ฉันเป็นป้าของนางเอก

    33. ป้าหลาน

    “ป้ารอง” หลินฮวาเอ่ยเรียกผู้เป็นป้าหลังจากเห็นนางเหม่อลอยไปนาน ผู้เป็นป้ามีอาการเช่นนี้หลายวันแล้ว นางดูครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

     


    “ว่าอย่างไร” หลินเว่ยเว่ยพึ่งหลุดจากภวังค์ยิ้มตอบผู้เป็นหลาน

     


    “ให้ข้าไปตามหมอหลี่ดีหรือไม่” หลินฮวาถามอย่างเป็นห่วง

     


    พี่ใหญ่ของนางก็กำลังวุ่นวายกับการไปหาถู่โต้ว มีเพียงป้ารองที่คอยเฝ้าช่างไว้ บ้านของพวกนางมีห้องลับใต้ดิน ที่จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด แม้จะเป็นเรื่องปกติที่บางบ้านจะขุดห้องใต้ดินไว้สำหรับถนอมอาการ หรือเก็บเสบียงอาหาร แต่สำหรับบ้านของพวกนางมันมากมายกว่านั้น มันกลายเป็นเสบียงที่กินได้เกือบปีไปแล้ว

     


    สำหรับบ้านที่มีเพียงสตรีและเด็กอยู่ ดูจะกลายเป็นสิ่งของที่เกินตัว บ้านสามก็มีบทเรียนมาแล้ว หลังจากบิดาเสีย มารดาป่วยการลงไปเอาอาหารด้านล่างมันสิ้นเปลืองเวลา พวกนางสามพี่น้องจึงนำเอาของเกือบทั้งหมดไว้ด้านบน และเด็กบ้านใหญ่ก็ขโมยมันไปเกือบทั้งหมด

     


    “ข้าไม่เป็นอันใด ข้าแค่กังวลเรื่องห้องลับบ้านเราเท่านั้น” หลินเว่ยเว่ยกระซิบบอกข้างหูเด็กสาว


     

    “ไม่ต้องห่วงไปป้ารอง ครั้งที่แล้ว บ้านของพวกเราพังทั้งหลัง ยังไม่มีผู้ใดรู้ แต่คราวนี้มีห้องปิดมิดชิด ป้ารองสบายใจได้” หลินลี่กล่าวอย่างมั่นใจ ทำเอานางคลายกังวล ป้ารองห่วงเรื่องนี้นี่เอง

     


    หลินเว่ยเว่ยมองหลานสาวเดินจากไปจนลับสายตา นางโกหกอีกแล้ว นางไม่ได้สนใจเรื่องนั้นด้วยซ้ำ ลุงกวนที่เป็นนายช่างและลูกน้องของเขาไม่ได้ก่อปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อเห็นว่าพวกนางมีแต่สตรีและเด็ก บางวันเขาก็พาภรรยาตัวเองมาด้วย

     


    พวกนางก็ไม่ได้ก่อปัญหาอันใดเช่นกัน เมื่อเห็นว่านางและหลินซานไม่สบายก็ไม่รบกวน พากันไปนอนกลางวันอยู่ใต้ร่มไม้อย่างเงียบ ๆ

     


    ส่วนหลินเว่ยเว่ยนั้นแทบนอนไม่หลับ ทุกครั้งที่นอนหลับนางก็เอาแต่ฝันถึงเรื่องของหลินเว่ยเว่ยคนเก่า เรื่องเดิม ๆ ฉายซ้ำวนไปมา ไม่แน่นั่นอาจเป็นความทรงจำของหลินเว่ยเว่ยคนเก่า

     


    แต่ยิ่งเห็นนางก็ยิ่งไม่เข้าใจ หลินเว่ยเว่ยกำลังทำอะไรกันแน่ นางเกลียดนางป๋ายและหลินซีฉาน แต่นางกลับไม่เปิดโปงพวกนาง ปล่อยให้พวกเขารังแก นางจะได้อะไรจากการทำเช่นนี้

     


    สุดท้ายก็โดนบ้านสามีไล่ออกมา

     


    หรือนี่จะเป็นสิ่งที่นางต้องการ แต่ทำไมต้องรอให้โดนไล่ออกมาล่ะ หลินเว่ยเว่ยยึดติดกับโม่เฉียนมาก ทำไมจะต้องทนให้บ้านหลวนรังแก และโดนขับไล่ออกมา

     


    ถ้าโม่เฉียนหลงใหลในตัวหลินเว่ยเว่ยดั่งที่นิยายได้บอกไว้ เหตุใดเขาถึงปล่อยให้นางไปเป็นภรรยาผู้อื่นถึงสามปี หรือที่เขาตามใจนางทุกอย่าง ถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่งอนุภรรยา ก็เพราะต้องการชดเชยให้นาง

     


    เรื่องของโม่เฉียนกับหลินเว่ยเว่ยเป็นเรื่องของอนาคต นางไม่มีทางเข้าไปในวังวนนั้น นางจึงก็ไม่จำเป็นต้องแยแสมัน

     


    แต่เรื่องของหลวนซีห่าว แม้แต่ในฝันนางยังไม่เห็นใบหน้าของเขา ไม่ว่าเขาจะรู้หรือไม่ว่านางถูกที่บ้านรังแก แต่นี่ก็ใกล้จะห้าเดือนแล้ว ไม่ว่าป๋ายหยาจะโกหกเขาว่าอันใดก็ตาม แต่เขาไม่คิดจะสืบหาความจริงบ้างหรืออย่างไร

     


    หลินเว่ยเว่ยไม่คิดว่าคนที่สอบได้ถึงตำแหน่งทั่นฮวาจะถูกแม่เลี้ยงเป่าหูได้ หรือเขาตั้งใจจะทิ้งหลินเว่ยเว่ยตั้งแต่แรก เพราะเขาก็ยอมแต่งกับญาติห่าง ๆ ของแม่เลี้ยงตามความต้องการของพ่อที่ป่วยหนัก

     


    ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นไร นางก็ไม่ต้องการพบใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโม่เฉียนที่หลินเว่ยเว่ยปักใจ หรือหลวนซีห่าวบิดาของบุตรในท้อง ต่อให้ไม่รู้อนาคตก็น่าจะเดาได้ว่าพวกเขาล้วนพาความวุ่นวายเข้ามาในชีวิตของนาง

     


    ราวกับรู้ความคิดเจ้าก้อนแป้งขยับตัวเล็กน้อย หลินเว่ยเว่ยนึกขำ อายุเท่านี้จะรู้ความได้อย่างไร ข้าเป็นมารดาของเจ้านะ ข้าไม่คาดหวังให้เจ้ามาเลี้ยงดูข้ายามแก่เฒ่า แต่เจ้าต้องรักข้ามากกว่าบิดาเฮงซวยของเจ้า

     


    ในครรภ์ของนางขยับอีกครั้ง “เฮอะ” หลินเว่ยเว่ยอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมาไม่ได้

     


    “ป้ารองมีเรื่องดี ๆ อะไรหรือ ข้าเห็นท่านอมยิ้มไม่หยุด” หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเดินเข้ามาพร้อมกับข้าวของเต็มตะกร้า และในมือของนางยังหอบหิ้วมาอีกมากมาย

     


    “อายุแค่นี้สายตาเจ้าฝ้าฟางแล้วรึ” หลินลี่ขำออกมา นางค่อยรู้สึกว่าป้ารองคนเดิมกลับมาแล้ว


     

    “หรือว่าเจ้าก้อนแป้งรังแกท่าน เสี่ยวโถวอายุแค่นี้ก็กลั่นแกล้งมารดาเป็นแล้วรึ” หลินลี่ตอบกลับ

     


    “อย่าเรียกบุตรข้าเช่นนั้นข้าไม่ชอบชื่อนี้ แล้วอย่าเอ็ดไปถ้าคนอื่นได้ยินจะแย่เอา” หลินเว่ยเว่ยบ่นอุบ แต่หลินลี่ไม่ได้รู้สึกกลัว แต่กลับขำเสียมากกว่า

     


    “อย่าได้กังวลไป วันนี้ข้าให้พวกเขากลับไปแล้ว พวกเขายังขอบคุณข้าเสียยกใหญ่” หลินลี่พูดจาติดตลก

     


    “เฮอะ พวกเขาต้องขอบคุณเจ้าแน่ นี่มันพึ่งยามเว่ยก็ได้กลับบ้านแล้ว ถ้าให้เดาเจ้าก็คงจ่ายค่าแรงเต็มวันไป” หลินเว่ยเว่ยอดถากถางนางไม่ได้

     


    “เพราะข้ามีเรื่องสำคัญตั้งหากป้ารอง วันนี้ข้าไม่เหลือแม้แต่อีแปะเดียว เรียกได้ว่าเทหมดหน้าตัก ค่าช่างหลังจากวันนี้ไปคงต้องพึ่งท่านไปก่อน” หลินลี่ยิ้มแหย ก่อนหน้านี้นางก็คงจะเกรงใจป้ารอง แต่ตอนนี้นางค่อนข้างสบายใจมากขึ้น “วันนี้มีเรื่องกันใหญ่โต มีชาวบ้านเอารังผึ้งร้างมาขาย กะว่าจะหลอกคนผ่านไปมา แต่ข้าฉลาดกว่านั้น ข้าเหมามาทั้งหมดเลย ทั้งยังสั่งเพิ่มไปอีก”

     


    หลินลี่ราวกับกำลังทดสอบป้ารองของนาง หลินเว่ยเว่ยไม่ได้มีสีหน้าย่ำแย่เมื่อรู้ว่าหลานสาวเอาเงินทั้งหมดที่ตนมีซื้อรังผึ้งร้าง มันไม่มีน้ำผึ้ง หรือตัวอ่อนผึ้ง มันเป็นเพียงรังผึ้งที่ร้างเท่านั้น

     


    คาดว่าตอนนี้หลินลี่กำลังงัดความสามารถออกมาแล้ว รังผึ้งร้างคงเอาไปทำอย่างอื่นไม่ได้นอกจากสีผึ้งทาปาก หลินเว่ยเว่ยเองก็รู้สึกยินดีในใจ วิธีป้องกันผิวแตกของคนสมัยนี้คือน้ำมันสัตว์ มันมีกลิ่นเล็กน้อย ซึ่งนางไม่ค่อยชอบใจมันนัก

     


    หลินเว่ยเว่ยไม่พูดสิ่งที่คิดออกไป ถ้าไม่จำเป็นนางก็ไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องราวของตนกับผู้อื่น มันมีแต่ความวุ่นวายที่จะตามมามากกว่า

     


    “จะทำอันใดก็ทำไปเถอะ ข้าเชื่อว่าเจ้าคงไม่โง่ถึงขึ้นจะซื้อรังผึ้งร้างมาเล่นเฉย ๆ”

     


    หลินลี่คลี่ยิ้มอย่างดีใจ ป้ารองดีที่สุด ถึงจะปากร้ายแต่นางกลับสนับสนุนทุกอย่าง “ได้ ข้าจะไม่ทำให้ป้ารองผิดหวัง”

     


    “ข้าไม่ได้หวังอันใดกับเจ้ามากนัก ฉะนั้นถ้าไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร” หลินเว่ยเว่ยพูดห้วน ๆ ไป

     


    ก่อนหน้านี้พวกนางต่างมีความเห็นที่แตกต่างกันหลายครั้ง แต่มันมักจบอย่างนุ่มนวล การทวงคืนที่ดินทำให้พวกนางร่วมมือกันชั่วคราวแต่ตอนนี้ไม่มีใครยอมใครเสียแล้ว

     


    “เฮอะ อย่าให้ข้าเห็นว่าท่านภูมิใจในตัวข้า จนต้องแอบไปซับน้ำตาแห่งความยินดี” หลินเว่ยเว่ยอ้าปากอึ้ง นางเอาเด็กคนนี้ไม่อยู่แล้ว

     


    “ป้ารอง พี่ใหญ่” ทั้งสองหันหน้าไปพร้อมกันก็พบเข้ากับหลินฮวา

     


    ใบหน้าของเด็กสาวแดงจัด สีหน้าของหลินฮวาเหมือนกำลังโกรธใครมา สองป้าหลานมองหน้ากันไปมาอย่างงุนงง

     


    “ฮึก ป้ารอง” จู่ ๆ หลินฮวาก็ร้องไห้ออกมา ป้าหลานยืนงงเป็นไก่ตาแตก