66 : ควบคุม
สถานที่ซึ่งคุ้นตาและคุ้นเคย แม้เคยมาเพียงหนเดียว
เบื้องหน้าในสายตายังคงมีชายชราในชุดเทายืนรออยู่เช่นครั้งก่อนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยย่นแฝงความอบอุ่นและใจดี
“ดีใจที่ได้เจอเจ้าอีกนะ เด็กน้อย”
ม่านบังตาซึ่งเคยปกคลุมอยู่พลันหายไป ภาพทิวป่าสีเขียวบนทรายสีขาวยาวสุดตากระจ่างชัดขึ้นสัมผัสถึงสายลมพัดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้สมองปลอดโปร่งขึ้นจนเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ดี
“หนู...ตายแล้วสินะคะ” ไม่จำเป็นต้องให้อีกฝ่ายบอกเนียร์ก็อยากเป็นคนพูดออกมาเอง
ความทรงจำช่วงสุดท้ายหวนกลับมา ความเจ็บปวดที่ได้รับยังติดค้างอยู่ในความทรงจำทำให้เนียร์เผลอลูบท้องตัวเอง...แต่ไม่มีแผลอยู่ตรงนั้น
“นั่นเป็นทางเลือกที่เจ้าคิดว่าดีแล้วงั้นหรือ”ตัวแทนวจีแห่งธรรมชาติ หรือ ซารานียาถามกลับ
เนียร์เงียบไปครู่ก่อนฝืนยิ้ม “ดีแล้วค่ะ หากกิลไม่ช่วยก็คงมีคนตายเพิ่มขึ้นอีกมาก”
“เด็กที่น่าสงสาร”ชายชราทอดถอนใจถึงเด็กแฝดที่เนียร์เอ่ยถึงและเห็นเด็กสาวทำหน้าสงสัยว่ารู้จักกับกิลได้อย่างไร “แม้ตัดขาดจากโลกภายนอกหากยังรับรู้ความเป็นไปภายในเกาะเอดีวาสได้อยู่น่ะ...ไม่คิดว่ามันเป็นภาระหนักไปสำหรับเขางั้นหรือทั้งเขาและน้องสาวต่างสูญเสียอะไรหลายอย่างมากทีเดียว”
เนียร์ก้มหน้า กำมือแน่นด้วยความรู้สึกผิด“สักวัน...เขาต้องรับคำสั่งจากท่านเดสิตให้ฆ่าหนูอยู่แล้วแค่ให้ลงมือเร็วขึ้นคงไม่ต่างกันหรอกมั้งคะแต่ถ้าให้พูดตามจริงคือ...หนูไม่รู้ว่าจะขอให้ใครช่วยทำหน้าที่นี้ดี”
ให้เอลทำ? พวกฟิวส์? หรือจะเป็นพวกเล็ทงั้นเหรอ...ไม่ว่าใครเธอก็ไม่สามารถขอให้ช่วยฆ่าได้ทั้งนั้น แต่...มีบางอย่างในตัวกิลที่ทำให้เธอเชื่อให้เธอวางใจมอบหน้าที่นี้ให้
ทว่าสีหน้าของกิลตอนถูกขอร้องยังคงแจ่มชัดในความทรงจำรวมทั้งในยามที่เขาทำตามสัญญา เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ฉายชัดออกมาทางดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นจนนึกเสียใจที่หลุดปากขอ
เธอขีดเส้นกั้นช้าไป...ช้าเกินไปมากเธอกับเขาไม่ใช่เพียงคนเพิ่งรู้จักกันอีกแล้วแต่มีความสัมพันธ์มากเกินกว่าจะปล่อยให้อีกฝ่ายตายโดยไม่รู้สึกอะไร
เนียร์อยากกลับไปขอโทษเขาแต่ความปรารถนานี้คงไม่มีทางเป็นจริง
ทั้งที่ตั้งใจจะปล่อยวาง ชายชรากลับบอกว่า“เจ้ายังไม่ตายหรอกนะ”
เนียร์เงยหน้ามองชายชรา
“จริงอยู่ที่พลังบางส่วนหวนคืนสู่ต้นกำเนิด”ซารานียามองผืนน้ำเบื้องหลังที่ยังคงซัดสาด แล้วหันกลับมา“แต่นั่นเป็นเพราะเสี้ยววิญญาณส่วนหนึ่งของเจ้าอยู่ที่นี่ แต่ไม่นานนักหรอกที่มันจะถูกเรียกกลับไปใหม่”
“หมายความว่าไงคะ”
“หากเจ้าตายจริง วิญญาณของเจ้าจะไม่ได้มาที่นี่หรอก”
เนียร์อึ้งไปชั่วขณะ
...ยัง...ไม่ตาย?
ยังไม่ตาย? ยังมีชีวิต? เธอยังมีชีวิตอยู่?
“...ทำไม” เนียร์ไม่เข้าใจในตัวเองเลยสักนิดว่าทำไมน้ำตาจึงไม่หยุดไหล ในอกร้อนผ่าวด้วยใจที่เต้นแรงจนต้องกดมันไว้ก่อนเงยหน้ามองซารานียาที่เข้ามาลูบหัวเธออย่างนุ่มนวล และเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
“เจ้าอยากตายจริงๆ หรือ”
ภาพสีหน้าของทินยามเธอล้มลงปรากฏขึ้นมา...บางทีคำตอบมันอาจจะชัดตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่อยากให้กิลต้องแบกรับความรู้สึกว่าเป็นคนทำให้เธอตายไปชั่วชีวิต
เนียร์เช็ดน้ำตาออก แล้วเงยหน้ามองซารานียาอีกครั้ง
“ไม่ค่ะ” เธอยืนยันเสียงหนักแม้การมีชีวิตต่อจะทำให้เจอเรื่องหนักหนาสาหัสอีกมากก็ตาม
และเรื่องนี้ยังไม่จบ เธอต้องกลับไป
ราวกับทุกอย่างตอบสนองต่อความคิด ร่างของเนียร์ค่อยๆเลือนหาย แต่ก่อนหน้านั้น เนียร์หันมาทางซารานียา
เธออาจพบเขาเพียงไม่กี่ครั้งแต่ชายชราผู้นี้กลับช่วยเหลือและเอ็นดูเธอจนเกิดเป็นความผูกพันราวกับเขาเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งเธอก้มหัวให้อย่างเคารพ
“ขอบคุณมากนะค....”
เสียงที่ส่งมาแผ่วเบา หายไปพร้อมกับร่างของเด็กสาว
แล้วรอยยิ้มของชายชราก็พลอยหายไปด้วย เมื่อคิดถึงสิ่งต่างๆที่อีกฝ่ายต้องกลับไปเผชิญ ซารานียาเงยหน้ามองปุยเมฆบนฟ้ารู้สึกหนักใจผิดกับมันลิบลับ
“ยังมีเรื่องอีกมากคณาที่เจ้าจะต้องเจอ...เด็กน้อย”
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ตัวเขาก็ทำได้เพียงแค่เฝ้าดู...ไม่ว่าชีวิตใดต้องดับสิ้นก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น เป็นเช่นนั้นมา...ตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นมนุษย์
หากเนียร์รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากเธอตายแล้วละก็คงไม่ขอให้กิลช่วยฆ่าเธอแน่เพราะเธอไม่นึกเลยว่าจะมีคนเจ็บแค้นจนอยากฆ่าเขาให้ตายคามือ
“แกทำบ้าอะไรวะ!!”
ฟิวส์กระชากคอเสื้อกิลเข้ามาตะคอกด้วยความโกรธสุดขีดทำให้เกลต้องรีบเข้ามาห้าม
“ใจเย็นก่อนค่ะฟิวส์”
“แค่ฉันไม่เผามันตอนนี้เลย ก็นับว่าฉันใจเย็นพอแล้ว”เขาตวาดใส่เกล แล้วกลับมาจ้องคนตรงหน้าเขม็ง “รู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรลงไป แกฆ่าเนียร์!”
“ฉันทำเพื่อไม่ให้เธอฆ่าใคร” กิลพยายามตอบอย่างมีเหตุผลซึ่งใช้กับหนุ่มหัวส้มได้น้อยเต็มที ก่อนจะข่มเสียงพูดประโยคถัดมา “อีกอย่างฉันไม่ได้ฆ่า แต่แค่พยายามหยุดเธอเท่านั้น”
ฟิวส์ถูกกิลปัดมือออกรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายโมโหไม่น้อยกับคำกล่าวหาเพราะเขาควรจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าบาดแผลแค่นั้นทำให้ผู้ใช้พลังตายไม่ได้แต่จะตายเพราะเสียเลือดจำนวนมากต่างหาก
วาลที่ไม่สนใจพวกเขานั่งลงชันเข่าข้างตัวเนียร์และพลิกร่างให้หงายขึ้น เห็นเลือดยังไหลนองเป็นแอ่งเธอเอามืออังจมูก พบว่ายังมีลมหายใจผะแผ่วปะทะกับมือของเธอทำให้สาวขรึมพ่นลมหายใจโล่งอก
“ยังมีชีวิตอยู่” วาลช่วยยืนยันให้ฟิวส์โล่งใจไปเปราะหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นหันหาผู้ชายอีกคนที่อยู่ไกลจากตรงนี้คนที่ยังตะลึงค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่กล้ามาดูด้วยตัวเอง
วาลพยักหน้าให้ทีหนึ่งและส่งสายตาสื่อว่าเนียร์ไม่เป็นอะไรไปให้
“ฟิวส์ดูสิคะ” เกลชี้ไปยังร่างเนียร์
ทั้งที่เปลือกตาของเนียร์ปิดสนิทคล้ายคนหลับอยู่แต่เลือดที่ไหลเจิ่งนองเป็นวงกว้าง บัดนี้มันกำลังลดวงแคบเรื่อยๆเข้าสู่ตัวเนียร์อีกครั้งให้คนมองใจชื้นขึ้นว่าเธอยังมีสติเหลือพอจะช่วยเหลือตัวเอง
ทว่ากิลกลับมีลางสังหรณ์ เขารู้ว่าเธอทำได้ แต่ต้องผ่านเงื่อนไขอย่างหนึ่งก่อนซึ่งไม่น่าเป็นไปได้เลยว่าเธอจะเห็นสีดำ-แดงในขณะที่ยังใส่คอนแทร็คเลนส์อยู่
ไม่นานเลือดก็กลับคืนสู่ร่างจนหมดพร้อมกับเสียงสูดหายใจเฮือกของเด็กสาวเธอฝืนลืมตาขึ้น นิ่วหน้าด้วยความทรมาน ดวงตาสีดำเลื่อนมาทางหนุ่มหัวส้มแล้วส่งเสียงเรียกแผ่วเบา
“...ฟิวส์”
“เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย” เขาถามอย่างร้อนรน
เนียร์ไม่ตอบ แต่พยายามยกมือขึ้นหาเขา
“พยุงฉันขึ้นที”
ฟิวส์รีบเข้าไปช่วยทันทีแต่ก่อนที่มือของทั้งสองจะสัมผัสกัน กิลกลับเข้ามาขวางและหันดาบใส่เนียร์ด้วยสีหน้าดุดัน จนฟิวส์โวยวายว่าเขาเป็นบ้าอะไร
“กิล? นายเป็นอะไร” เนียร์ฝืนยันตัวขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เธอไม่ใช่เนียร์”
กิลประกาศชัด ทำเอาแต่ละคนตีหน้างุนงงไปตามๆ กันยิ่งโดยเฉพาะคนถูกกล่าวหา
“นายพูดอะไรน่ะ ถ้าฉันไม่ใช่ตัวฉัน แล้วจะเป็นใคร”เนียร์ไม่เข้าใจ พยายามยื่นมือหา แต่กลับถูกคมดาบเข้าจ่อคอ หยุดเธอไม่ให้เข้าใกล้กว่านี้เด็กสาวลองขยับเข้าหาอย่างคาดหวังว่ากิลจะเบี่ยงดาบออกแต่ปลายคมตรงคอไม่มีทีท่าจะเขยื้อนไปไหนจนเธอต้องถอยเสียเอง
เด็กสาวมองตาอีกฝ่าย ที่จ้องมาราวกับเห็นเธอเป็นตัวอันตรายเธอก้มหน้าลงจนแสงจากคมดาบสะท้อนสู่สายตา
“งั้นเหรอ...”
พอเห็นอีกฝ่ายมีทีท่าสลดลง กิลก็เริ่มไม่มั่นใจขึ้นมาว่าเขาอาจจะแค่วิตกจริตไปเอง
กิลตัดสินใจลดดาบ ทว่ามือของเนียร์กลับยึดมันไว้แน่นก่อนจะดึงโดยมีกิลติดไปด้วยจนเกือบล้มทับเด็กสาว แต่เธอจับตัวเขาไว้ก่อน
เนียร์บีบแขนเขาแรงมาก ทั้งยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ไม่มีความงุนงงอยู่บนหน้าของเธออีกแล้ว หากมีรอยยิ้มสงบและแววตาที่กิลคุ้นเคยเป็นอย่างดีแทน
“รู้เร็วจังเลยนะ กีเลนอล”
“ท่านตนั...!!?”
โครม!
กิลถูกเหวี่ยงจนร่างลอยกระแทกพื้นห่างจากจุดเดิมไปหลายเมตรท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
“พี่กิล!” เกลรีบเข้าไปประคองตัวพี่ชาย แล้วหันมองเนียร์ที่ลุกยืนได้เองโดยไม่ต้องให้ใครช่วยไร้ซึ่งอาการเจ็บปวดใดหลงเหลืออยู่บนหน้า ออกจะสงบเกินไปเสียด้วยซ้ำราวกับปากแผลที่เปิดอยู่มิอาจสร้างความทรมานใดให้
มือสองข้างสัมผัสปลายนิ้วตรงท้องอย่างสำรวม แผ่นหลังยืดตรงใบหน้าแสนสงบของเด็กสาวค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาให้แก่ทุกคนในบริเวณนั้นและหยุดลงตรงฟิวส์ที่กำลังเบิกตากว้างและตามเรื่องไม่ทัน
“ยังสงสัยอยู่เหรอรวีรน ว่าฉันเป็นใครกันแน่”
“เธอ...แก!” ฟิวส์ขยับถอยแล้วตั้งท่าใส่ทันทีหลังรู้แน่ชัดแล้วว่าคนตรงหน้านี้คือใคร
ความจริงนี้ค่อยๆ แผ่ลามไปยังคนอื่นด้วย จนเกิดบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที
ทั้งที่เป็นอย่างนั้น กลับมีใครบางคนยังยิ้มออก
เด็กหนุ่มที่อยู่วงนอกสุดไม่อาจหุบรอยยิ้มของตัวเองได้แม้จะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นก็ตามเขาถือว่าตัวเองได้ผ่านเรื่องแย่ที่สุดในชีวิตไปแล้ว ฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้น ณเวลานี้ เขาคิดว่ามันเป็นความเฮงซวยอีกอย่างที่ต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้
เนียร์ถูกควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จแล้วแน่นอน ไม่ต้องสงสัยเลยและโลกคงถูกทำลายด้วยน้ำมือเธอ
น่าแปลกที่ไม่มีใครรู้สึกดีใจอย่างเขาว่าถึงแม้ทุกอย่างจะแย่ไปหมดก็ตาม แต่เนียร์ก็ยังมีชีวิตอยู่
เด็กหนุ่มผมดำแซมทองเดินเข้าไปใกล้จุดศูนย์กลางของเรื่องเพื่อที่จะได้ยินถนัดชัดขึ้น
“รู้มั้ยว่าเธอเกือบทำฉันเสียแผนนึกว่าจะลงมือฆ่านิศาชลจริงๆ ซะอีก”
ผู้หญิงตรงหน้าคือน้องสาวของเขา แต่ไม่ใช่ข้างในยิ่งเข้ามาใกล้ยิ่งเห็นชัด ท่าทีวางมาดภูมิฐานและหยิ่งทะนง น้ำเสียงที่ใช้แม้เป็นเสียงที่เขาได้ยินอยู่ทุกวันแต่ตอนนี้มันกลับราบเรียบซ่อนอำนาจข่มไว้อยู่ในที
เธอคือเนียร์ แต่ไม่ใช่เนียร์
เจ้าคนที่กำลังใช้เนียร์เป็นเปลือกนอกแยกยิ้มกว้างกว่าเดิมให้กับกิลซึ่งฝืนยืนขึ้นโดยใช้ดาบช่วยพยุงและมีน้องสาวคอยประคองดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเด็กหนุ่มจ้องอีกฝ่ายเขม็ง
“แต่ก็นั่นแหละ ต้องขอบใจเธอด้วยที่ช่วยให้ฉันคุมร่างนี้ได้โดยสมบูรณ์”
“ผมขอเตือนให้ท่านปล่อยเธอ” กิลพูดผละออกจากเกลแล้วเดินเข้าไปหาพร้อมกับยกดาบชี้ใส่“ไม่งั้นผมจะทำลายเครื่องมือที่ท่านอยากได้นักหนาซะ”
“เฮ้ย!”
“พี่กิล!?”
คนร้อนใจกลับเป็นฟิวส์และเกลแทน ตนัยเองก็รู้เขาไม่จำเป็นต้องใช้คนของเขาสู้ เด็กพวกนี้ก็พร้อมสู้กันเองเพื่อปกป้องร่างนี้
“ท่านตนัย”
เลียนก้าวเข้ามา จ้องท้องของเนียร์ที่เลือดกำลังไหลออกมาอีก
“ตายละ” ตนัยบังคับให้เนียร์ก้มมองแผลตัวเองแล้วร้องอุทาน
ให้ตาย ทินกลอกตากับท่าทางนั้น เนียร์ตัวจริงยังไม่ท่ามากเท่านี้เลย
“ยังไม่ชินกับการควบคุมเท่าไหร่ อัคคีโย ช่วยอะไรหน่อยสิ”
อั๊คมองตนัยในร่างเนียร์ด้วยสีหน้าเฉยชาจนน่ากลัวเขาไม่ถูกกับเนียร์มาก่อน แต่กลับถูกเจ้านายในสภาพนี้ใช้งานเอาเจ้าตัวคงรู้สึกขัดแย้งน่าดู
เสื้อถูกถลกขึ้น เผยให้เห็นท้องขาวที่มีรอยแผลจากคมดาบประดับไว้ชัดเจน
“ทำให้แผลปิดที...อ้อ ไหนๆ ร่างนี้ก็เป็นผู้หญิงแล้วพยายามอย่าเหลือรอยแผลเป็นด้วยล่ะ”
“...ครับ”
อั๊ควางมือที่มีไฟปรากฏขึ้นนาบแผลอยู่ครู่หนึ่งเมื่อลดมือลง รอยเสียบที่เคยอยู่ตรงนั้นกลับทิ้งไว้เพียงรอยจางจนแทบไม่สังเกตเห็นแล้วอั๊คก็ทำแบบเดียวกันกับรอยที่ด้านหลัง เพราะถูกแทงจนทะลุจึงทิ้งไว้ถึงสองรอยด้วยกัน
เด็กสาวก้มลงมองผลงานก่อนจะดึงเสื้อลงด้วยความพอใจแล้วเงยมองพวกฟิวส์อีกครั้ง
“หมดเวลาทำเป็นเล่นแล้วสินะ”
ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นไร้ซึ่งอารมณ์ใดอย่างรวดเร็ว เด็กสาวย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วถีบตัวเองพุ่งเข้าหาฟิวส์แต่เธอถูกกิ่งไม้นับสิบที่งอกขึ้นมาจากพื้นมัดตัวเสียก่อน
ทั้งโชลและวาลไม่ได้มีเจตนาจะทำร้าย เพียงแค่ต้องการหยุดเธอแต่แค่ครู่เดียวเสี้ยวลมของดีมก็ตัดสิ่งที่พันธนาการเนียร์ขาดสะบั้นเธอตวัดมือไปทางโชลและวาล ระลอกน้ำจำนวนหนึ่งเข้าซัดทั้งคู่จนกระเด็นแล้วเนียร์ก็กระโจนเข้าใส่หนุ่มหัวส้มอีกครั้ง
ฟิวส์ที่ยังทำอะไรไม่ถูกไม่กล้าโต้ตอบจึงได้แต่เป็นฝ่ายรับหมัดของเธอ หากเพียงครู่เดียวกิลก็เข้ามาขวางไว้เขาแทงดาบสวนไปอย่างหวังให้อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ แต่เนียร์กลับใช้ฝ่ามือเข้ารับหยุดวิถีดาบจนมันทะลุมือของเธอโดยที่กิลเป็นฝ่ายตะลึงแทน ตอนนั้นเองที่เนียร์ยกมืออีกข้างบีบคอเขา
เขาพยายามดึงมืออีกฝ่ายออกแต่ก็ไร้ผลจนเป็นตัวเขาเองที่เริ่มไร้เรี่ยวแรง
สีหน้าของเธอยามลงมือช่างว่างเปล่าท่านตนัยไม่ได้ควบคุมให้เธอเป็นตัวแทนของตัวเองอีกแล้ว เบื้องหน้านี้คือหุ่นเชิดที่ถูกชักใยอยู่เท่านั้น
“เนียร์ หยุดเถอะค่ะ ขอร้องล่ะ”เกลไม่อาจทำใจลงมือกับเนียร์ได้ ซึ่งในที่นี้ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าทำอะไรเธอทั้งนั้นทุกคนอาจยอมให้กิลตายไปเสียดีกว่าจะทำร้ายเธอได้
ไม่ต่างจากที่คิดไว้เลย เพราะงั้น....
‘ฆ่าฉัน’
ฆ่าเธอ...ก่อนที่เธอจะฆ่าทุกคนที่เธอรัก
กิลขบฟันแน่นแล้วดึงดาบออกจากมือเนียร์ใช้แรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดเงื้อดาบขึ้น ตัดสินใจลงดาบในคราเดียว!
“...ฆ่า..ฉัน...”
ไม่กี่ถ้อยคำจากคนตรงหน้า กลับชะงักมือของกิลได้ชะงัดเขามองเธออย่างตะลึง เมื่อกี้เพียงแวบเดียวเท่านั้นที่เขาเห็นเนียร์คนเดิมกลับมา
สีหน้าของเด็กสาวฉายชัดถึงความทรมาน เธอผละถอยเอามือกุมหัวคล้ายปวดศีรษะอย่างรุนแรง
“เนียร์?...เนียร์!” กิลมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เข้าใจผิดเมื่อกี้นี้เนียร์กลับมาเป็นตัวเธอเองจริงๆ แม้เป็นเพียงชั่ววินาทีเดียวก็ตามแต่นั่นบ่งบอกว่าตอนนี้เธอกำลังต่อสู้กับการควบคุมของท่านตนัยอยู่
ถ้าพยายามเรียกเธอกลับมายังมีสิทธิ์ที่เธอจะหลุดจากการควบคุม ทว่าพวกอั๊คไหวตัวทันรีบมาขวางไว้ไม่ให้เข้าใกล้เนียร์ได้
“ดีม”
ทันทีที่เห็นสัญญาณของอั๊คเลียนกับเอมคว้าแขนเนียร์ไว้คนละข้าง
“เอาล่ะ แขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย” ดีมว่าพลางโค้งตัว“งานเลี้ยงเลิกแล้ว คงต้องขอตัวลาเพียงเท่านี้”
“เอาเนียร์คืนมานะ!”
ฟิวส์คิดจะเข้าไปแย่งตัวเนียร์กลับมาแต่ก่อนจะไปถึงก็เกิดพายุขึ้นกะทันหัน ทำให้เขาชะงัก และยกแขนขึ้นกันแทนเมื่อลมสงบลงกลุ่มเด็กโรงเรียนเทพาพิทักษ์และเนียร์ก็หายไป
ราวกับพายุได้หอบพวกเขาไปด้วย