“มีคนออกมาจากถนนทิศใต้?แถมยังเร็วขนาดนี้?”
“ถนนทิศใต้นั้นเป็นเส้นทางที่ยากที่สุดขนาดพวกเรามาจากทางทิศอื่นยังมาถึงก่อนเขาเพียงหนึ่งวันเองนะ!”
“จะต้องมีวิธีการพิเศษอย่างแน่นอน!หากว่าพวกเราได้มาจะต้องเป็นประโยชน์กับงานเปิดเขตแดนครั้งหน้า!”
สายตาของพวกรุ่นเยาว์ที่มาถึงก่อนแล้วเริ่มเปล่งประกายความโลภขณะที่ถกเถียงกันแน่นอนว่าต่อให้ได้วิธีการพิเศษของเย่ฉีมาพวกเขาก็ไม่สามารถนำไปใช้เองได้ แต่หากมอบให้กับราชันของตนใครจะรู้เล่าว่าพวกเขาจะได้สิ่งตอบแทนมากขนาดไหนต้องรู้ว่าทุกครั้งที่มีการเปิดเขตแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเส้นทางทิศใต้ถือเป็นสถานที่ต้องสาปมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยผ่านผาสายลมมาได้
เมื่อรวมเข้ากับการประลองในวันที่หกจำนวนคนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากหากคนจากโลกไหนถูกสุ่มได้อยู่ทางทิศใต้จำนวนมากก็แทบจะเรียกได้ว่าหมดสิทธิ์ในการเอาชนะแดนศักดิ์สิทธิ์แล้วพวกเขาที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นรุ่นเยาว์ที่อยู่ในระดับสูงลิ่วทั้งนั้นทำให้การตัดสิ้นแพ้ชนะด้วยจำนวนคนมีผลอย่างยิ่งยวด
แน่นอนว่าความโลภนี้เกิดขึ้นกับบางคนเท่านั้นสาเหตุก็คือพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมงานชุมนุมในวันแรกในวันงานนั้นมีเพียงชนชั้นสูงและเหล่าผู้นำทัพเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่งานชุมนุมชั้นบนซึ่งเป็นที่รวมตัวของผู้นำโลกดังนั้นคนที่เห็นเย่ฉีจึงมีไม่มากนักนอกจากบางคนที่เห็นตอนเขากำลังเดินเข้าสู่งานที่เหลือล้วนเป็นบุคคลสำคัญเท่านั้นที่รับรู้ถึงตัวตนของเย่ฉี
ในสระหยกราตรีตอนนี้มีผู้นำทัพอยู่สามคนและทั้งสามคนก็ล้วนเคยเห็นเย่ฉีมาก่อนแล้วแน่นอนว่าคำพูดของผู้ติดตามก่อนหน้าต้องทำให้พวกเขาขมวดคิ้วขึ้นมาบ้างอย่างเหนื่อยหน่ายคนเหล่านี้โลภจนเกินไปและมันจะนำหายนะมาสู่ตนเองถึงพวกเขาจะแปลกใจที่เย่ฉีนั้นอยู่ต่ำกว่าบรรพชนโบราณแต่ก็ไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะด้อยกว่าตัวเองแม้แต่น้อย
พวกเขาไม่ใช่ไท่เหล่ยที่มาจากสมาพันธ์เจ็ดดาราสมาพันธ์นี้ก่อตั้งมาไม่นาน แม้จะมีความแข็งแกร่งแต่ก็แตกต่างจากโลกระดับสูงอื่นๆสิ่งที่แตกต่างกันนั้นก็คือประวัติศาสตร์!ไม่ต้องกล่าวว่าเย่ฉีเป็นใครเพียงแค่ผู้หนุนหลังของเขาก็สร้างประวัติศาสตร์เอาไว้มากมายนับไม่ถ้วน!ตัวตนของผู้นำทัพรุ่นเยาว์ในยุคนี้ต่อให้สูงส่งขนาดไหนก็ยังมีเพียงหนึ่งราชันที่อยู่เบื้องหลังทว่าเย่ฉีนั้นมีถึงสองราชัน!
“หุบปากของพวกเจ้าไปซะ!หากพวกเจ้าคิดจะทำตามที่พูดข้าก็จะไม่ห้ามแต่จงจำไว้ว่าข้าจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเด็ดขาด!”
คำพูดลักษณะนี้ถูกกล่าวออกมาจากชายหนุ่มทั้งสามคนที่นั่งอยู่บนหยกบงกชดอกที่ห้าพวกเขาจ้องมองไปยังเย่ฉีอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเริ่มเข้าสู่สมาธิอีกครั้ง
ท่าทีของผู้นำมีผลอย่างมากต่อผู้ติดตามถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พูดอะไรมากแต่ก็ยังทำให้เกิดเป็นคลื่นลูกใหญ่ซัดอยู่ในจิตใจของเหล่าผู้ติดตามในเวลาเดียวกันนั้นเย่ฉีก็เริ่มก้าวเดินไปยังบงกชหยกดอกที่สอง....บงกชทั้งสองดอกล้วนยินยอมให้เขาเหยียบย่างไปอย่างไรการขัดขืน!
“เฮ้ๆมีบางคนออกมาจากถนนทิศใต้ได้ด้วย? น่าสนใจจริงๆ”
ทางถนนทิศตะวันตกมีเงาของคนกลุ่มหนึ่งค่อยๆใกล้เข้ามา กลุ่มนี้มีอยู่ทั้งหมดสี่คนเป็นชายสามหญิงหนึ่งชายทั้งสามคนนั้นมีรูปร่างผอมบางใบหน้าตรอบซูบส่วนสตรีที่อยู่ด้านหลังก็ร่างกายผอมเล็กใบหน้าขาวซีดราวกับผีดิบคนทั้งสี่ค่อยๆ เดินออกมาพร้อมกับดวงตาที่ชั่วร้าย
การมาถึงของพวกเขาเรียกความสนใจได้ไม่น้อยทำให้เกิดเสียงพูดคุยขึ้นมาแม้กระทั่งกลุ่มผู้นำเองก็ตามในคนกลุ่มนี้มีอยู่คนหนึ่งที่พวกเขาต้องให้ความสำคัญ ฉูหงหยาง!ทายาทของผู้นำโลกวิญญาณและเป็นฝาแฝดคนน้องของฉูโหยวหนึ่งในผู้นำทัพรุ่นเยาว์ของยุคนี้
ฉูหงหยางนำผู้ติดตามเดินเข้ายังฝั่งทิศตะวันตกของสระซึ่งมีกลุ่มคนที่สวมเกราะสีทองอร่ามกำลังนั่งอยู่บนดอกบงกชหยกสี่คนผู้ที่นั่งอยู่ในบงกชดอกที่ห้าก็คือเอ๋ออ้าวเทียนลูกชายของขุนพลสวรรค์ขั้นที่สิบ!เขาคือรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นและแข็งแกร่ง!ด้วยอายุเพียงยี่สิบสามปีก็ได้รับตำแหน่งขุนพลขั้นที่สองและตอนนี้ก็มีข่าวลือว่าเขากำลังจะทดสอบขุนพลขั้นที่สามด้วย
ไม่รู้เป็นเพราะเวรกรรมอันใดของทั้งคู่สำหรับฉูหงหยางและเอ๋ออ้าวเทียนนั้นเป็นศัตรูกันมานานหลายปีตั้งแต่อายุยังน้อยหลังจากนั้นมาก็มีโอกาสเจอกันอีกหลายครั้งในสถาบันการศึกษาความบาดหมางของทั้งคู่ยิ่งมายิ่งทวีเพิ่มขึ้น!ฉูหงหยางนั้นไม่ได้แข็งแกร่งพอจะทัดเทียมกับเอ๋ออ้าวเทียนความต่างของทั้งสองยังห่างกันอยู่ช่วงหนึ่งแต่ว่าฉูโหยวคนพี่นั้นแข็งแกร่งกว่าเอ๋ออ้าวเทียนอย่างแน่นอน!
“จิ๊จิ๊ใครจะคิดว่าข้าจะถูกสุ่มมาอยู่เส้นทางเดียวกับท่านขุนพลสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่? นี่นับเป็นเกียรติแก่ข้าน้อยยิ่งนักที่ได้พบท่านขุนพลสวรรค์!”
ฉูหงหยางเดินเข้ามาพร้อมกับผายมือโค้งคารวะอย่างสุภาพแต่ท่าทีเช่นนี้ใครดูก็รู้ว่าเป็นการยั่วยุ! ผู้ติดตามของเอ๋ออ้าวเทียนลุกขึ้นยืนจ้องมองไปยังอีกฝ่ายอย่างเย็นชาส่วนเอ๋ออ้าวเทียนนั้นยังคงนิ่งเฉยไม่สนใจเขาเรื่องเช่นนี้เขาเจอมาเยอะแล้ว การใช้เวลาไปกับฉูหงหยางคือสิ่งที่ไร้ประโยชน์อย่างแท้จริง!
“ฉูหงหยาง!ถึงจะอยู่ในเส้นทางเดียวกันแต่ก็มีพื้นที่ให้เลือกมากมาย...เจ้าอย่าได้ทำให้เรื่องมันยุ่งยาก!”
ชายหนุ่มร่างกำยำผิวคล้ำคนหนึ่งจ้องมองไปยังฉูหงหยางอย่างดุดันทำให้ฉูหงหยางเปลี่ยนท่าทีเป็นเย็นชาจ้องมองเขาด้วยความเย้ยหยัน
“เจียวสุ่ยเจ้ามันก็แค่สุนัขที่คอยตามตูดเอ๋ออ้าวเทียนเจ้าอาศัยอะไรมาข่มขู่ข้า?”
“ข้าไม่ใช่สุนัข!หากเจ้าไม่หยุดพูดเชื่อไหมว่าข้าจะตัดลิ้นเจ้า!”
เจียวสุ่ยเป็นคนอารมณ์ร้อนและตรงไปตรงมาเขาติดตามเอ๋ออ้าวเทียนมานานและปะทะกับฉูหงหยางหลายครั้ง ทั้งสองนั้นแข็งแกร่งพอๆกันแต่ก็ไม่เคยต่อสู้กันอย่างจริงจังมาก่อนแน่นอนว่าทุกครั้งฉูหงหยางเป็นฝ่ายยั่วยุ!
“อ๋อ...ข้าก็เห็นว่าเจ้าตามติดเอ๋ออ้าวเทียนตลอดเวลาอืม...เช่นนั้นข้าต้องขอโทษด้วยที่กล่าวว่าเจ้าเป็นสุนัข!”
ฉูหงหบางลากเสียงยาวกล่าวออกมาอย่างจริงใจขณะที่ฝั่งเจียวสุ่ยยังคงจ้องมองไปที่เขาอย่างเย็นชาแต่ไฟโทสะในใจก็เริ่มเบาบางลงไม่น้อยเจียวสุ่ยส่ายหัวอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเตรียมนั่งลงทว่าก็ต้องชะงักให้กับพูดต่อมาของฉูหงหยาง
“อืม...ข้าควรรู้ให้เร็วกว่านี้แท้จริงเจ้าและเอ๋ออ้าวเทียนจะต้องเป็นคู่รักวิปลาส!”
เจียวสุ่ยแทบจะกระอักเลือดออกมาโกรธจนหน้าแดงต้องการจะพุ่งเข้าไปเพื่อตบปากฉูหงหยางเอ๋ออ้าวเทียนเองก็ไม่สามารถทนไหวเช่นกัน ดวงตาเขาจ้องมองไปยังชายหน้าตรอบซูบด้วยจิตสังหาร!ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้ลงมือความสนใจของคนทั้งหมดก็พลันเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งไปยังฝั่งสระทางทิศใต้!
เคลื่อนน้ำที่เกิดจากการสั่นสะเทือนกระจายออกไปเป็นวงกว้างโดยมีต้นตอมาจากดอกบงกชหยกที่เย่ฉียืนอยู่เวลานี้...บงกชดอกที่ห้า!นี่หมายความว่าตอนนี้เขาอยู่ในระดับเดียวกับผู้นำทัพรุ่นเยาว์เหล่านั้น
และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือตอนนี้เย่ฉีกำลังก้าวเท้าเดินไปยังดอกที่หก!แก่นแท้ของบงกชหยกคือการยอมรับ สิ่งที่มันทดสอบก็คือพรสวรรค์!ดังนั้นอย่าว่าแต่บงกชทั้งสิบระดับเลย ต่อให้เป็นตำหนักกลางสระก็ยังไม่เพียงพอที่จะทดสอบเขา!
“เห...เด็กนี่เป็นใครกัน?ดูท่าว่าจะไม่ใช่เพราะโชคช่วยเสียแล้วที่ทำให้เขาผ่านถนนทิศใต้มาได้...ฮี่ฮี่น่าอร่อยเสียจริง!”
ฉูหงหยางเลีบริมฝีปากขณะจ้องมองไปยังเย่ฉีที่เริ่มตรงไปยังบงกชดอกที่หกและตอนนั้นสายตาของเอ๋ออ้าวเทียนก็เปล่งประกายระยิบ!
‘สารเลวนี่ไม่รู้ถึงตัวตนของเด็กคนนั้นฮ่าๆ ยอดเยี่ยม! มาดูกันว่าครั้งนี้พี่ชายเจ้าจะช่วยเจ้าได้หรือไม่!’
“เป็นเพียงมนุษย์ตัวจ้อยที่ได้รับโคกลับกล้าข้ามหน้าข้ามตาขุนพลสวรรค์เช่นข้า!”
เอ๋ออ้าวเทียนสบถออกมาอย่างไม่พอใจพร้อมกับสายตาเย็นชาจ้องมองไปยังเย่ฉีแม้เขาจะพูดออกมาอย่างแผ่วเบาแต่ก็ยังมีช่องโหว่ให้เล็ดลอดออกไปโดยเฉพาะเรื่องของวิธีการพิเศษในการผ่านถนนทิศใต้นั้นเขายิ่งจงใจพูดออกมาอย่างละเอียดและมันก็ทำให้ฉูหงหยางดวงตาเปล่งประกาย!
“ฮ่าๆเอ๋ออ้าวเทียนเจ้าอย่าได้ยื่นมือเข้ามา! เด็กนั่นคือเหยื่อของข้า!”
เสียงของฉูหงหยางดังขึ้นแสบแก้วหูขณะที่ร่างของคนทั้งกลุ่มกลายเป็นเงาสีดำพุ่งไปยังม่านพลังของทางเขตทิศใต้!เห็นดังนั้นร่างของเอ๋ออ้าวเทียนก็ผุดลุกขึ้นเตรียมจะพุ่งตามไปแต่ก็ต้องชะงักลงเพราะเสียงของฉูหงหยาง
“เฮ้ๆจะดีหรือหากเจ้าตามข้ามา? ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังเตรียมตัวเลื่อนขั้นขุนพลสวรรค์หรือไง?”
แน่นอนว่าเอ๋ออ้าวเทียนต้องแสดงท่าทีขัดใจออกมาก่อนกัดฟันกรอดและนั่งลงเช่นเดิมในใจของเขายินดีอย่างลิงโลดแต่ก็เป็นชั่วเวลาเดียวเท่านั้นเพราะพริบตานั้นร่างทั้งร่างของเขาก็พลันสั่นสะท้านสันหลังเสียววาบเขารีบหันไปยังทิศทางของต้นตอและก็เจอเข้ากลับสายตาของคนเพียงผู้เดียวที่อยู่ในฝั่งทิศใต้เย่ฉีหันมามองเขาเพียงพริบตาเดียวเท่านั้นก่อนจะละสายตาไปแต่มันก็ทำให้หน้าผากของเขาผุดเม็ดเหงื่อขึ้นมา