เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 50 ง้าวกระดูกโลหิตวิญญาณมาร

    " นี่เเกกำลังจะทำอะไร! "

    กิวมาโด้หนาวสะท้านจนถึงไขสันหลัง มันเเหงนมองเส้นสายกรงเพลิงกำกับวิญญาณเเผดเผาที่ครอบคลุมสูงเหนือศีรษะ เเละเเท่งเสาเสียดฟ้าร้อนเเรงนับไม่ถ้วนกางกั้นทั่วทั้งสิบทิศ

    เเม้ลำแสงเพลิงดูเหมือนจัดวางค่อนข้างห่าง เเต่เปลวเพลิงร้อนลวกที่ลุกท่วมโชติช่วงล้วนมีเเรงดึงดูดเข้าหากัน พวกมันทั้งโลมเลียสอดประสานเป็นหนึ่งเนื้อเดียวกัน ประดุจผืนผ้าเเพรเงางามสีเเดงเพลิง บดบังทุกช่องทางหลบหนี เเทบไร้ผลหากคิดจะใช้กำลังลองฝ่าออกไป

    " ถามได้... ก็ฆ่าเเกไง "

    ใบหน้าเปื้อนโลหิตของเทียบยังคงนิ่งเฉย เเต่ถ้อยวจียังคงความเถรตรงเป็นปัจเจกเอกลักษณ์

    " องค์กรพรายมืดไม่เคยละเว้นใครก็ตามที่ขัดขืนขวางทาง กะ... เเกไม่กลัวผลที่ตามมารึ "

    จอมปีศาจกำชับเน้นย้ำถึงผลร้ายชวนให้เขากังวลเเละลังเล เเต่ยิ่งมันพูดโน้มน้าวมากเท่าไหร่ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความหวาดกลัวอันมืดมิดที่เกาะกุมอยู่ในใจมากขึ้นเท่านั้น

    เรื่องราวเช่นนี้ในโลกใต้ดินที่เทียบเคยสังกัดอยู่ ล้วนพบเห็นชินตาถึงห้วงอารมณ์หวาดหวั่นยากควบคุมมานักต่อนัก!

    " อ่อนหัดสิ้นดี! ถ้าวันนี้ปล่อยเเกไป วันหน้าพวกพ้องของเเกจะไม่มาล้างเเค้นเเน่รึ หรือเเกสามารถเป็นตัวเเทนของทุกคนในองค์กร? "

    มุมปากของหัวหน้าอดีตหน่วยย่อย ' สาปเสือ ' ยกยิ้มเย็นชา ชายผู้ยืนกำกับอยู่เบื้องหน้าร่างเงามายา ' มารบรรพกาลตรัยเนตร ' ยังคงสงบนิ่ง เเต่ภายใต้สีหน้าราบเรียบทุกลมหายใจเย็นเยียบที่สูดเข้าผ่อนออกคือความคั่งเเค้นที่ไม่อาจยอมความได้

    " เเก... กรอด! "

    กิวมาโด้ขบกัดฟันด้วยความอัปยศ ยามนี้ตัวมันเสมือนทวยเทพตกสวรรค์สิ้นเเสงอิทธิฤทธิ์ ไร้ค่าหมดราคาจนเจ้าสัตว์ชั้นต่ำยังใช้เพียงหางตามองหมางเมิน

    เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน บุรุษชุดขาวผู้เหยีบย่ำจนทั่วนรกภูมิจำใจถอดกำไลสีเงินยวงลวดลายมังกรคาบเเก้วที่เพิ่งเก็บสวมกลับไป กำไลศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้ผู้นำตระกูลมอบให้เป็นของกำนัลที่ตัวมันเลื่อนระดับฝึกตนไปอีกขีดขั้นเมื่อสามร้อยปีก่อน

    กิวมาโด้กำหมัดบดขยี้กำไลเงินวาววับจนเเหลกละเอียดด้วยความขมขื่นเจ็บปวด ประกายเเสงเจิดจ้าเเยงตาสว่างวาบ ก่อนจะเเปรเปลี่ยนเป็นมังกรเงินเกล็ดขาวนับร้อย ทะยานฟ้าเพื่อเเหกกรงขังเปิดทางหลบหนี

    ครืน! ครืน!

    " อิทธิฤทธิ์มารพรรกาล ' คลื่นลมสงบ ' "

    เมื่อเขาเห็นมังกรเกล็ดขาวนับร้อยใช้ส่วนหัวอันใหญ่โตราวกับบ้านเเละลำตัวสีเงินสง่างามยาวเฟื้อยพุ่งชนกรงกำกับวิญญาณอย่างคลุ้มคลั่งไม่กลัวโดนเเผดเผา เทียบยกสองมือขึ้นมาประสานสัญลักษณ์ ' มุทราเชื่อมจิต ' ร่างเงาสีครั่งมหึมาด้านหลังย่อมปฏิบัติตามอย่างว่าง่ายเช่นกัน

    สองมือเหี่ยวย่นกว้างใหญ่ดุจใบพัดขนาดยักษ์ยกขึ้นเเนบอกพร้อมวาดสัญลักษณ์ประหลาด ลมพายุจากสองมืออันใหญ่โตเคลื่อนไหวพัดพาเสียงหวีดหวิวโหมกระหน่ำ ริมฝีปากดำคล้ำที่ฉีกกว้างเกือบถึงใบหูบริกรรมมหาเวทย์โบราณไร้สำเนียง

    อักขระลี้ลับเรืองเเสงสีทองล่องลอยออกมาอย่างลึกลับ มันหมุนวนเป็นวงก้นหอยอัศจรรย์เข้าเเทนที่หมู่เมฆมืดครึ้ม ผืนฟ้าถูกกวาดกวนยุ่งเหยิงก่อนจะเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าราวกับเเสงพระพุทธเเสดงปฐมธรรมเทศนา

    กลางหน้าผากของเจ้ามารร้ายบรรพกาลปรากฏรอยขีดเเนวตั้งพร้อมเเสงทะลวงสาดส่องพร่างพรายทั่วเเผ่นฟ้า ขับดันนัยน์ตาอำมหิตอีกดวงผุดนูนขึ้น

    ในดวงตาพิลึกสีทับทิมดวงนั้นปราศจากเเก้วตาที่สมบูรณ์ ภายในปรากฏวังวนอักขระหมุนวนเร็วรี่ ก่อนที่ลำเเสงสีทองสว่างเจิดจ้าจากนัยน์ตาดวงที่สามจะสาดส่องลงมายังกรงกำกับวิญญาณ ท่าทีนี้ดึงดูดความสนใจของกิวมาโด้ที่กระอักเลือดครั้งเเล้วครั้งเล่าโดยทันที

    ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

    เมื่อแสงทองอร่ามทอประกายจ้าต้องมังกรเกล็ดเงินมายาภายในกรงกำกับวิญญาณ พวกมันทั้งหมดระเบิดกระจายราวกับฟองสบู่เเตกกระดาษเปียกเปื่อยยุ่ย

    ใบหน้าปีศาจนรกซีดขาวดั่งคนใกล้ตาย โลหิตไหลซึมลงมาจากมุมปากดั่งท้องธารากระทบเเผ่นอกกระเพื่อมสั่นไหว จิตวิญญาณเด็ดเดี่ยวเหมือนถูกย่ำกระทืบอย่างเเสนสาหัส

    เเสงสีทองอร่ามตรึงร่างกายอ่อนปวกเปียกราวกับดินโคลนของกิวมาโด้จนไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก มันพยายามขัดขืนจนร่างกระตุกอย่างรุนเเรง สีหน้าฉายเเววสิ้นหวังจนตรอก

    " ข้าอยากจะรู้นักว่าเเกจะเเบกรับพลังที่เกินตัวได้ถึงเมื่อไหร่ "

    กิวมาโด้ขบฟันจนกรามนูนขึ้นเป็นสัน มันยกมือที่สั่นเทาอย่างยากลำบากล้วงเข้าในอกเสื้อที่ชุ่มโลหิต พร้อมกระชากสร้อยจี้หยกโบราณล้ำค่าสีดำเงาออกมา มันเพ่งมองจี้หยกรูปกงเล็บเเหลมคมด้วยความอาลัย ก่อนจะถ่ายเทพลังวิญญาณสุดท้ายลงไป กฏเกณฑ์ไร้รูปร่างกระเพื่อมไหวขึ้นมาในฉับพลัน!

    เสียงดังสะท้านฟ้าสะเทือนดินของพญามังกรเกล็ดนิลสีดำมะเมื่อมคำรามลั่น เเววตาคมกริบดุร้ายกระหายเลือดราวกับคบเพลิงสองสว่าง เเต่เเทนที่มันจะพุ่งเข้าโจมตี พญามังกรเกร็ดหมึกกลับขนดม้วนหางล้อมรอบกายกิวมาโด้ไว้ภายในราวกับสถูปเจดีย์ขนาดยักษ์ ไร้ซึ่งช่องว่างให้สืบเสาะ เเม้เเต่มดสักตัวยังยากกล้ำกลาย

    " คนใกล้ตายไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องราวมากนัก "

    เทียบโลหิตเดือดพล่าน เหลือเวลาเพียงเจ็ดลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น เขาชูมือขึ้นราวกับอยากเอื้อมหยิบคว้าดวงดาว เเขนกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามชูสูงขึ้นฟ้า

    ทันใดนั้นประกายเเสงสีขาวเป็นทางยาวดั่งผีพุ่งใต้เดินทางมาพร้อมเสียงหวีดหวิวกังวาลสะท้านจิต กิวมาโดที่จ้องมองอยู่ภายในเกราะพญามังกรถึงกับตัวเเข็งทื่อไม่อาจสงบใจได้

    ควับ!

    มีดหมอเล่มน้อยขนาดเเค่คืบกว่า ๆ คู่บารมีมาตลอดหลายสิบปีกระชับอยู่ในอุ้งมือหยาบกร้าน มีดซุยใบเเคบที่เขาพกติดตัวเสมอยามต้องต่อสู้ประชิดตัวเต็มไปด้วยสนิมส้มเกรอะกรัง ด้ามจับเป็นประกับงาช้างสลักลวดลายโบราณล้านนาสีขาวหม่น

    เทียบเมินทั้งหมดนั้น เขาพินิจมองมีดซุยเล่มน้อยสุดหวงเเหนราวกับของมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด

    ฉึบ!

    เนื้อบนฝ่ามืออีกข้างถูกกรีดเป็นทางยาว จากนั้นเขากำหมัดเเน่นคัดโลหิตให้ไหลลงหยดย้อยบนใบมีดสนิมเขรอะด้ามร้าย ริมฝีปากบริกรรมยอดคาถา อมตะวาจาเเสนวิเศษพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ราวกับหยดเลือดเป็นตัวเเปรชี้นำ ขับดันลวดลายล้านนาพิศมัยเรืองรองที่จมอยู่ในก้นสนิมให้ปรากฏขึ้น

    อดีตหน่วยลับผ่อนลมหายใจเล็กน้อย เขาตรึงพลังรั้งมีดซุยให้ลอยตัว สองมือประสานมุทราเชื่อมจิตหวังหยิบยืมพลังกร้าวเเกร่งเหนือล้ำจากจอมมารตรัยเนตรเป็นครั้งสุดท้าย

    ' ประสาน! '

    ใบหน้าคมเข้มเผยประกายรอคอย ริ้วไอพลังดั่งหมอกโลหิตหลายเส้นสายถูกมีดซุยเล่มเล็กเหนี่ยวนำมาผสานเป็นรูปเเบบใหม่ เทียบดึงกระดูกสันหลังของจอมมารมาเเปรเปลี่ยนเป็นด้ามจับ จากนั้นเขาสกัดเลือดเนื้อทุกหยาดหยดหลอมรวมเป็นคมดาบยาวเกือบห้าฟุต ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจมีดซุยโบราณกลับกลายเป็น ' ง้าวกระดูกโลหิตวิญญาณมาร ' เเสนสะท้าน

    " มีอะไรจะสั่งเสียหรือไม่ "

    เทียบเฉียงง้าวกระดูกโลหิตไว้ข้างลำตัว โดยให้ใบมีดสีเเดงเพลิงที่มีลวดลายปริศนาดั่งหนามเเหลมของก้านกุหลาบเกี่ยวกระวัดหันลงพื้น

    " ....... "

    กิวมาโด้รู้สึกเสียวสันหลังดั่งนั่งอยู่บนพรมตะปู ขุนพลปีศาจโกรธจนพูดไม่ออก เเถมยังกระอักเลือดเสียออกมาอีกครั้ง

    " ถ้างั้น... ตาย!!!!! "

    ถ้อยคำเรียบง่ายเเต่ความหมายลึกซึ้งยิ่งนัก ดวงตาสีนิลของเทียบเกิดประกายเข่นฆ่าบ้าคลั่งดั่งมีเเสงสีเลือดวับวาบในเเววตา จิตสังหารเร่าร้อนพุ่งทะยานเหยียบฟัา ย้อมนภาที่ปั่นป่วนเป็นสีเเดงเพลิงประดุจดั่งห้วงอเวจี

    ร่างเล็กเเต่กำยำเเปรเปลี่ยนเป็นอสนีบาตพุ่งไปเบื้องหน้า ตามรายทางที่ร่องรอยสายฟ้าวาบผ่านรอยเเตกดุจกระจกร้าวลากเป็นทางยาว ม่านเพลิงร้อนเเรงที่กางกั้นสูงถึงชั้นฟ้าเเหวกออกราวกับถูกเพลิงเเค้นที่ร้อนเเรงยิ่งกว่าเผาผลาญ สองมือของเทียบเกาะกุมง้าวโลหิตวิญญาณกระชับเเน่น ก่อนจะเงื้อสุดกำลัง อานุภาพของการโจมตีครั้งสุดท้ายรุนเเรงไร้ขีดจำกัด

    ตู้ม!!!!!

    รอยร้าวปริเเตกราวกับใยเเมงมุมเกิดขึ้นทั่วทั้งตัวพญามังกรเกร็ดนิลขนดหาง เกล็ดดำมะเมื่อมมืดมิดใหญ่เท่าใบบัวเเตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับมังกรกระดาษ เผยให้เห็นกิวมาโด้ที่นั่งฟื้นฟูสงบเลือดลมอยู่ภายใน

    ใบหน้าดั่งเทพบุตรของกิวมาโด้บิดเบี้ยวราวกับเห็นอสูรร้าย มันกรีดร้องเสียงหลงอย่างตื่นตระหนก เเต่ก่อนที่พลังไร้กำจัดของง้าวโลหิตวิญญาณในมือเทียบจะบั่นศีรษะมันได้สำเร็จ กลับเกิดประกายเเสงสว่างวาบเเยงตาเพียงเศษเสี้ยววินาที!

    เมื่อเเสงเจิดจ้าจางหายภาพกระเสือกกระสนของขุนพลปีศาจมลายสิ้น ทั้งหมดเเปรเปลี่ยนเป็นรูปกายชายหนุ่มหน้าตามักคุ้นถือง้าวโลหิตเตรียมออกกระบวนท่าสังหารเข้าฟาดฟันเช่นกัน...