9 เสริฟเสียว : แขก VIP คนแรก
ค่ำคืนนี้ที่โรงแรมม่านรูดระดับพรีเมียมสไตล์รีสอร์ต "เดอะ พาราไดส์ ไฮด์อะเวย์" (The Paradise Hideaway) บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง แสงไฟสีส้มอมชมพูสลัวตลอดแนวทางเดินช่วยสร้างบรรยากาศลึกลับและน่าค้นหา มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์หรูราคาแพงที่แล่นเข้ามาจอดในซองจอดส่วนตัวเป็นระยะ ตามด้วยเสียงรูดม่านหนาพิเศษสีครีมปิดท้ายรถเพื่อตัดขาดห้องพักจากสายตาคนภายนอก
ในห้องพักพนักงานหลังร้าน กลิ่นน้ำยาปรับอากาศจางๆ อบอวลอยู่ท่ามกลางไอเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศตัวเก่า
"ก้อง" เด็กหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยวัยยี่สิบเอ็ดปี ยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองหน้ากระจกเงาบานใหญ่ เขาเอื้อมมือจัดปกเสื้อเชิ้ตพนักงานต้อนรับสีขาวสะอาด ยูนิฟอร์มประจำโซนวีไอพีของที่นี่ตัดเย็บเข้ารูปจนเกือบตึงเปรี๊ยะ ช่วยขับเน้นรูปร่างสูงใหญ่หนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรให้ดูสง่างาม แผงอกหนาและมัดกล้ามแขนขยายดันเนื้อผ้าจนกระดุมแทบปริ ทุกครั้งที่ขยับตัวลอนกล้ามท้องซิกแพกใต้ผ้าสีขาวจะนูนเด่น กางเกงสแล็กสีดำรัดรูปโอบกระชับช่วงสะโพกและบั้นท้ายกลมกลึงตามสไตล์หนุ่มแน่น เผยให้เห็นช่วงขาเรียวยาวแข็งแรงแบบนักกีฬาอย่างเด่นชัด
ก้องถอนหายใจออกมาเบาๆ แววตาคมเข้มฉายประกายความกังวลลึกๆ เมื่อคิดถึงปัญหาเรื่องเงินที่บ้าน หนี้สินนอกระบบงวดล่าสุดกำลังจะถึงกำหนดจ่าย และที่วิกฤตที่สุดคือค่าเทอมของน้องสาวคนเดียวที่ค้างจ่ายจนทางมหาวิทยาลัยยื่นคำขาดมาแล้ว ถ้างวดนี้หาเงินไปจ่ายไม่ได้ภายในสามวัน น้องสาวของเขาคงต้องโดนพักการเรียนแน่ๆ
"ก้อง! ยืนเหม่ออะไรอยู่?"
เสียงของ "พี่เจศ" หัวหน้ากะพนักงานต้อนรับดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ก้องสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันไปทางหัวหน้างาน
"ขอโทษครับพี่เจศ พอดีคิดอะไรเพลินไปหน่อยครับ" ก้องตอบพลางส่งรอยยิ้มสุภาพ
"เรื่องค่าเทอมน้องสาวกับหนี้ที่บ้านใช่ไหมล่ะ?" พี่เจศถามอย่างรู้ทัน น้ำเสียงเจือความเห็นใจ "เออ เอาเถอะ วันนี้มีงานด่วนเข้ามาพอดี ห้องสวีต VIP 99 แขกประจำกระเป๋าหนักเพิ่งเข้ามาเช็กอิน เป็นนักธุรกิจสาวใหญ่ที่เพิ่งขับรถสปอร์ตคันแพงมาคนเดียวท่าทางเหนื่อยๆ พี่เห็นแกหน่วยก้านดี สุภาพเรียบร้อย แล้วก็ขยันขันแข็งดี เลยอยากให้เข้าไปบริการเครื่องดื่มต้อนรับด้วยตัวเองหน่อย"
"คุณรินดา แขก VIP คนนั้นเหรอครับพี่?" ก้องถามหยั่งเชิง
"ใช่ แกก็รู้ว่าลูกค้าคนนี้ใจสปอร์ตและเปย์หนักขนาดไหน ยิ่งคนหน่วยก้านดีหน้าตาดีแบบแกเข้าไปบริการด้วยตัวเอง พี่เชื่อว่าเขาต้องเอ็นดูแกแน่ๆ ตั้งใจทำงานให้ดีล่ะ บางทีเงินค่าเทอมน้องสาวที่แกกังวลอยู่อาจจะได้มาง่ายๆ ในคืนนี้เลยนะ" พี่เจศตบบ่าเด็กหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ
"ครับพี่เจศ ผมจะดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดครับ" ก้องรับคำเสียงหนักแน่น
ก้องประคองถาดสเตนเลสแวววาวที่จัดเรียงขวดน้ำแร่พรีเมียมและแก้วเจียระไนอย่างประณีตเดินออกจากห้องพักพนักงาน เขาก้าวไปตามทางเดินยาวที่ปูด้วยพรมหนานุ่มโทนสีเทาดำ แสงไฟโทนอบอุ่นส่องกระทบผนังปูนเปลือยขัดมันเงา ทุกย่างก้าวเงียบสนิท ไร้เสียงฝีเท้า ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศส่วนกลางพัดโชยมาเบาๆ นำพาความรู้สึกแปลกใหม่ที่แฝงความตื่นเต้นเร้าใจเข้ามาในห้วงความคิด
เมื่อมาถึงหน้าห้อง VIP 99 ซึ่งเป็นห้องพักสวีตที่โอ่อ่าที่สุด ก้องยืนนิ่งปรับลมหายใจอยู่ชั่วครู่หน้าประตูไม้สักหนาแกะสลัก หัวใจเต้นระทึกด้วยความประหม่าปนคาดหวัง เขายกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ สามครั้งตามระเบียบ
"ขออนุญาตบริการเครื่องดื่มต้อนรับครับ" ก้องเอ่ยบอกเสียงทุ้มสุภาพ
"เข้ามาได้เลยค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก" น้ำเสียงหวานทุ้มต่ำแฝงเสน่ห์ของสตรีตอบรับกลับมาทันที
ก้องบิดลูกบิดสีทองเหลืองช้าๆ ผลักประตูเข้าไปด้านในห้องสวีต กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมโชยมาแตะจมูกทันที มันเป็นกลิ่นหอมโทนอบอุ่นเจือกลิ่นดอกมะลิและเปลือกไม้หอมราคาแพง ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม ผสมผสานกับไอเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในห้องพัก
ภายในห้อง VIP 99 ตกแต่งอย่างโอ่อ่า เตียงคิงไซส์ขนาดพิเศษล้อมรอบด้วยเสาไม้และผ้าม่านโปร่งแสงสีมุกทิ้งตัวจรดพื้น แสงไฟอัจฉริยะในห้องถูกปรับแต่งให้สลัวรางด้วยโทนสีส้มอมชมพูอบอุ่น สร้างบรรยากาศที่ให้ความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง มุมหนึ่งมีอ่างจากุซซีขอบกระจกใสขนาดใหญ่ที่พ่นฟองสบู่นุ่มนวล และจุดที่สะดุดตาที่สุดคือกระจกเงาบานใหญ่ฝังอยู่บนผนังตรงข้ามโซฟาหนังแท้สีเบจตัวยาว
บนโซฟาตัวนั้น ร่างอวบอิ่มสมส่วนของสตรีคนหนึ่งนั่งเอนกายพักผ่อนอยู่ในท่วงท่าผ่อนคลายสบายอารมณ์
เธอคือ "คุณรินดา" นักธุรกิจสาวใหญ่วัยสี่สิบสามปี เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางระดับประเทศ แม้ตัวเลขอายุจะล่วงเข้าสู่วัยกลางคน แต่ผิวพรรณของเธอกลับดูขาวเนียนละเอียดราวกับหยุดเวลาไว้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวรูปไข่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาชวนมอง ดวงตาคมเรียวทอประกายความมั่นใจอย่างผู้มีอำนาจ ริมฝีปากอวบอิ่มทาลิปสติกสีแดงระเรื่อ เธอสวมชุดเดรสทำงานผ้าซาตินเนื้อนุ่มสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บประณีตที่ช่วยเน้นส่วนโค้งเว้าของเอวคอดกิ่วและสะโพกผายกลมกลึงอย่างชัดเจน คอเดรสคว้านลึกเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนตึงแน่น ชายเดรสสั้นรั้งขึ้นมาเหนือเข่ายามนั่ง เผยเรียวขาขาวผ่องละเอียดอ่อน เธอสลัดรองเท้าส้นสูงสีดำคู่แพงไว้ข้างเตียง ปล่อยเรียวขาอวบอิ่มสะท้อนแสงไฟสลัวอย่างมีเสน่ห์ดึงดูด
รินดาละสายตาจากแท็บเล็ตทำงานในมือ เหลียวมามองก้อง สายตาคู่สวยไล่ระดับสำรวจร่างกายกำยำของเด็กหนุ่มอย่างเปิดเผยตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอยิ้มพึงพอใจเมื่อเห็นใบหน้าคมคาย แผงอกหนา ไหล่กว้าง และลอนกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตพนักงานตัวบางของเขา
ก้องรู้สึกหน้าร้อนวาบกับสายตาอันร้อนแรงที่จ้องมองร่างกายของเขา บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดและอบอวลไปด้วยความดึงดูดใจอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มพยายามเลี่ยงสายตาและก้มหน้าลงเล็กน้อยพลางประคองถาดอย่างนอบน้อม
"น้ำแร่เย็นกับเครื่องดื่มต้อนรับครับคุณผู้หญิง" ก้องเอ่ยขณะขยับเข้าไปใกล้โต๊ะข้างโซฟา
รินดาปิดแท็บเล็ตลงแล้วขยับเรียวขาอวบอิ่มไขว่ห้างช้าๆ ส่งผลให้เดรสผ้าซาตินสีน้ำเงินรั้งขึ้นสูง เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนสะกดตาและสะโพกผายที่เบียดชิดกับโซฟาหนัง เธอส่งรอยยิ้มพราวเสน่ห์ให้พนักงานหนุ่มรุ่นน้อง
"วางไว้ตรงนั้นแหละจ้ะ... ขอบใจมากนะ" น้ำเสียงหวานทุ้มของเธอดังขึ้นใกล้ๆ
ก้องย่อตัวลงเพื่อวางขวดน้ำแร่และแก้วลงบนโต๊ะไม้ขัดมันอย่างระมัดระวัง จังหวะนั้น รินดาจงใจควงปากกาหมึกซึมสีทองในมือเล่น ก่อนจะแกล้งปล่อยให้หลุดมือร่วงลงสู่พื้นพรมหนานุ่มเบื้องล่าง ปากกาสีทองกลิ้งไปหยุดอยู่ใกล้ปลายเท้าเปลือยเปล่าขาวผ่องของเธอพอดี
"อุ๊ย ปากกาตก... ช่วยเก็บให้พี่หน่อยได้ไหมคะน้อง..." รินดาแสร้งเอ่ยปากพลางส่งยิ้มหวาน ดวงตาคู่สวยสบตากับก้องอย่างมีเลศนัย
"ได้ครับคุณผู้หญิง" ก้องรับคำทันที
ก้องโน้มตัวลงไปเก็บปากกาให้เธอตามหน้าที่ ทว่าการเคลื่อนไหวนั้นทำให้กางเกงสแล็กสีดำเนื้อดีดึงรั้งเข้ากับสะโพกและบั้นท้ายแกร่งของชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปี ขับเน้นรูปร่างกล้ามเนื้อขาและสะโพกที่ตึงแน่นตามแบบฉบับนักกีฬาอย่างชัดเจน รินดาที่จ้องมองอยู่จากด้านหลังเอนตัวพิงพนักโซฟา สายตาไล่กวาดมองแผ่นหลังกว้างและบั้นท้ายกลมแน่นของเด็กหนุ่มอย่างพึงพอใจ แววตาของเธอเต็มไปด้วยกระแสความตื่นเต้นและความปรารถนาในเรือนร่างสดใหม่แกร่งกร้าวของพนักงานต้อนรับตรงหน้า
ในจังหวะที่ก้องเก็บปากกาได้และเริ่มยืดตัวขึ้น รินดาจงใจขยับขาขาวนวลเลื่อนเข้ามาสัมผัสโดนแขนและช่วงขาของเขาอย่างแนบเนียน ผิวต้นขาเนียนละเอียดของเธอเบียดเฉียดเข้ากับท่อนแขนและต้นขาแกร่งของเด็กหนุ่มจนเนื้อผ้าสแล็กเสียดสีกับผิวเนื้ออุ่นนุ่ม สัมผัสที่จงใจหยิบยื่นให้ประกอบกับกลิ่นน้ำหอมละมุนที่โชยมาปะทะจมูกทำให้หัวใจของก้องกระตุกวูบ ร่างกายส่วนลึกเริ่มตอบสนองต่อแรงกระตุ้นอย่างรวดเร็ว
"ปากกาครับคุณผู้หญิง" ก้องพยายามควบคุมน้ำเสียงทุ้มให้เป็นปกติ ยื่นปากกาส่งคืนให้รินดาด้วยมือที่สั่นไหวเล็กน้อย
รินดาเอื้อมมือไปรับปากกา ทว่าแทนที่จะหยิบไปเฉยๆ ปลายนิ้วเรียวและฝ่ามือนุ่มของเธอกลับไล้สัมผัสผ่านหลังมือและข้อนิ้วแกร่งของเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ จงใจลากผ่านผิวเนื้ออุ่นราวกับจงใจท้าทาย ดึงสายตาของก้องให้ต้องก้มลงประสานกับแววตาฉ่ำหวานของเธอ
"ขอบใจมากนะจ๊ะ... ชื่ออะไรล่ะเรา รูปร่างดีจัง ไม่น่ามาทำงานพาร์ตไทม์กะดึกให้เหนื่อยเลยนะ" รินดาถามอย่างเป็นกันเอง น้ำเสียงนุ่มนวลแฝงความหยอกเย้า
"ผมชื่อก้องครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องต้องใช้เงินด่วน ผมเลยมาทำงานพาร์ตไทม์หาเงินส่งตัวเองเรียนครับ" ก้องตอบตรงๆ อย่างสุภาพ แววตาคมวูบไหวเมื่อนึกถึงวิกฤตค่าเทอมของน้องสาวที่ค้างจ่ายอยู่
รินดาพยักหน้ารับช้าๆ ส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดู "ก้องงั้นเหรอ... เด็กดีกตัญญูแบบนี้พี่ชื่นชมจังเลยนะ คนขยันแถมหน่วยก้านดีน่ามองแบบนี้ หาได้ยากจริงๆ ในสมัยนี้"
เธอขยับตัวนั่งตรง เอียงไหล่และบ่ามนขาวเนียนสะท้อนแสงไฟ พลางยกมือบีบต้นคอตัวเองเบาๆ ก่อนจะถอนลมหายใจยาวคล้ายเหน็ดเหนื่อยเสียเต็มประดา
"เฮ้อ... วันนี้พี่ประชุมเหนื่อยมาทั้งวันเลย นั่งรถเดินทางไกลหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึงที่นี่ รู้สึกปวดเกร็งตึงไปหมดทั้งตัว โดยเฉพาะช่วงบ่ากับไหล่นี่เมื่อยตึงไปหมด... ก้องพอจะนวดจับเส้นเป็นบ้างไหมจ๊ะ? มาช่วยบีบบ่าคลายเส้นให้พี่หน่อยสิ รับรองว่าพี่ไม่ให้เราช่วยเปล่าๆ หรอกนะ"
รินดาส่งสายตาเย้ายวนกึ่งท้าทาย ก้องชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกประหม่าที่ต้องแตะต้องตัวลูกค้าสตรีระดับวีไอพี ทว่าเมื่อคิดถึงเงินค่าเทอมของน้องสาวที่ต้องจ่ายให้ทันเวลา รวมถึงท่าทางที่เป็นกันเองของสาวใหญ่ใจสปอร์ตตรงหน้า เด็กหนุ่มจึงยอมพยักหน้าตอบรับ
"พอได้อยู่ครับ... ถ้าอย่างนั้น ขออนุญาตนะครับพี่รินดา" ก้องเปลี่ยนคำเรียกตามบรรยากาศที่เริ่มผ่อนคลายลง
ก้องก้าวเดินอ้อมไปทางด้านหลังของโซฟาหนัง ร่างกายสูงใหญ่ทอดเงาทับร่างของเธออย่างเงียบกริบ รินดาพิงศีรษะและบ่ามนเข้าหาพนักโซฟา เผยให้เห็นต้นคอขาวผ่องและแผ่นหลังเนียนละเอียดครึ่งบนที่พ้นรอยเว้าลึกของเดรสผ้าซาติน ก้องยื่นมือใหญ่ทั้งสองข้างที่อุ่นจัดและเต็มไปด้วยพละกำลัง ทาบลงบนไหล่มนและบ่าอวบอิ่มนุ่มลื่นของเธออย่างระมัดระวัง
ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสผิวเนื้ออุ่นนุ่มของหญิงสาวคราวพี่ ก้องรู้สึกได้ถึงความเนียนละเอียดอ่อน ผิวของเธออุ่นจัดและลื่นมือราวผ้าแพร กลิ่นกายหอมกรุ่นโชยเข้าจมูกในระยะประชิด ยิ่งกระตุ้นให้หัวใจเด็กหนุ่มเต้นรัว ก้องค่อยๆ ออกแรงกดคลึงฝ่ามือและบีบเน้นลงไปบนกล้ามเนื้อบ่าที่ตึงเกร็ง น้ำหนักมืออันหนักแน่นและมั่นคงของเด็กหนุ่มทำให้รินดาส่งเสียงครางผ่อนคลายในลำคอเบาๆ "อืมมม... อ๊า..."
"อืม... น้ำหนักมือดีจัง ก้อง... บีบเน้นได้ตรงจุดดีเหลือเกิน... อูยยย... อุ่นสบายมือดีจัง..."
รินดาเผยอปากครางแผ่วเบาด้วยความผ่อนคลาย ศีรษะของเธอเอนหงายไปทางด้านหลังจนเส้นผมหอมนุ่มสัมผัสเฉียดกับหน้าขาของก้องที่ยืนอยู่ด้านหลัง สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้เด็กหนุ่มเกร็งกล้ามเนื้อขาแน่น ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้น ความอุ่นของผิวกายบวกกับการเอนตัวที่ทำให้เดรสผ้าซาตินรัดตึงและเน้นเนินหน้าอกอวบอิ่มคู่โตที่โผล่พ้นขอบเสื้ออ้ากว้าง ยามมองลงมาจากด้านบน ภาพเนินอกขาวผ่องเต่งตึงและร่องอกลึกสะท้อนเข้าสู่สายตาของก้องอย่างเต็มตา ปลุกเร้าอารมณ์ดิบในกายของเด็กหนุ่มให้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างไม่อาจต้านทาน
ความตื่นตัวตามธรรมชาติของวัยหนุ่มทำให้บางสิ่งภายใต้กางเกงสแล็กสีดำขยายขนาดและดันเนื้อผ้าขึ้นมานูนเด่นชัดเจน ความตึงเครียดแล่นพล่านจนรู้สึกเสียวซ่านอึดอัด รินดาซึ่งเหลือบมองเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ตรงหน้า เห็นทั้งใบหน้าคมคายที่แดงซ่าน แววตาคมสั่นไหว และเป้ากางเกงที่ปูดนูนออกมาราวกับจะประจานความรู้สึกข้างในของเด็กหนุ่ม เธออมยิ้มอย่างพึงพอใจในเสน่ห์ของตนเอง
รินดาหยิบกระเป๋าเงินแบรนด์เนมที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา เปิดออกเผยปึกธนบัตรสีเทาใบละพันบาทหนาเตอะ เธอดึงธนบัตรออกมาสามใบแล้วเอี้ยวตัวกลับมาเล็กน้อย ยื่นส่งทับลงบนฝ่ามืออุ่นหนาของก้องที่กำลังบีบนวดไหล่ให้เธออยู่
"ทิปแรกสำหรับน้ำหนักมือที่ถูกใจพี่นะก้อง..." รินดากระซิบเสียงเบา ส่งสายตาฉ่ำหวานเย้ายวนอย่างมีความหมาย
ก้องมองธนบัตรใบละหนึ่งพันสามใบในฝ่ามือด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม ปัญหาเรื่องเงินที่บ้านแล่นเข้ามาในหัวทันที เงินสามพันบาทที่ได้มาอย่างง่ายดายภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที มันสามารถประทังความขัดสนและช่วยเหลือน้องสาวได้ทันท่วงที ความประหม่าและความเกรงใจในตอนแรกเริ่มมลายหายไป สิ้นสลายลงด้วยความจำเป็นและแรงดึงดูดอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของสตรีตรงหน้า
"พี่รินดาครับ... มันมากเกินไปสำหรับแค่นวดไหล่ครับ" ก้องกระซิบตอบ น้ำเสียงสั่นไหวเล็กน้อย
รินดาหัวเราะเสียงหวานเบาๆ ในลำคอ ท่าทางของเธอดูเย้ายวนอย่างยิ่ง เธอยืดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างช้าๆ แล้วหมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับก้องในระยะประชิด กลิ่นกายหอมกรุ่นและไออุ่นจากเนื้อหนังแผ่ซ่านล้อมรอบตัวเด็กหนุ่มจนหัวใจเต้นไม่เป็นร่ำเป็นสัน เธอสบสายตาคมกริบของเขาตรงๆ
จากนั้น มือเรียวสวยเอื้อมไปจับหัวซิปสีทองที่อยู่ด้านข้างชุดเดรสซาตินเนื้อนุ่ม รินดาจงใจรูดซิปนั้นลงต่ำช้าๆ เสียงฟันซิปเสียดสีกันดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบงัน *รูด... ฟรูด...* ตัวเดรสร่วงหล่นลงมาพาดผ่านไหล่เนียน เผยให้เห็นผิวขาวละเอียดลออ และเนินอกอวบอิ่มขาวผ่องที่ล้นทะลักพ้นขอบบราลูกไม้สีดำเนื้อบางเฉียบจนเห็นส่วนอ่อนไหวสีหวานรำไร ทุกจังหวะลมหายใจส่งผลให้ทรวงอกคู่งามขยับกระเพื่อมไหว สะกดสายตาของก้องให้จ้องมองนิ่งงันราวกับต้องมนตร์สะกด ลำคอแห้งผากขึ้นมาทันที
รินดาสบสายตาคมเข้มของก้องที่จ้องมองเนินเนื้อขาวละมุนของเธอด้วยแววตาเป็นประกาย ร่างกายของเด็กหนุ่มเกร็งกระตุกพร้อมลมหายใจที่หอบกระเส่า ขณะที่เป้ากางเกงของเขาขยายตัวตึงแน่นทักทายสายตาเธออย่างซื่อตรง เธอยิ้มยั่วเย้าหวานฉ่ำ ยื่นใบหน้าสวยเข้าไปกระซิบข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงกระเส่าชวนใจสั่น
"นี่แค่ทิปแรกนะก้อง... ถ้าอยากได้เงินก้อนใหญ่กว่านี้ไปจ่ายหนี้และค่าเรียนน้องสาวให้สบายใจ... สนใจจะทำงานบริการพิเศษ คอยดูแลและคลายเหงาให้พี่ทั้งคืนต่อไหมจ๊ะ? พี่จ่ายให้ไม่อั้นเลยนะ..."
ข้อเสนออันแสนเย้ายวนพร้อมภาพเนินอกขาวสะพรั่งและยอดอกสีหวานที่อวดโฉมอยู่ตรงหน้า ทำให้ก้องตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดห้วง อารมณ์ดิบและความตื่นตัวในกายพุ่งทยานจนถึงขีดสุด เขาไม่อาจถอนสายตาจากเรือนร่างที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ลุ่มลึกของสตรีวัยผู้ใหญ่คนนี้ได้อีกต่อไป