ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 133 : ปราณแท้

    เป็นเวลาสิบสี่วันแล้ว ที่เซี่ยซีหานอยู่ในป้อมปราการลับ สำหรับเพื่อการสร้าง 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม'


    ...


    "!!!บัดซบนี่ มันอะไรกัน ไม่ได้เรื่อง" ฮุ่ยเฟินผู้วิเศษสมญานามราชาหมื่นบุปผาแผดเสียงอย่างไม่พอใจ


    นายช่างหลายคนร่างสั่นสะท้านและมีสีหน้าเศร้า วันนี้เป็นวันที่พวกเขาต้องเอาวัสดุต่างๆ ที่หลอมสร้างสำเร็จมาส่งมอบ แต่น่าเสียดาย งามหลอมสร้าง 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' อย่างเจ้าโกเลมยักษ์ไม่ใช่งานง่ายๆ


    มันมีวัสดุหลอมสร้างที่มีความละเอียดอ่อนจำนวนมาก การเริ่มต้นสร้างโดยไม่รู้วิธีการผลิตที่แน่นอน ทำให้แม้แต่น๊อตตัวเล็กๆ ก็เป็นปัญหา


    "ชิ้นนี่ไม่ได้สัดส่วน ชิ้นนี้ก็ไม่เหมือนแบบ เจ้าพวกโง่ พวกเจ้าอยู่ที่นี่กันมาเกือบครึ่งปี แต่กลับทำได้แค่นี้" ร่างหัวหน้าคณะช่างหลอมจากโรงหลอมแห่งหนึ่งลอยขึ้นด้วยพลังวิเศษไร้รูปของฮุ่ยเฟิน


    หัวหน้าคณะช่างหลอมคนนั้นหายใจติดขัด เขาพยายามเปล่งเสียงคำว่า เมตตา เมตตา โปรดเมตตาข้า แต่ฮุ่ยเฟินดูจะไม่สนใจกับความไม่เอาไหนของชายคนนี้


    แต่ไม่นานร่างชายชราอวบอ้วนก็มาปรากฏตรงหน้าเขา จากนั้นก็ดึงมือของฮุ่ยเฟินลง


    เขาคือหยางจื่อถงผู้วิเศษอ้วนชรา ผู้ชำนาญพลังวิเศษด้านวิญญาณ "ท่านฮุ่ยเฟินข้ารู้ว่าท่านรีบร้อน แต่การฆ่าหัวหน้าช่างหลอมเพราะความไม่พอใจของพวกเรามันไม่มีประโยชน์ นอกจากการทำให้งานของพวกเราช้าลง ตอนนี้พวกเราได้แต่อดทน การสร้าง 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' อาวุธเวทย์จากอดีตกาลย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเราต้องใจเย็นกว่านี้ "


    ฮุ่ยเฟินผู้วิเศษราชาหมื่นบุปผา ถอนหายใจและพยักหน้า


    หยางจื่อถงเขาพยายามชวนฮุ่ยเฟินผู้วิเศษที่แสนใจร้อนคนนี้พูดคุย โดยการชวนเดินไปตรวจสอบงานหลอมสร้างวัสดุของกลุ่มช่างหลอมอื่นๆ


    เดินตรวจสอบไปเรื่อยๆ สุดท้ายพวกเขาก็จำต้องแปลกใจ เมื่อพบว่ากลุ่มช่างหลอมที่มาใหม่ที่มีจำนวนคนไม่ได้มากมายอะไร แต่พวกเขากลับ...


    "ท่านฮุ่ยเฟินดูวัสดุสำคัญพวกนี้สิ" ดวงตาของหยางจื่อถงเป็นประกาย นั่นเพราะวัสดุจำนวนมากเหล่านี้ มีขนาดเท่ากันและเหมือนตัวอย่างที่พวกเขามอบให้ทุกประการ นอกจากนั้นจำนวนที่หลอมสร้างออกมายังมากมาย มากมายจนเทียบเท่ากับการทำงานที่นี่หนึ่งปี


    หยางจื่อถงและฮุ่ยเฟิน มองไปที่ช่างหลอมอาวุโสด้วยดวงตาเป็นประกาย อยู่ๆ ทั้งสองก็รู้สึกว่าคุ้นหน้าติงเชินฮุยช่างหลอมอาวุโสจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวขึ้นมาทันที  แม้ในหัวจริงๆ จะจำไม่ได้เลยก็ตาม


    ทั้งสองกล่าวชมเชยติงเชินฮุย


    ติงเชินฮุยรีบส่ายหน้า เขาไม่อาจจะรับคำชมเชยนี้ไว้ได้คนเดียว ก่อนที่เขาจะพูดไปว่า การหลอมสร้างวัสดุเหล่านี้ได้สำเร็จ มันคือความยอดเยี่ยมของนายช่างใหญ่เซี่ยซีหาน


    "เซี่ยซีหาน / เซี่ยซีหานงั้นรึ" หยางจื่อถงและฮุ่ยเฟินพูดพร้อมกัน พวกเขาทั้งสองเกือบลืมตัวตนของเซี่ยซีหานไปบ้างแล้ว เพราะคิดว่าเป็นแค่ชายหนุ่มธรรมดาที่เส้นใหญ่


    แต่อยู่ๆ พวกเขาก็นึกออก


    นี่คือชายหนุ่มที่มีพื้นหลังพิเศษมากนั้นเอง


    ทั้งสองรีบถามว่า ทำไมนายช่างใหญ่เซี่ยซีหานของพวกเจ้า ถึงหลอมสร้างวัสดุประณีตเหล่านี้ได้เร็วเหลือเกิน และติงเชินฮุยก็พูดถึง 'เครื่องจักร' ขึ้นมา สองผู้วิเศษไม่รู้จักรสิ่งนี้ สิ่งที่เอาไว้สร้างวัสดุประณีตที่จำเป็นของยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามจำนวนมาก


    ทั้งสองรีบขอให้ติงเชินฮุยรีบพาพวกเขาไปดูสิ่งที่เรียกว่าเครื่องจักร


    และเมื่อพวกเขาไปถึงส่วนของโรงหลอม อันเป็นสถานที่ทำงานของช่างหลอมจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว พวกเขาก็ต้องประหลาดใจกับเครื่องจักรขนาดใหญ่สองชิ้น


    ทั้งสองไม่เรียกสิ่งนี้ว่า 'เครื่องจักร' แต่เรียกมันว่า 'สิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์' แทน


    "ชาญฉลาด เป็นการทำงานที่ชาญฉลาด ข้ามองเห็นสติปัญหาที่ล้ำเลิศของผู้ออกแบบสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์ชิ้นนี้ในทันที แม้มันจะไม่ได้มีวงจรเวทมนตร์ที่ซับซ้อน แต่มันกลับถูกออกแบบมาเพื่องานสร้างวัสดุแบบทำซ้ำจำนวนมากที่เหมือนๆ กันได้อย่างรวดเร็ว โดยไร้ข้อผิดพลาด นายช่างใหญ่ ไม่สิหลานชายตัวน้อยเซี่ยซีหานช่างทำได้ดีจริงๆ ฮะฮาฮ่า" หยางจื่อถงหัวเราะ แล้วเขาเริ่มนับเซี่ยซีหานเป็นญาติมิตรของตัวเองแล้ว


    แต่เซี่ยซีหานสนใจเป็นญาติมิตรของคนแบบนี้รึเปล่านะ?


    "สหายฮุ่ยเฟิน เจ้าคิดเห็นอย่างไร หากข้าจะให้หลายชายซีหานกลายเป็นหัวหน้าช่างหลอมสร้างของที่นี่ตอนนี้ สติปัญหาและความสามารถของเขา คือสิ่งที่พวกเราต้องการมากที่สุดในตอนนี้"


    ฮุ่ยเฟินพยักหน้าเห็นด้วยเร็ว แต่การเปลี่ยนตำแหน่งหัวหน้าช่างหลอมสร้าง จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากท่านชายเหวินชูด้วย


    ...


    ในห้องพักร่างของเซี่ยซีหานระอุและดูแดงก่ำ ปราณพลังอันบริสุทธิ์หมุนวนอยู่รอบร่างกายของตัวเขา แต่ภายในสิ่งนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิง นั่นเพราะในร่างของเซี่ยซีหาน ปราณพลังราวกับเป็นคลื่นโหมพายุคลั่ง มันเชี่ยวกราก ไหลทะลักอย่างบ้าคลั่งไปทั่วทุกจุดชีพจร เซี่ยซีหานจำต้องเรียนรู้มัน ไม่เช่นนั้นเขาจะควบคุมพลังกายของตัวเองไม่ได้


    สิ่งที่เกิดขึ้นกับเซี่ยซีหานนั้น แตกต่างจากนักรบคนอื่นๆ นั่นเพราะพื้นฐานความสำเร็จในขอบเขต 'สร้างปราณ' ของเซี่ยซีหานนั้น มาจากขอบเขตการก่อร่างขั้นสูงสุดอันหายาก


    โชคดีที่เซี่ยซีหานมีระบบช่วย ดังนั้นเขาจึงได้รับคำอธิบาย และรู้สาเหตุของความแปลกประหลาดของร่างกายอย่างรวดเร็ว


    ภายในร่างของเซี่ยซีหาน มวลคลื่นปราณพลังที่ไหลผ่านชีพจรเร็วและแรงอย่างบ้าคลั่ง แม้เซี่ยซีหานจะรู้สึกเจ็บปวดมาก แต่เขาก็บีบอัดมันอย่างเผด็จการ รวมไว้ที่ศูนย์กลางกายที่แก่นพลังที่ตอนนี้ก่อตัวเป็นผลึกใส จากนั้นพยายามปรับมันให้สมดุล ร่างเซี่ยซีหานสั่นระริก เหงื่อแตกพล่านไปทั่วร่าง จากกลางกายมีเส้นเลือดใหญ่แตกระแหงเป็นสายไปทั่ว สำหรับคนภายนอกมันดูเจ็บปวดมาก


    'ข้าต้องทำได้' เซี่ยซีหานพูดให้กำลังใจตัวเอง ตอนนี้เวลาผ่านไปสิบกว่าวันแล้ว ที่เขาเอาแต่ปรับลมปราณและพยายามควบคุมมัน ตอนนี้เซี่ยซีหานคิดว่า เขาต้องเอาชนะมันให้ได้ 'ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้ ตราบใดที่ข้ายังไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างเกียจคร้านดั่งที่ใจข้าปรารถนา พร้อมกับไปเจอยัยตัวแสบ'


    กลางกายของเซี่ยซีหาน ราวกับว่ามีมือของราชันปรากฏ เซี่ยซีหานพบว่า ตัวเขาไม่อาจจะใช้แต่ความแข็งแกร่งของร่างกาย ในการควบคุมปราณพลังที่บ้าคลั่ง และมีปริมาณมากกว่าคนอื่นของตัวเองได้


    ดังนั้น เขาจึงใช้สิ่งที่นอกเหนือจากพลังกายของตัวเอง


    'พลังจิต' คืออำนาจไร้รูป เซี่ยซีหานใช้มันอย่างไม่รู้ ราวกับมันคือมือที่สาม ที่เข้าไปคร่ากุมแก่นพลังของตัวเองที่เริ่มแตกร้าวจากการขยายตัวคล้ายจะระเบิดแตก


    จากนั้นก็บีบอัดมันให้หยุดนิ่ง โดยที่เซี่ยซีหานไม่รู้ การทำแบบนี้เสี่ยงมาก นั่นอาจจะทำให้รากฐานของผู้ฝึกปราณพลังของเซี่ยซีหานพังทลายได้ แต่สำหรับเซี่ยซีหานที่ไม่รู้ความ นี่คือการเดิมพัน


    อำนาจจิตตานุภาพของเซี่ยซีหาน ราวกับกลายเป็นเกราะไร้รูป มันค่อยๆ บีบอัดแก่นพลังที่กลางกายให้เล็กลง เล็กลงเรื่อยๆ จนในที่สุด มันก็อยู่ในสภาวะเสถียร


    'ข้าคิดถูก' เซี่ยซีหานคิดกับตัวเอง ตอนนี้เขาเริ่มควบคุมกระแสลมปราณในร่างของตัวเองได้แล้ว โดยใช้อำนาจจิตตานุภาพของตนเป็นตัวช่วย แต่เซี่ยซีหานพบว่าสิ่งนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด


    'ถ้าข้าสลักวงจรเวทมนตร์ลงไปที่ผลึกแก่นพลังข้าล่ะ สิ่งนี้จะช่วยให้การควบคุมปราณพลังข้าดีขึ้นรึเปล่า' เซี่ยซีหานไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำคือเรื่องที่บ้ามากๆ คนที่จะสามารถสลักวงจรเวทมนตร์ในร่างได้นั้น มีแต่ผู้ชำนาญวงจรเวทมนตร์อย่างแท้จริง นอกจากนั้นผู้ที่ยอมให้สลักวงจรเวทมนตร์ ก็จำต้องเป็นคนที่บ้าจริงๆ


    ด้วยอำนาจจิตปรากฏเป็นมือไร้รูป ขีดเขียนราวฝีเข็มจิ้มแทงไปยังอวัยวะภายใน ที่ละเอียดอ่อนอย่างแก่นพลังกลางกาย


    'บัดซบมันเจ็บมาก' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง แต่ไม่รู้ทำไม เขากับรู้สึกว่า นี่คือทางลัดที่ถูกต้องของตัวเอง 'ข้าจะเริ่มจากวงจรเวทมนตร์อย่างง่าย ที่แค่ใช้เปิดปิดกระแสปราณพลังก็พอ'


    ร่างของเซี่ยซีหานสั่นระริก มุมปากของเขามีโลหิตไหลซึม พร้อมเวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่าน และในไม่ช้า


    !ติง เสียงระบบดัง


    - [ยินดีด้วย ตอนนี้ท่านได้ก้าวสู่นักรบขอบเขตสร้างปราณแท้ขั้น 'กลาง' แล้ว และท่านก็ได้เรียนรู้ความลับอันยิ่งใหญ่  'ปราณแท้' กับ 'ปราณเทียม' นั้นมีความแตกต่างกัน ในอดีตพลังโอน่าที่ไหลเวียนไปทั่วสวรรค์และปฐพีนั้น เป็นหนึ่งเดียวกับพลังแห่งธรรมชาติและถูกซึมซับได้โดยไม่ต้องแบ่งแยก จนเกิดเหตุการณ์แยกสองโลก ปราณพลังอันเป็นต้นกำเนิดพลังของมนุษย์ และพลังโอน่าอันเป็นแหล่งจิตวิญญาณอันเร้นลับที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติได้แยกออกจากกัน เส้นทางการบ่มเพราะของผู้วิเศษและนักรบจึงขาดจากกันโดยสมบูรณ์] -


    - [ดังนั้นมนุษย์โดยทั่วไปจึงยากที่จะรู้แจ้งในเรื่องนี้ การที่เจ้าค้นพบการสลักวงจรเวทมนตร์ลงในร่าง ถือเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจ จำไว้หากยังไม่ได้เป็นผู้สร้างที่มีทักษะวงจรเวทมนตร์ระดับ 6 ขึ้นไป อย่าได้ทำสิ่งนี้ จริงๆ เจ้าเกือบตายแล้วรู้ไหม แต่ด้วยความโชคดี เจ้าทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำเร็จ ข้าคิดจะบอกเจ้าถึงเคล็ดลับในการควบคุมปราณพลังนี้ แต่คิดว่ามันเร็วจนเกินไป เนื่องด้วยทักษะวงจรเวทมนตร์เจ้าต่ำมาก แต่ช่างเถอะ สุดท้ายเจ้าก็ทำได้สำเร็จ จริงๆ แม้เจ้าจะไร้วงจรเวทมนตร์ หากเจ้าขยันฝึกควบคุมและอดทนกับความเจ็บปวดนี้ไปซักหนึ่งถึงสองปี เจ้าก็จะบรรลุขั้นและควบคุมปราณพลังของตัวเองที่บ้าคลั่งได้เช่นกัน] -


    -[สุดท้าย... ข้ายินดีกับเจ้าด้วย ]-


    สิ่งที่เซี่ยซีหานอย่างจะพูดกับระบบที่แจ้งเตือนมันมีเพียงอย่างเดียว 'ไอ้ระบบเวรทำไมไม่รีบบอกให้เร็วกว่านี้จะให้บิดาเสี่ยงชีวิตทำไม เห็นบิดาจะทำก็เตือนก่อนสิวะ'

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน