำกับกล่าว“สำหรับผมแล้วมันรู้สึกเฉยๆนะ ... แต่ผมแค่ถามว่าถ้าพวกคุณรู้เรื่องแล้ว พวกคุณจะรับผิดชอบตัวเองได้หรือไม่เท่านั้นเอง...คำถามของผมง่ายๆ แต่กลับเป็นทางคุณที่ตอบคำถามของผมไม่ได้” นททีเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“เหอะ...เรื่องอะไรล่ะ ฉันยศถึงตั้งพันโท เรื่องแค่นี้เอง ว่ามาได้แล้วอย่ามัวลีลา” ผู้กำกับเอ่ย“งั้นเหรอครับ...ก็ได้....ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่เกาหลีเหนือ....” นทีที่ยังกล่าวยังไม่จบ เสียงของประตูก็ดังขึ้น พวกชายชุดดำก็ปรากฏตัวขึ้นหลายคน “พวกคุณเป็นใคร สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ” ผู้กำกับสถานีเอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย เพราะคนพวกนี้เข้ามาตอนที่เขากำลังได้ข้อมูลสำคัญจากผู้ต้องสงสัย แต่คนที่เข้ามาคนแรกก็ยิ่งทำให้เขาประหลาดใจ“ท่านผบ.ตร.!!!” เขารีบเดินมาหาท่านในทันทีก่อนจะตะเบ๊ะทำความเคารพ“ท่านไม่เห็นจำเป็นต้องมาด้วยตัวเองเลยนี่ครับผม...ผมกำลังจะ...” ผู้กำกับที่กำลังจะพูดต่อก็ถูกแทรกกลับมาด้วยคำพูดของผบ.ตร.“รีบปล่อยตัวคุณท่านได้แล้ว!!” ผบ.ตร.ตะคอกออกมาท่ามกลางความมึนงงของตำรวจทุกๆนายที่อยู่ตรงนั้น“แต่ว่า...” ผู้กำกับพยายามที่จะอธิบาย แต่ก็โดนสายตาของผบ.ตร.จ้องกดดันมาที่เขา ประมานว่า ‘ยังไม่ปฏิบัติตามอีกหรือยังไง’ ประมานนี้ จากนั้นตัวของผบ.ตร.ก็เดินเข้าไปหานที และกล่าวออกมาเพื่อขอโทษ“ผมขออภัยคุณท่านด้วยนะขอรับ ยกโทษให้ลูกน้องของผมด้วยนะครับคุณท่าน” ผบ.ตร. ก้มหัวให้กับเขาอย่างไม่อายใครเลย ท่ามกลางความสงสัยของใครหลายๆคน แล้ววินาทีต่อมา ชายชุดดำก็เดินเข้ามาเพื่อตรวจสอบร่างกายของนที ซึ่งนทีเองก็งงว่าคนเหล่านี้เป็นใคร ตั้งแต่ตอนบ่ายที่บนท้องถนนแล้ว “ขออภัยขอรับคุณท่าน ผมมีนามว่า ‘วิเวศ’ หัวหน้าหน่วยคุ้มกันหน่วยที่ 2 ขอรับ” ชายคนนั้นกล่าวออกมา นทีเองก็เอ่ยเพื่อที่จะถามกลับไปว่าพวกเขาทำไมต้องมาตามตัวเองด้วย“แล้วพวกนายเป็นใครมาจากไหนกันล่ะ... เห้อ มีแต่เรื่องยุ่งๆซะจริงนะ” นทีบ่นออกมา ผบ.ตร.ที่เห็นดังนั้นก็พยักหน้าบอกให้ทุกคนในที่นี้ออกไปจากห้องก่อน แล้วเขาจะเป็นผู้ที่อธิบายกับท่านนทีเอง เมื่อชายชุดดำเห็นอย่างนั้นก็เดินออกไป พร้อมกับลากตัวของตำรวจทุกๆนายที่อยู่ตรงนี้ออกไปจนหมด จากนั้นผบ.ตร. ก็เอ่ยขึ้นเพื่อเล่าอะไรต่างๆให้เขาฟัง“พวกเราได้รับคำสั่งจากเหล่าเทพองค์ต่างๆ หลักๆก็จะเป็นสหายของท่าน คือ ท่านเทพแห่งความตายแจ้งเตือนเกี่ยวกับภารกิจที่ท่านจะต้องทำ... จริงๆแล้วมันยังไม่ถึงเวลาที่คุณท่านจะต้องรู้ และเมื่อถึงเวลานั้นท่านจะรู้ทุกๆสิ่งขอรับ” ผบ.ตร.กล่าวออกมา นทีที่กำลังสับสนอยู่ เขาคิดเพียงแค่ว่าเขาก็แค่นักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบคนหนึ่ง และได้รับพลังอะไรหลายๆอย่างด้วยความบังเอิญเท่านั้น แล้วในตอนนี้ความคิดของเขามันก็มึนงงไปหมด เขาปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ แล้วถ้าดูจากสีหน้าของผบ.ตร. เขาคงจะไม่ได้รับคำตอบอย่างแน่นอน“จริงๆแล้วทางเราสามารถบอกได้เพียงแค่ว่าเรามีองค์กรที่ถูกจัดตั้งโดยท่าน กานต์ ยมทูตรุ่นที่ 5 หัวหน้าของเหล่ายมทูตทั่วทั้งโลกขอรับ.. แล้วองค์กรของเรามีชื่อว่า ‘เนเมสัน’ ก่อตั้งเพื่อภารกิจเฉพาะเป็นฐานอำนาจให้กับท่านเพียงเท่านั้นขอรับ” ผบ.ตร. กล่าว“อย่างนั้นเหรอ แล้วยังไงต่อล่ะ ผมต้องทำอะไร” นทีกล่าวออกมา เพราะบทบาทที่ผ่านมาของเขาก็แค่ทำตามใจของตัวเองเพียงเท่านั้น“คุณท่านไม่ต้องทำอะไรหรอกขอรับ... เพียงแต่หากท่านต้องการความช่วยเหลือแม้จะมากน้อยเพียงใดขอให้เอ่ยมากับพวกเราได้เลยขอรับ.. จริงซิมีเรื่องที่ท่านจำเป็นต้องรู้ขอรับ” ผบ.ตร.กล่าว“เรื่องอะไรกัน?” ลางสังหรของเขาย้ำเตือนว่ากำลังจะเจอเรื่องดีๆ แต่ในเรื่องดีๆนั้นมักจะพร้อมกับความโชคร้ายเสมอๆ“1.เรื่องการเงินของท่าน ตอนนี้ท่านสามารถใช้เงินได้อย่างไม่จำกัดของรับ แม้แต่กษัตริย์บางประเทศยังต้องคอยช่วยเหลือท่านขอรับ... 2.บุคคลที่มีสัญญาณนี้... เป็นคนขององค์กรทั้งหมดขอรับ และทุกคนรู้ถึงตัวตนของท่าน และสหายคนอื่นๆหมดแล้วขอรับ...” ผบ.ชี้ไปที่เข็มที่เป็นรูปสามเหลี่ยมที่ซ้อนกันอยู่ให้นทีดู“อื้มมม.. จะลงทุนไปมั้ยล่ะเนี้ย.. ทำเหมือนว่าโลกกำลังจะแตกยังไงอย่างงั้น..ฮ่าๆๆๆ” นทีหัวเราะออกมาให้กับความเว่อร์วังที่พวกเขากำลังทำอยู่ แต่ผบ.ตร.กลับไม่ได้ขำออกมาเลยแม้แต่น้อย แล้วมันทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่าจากที่พูดเล่นๆ มันกลายเป็นเรื่องจริงซะอย่างงั้น“ถามจริง!!!!?” มันกลับไม่ได้มีคำตอบออกมาจากคำพูดของท่านผบ.เลยแม้แต่คำเดียว แต่ทุกๆอย่างมันแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างเด่นชัดว่ามันเป็นเรื่องจริง“นี่มันอะไรกันนนน... แล้วผมไปเกี่ยวข้องอะไรด้วยว่ะเนี้ย” เขาพูดออกมาด้วยความโมโห โมโหที่ตัวเองไม่รู้อะไรเลย แต่แล้วในเวลานั้นเอง นทีก็ล้มลงไป เขานำมือทั้งสองข้างมาจับที่หัวของตน พร้อมกับร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง