“เฮ้ย! พวกนายดูนั่นสิ!”
“หวังเฉินกำลังทำอะไรน่ะ?”
ในสนามกีฬาขนาดใหญ่จู่ๆ ก็มีเสียงอุทานดังขึ้น ผู้ชมคนหนึ่งชี้ไปที่จอโค้งดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ทันใดนั้นหลายคนได้ยินดังนั้น ก็มองตามนิ้วที่ชี้ไป
ปรากฏว่าในพื้นที่หนึ่งของจอถ่ายทอดสดภาพของหวังเฉินที่มาถึงทางเข้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา
“ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่? เขาก็แค่ตั้งใจจะเข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์แล้วรอจนกว่ารอบคัดเลือกจะจบลงไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ๆ ตอนนี้รอบคัดเลือกเข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้วผู้เข้าแข่งขันที่เข้าสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์จะไม่สามารถทำร้ายกันได้หวังเฉินคงคิดว่าแต้มของเขาเพียงพอแล้วเลยตั้งใจจะรอจนกว่ารอบคัดเลือกจะจบลงละมั้ง”
“จริงๆ เลย มีอะไรให้น่าตกใจขนาดนั้น!”
“...”
เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งในจอที่นั่งลงอย่างสงบผู้ชมก็เริ่มถกเถียงกัน หลายคนคิดว่าคนที่อุทานก่อนหน้านี้ออกจะโอเวอร์เกินไปหน่อย
ตอนนี้รอบคัดเลือกเข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้วผู้เข้าแข่งขันที่ได้แต้มเพียงพอ หากไม่ต้องการต่อสู้ต่อก็เป็นที่เข้าใจได้
เพราะหากอยู่รอดจนกว่าดันเจี้ยนจะปิดลงก็จะได้รับแต้มพิเศษ 100 แต้มมีน้อยคนนักที่จะเลือกสู้รบในขั้นนี้
ทุกคนต่างคิดที่จะประคองตัวให้รอดจนถึงที่สุดเพื่อให้ได้แต้มพิเศษ มิฉะนั้นแล้วในการจัดอันดับแต้มสุดท้ายอาจถูกผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกแซงหน้าได้
ดังนั้นเมื่อเห็นการกระทำของหวังเฉิน ผู้ชมจำนวนมากต่างส่ายหน้าและเริ่มหันไปดูสถานการณ์ของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นแทน
แต่ในตอนนี้...
“ไม่จริง! พวกนายดูให้ดี หวังเฉินไม่ได้เข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์!”
“เขา... นั่งอยู่ด้านนอกทางเข้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ต่างหาก!”
มีผู้ชมที่ช่างสังเกตคนหนึ่งจ้องมองจออย่างละเอียดและพบเส้นแบ่งเขตใต้เท้าของหวังเฉิน
“อะไรนะ?”
“เขาไม่ได้เข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นเหรอ?”
“จริงด้วย!”
“...”
เมื่อได้ยินคำพูดของคนผู้นั้นผู้ชมที่กำลังจะหันกลับก็กลับมาสนใจอีกครั้ง
เมื่อสังเกตอย่างละเอียดพวกเขาก็พบว่าสิ่งที่คนผู้นั้นพูดไม่ผิดเลย
“เขาจะทำอะไรกันแน่?”
“ยืนอยู่ที่ขอบเขตทางเข้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์โดยไม่เข้าไป แสดงว่า...เขาต้องการปิดทางเข้าอย่างนั้นเหรอ?”
“ไม่จริงน่า หวังเฉินเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?”
เมื่อสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆของหวังเฉิน ผู้ชมก็อดไม่ได้ที่จะคาดเดาในใจทุกคนต่างแสดงสีหน้าตกตะลึงและไม่เข้าใจ
“ปิดทางเข้า เขานี่กะจะหาเรื่องกับผู้เข้าแข่งขันทุกคนในเขตนั้นเลยสินะ!”
“ใครให้ความมั่นใจเขาขนาดนั้น? ต่อให้ก่อนหน้านี้เขาจะแสดงพลังที่แข็งแกร่งออกมาแค่ไหนเขาก็ควรรู้ว่าเขากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร!”
“ตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่ทั้งหมด 160 คนโดยเฉลี่ยแล้วแต่ละเขตจะมี 40 คน”
“หวังเฉินต้องการปิดทางเข้าจากนี้ไปเขาจะต้องเผชิญหน้ากับผู้เข้าแข่งขันอย่างน้อย 39 คน!”
“ต่อให้เขาแข็งแกร่งแค่ไหน ผู้เข้าแข่งขัน 39 คนแค่แต่ละคนถ่มน้ำลายคนละครั้งก็สามารถกดดันเขาได้แล้ว!”
เสียงอื้ออึงราวกับคลื่นทะเลดังขึ้นทั่วอัฒจันทร์ทุกสายตาที่มองหวังเฉินบนจอต่างแฝงไปด้วยความเย้ยหยันและตื่นตะลึง
เย้ยหยันที่หวังเฉินไม่รู้จักประมาณตนคิดจะท้าทายผู้เข้าแข่งขัน 39 คนเพียงลำพัง
ตื่นตะลึงที่หวังเฉินมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้และยังกล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่บ้าคลั่งเช่นนี้
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
“ไอ้หมอนี่มันหยิ่งผยองจริงๆ!”
“มหาวิทยาลัยเหยียนหลงนี่มีแต่พวกไม่รู้จักประมาณตนหรือไง?”
ในพื้นที่รับชมของผู้เข้าแข่งขันกู่ว่านชิ่ง อาจารย์ผู้ควบคุมทีมจากมหาวิทยาลัยหัวชิงมองไปที่ร่างที่นั่งอยู่หน้าทางเข้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์บนจอโค้งพลางเผยรอยยิ้มเย็นชา
“นี่คงเห็นว่าแต้มตัวเองเยอะเกินไป เลยนึกจะทำตัวไร้สาระยังไงก็ได้หรือไง?”
“เจ้าหนู โลกแห่งความจริงจะสั่งสอนนายให้รู้ซึ้งเอง!”
“จ้าวหมิงคงจากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวก็อยู่ในเขตนี้ด้วยต่อไปคงมีเรื่องสนุกให้ดูแน่!”
เมื่อคิดเงียบๆในใจ ใบหน้าของกู่ว่านชิ่งก็เต็มไปด้วยความขบขัน
ข้างที่นั่งของมหาวิทยาลัยหัวชิง
เฉินเสี่ยวหลินอาจารย์ผู้ควบคุมทีมจากมหาวิทยาลัยเหยียนหลงมองการกระทำของหวังเฉินบนจอพลางกระตุกมุมปากอย่างแรง
เขาไม่เคยคิดเลยว่าในช่วงเวลาที่รอบคัดเลือกกำลังจะสิ้นสุดลงหวังเฉินจะเลือกทำในสิ่งที่บ้าบิ่นถึงเพียงนี้
คนคนเดียวถึงกับขัดขวางผู้เข้าแข่งขันทุกคนในเขตหนึ่งเขาไปเอาความกล้ามาจากไหน?
“เจ้าเด็กดื้อคนนี้ คอยดูเถอะว่าฉันจะจัดการเขายังไงตอนกลับไป!”
เฉินเสี่ยวหลินคิดอย่างจนปัญญาในใจแต่สายตาของเขากลับแฝงไปด้วยความอิจฉาและความคาดหวังเล็กน้อย
แม้ว่าการกระทำของหวังเฉินจะดูเหมือนไม่รู้จักประมาณตนแต่...
โคตรเท่เลยให้ตายสิ!
เขาเองก็อยากทำเช่นนั้นมาตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่กล้าลงมือทำ ไม่รู้ว่าหวังเฉินจะทำสำเร็จหรือไม่
“มีคนมาแล้ว!”
ในเวลานั้นเองเฉินเสี่ยวหลินก็พลันกลั้นหายใจ สายตาจับจ้องไปที่ร่างที่ปรากฏขึ้นบนจอกะทันหัน
“ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเริ่มทยอยมาถึงกันแล้ว หวังเฉินจะป้องกันได้นานแค่ไหน?”
ทันใดนั้นความสนใจของผู้คนทั้งหมดก็ถูกดึงดูดไปยังภาพที่หวังเฉินอยู่
บ้างก็สมน้ำหน้าบ้างก็คาดหวัง
...
ในเวลาเดียวกัน
ดันเจี้ยนลับ‘สนามทดสอบ’ บริเวณทางเข้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ฝั่งตะวันออก
“สกัดทางเข้าด้วยตัวคนเดียว!”
“หวังเฉิน นายคิดว่านายไร้เทียมทานในหมู่ผู้เข้าแข่งขันแล้วหรือไง?”
ชายสวมเกราะที่มาถึงทางเข้ามองร่างอันหล่อเหลาพลางเผยแววตาดูถูก
เขาชื่ออู๋จ้าวอวิ๋นนักรบปฐพี ระดับผู้เปลี่ยนอาชีพขั้นสอง เลเวล 68
“ฉันยอมรับว่านายแข็งแกร่งมาก แต่คิดจะปิดทางเข้าแบบนี้…”
“นายกำลังเอาหอกไปกั้นล้อรถ!”
อู๋จ้าวอวิ๋นหัวเราะเยาะในใจพลางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าไปยังทางเข้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ด้วยท่าพุ่งชน
ฟุ่บฟุ่บ ฟุ่บ!
พลังเวทมนตร์สีเหลืองอำพันปกคลุมร่างกายของเขาเสียงฝีเท้าดังกึกก้องราวกับกลองศึกการพุ่งชนของเขาก่อให้เกิดพลังที่ราวกับกองทัพพันม้า
เป้าหมายของอู๋จ้าวอวิ๋นชัดเจนมากนั่นคือการข้ามผ่านหวังเฉินแล้วตรงเข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์
ท้ายที่สุดเขาก็รู้สถานะของตัวเองดีแม้จะไม่พอใจในการกระทำของหวังเฉินแต่ก็ต้องยอมรับว่าหวังเฉินที่สามารถครองอันดับหนึ่งในตารางอันดับได้นั้นต้องมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน
ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันอาจมีบางคนสามารถเอาชนะหวังเฉินได้ แต่คนผู้นั้นย่อมไม่ใช่เขา
แต่ความคิดของอู๋จ้าวอวิ๋นนั้นช่างสวยงามเหลือเกินทว่าในขณะที่เขาก้าวเท้าออกไป หวังเฉินก็หยิบดาบฟันเลื่อยออกจากแหวนมิติและยืนขวางทางพุ่งชนของอู๋จ้าวอวิ๋น
เมื่อเห็นภาพนี้แววตาของอู๋จ้าวอวิ๋นก็ฉายแววหงุดหงิด
เขาเลือกที่จะหลีกเลี่ยงแล้วแต่เจ้าหมอนี่กลับไม่ยอมปล่อย!
“คมดาบสะท้านโลกา!”
เมื่อมองไปที่หวังเฉินอู๋จ้าวอวิ๋นก็เหวี่ยงดาบสองมือในมือโดยตรงในระหว่างที่พุ่งชน
ในชั่วพริบตาผิวของดาบสองมือก็ถูกปกคลุมไปด้วยพลังเวทมนตร์อันเข้มข้นพร้อมกับเสียงหวีดหวิวอันแสบแก้วหู มันพุ่งตรงไปยังหวังเฉินอย่างรวดเร็ว
ทักษะ‘คมดาบสะท้านโลกา’ นี้เป็นทักษะระดับ Bและเป็นหนึ่งในทักษะพิเศษของนักรบปฐพีอู๋จ้าวอวิ๋นได้ลงทุนแต้มทักษะจำนวนมากเพื่ออัปเลเวลทักษะนี้จนเต็ม
พลังของมันแข็งแกร่งกว่าทักษะระดับBทั่วไปอย่างน้อยสามเท่า!
บนต้นไม้ใหญ่ที่ไม่ไกลนักหญิงสาวที่ซ่อนตัวอยู่อย่างระมัดระวัง มองภาพนี้ด้วยความคาดหวัง
“อู๋จ้าวอวิ๋นคนนี้จะสามารถทะลวงการปิดกั้นของหวังเฉินและเข้าสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ได้ไหมนะ?”