ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 86 ธิดามังกรผู้ถูกหลอกล่อจนเสียสติ ยกตำหนักเทพสมุทรทั้งหมดให้ข้าเลยรึนี่

            ราชาวิหารสวรรค์คุกเข่าลง

             

            ผู้แข็งแกร่งระดับมหาเซียนที่หยิ่งผยองตนนี้ เป็นสุดยอดเผ่าปีกทองคำ บัดนี้กำลังคุกเข่าลงกับพื้น น้ำเสียงอ้อนวอน

             

            เบื้องหน้า ปราสาทอันโอ่อ่าตระการตาตั้งตระหง่านอยู่ มันช่างใหญ่โตมโหฬาร เกินกว่าจะจินตนาการได้ ทะยานขึ้นสู่กลุ่มเมฆไร้ขอบเขต สามารถมองเห็นหมู่ดาวที่โคจรอยู่รอบๆ ได้

             

            จะเรียกว่านี่คือพระราชวัง ก็ไม่เท่าเรียกว่าเป็นโลกกว้างใหญ่ไพศาล

             

            โดยรอบปราสาท มีผู้แข็งแกร่งมากมายยืนอยู่ แต่ละคนต่างมีดวงตาที่แตกต่างกัน แผ่คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าราชาวิหารสวรรค์นักเลย

             

            ผู้แข็งแกร่งบางคนยิ่งกว่าอยู่ในจุดสูงสุดของระดับมหาเซียน

             

            นี่คือปราสาทงามของสายเลือดจักรพรรดิจิน พวกเขาคือผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ติดตามของพระองค์

             

            แต่เดิม เหล่าผู้แข็งแกร่งเพียงแสดงท่าทีเฉยเมย พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ย อยากจะดูเรื่องตลกของราชาวิหารสวรรค์เท่านั้น

             

            ถึงแม้ราชาวิหารสวรรค์จะเป็นคนเผ่าวิหคเพลิงปีกทอง ทว่าสถานะก็ไม่ได้สูงนัก ในอดีตเขาเคยถูกขับไล่ออกไป และไปสร้างตำหนักปีศาจที่ใดสักแห่งในดินแดนห่างไกล

             

            ในสายตาของพวกเขาแล้ว มันช่างน่าขันเสียนี่กระไร

             

            ปัจจุบันไม่เพียงไปไม่รอด เขายังต้องกลับมาอย่างน่าสมเพชและอยากให้จักรพรรดิจินลงมือช่วยเหลือ ช่างเป็นเรื่องเพ้อฝันเสียจริง

             

            เพียงตอนที่ราชาวิหารสวรรค์เอ่ยถึงอาวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอด ง้าวพญาปักษาสวรรค์ เหล่าผู้แข็งแกร่งในระดับมหาเซียนก็ต่างตกตะลึง

             

            “กระไรนะ ง้าวพญาปักษาสวรรค์รึ”

             

            “บรรพบุรุษของเผ่าวิหคเพลิงปีกทองของเรา ท่านมหาจักรพรรดิพญาปักษาสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่รึ”

             

            “เจ้าราชาวิหารสวรรค์นี่ถึงกับมีข่าวเกี่ยวกับอาวุธจักรพรรดิเชียว ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงกล้าขอให้จักรพรรดิจินลงมือ!”

             

            “ข่าวเกี่ยวกับอาวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอด หากฝ่าบาทได้รับมัน จะสามารถขึ้นสู่จุดผู้อาวุโสสูงสุดของทวีป กลายเป็นประมุขตำหนักศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างแน่นอน!”

             

            ในดวงตาของผู้แข็งแกร่งแต่ละคนต่างเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ที่แผดเผา พลังกดดันอันมหาศาลแผ่ซ่านออกมา

             

            หากไม่ใช่เพราะที่นี่คือปราสาทงามของจักรพรรดิจิน ราชาวิหารสวรรค์เกรงว่าคงถูกพลังกดดันเหล่านี้บดขยี้จนพังทลายไปแล้ว

             

            ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังคงเหงื่อไหลโซมกาย สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันใหญ่หลวง

             

            ตูม!

             

            ขณะนั้นเอง จากปราสาทอันกว้างใหญ่ไพศาล ได้มีพลังอันยิ่งใหญ่แผ่ซ่านออกมา ราวกับสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวไร้ขอบเขตได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา

             

            โลกทั้งใบสั่นสะเทือน เสียงก้องกังวานดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ

             

            เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับมหาเซียนทั้งหมด รวมถึงราชาวิหารสวรรค์ ต่างสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัว ร่างกายสั่นเทา จิตใจสั่นสะท้าน

             

            นี่คือความหวาดกลัวที่ไม่อาจควบคุมได้

             

            แม้จะเป็นเพียงพลังของกึ่งจักรพรรดิ ก็ยังสามารถกดดันกลุ่มมหาเซียนให้หวาดกลัวได้

             

            “เทียนชาง หากเจ้าหลอกลวงข้า เจ้าจะได้รับโทษประหาร และสายเลือดของเจ้าก็จะถูกทำลายล้างด้วยเช่นกัน!”

             

            เสียงอันทรงอำนาจดังก้องกังวาน ราวกับมาจากสรวงสวรรค์ ทำให้ห้วงมิติสั่นสะเทือน สายโซ่ระเบียบแห่งวิถีเต๋าเปล่งประกาย ราวกับว่าเสียงนั้นเป็นตัวกระตุ้น

             

            “ศิษย์มิกล้าหลอกลวงองค์จักรพรรดิจิน สิ่งที่ศิษย์กล่าวมาล้วนเป็นความจริง!” ราชาวิหารสวรรค์เทียนชางกล่าวพลางก้มศีรษะอย่างหวาดกลัว

             

            “บอกมา เจ้าต้องการสังหารผู้ใด เห็นแก่ง้าวพญาปักษาสวรรค์ นอกเหนือจากกึ่งจักรพรรดิ แม้แต่เจ้ายุทธจักรระดับมหาเซียน ข้าก็สามารถสังหารให้เจ้าได้!”

             

            เสียงอันทรงอำนาจกล่าวต่อ

             

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้แข็งแกร่งระดับมหาเซียนล้วนตกตะลึง ควรทราบว่าเจ้ายุทธจักรระดับราชันย์แห่งมหาเซียนนั้นไม่ได้เป็นคนธรรมดา

             

            การดำรงอยู่เช่นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความแข็งแกร่งเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังหมายถึงสถานะและภูมิหลังที่น่าสะพรึงกลัวอีกด้วย อย่างน้อยก็มีผู้ทรงอำนาจระดับกึ่งจักรพรรดิคอยให้การสนับสนุน

             

            ตอนนี้ขอเพียงข่าวของง้าวพญาปักษาสวรรค์

             

            ฝ่าบาทก็พร้อมที่จะลงมือ ถึงขั้นยอมสังหารเจ้ายุทธจักรก็ยังไม่เสียดาย

             

            ทำให้พวกเขาต่างตกใจและอิจฉาราชาวิหารสวรรค์อย่างอดไม่ได้

             

            หากได้ง้าวพญาปักษาสวรรค์มาจริงๆ ราชาวิหารสวรรค์ก็คงจะได้รับการยอมรับจากฝ่าบาท และสถานะของเขาก็จะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน

             

            “ฝ่าบาท ผู้นั้นมีนามว่าว่าซูฉางเซิง มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุน ทวีปเจินเซิ่ง อยู่ในระดับราชานักบุญ ทว่าสามารถระเบิดพลังออกมาจนสังหารมหาเซียนได้ ศิษย์ไม่อาจสังหารมันได้ จึงต้องขอให้ท่านลงมือ!”

             

            ราชาวิหารสวรรค์กล่าว

             

            ในตอนแรก เขาก็ลังเลว่าจะนำข่าวสำคัญเช่นนี้มาแลกกับการที่จักรพรรดิจินลงมือหรือไม่

             

            ทว่าสุดท้ายแล้ว เขาก็ตัดสินใจแน่วแน่

             

            ท้ายที่สุดแล้ว ง้าวพญาปักษาสวรรค์นั้นเขาไม่มีทางได้มา หากฝืนไปเอา ก็อาจจะถูกสังหารได้

             

            และด้วยกำลังของเขาเพียงคนเดียว เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซูฉางเซิงเลย เขาจึงฆ่าอีกฝ่ายลงไม่ได้

             

            ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สู้เอาข่าวไปแลกกับการที่กึ่งจักรพรรดิลงมือไม่ดีกว่าหรือ

             

            จักรพรรดิจินเป็นหนึ่งในเจ้ายุทธจักรของเผ่าวิหคเพลิงปีกทอง

             

            ราชาวิหารสวรรค์ก็เคยฝึกฝนที่นี่เช่นกัน เขาก็เลยคิดที่จะเชิญกึ่งจักรพรรดิผู้นี้ลงมือ

             

            เผ่าวิหคเพลิงปีกทองยังมีกึ่งจักรพรรดิอื่นๆ อีก กระทั่งระดับจักรพรรดิก็ยังมี แต่ดินแดนต้นกำเนิดของเผ่าวิหคเพลิงปีกทองนั้นอยู่ในสวรรค์อื่น มันห่างชั้นเกินไป

             

            ตูม!

             

            ขณะที่ราชาวิหารสวรรค์กล่าวจบ พลังที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมหลายเท่าก็ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหัน แผ่ซ่านไปทั่วทั้งโลก ทำให้ปราสาทสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

             

            บนสวรรค์เก้าชั้น ดวงดาราอันไร้ขอบเขตถูกดึงดูด อาณาจักรแห่งดวงดาวและทะเลดวงดาวต่างสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้อิทธิพลของพลังอำนาจนั้น มันเกือบจะร่วงหล่นลงมา

             

            เหล่ามหาเซียนทั้งหมดต่างหวาดกลัว

             

            ในครั้งนี้ แม้แต่วิญญาณก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับถูกกรีดด้วยมีดนับพันเล่ม ทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส และแทบจะพังทลายลงมาจนหายใจไม่ออก

             

            ทุกคนต่างหวาดกลัว รวมถึงราชาวิหารสวรรค์ด้วย พวกเขาไม่ทราบว่าเหตุใดจึงทำให้จักรพรรดิจินผู้ยิ่งใหญ่กริ้วโกรธ

             

            “ซูฉางเซิง...”

             

            ภายในปราสาท เสียงอันทรงอำนาจดังขึ้น ราวกับกำลังพูดกับตัวเองมากกว่ากำลังพูดกับพวกเขา ในน้ำเสียงนั้นมีเจตนาสังหารอยู่เล็กน้อย

             

            ทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ นี่มันเกิดกระไรขึ้นกันแน่หรือ

             

            “หืม จักรพรรดิจินเป็นกระไรไป ถึงกับกริ้วมากถึงเพียงนี้ จนทำให้ที่นี่สั่นสะเทือนเลย!”

             

            “อืม ข้าได้ข่าวมาบ้าง ดูเหมือนว่าโอรสของเขาจะไปตามหาสุสานของจักรพรรดิชิงพร้อมกับลูกหลานของจักรพรรดิชิง บัดนี้ก็ยังไม่กลับมา ทั้งยังกริ้วถึงเพียงนี้อีก ไม่แน่ว่า... หึหึ...”

             

            “ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง เจ้าจินอวี้คนนั้น ดูเหมือนจะถูกคาดหวังไว้สูงมากเสียด้วย เฮ้อ!”

             

            “สมน้ำหน้า กล้าทำร้ายลูกหลานของจักรพรรดิชิง ก็สมควรแล้วที่จะต้องเจอเรื่องเช่นนี้!”

             

            ในส่วนอื่นๆ ของตำหนักศักดิ์สิทธิ์คุนหลุน เหล่าปราสาทโบราณ หรือภูเขาและสวรรค์และพิภพโลกาต่างๆ กึ่งจักรพรรดิโบราณล้วนถูกทำให้ตกใจ บางก็ประหลาดใจ บางก็หัวเราะเยาะ

             

            ตูม!

             

            ภายในปราสาท ร่างร่างหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สามพันล้อมรอบตัวเขา เหมือนกับสามพันดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่ส่งเสียงสวดมนต์ของทวยเทพออกมา

             

            เขาทรงอำนาจยิ่งนัก สวมอาภรณ์สีทอง บนนั้นปักลายวิหคเพลิงปีกทอง มังกรสวรรค์ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

             

            ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเฉียบคม

             

            ราวกับดาบสวรรค์ พร้อมที่จะระเบิดพลังออกมาได้ทุกเมื่อ สังหารวิถีเต๋า ฉีกกระชากจักรวาล

             

            “คารวะองค์จักรพรรดิจิน!”

             

            เมื่อเห็นร่างนั้นปรากฏ เหล่ามหาเซียนล้วนมิอาจสนใจความหวาดกลัวและความเจ็บปวดในใจ พวกเขารีบคุกเข่าลงด้วยความเคารพ ส่วนราชาวิหารสวรรค์ก็หวาดกลัวยิ่งกว่า

             

            เขาไม่เข้าใจว่าตนเองพูดกระไรผิดไป ถึงทำให้จักรพรรดิจินกริ้วถึงเพียงนี้

             

            “ซูฉางเซิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาทำกระไรลงไป!” จักรพรรดิจินตรัสพลางมองไปยังราชาวิหารสวรรค์ ราวกับจะฉีกร่างเขาออกเป็นชิ้นๆ แม้แต่ร่างกายของมหาเซียนก็ยังแตกสลาย

             

            และนี่ก็ยังเป็นการจ้องมองที่ไม่มีเจตนาสังหารด้วยซ้ำ

             

            “ศิษย์...ศิษย์ไม่ทราบ...”

             

            สีหน้าของราชาวิหารสวรรค์บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ทว่าเขาก็กัดฟันตอบด้วยความยากลำบาก

             

            “มันฆ่าบุตรชายของข้า จินอวี้ เขาสิ้นชีพด้วยน้ำมือของมัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังสังหารกระแสจิตของข้าไปหนึ่งส่วน!” จักรพรรดิจินตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

             

            “กระไรนะ!!”

             

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหล่ามหาเซียนล้วนตกตะลึง ทุกคนต่างอ้าปากค้าง โดยเฉพาะราชาวิหารสวรรค์ ยิ่งไม่อยากจะเชื่อ

             

            ซูฉางเซิง ไม่เพียงฆ่าโอรสของจักรพรรดิจิน ทว่ายังปราบปรามกระแสจิตของฝ่าบาทอีกด้วยหรือ

             

            นั่นคือกระแสจิตของกึ่งจักรพรรดิเชียวนะ มีพลังของกึ่งจักรพรรดิ ถึงแม้จะมีเพียงหนึ่งส่วน ก็มากพอที่จะสังหารราชันย์แห่งมหาเซียนได้

             

            ท้ายที่สุด กลับถูกซูฉางเซิงสังหารเสียอย่างนั้น

             

            ในเวลานี้เอง ราชาวิหารสวรรค์รู้สึกโชคดี ที่เขามาขอให้จักรพรรดิจินลงมือ ไม่เช่นนั้น เขาไม่มีทางที่จะแก้แค้นได้ตลอดชีวิต และยังอาจถูกซูฉางเซิงสังหารอีกด้วย

             

            “อย่างไรก็ตาม การที่มันสังหารกระแสจิตของข้าได้นั้น ไม่ได้มาจากการใช้พลังของตัวเอง แต่เป็นพลังของอาวุธจักรพรรดิ!”

             

            จักรพรรดิจินกล่าวต่อ โดยไม่ได้สนใจเหล่าผู้คนที่กำลังตกตะลึง ราวกับว่าถูกทำให้หวาดกลัวจนสติฟั่นเฟือน

             

            “เดิมที ข้าก็ว่าจะค่อยๆ ลงมือ เพื่อชิงอาวุธจักรพรรดิจากเด็กผู้นี้ อย่างไรเสียด้วยอาวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอดในมือ ข้าไม่แน่ใจว่าข้าจะปราบเขาได้!”

             

            “ทว่าในเมื่อเจ้าได้นำข่าวของง้าวพญาปักษาสวรรค์มา งั้นก็พาข้าไปตามหาง้าวพญาปักษาสวรรค์เถิด หากมีอาวุธจักรพรรดิอยู่ในมือ มดปลวกอย่างมหาเซียนก็สามารถฆ่าได้เพียงแค่โบกมือ!”

             

            จักรพรรดิจินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

             

            “พ่ะย่ะค่ะ!”

             

            ราชาวิหารสวรรค์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

             

            “ซูฉางเซิง...”

             

            จักรพรรดิจินพึมพำ ดวงตาของเขาหมุนวน มองไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุน ในใจเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร

             

            สำหรับเรื่องการตายของจินอวี้ เขาไม่ได้ใส่ใจกระไรมากนัก

             

            ในฐานะกึ่งจักรพรรดิ อายุขัยของเขานั้นช่างยืนยาว ลูกหลานคนหนึ่งตายไปก็ตายไป เขายังมีลูกคนอื่นๆ อีกมากมาย

             

            สิ่งที่ทำให้เขาเกิดเจตนาฆ่าซูฉางเซิงจริงๆ ก็คืออาวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอดที่ซูฉางเซิงครอบครอง

             

            อาวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอดหนึ่งชิ้น

             

            หากเขาได้รับมาครอบครองไว้ ในแดนสวรรค์ฉางเซิงนั้นกว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด เขาก็สามารถไปได้

             

            แม้ว่าจะได้พบกับระดับจักรพรรดิ ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่มีอาวุธจักรพรรดิ เขาก็ยังสามารถถอยหนีได้อย่างปลอดภัย

             

            ยิ่งไปกว่านั้น หากได้ง้าวพญาปักษาสวรรค์มาด้วย ในมือมีอาวุธจักรพรรดิสองชิ้น เมื่อถึงเวลานั้น การรวมและควบคุมตำหนักศักดิ์สิทธิ์คุนหลุน อำนาจของเขาจะขึ้นสู่จุดสูงสุดที่น่าสะพรึงกลัว

             

            การสร้างราชวงศ์จักรพรรดิใหม่ และกลายเป็นมหาจักรพรรดิ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

             

            “ไปกันเถิด!”

             

            จักรพรรดิจินไม่ลังเล เขาออกคำสั่งให้ราชาวิหารสวรรค์ทันที ในไม่ช้า ร่างกายของพวกเขาก็หายไปจากที่นั่น

             

            ส่วนเหล่ามหาเซียนก็ถอนหายใจออกมา โล่งอกที่ถูกปลดปล่อยจากแรงกดดันของกึ่งจักรพรรดิ ทุกคนต่างมีแววตาที่ยังคงหวาดกลัว

             

            กึ่งจักรพรรดิน่าสะพรึงกลัวเกินไป พวกเขาในฐานะผู้ทรงอำนาจ เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ดำรงอยู่เช่นนี้ ก็ไม่ต่างจากมดปลวก

             

            อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจักรพรรดิจินจะจากไปแล้ว ทว่าพวกเขาก็ไม่มีความกล้าที่จะส่งข่าวอาวุธจักรพรรดิออกไปอย่างลับๆ

             

            เพลิงโทสะของกึ่งจักรพรรดินั้น ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

             

            …

             

            อีกด้านหนึ่ง ณ ตระกูลซู

             

            “ซู...ซูฉางเซิง หากอยากให้ข้าผู้เป็นธิดาเทพยอมอภิเษกด้วย อย่างน้อยเจ้าก็ต้องไปตำหนักเทพสมุทรสักครั้ง ไปสู่ขอข้าก่อน ถึงจะ...ถึงจะยอมตกลง!”

             

            ทันทีที่ซูฉางเซิงกลับมา สิ่งที่เขาเผชิญก็คือคำพูดที่หยิ่งผยองอย่างสุดขีดของธิดามังกร

             

            มองไปยังใบหน้าเล็กๆ ที่แดงก่ำ และท่าทางกอดอกอันเป็นเอกลักษณ์ของธิดามังกร ซูฉางเซิงก็เงียบไป

             

            ซูฉางเซิงก็เงียบไปเลย

             

            เขาจำได้ว่าเขาเพิ่งจากไปไม่นานนี่

             

            จากตอนที่ปราบปรามมหาเซียนของเผ่าสมุทรหลายตนจนถึงตอนที่เขากลับมาอีกครั้ง ก็ดูเหมือนจะยังไม่ถึงหนึ่งในสี่ของชั่วยามเลยด้วยซ้ำ

             

            เหตุใดจึงรู้สึกเหมือนว่ามันนานมากถึงเพียงนี้ไปได้

             

            ธิดามังกรคนนี้ยอมง่ายๆ เลยหรือ

             

            “…”

             

            เมื่อคิดเช่นนี้ ซูฉางเซิงก็หันไปมองกู้ชิงเกอที่กำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ สีหน้าของนางสงบนิ่ง แววตารวมถึงทำท่าเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

             

            นี่มันเกิดกระไรขึ้นกันหรือ

             

            “วางใจเถิด ข้าจัดการนางให้เจ้าแล้ว คืนนี้เข้าหอก็ยังได้!”

             

            เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของซูฉางเซิง กู้ชิงเกอก็โบกมือและกล่าวด้วยท่าทางเกียจคร้าน

             

            ในช่วงเวลาที่ซูฉางเซิงจากไป นางได้ข่มขู่ธิดามังกรสารพัด

             

            ขั้นแรกก็ชูธงของจักรพรรดินีในชาติภพก่อน แล้วก็ใช้พลังของอาวุธจักรพรรดิเล็กน้อยขู่ ทำให้ธิดามังกรตกใจจนทำกระไรไม่ถูกไปเลย

             

            กู้ชิงเกอทราบดีว่าธิดามังกรคนนี้ดูเหมือนจะมีพลังฝึกตนสูง ทว่าจริงๆ แล้วจิตใจยังเด็กนัก ยังเป็นเพียงเด็กหญิงอายุสิบกว่าขวบเท่านั้น

             

            เหตุผลที่มีพลังฝึกตนที่สูงเช่นนี้ ก็เป็นเพราะสายเลือดของเผ่ามังกรเงินและมรดกมีความพิเศษ ลูกหลานจึงสามารถสืบทอดพลังฝึกตนของบรรพบุรุษได้เท่านั้นเอง

             

            หลังจากนั้น กู้ชิงเกอก็กล่าวถึงวิกฤตของตำหนักเทพสมุทร หากไม่แต่งงานกับซูฉางเซิง ตำหนักเทพสมุทรจะต้องถูกทำลาย และเผ่ามังกรเงินก็จะถูกกำจัด

             

            ภายใต้การข่มขู่และหลอกล่อต่างๆ นานา อีกทั้งยังมีบุญคุณที่ซูฉางเซิงช่วยชีวิตเอาไว้ ธิดามังกรก็เลยชะงักไปและยอมตกลงอย่างมึนๆ งงๆ

             

            ในความเป็นจริง นางก็ไม่ได้พูดจาไร้สาระแต่อย่างใด

             

            หากในตอนนี้ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ตำหนักเทพสมุทรก็จะถูกตำหนักมังกรแห่งทิศบูรพาและผู้แข็งแกร่งจากจักรวรรดิร่วมกันทำลายล้าง เผ่ามังกรเงินของตำหนักเทพสมุทรก็จะล้มตายจนหมดสิ้น

             

            เหตุการณ์ที่น่าสังเวชเช่นนี้

             

            ก็เลยกระตุ้นธิดามังกรจนทำให้บุคลิกของนางเปลี่ยนไป และก้าวขึ้นสู่เส้นทางจักรพรรดินีแห่งเก้าภพอาณาจักรเทพสมุทร

             

            “ยังมี...ยังมีอีก ท่านต้องช่วยตำหนักเทพสมุทรด้วยนะ ไม่เช่นนั้นพี่หญิงเทพสมุทรและพี่หญิงบรรพชนมังกรของข้า พวกเขาจะตกอยู่ในอันตราย!” ธิดามังกรเข้ามาจับเสื้อผ้าของซูฉางเซิงด้วยมือข้างหนึ่ง ดวงตาของนางมีน้ำตาคลอเบ้า

             

            “ข้า...ข้าจะยอมให้เจ้าอภิเษกกับพี่หญิงเทพสมุทร และพี่หญิงบรรพชนมังกรด้วย ในตำหนักเทพสมุทรยังมีพี่หญิงสวยๆ อีกเยอะแยะเลย เจ้าก็เอาพวกนางไปอภิเษกด้วยให้หมดเลย!”

             

            “หือ”

             

            ซูฉางเซิงงงไปหมดแล้ว

             

            ไม่เพียงตนเองจะถูกส่งมาถึงหน้าประตูแล้ว ตอนนี้ยังจะยกพี่หญิงเทพสมุทรและพี่หญิงบรรพชนมังกรมาให้อีกด้วยรึ

             

            แล้วยังแถมตำหนักเทพสมุทรทั้งหมดมาให้อีกด้วยรึ

             

            เขาถึงกับจะมีฮาเร็มจากตำหนักเทพสมุทรทั้งวังแล้วหรือนี่

             

            ในนั้นจะมีสักกี่คนกันนะ

             

            แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นดีเหมือนกัน

             

            “เดี๋ยวก่อน!”

             

            ดวงตาของซูฉางเซิงฉับพลันแหลมคม เขารีบตั้งสติ หวนนึกถึงบทสนทนาของมหาเซียนเผ่าสมุทรหลายตน

             

            ในใจของเขาเกิดความคิด

             

            หรือว่าในอนาคต ตำหนักเทพสมุทรจะถูกท่านผู้นั้นทำลายหรือไม่

             

            เมื่อมองไปยังธิดามังกรที่กำลังร้อนใจ และพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แล้วก็นึกถึงสถานะการกลับชาติมาเกิดของกู้ชิงเกอ

             

            ซูฉางเซิงก็อดขำไม่ได้

             

            ธิดามังกรคนนี้คงถูกจักรพรรดินีหลอกจนเสียสติไปแล้ว

             

            อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่ามีผักกาดขาวมาส่งถึงหน้าบ้าน ซูฉางเซิงก็ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยมันไป

             

            ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพียงเทพธิดาสมุทรและบรรพมังกร ร่างกายของพวกนางก็ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เขาต้องจัดการให้ได้

             

            “เจ้าไม่ต้องรีบร้อน เงื่อนไขของเจ้า ข้าตกลง แต่ขอเวลาให้ข้าสักหน่อย!”

             

            เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูฉางเซิงก็จับมือเล็กๆ ของธิดามังกร สัมผัสความนุ่มนวลเบาบาง แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม

             

            ในทวีปเจินเซิ่งยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกมากมาย ไม่เพียงต้องรวมทวีปเจินเซิ่งให้เป็นหนึ่งก่อน ศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืดก็ยังมีอีกมาก เขาต้องจัดการพวกนั้นให้หมดเสียก่อน

             

            ยิ่งไปกว่านั้น ซูจื่อยวนก็ใกล้จะคลอดแล้ว อยู่ในช่วงหนึ่งถึงสองปีนี้ เขาต้องรอให้ลูกเกิดก่อนแล้วค่อยว่ากัน

             

            “เอ๊ะ?”

             

            ธิดามังกรชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็รู้สึกถึงมือของซูฉางเซิง ใบหน้าเล็กๆ ก็แดงขึ้นมาทันที

             

            เพียงแต่นางก็นึกถึงวิกฤตของตำหนักเทพสมุทรอีกครั้ง นางจึงรู้สึกร้อนใจขึ้นมา

             

            “เจ้าวางใจเถิด ตำหนักเทพสมุทรตอนนี้ยังไม่เป็นกระไร กว่าตำหนักมังกรแห่งทิศบูรพาจะลงมือก็ยังต้องรออีกสักพัก!”

             

            ขณะนั้นเอง เสียงของกู้ชิงเกอดังมาจากด้านข้าง นางกล่าวด้วยท่าทีเกียจคร้าน

             

            “องค์ชายของตำหนักมังกรแห่งทิศบูรพากำลังรับมรดก และฝ่าทะลวงผ่านไปสู่ระดับกึ่งจักรพรรดิ คาดว่าคงต้องรออีกสองถึงสามปี ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบร้อน!”

             

            “รอให้เราจัดการเรื่องที่นี่ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไปก็ยังไม่สาย!”

             

            “อ้อ ก็ได้เจ้าค่ะ!”

             

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น ธิดามังกรก็ตอบอย่างงงๆ จากนั้นก็ปล่อยมือ และทำตัวเรียบร้อย ราวกับกลัวกู้ชิงเกออยู่เล็กน้อย

             

            “อืม ในเมื่อเข้าใจแล้ว ก็มานวดบ่าให้ข้าหน่อยสิ ตั้งแต่ตอนนี้ไป เจ้าคือน้องหญิงคนเล็กของพวกเราแล้ว!” กู้ชิงเกอโบกมือกล่าว

             

            “อ้อ!”

             

            ธิดามังกรตอบอย่างว่าง่าย จากนั้นก็เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เพื่อนวดบ่าให้กู้ชิงเกอ

             

            “ดีมาก~”

             

            กู้ชิงเกอยิ้มเล็กน้อย ยกมือขึ้นมาแล้วลูบใบหน้าเล็กๆ ของธิดามังกร จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้กับซูฉางเซิงเป็นเชิงว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว

             

            ฉากนี้ทำให้ซูฉางเซิงรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ

             

            อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ากู้ชิงเกอมีกลอุบายจริงๆ ที่สามารถหลอกล่อธิดามังกรให้งงได้ถึงเพียงนี้

             

            “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็มานวดบ่าให้ข้าบ้างสิ!”

             

            ซูฉางเซิงก็เดินไปข้างหน้า นั่งลงที่ด้านข้าง แล้วก็ใช้ธิดามังกรอย่างยิ้มแย้ม

             

            “อู้ว...”

             

            เสียงครางเบาๆ ของธิดามังกรดังขึ้น

             

            ในช่วงเวลาต่อมา ซูฉางเซิงก็ได้อภิเษกกับธิดามังกรผู้นี้ และได้จัดการธิดามังกรผู้ที่มึนงงและหยิ่งผยองคนนี้ไปแล้ว

             

            ในวันเข้าหอ ธิดามังกรผู้ที่ทำกระไรไม่เป็น ก็ถึงกับกัดเขาไปหลายที จนร้องไห้ออกมา ต้องปลอบกันอยู่นานกว่าจะสงบลงได้

             

            แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องแลกมาก็คือการถูกเขากระทำอย่างหนักหน่วง

             

            ในช่วงเวลาต่อมา ตระกูลซูล้วนทำการรบอย่างเต็มกำลัง ยิ่งเมื่อมีมหาเซียนสองคน ทวีปเจินเซิ่งก็ถึงคราวล่มสลาย กองกำลังทั้งหมดล้วนยอมจำนน

             

            รวมถึงกองกำลังชั้นนำที่เตรียมตัวหนี เมื่อเผชิญหน้ากับมหาเซียนสองคน พวกเขาก็ถึงกับยืนงง

             

            พวกเขาล้วนยอมแพ้ และยอมจำนนทั้งหมด

             

            แทบจะไม่ต้องเสียแรงกระไร ตระกูลซูก็ยึดครองทวีปเจินเซิ่งได้ทั้งหมด เหลือเพียงสำนักไท่สื่อที่แบ่งดินแดนไปเพียงเล็กน้อย และยังคงเป็นอิสระอยู่

             

            อย่างไรก็ตาม ทุกคนต่างทราบว่า สำนักไท่สื่อนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะมาแทรกแซงทวีปเจินเซิ่งได้อีกต่อไป

             

            ตอนนี้ เจ้าแห่งทวีปเจินเซิ่งคือตระกูลซู

             

            พลังของพวกเขาแข็งแกร่ง จนทำให้ทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนต้องตกตะลึง และแม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องให้ความสำคัญ

             

            ผู้แข็งแกร่งระดับมหาเซียนสองคน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจเพิกเฉยได้

             

            [ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตระกูล...]


    คล้ายกับเรื่องระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน