“เจ้ารู้จักด้วยเลอะ?” ปิงเฮยถามหวังอีฮังด้วยควาแปลกใจ โลกไท่จงใบนี้มันไม่น่าจะมีใครที่รู้จักเหล่าปีศาจจากขุมนรกได้ ถึงจะรู้สึกแปลกยังไงก็ตาม แต่ร่างโคลนของปีศาจอันดับยี่สิบนั้นมีพลังระดับเปิดประตูบานที่เก้า
หวังอีกฮังนั้นเริ่มสงบใจลงเขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของปิงเฮยที่ถามเขาเมื่อครู่ด้วยซ้ำ หวังอีฮังเปิดประตูบานที่สาของเขาจากนั้นหวังอีฮังก็กลายร่างเป็นปีศาจแห่งควาตาย จากนั้นหวังอีฮังก็มองไปที่ร่างโรลนของปีศาจลำดับที่ยี่สิบและตะโกนเสียงดังออกมา
“เข้ามาเลยข้าพร้อมที่จะสู้กับเจ้าแล้ว” ถึงหวังอีฮังจะตะโกนออกไปอย่างนั้น แต่ภายในจิตใจของเขาก็รู้สึกหวั่นกับพลังของศัตรูที่อยู่ต่อหน้า
เมื่อร่างโคลนนั้นได้ยินในสิ่งที่หวังอีฮังพูดมันก็ร้องคำรามออกมา และเริ่มที่จะบุกโจมตีมันมีร่างกายสูงสองเมตร และมีปีกอยู่ที่หลังของมัน กรงเล็บที่ทางพลังของร่างโคลนโจมตีเข้าใส่หวังอีฮัง
หวังอีกฮังนั้นต้องใช้สมาธิอย่างมากในการมองการโจมตีของร่างโคลน เขาเห็นและสามารถหลบการโจมตีได้ ร่างโคลนนั้นหันกลับมามองที่หวังอีฮังด้วยสายตาที่ว่างป่าว
หวังอีฮังที่เห็นดังดัน”ออกมาอัศวินแห่งความตาย”หวังอีฮังเรียกอัศวินแห่งความตายออกมาเพื่อต่อสู้กับร่างโคลน ทั้งสองนั้นช่วยกันต่อสู้กับร่างโคลน ร่างโคลนนั้นแข็งแกร่งจนอยากที่พวกเขาทั้งสองจะรับมือไหว
หวังอีฮังนั้นรู้สึกเหนื่อยอย่างมาก แต่ในตอนนี้อัศวินแห่งความตายกำลังเผชิญหน้ากับร่างโคลนอยู่ ทั้งสองนั้นผลัดกันรุกผลัดกันรับ แรงประทะของทั้งสองทำให้เกิดคลื่นกระแทกเป็นวงกว้างกว่าสิบลี้
“มีอะไรเกิดขึ้นกัน”เซียนอี้นั้นมองไปที่ทิศทางของถ้ำหลากสี ประมุขเองก็หันไปด้วยเช่นกัน “หรือว่าจะมีคนไปท้าสู้ที่สุสานกัน”ประมุขพูดออกมาอย่างเย็นชา
“ข้าเกรงว่าคงไม่ใช่พวกหมาป่าสีเงิน แต่เป็นสำนักอื่นนี่สิ”เซียนอีพูดออกมา เขานั้นยังคงรู้สึกไม่ดีที่ส่งหวังอีฮังนั้นไปยังสุสาน เขานั้นคิดว่าหวังอีฮังนั้นคงตายไปแล้ว เพราะนี่มันก็ผ่านมาถึงสามสัปดาห์ที่หวังอีฮังนั้นไม่กลับมา
ผู้อาวุโสสี่ที่กำลังนั่งอ่านตำราเองก็รู้สึกตกใจ “ใครกันที่ไปที่แห่งนั้นอีก” เขานั้นทุบโต๊ะจนแหลกระเอียด ศิษย์ของเขานั้นก็พื้นเต็มที่แล้ว และพลังยุทธ์ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย เกรงว่าอีกไม่นานพี่โหนั้นก็จะสามารถเปิดประตูบานที่เจ็ดได้
เมื่อคลื่นการโจมตีของทั้งสองสงบลงหวังอีฮังก็เข้าร่วต่อสู้อีกครั้ง ทุกครั้งที่เขาต่อสู้เขานั้นรู้สึกว่าร่างปีศาจแห่งความตายของเขากำลังปลดล็อคพลังออกมาอีกขั้น ร่างโคลนคำรามมันต่อยหมัดอย่างต่อเนื่อง ดาบในมือของอัศวินแห่งความตายเริ่มมีรอยร้าวเกิดขึ้น
อัศวินวินแห่งความตายใช้วิชาดาบฝ่านรก เกิดการแยกชั้นบรรยากาศขึ้นจากนั้นมันก็ทิ้งลอยไว้ที่ลำตัวของร่างโคลนได้ ร่างโคลนนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างมากพลังเมื่อครู่ของอัศวินแห่งความตายนั้นรุนแรงอย่างมาก หวังอีฮังแอบตกใจในความสามารถที่อัศวินแห่งความตายนั่นมี
พลังแห่งความตายของหวังอีฮังเริ่เพิ่มขึ้น ประตูบานที่สามเริ่มที่จะแตกร้าว หวังอีฮังนั่นรู้สึกตกใจ “ไม่นะรากฐานของข้า” ปิงเฮยก็ขมวดคิ้วในทันที “ไม่ดีแน่ถ้ารากฐานของเจ้าเด็กนี่ถูกทำราย
ปิงเฮยนั้นเข้าไปสกัดการโจมตีของร่างโคลน ร่างโคลนนั้นไม่สนปิงเฮยแม้แต่น้อย มันต่อยหมัดอย่างต่อเนื่องออกมา แต่ปิงเฮยก็สามารถข้ามิติเพื่อหลบการโจมตีได้
“เจ้าหุ่นนี่มันซักจะทำให้ข้าโกรธแล้ว” ปิงเฮยใช้กรงเล็บของเขาประทะกับหมัดของร่างโคลน ทั้งคํ่นั้นแลกหมัดกันอย่างดุเดือด หมัดแล้วหมัดเล่า ปิงเฮยนั้นสามารถทำให้หมัดข งร่างโคลนเริ่มีรอยร้าวเล็กๆเกิดขึ้น
หวังอีฮังในตอนนี้เขานั้นร้องคำราด้วยความเจ็บปวด ประตูบานที่สามของเขานั้นถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆเนื่องจากพลังแห่งความตายที่มากจนเกินไป ทำให้เขานั้นไม่อาจที่จะควบคุมได้ หวังอีฮังกระอักเลือดออกมา
พลังนั้นมันเริ่มก่อตัวเป็นร่างชองปีศาจแห่งความตาย มันมีลักษณะคล้ายกับร่างโคลนของปีศาจลำดับที่ยี่สิบเล็กน้อย ปีศาจแห่งความตายมองหวังอีฮังด้วยความเกียจซัง พลังในฝ่ามือของมันนั้นเพิ่มขึ้น และฟันไปที่คอของหวังอีฮัง
ปิงเฮยที่มองอยู่มันนั้นตกใจ แต่มันก็ไม่อาจที่จะช้วยหวังอีฮังได้ทัน ถ้ามันข้ามมิติเพื่อช่วยจากดาบที่กำลังฟันคอหวังอีฮังอยู่ ร่างโคลนนี้จะโด้โอกาสในการสังหารหวังอีฮัง
เพร้ง!!
เสียงดาบแหลกกระจุยอัศวินแห่งความตายใช้กาบของมันต้านการโจมตี แต่ดาบของอัศวินแห่งความตายนั้นถูกตัดราวกับเต้าฮู้ ปีศาจแห่งความตายนั่นแปลกใจ ทำไมดาบของมันถึงแหลกสลายเมื่อสำผัสโดนคอของหวังอีฮัง แต่พอมองดูดีๆแล้วประตูบานที่หนึ่งของหวังอีฮังนั้นเปิดออกอยู่
จากนั้นแสงสีม่วงที่ปกคุมร่างกายของหวังอีฮังอยู่มันนั้นดูดกลืนพลังของปีศาจแห่งความตาย ทำให้แสงไร้ทางต้านนั้นมีแสงสีม่วงที่เข้มขึ้น จากนั้นประตูบานที่สามของหวังอีฮังก็ถูกสร้าง หม่ด้วยแสงไร้ทางต้าน มันนำจิตวิญญาณแห่งความตายเข้าไปในประตูบานที่สามของหวังอีฮัง
จากนั้นแสงสีม่วงและดำก็หลอมเข้าด้วยกัน [ท่านเปิดประตูบานที่สามสำเร็จ ท่านได้รับจิตวิญญาณแห่งความตายี่ทางต้าน สามารถเพิ่มระดับได้] เมื่อเสียงระบบหายไปหวังอีฮังก็รู้สึกประหลาดใจกลับควาสามารถของแสงไร้ทางต้าน
“ทำลายแล้วเกิดใหม่”ปิงเฮยอุทาน หวังอีฮังนั้นกลายร่างเป็นปีศาจแห่งควาตายไร้ทางต้าน พลังแห่งความตายในครั้งนี้เขานั้นสามารถให้มันได้โดยไม่มีปัญหา แรงกดดันของหวังอีฮังราวกับว่าเป็นตัวตนระดับเลือกเส้นทางเส้นทางที่สี่ ร่างโคลนนั้นมองหวังอีฮังด้วยสายตาที่ว่างป่าว
มันนั้นพยายามที่จะโจมตีหวังอีฮัง แต่แล้วก็ได้มีเสียงระบบดังขึ้น[ร่างปีศาจแห่งความตายคือกุญแจในการบังคับร่างโคลนของปีศาจลำดับที่ยี่สิบ] เมื่อได้ยินเสียงระบบหวังอีฮังไร้คำพูด
เขาชี้ไปที่ร่างโคลนและออกคำสั่ง”หยุด” ทันใดนั้นร่างโคลนก็หยุดทันทีหวังอีฮังนั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมันถึงอยากที่จะต่อสู้กับเขา เพราะมันเป็นคำสั่งของเขาที่เขานั้นไม่ได้ตั้งใจ หวังอีฮังยื่นมืไปด้านหน้าร่างโคลนและอัศวินแห่งความตายก็กลับมาอยู่ในมือของเขา หวังอีฮังนั้นเก็บทั้งสองไว้ภายในห้วงจิตวิญญาณของตัวเอง
“เอาละไหนดูซิว่าข้าจะได้อะไรในชั้นนี้” หวังอีฮังพูดอย่างตื่นเต้น ปิงเฮยนั้นยังคงสับสนแต่เขาก็เข้าในในทันที “เจ้าเด็กบ้านี้เจ้าโง่นักเหรอไงสั่งให้เจ้าหุ่นนั้นโจมตีตัวเอง”ปิงเฮยพูดอย่างไม่สบอารมณ์
[ร่างโคลนปีศาจลำดับที่ยี่สิบถูกจัดการ ท่านได้ดับน้ำพุลมปราณระดับสูงสุดหนึ่งขวด]จากนั่นน้ำพุลมปราณระดับสูงสุดก็ปรากฏขึ้นบนมือของหวังอีฮัง
[บดทดสอบทั้งสิบชั้นถูกเครีย หีบสมบัติปรากฏขึ้น]