นายอำเภอโจวไม่มีสติแม้กระทั่งจะหยุดการกระทำของบ่าวรับใช้ ในเมื่อเฟิ่งเฮ่ายังยืนอยู่ตรงนี้ แล้วบุรุษที่อยู่ในห้องนอนของลูกสาวจะเป็นผู้ใด แล้วจะมีบุรุษคนใดมาที่เรือนของลูกสาวได้หากไม่ใช่บ่าวรับใช้ในจวน แม้จะคิดเหตุผลได้มากมาย แต่นายอำเภอโจวกลับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ปล่อยให้บ่าวรับใช้เดินไปเปิดประตูห้องเสียอย่างนั้น
แต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีของโจวม่านหรูหรืออย่างไร เพราะฤทธิ์ยาของนางถูกถอนออกไปบางส่วนแล้ว เนื่องจากนางทำกิจกรรมอย่างว่ามาตั้งแต่เช้า ทำให้เวลานี้นางเหน็ดเหนื่อยจนขยับตัวไม่ได้ มีเพียงคนเทสิ่งปฏิกูลกับคนทำสวนที่ยังอยู่ในฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัด ภาพที่ทุกคนเห็นอยู่ในเวลานี้จึงดูเหมือนกับบ่าวรับใช้สองคนกำลังย่ำยีคุณหนูของตนเองโดยที่นางไม่มีทางสู้
“โบยให้ตาย บ่าวชั่วที่ล่วงเกินเจ้านายต้องโบยให้ตาย” นายอำเภอโจวที่เพิ่งได้สติกลับมารีบตะโกนสั่ง
บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่หน้าประตูรีบวิ่งไปจับตัวคนเทสิ่งปฏิกูลกับคนสวนออกจากห้องนอนของโจวม่านหรูทันที แต่โจวม่านหรูที่ยังอยู่ในอาการสะลึมสะลือกลับไม่ยอมปล่อยมือจากบ่าวรับใช้ทั้งสอง และคำพูดของนางยังทำให้ทุกคนตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“ไม่ได้นะ ใครจะมาพาเยี่ยนเฉิงของข้าไปไม่ได้ วันนี้ข้ากับเยี่ยนเฉิงยังสนุกกันไม่พอเลย” โจวม่านหรูกอดคนสวนร่างกายกำยำไว้แน่น “กู้เยี่ยนเฉิง ตอนนี้เจ้ากับข้ามีสัมพันธ์กันลึกซึ้งแล้ว เจ้ากลับไปหย่ากับภรรยาชาวนาของเจ้าเสีย ไม่เช่นนั้นข้าจะส่งคนไปสังหารนาง”
กู้เยี่ยนเฉิงรีบหันมามองภรรยา เมื่อเห็นนางยิ้มและไม่ได้แสดงสีหน้าใดออกมาเขาทำได้แค่จับมือนางไว้ “อาหลี ข้าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน เจ้าต้องเชื่อข้านะ”
“ข้ารู้ ข้าไม่โทษเจ้าหรอก” ถังหลีกระซิบบอก
“เจ้ารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“เพิ่งรู้เมื่อเช้านี้เอง เจ้าไม่ต้องคิดมาก ข้าเชื่อใจเจ้า” ถังหลีจับมือสามีไว้แน่นเพื่อให้ความมั่นใจกับเขา
ส่วนเฟิ่งเฮ่ากับเฟิ่งฮวนเมื่อได้ยิน พวกเขารู้สึกโกรธมาก
“กู้เยี่ยนเฉิงอย่างนั้นหรือ? ที่แท้คุณหนูโจวก็มีความชอบเช่นนี้เอง ตัวเองมีสัมพันธ์กับบุรุษไม่เลือกหน้า แต่ในใจยังหวังที่จะแย่งชิงสามีของผู้อื่นอีก” เฟิ่งฮวนผู้หวงน้องสาวพูดอย่างไม่ไว้หน้า น้องสาวกับน้องเขยของเขายังรักกันดี แล้วคุณหนูผู้นี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนที่จะมาพรากน้องเขยไปจากน้องสาวของเขา “ช่างเป็นสตรีที่เห็นเรื่องผิดศีลธรรมเป็นเรื่องธรรมดา สกุลโจวช่างสั่งสอนบุตรสาวได้ดีจริงๆ”
“พี่ใหญ่ เดิมทีข้ายังเห็นใจและคิดว่าคุณหนูโจวคงถูกบ่าวรับใช้จงใจล่วงเกิน แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนความคิดแล้ว ตระกูลโจวตั้งใจจะให้ท่านรับผิดชอบกับการกระทำที่ไร้ยางอายของคุณหนูโจว ทั้งคุณหนูโจวยังหวังในตัวสามีของผู้อื่น สตรีที่ไร้ซึ่งศีลธรรมและจิตสำนึกเช่นนี้ ท่านเขียนจดหมายรายงานไปยังผู้ว่าการมณฑลเถิดเจ้าค่ะ บอกท่านผู้ว่าการให้กระจ่างว่าใต้เท้าโจวบกพร่องในการอบรมสั่งสอนบุตร คุณสมบัติพื้นฐานเช่นนี้ยังไม่มี แล้วเขาจะดูแลทุกข์สุขของราษฎรแทนฝ่าบาทได้อย่างไร” ถังหลีในคราบคุณหนูเฟิ่งกล่าวอย่างไม่เร็วไม่ช้า และทุกคำพูดของนางพุ่งตรงไปที่จุดเดียวคือนายอำเภอโจวที่เป็นถึงตัวแทนของราชสำนักกลับเป็นบุคคลไร้ความสามารถ แม้แต่เรื่องในครอบครัวยังจัดการไม่ได้ แล้วเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวกับราษฎรจะจัดการได้อย่างไร
“บังอาจ! ข้าเป็นถึงนายอำเภอแล้วพวกเจ้าเป็นผู้ใด มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าข้ามีความสามารถหรือไม่” นายอำเภอโจวพูดเสียงดัง “วันนี้พวกเจ้าสี่คนเข้ามาในจวนของข้า ทั้งยังรู้ความลับของครอบครัวข้ามากมาย เจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะออกไปจากที่นี่ได้จริงหรือ”
“ใต้เท้าคิดจะสังหารเราปิดปากหรือ?” เฟิ่งฮวนถาม “เช่นนั้นท่านให้คนออกไปดูข้างนอกก่อนดีหรือไม่ว่ามีคนของข้ามากน้อยเท่าใดที่ล้อมจวนของท่านอยู่”
นายอำเภอโจวชี้หน้าเฟิ่งฮวน “เจ้า...เจ้าถึงกับกล้าสั่งให้คนมาล้อมจวนนายอำเภอ เจ้าไม่กลัวว่าจะถูกประหารหรือไร”
เฟิ่งฮวนเดินไปหยุดอยู่ข้างนายอำเภอโจวแล้วโน้มไปกระซิบ “ดูจี้หยกที่ห้อยอยู่บนเอวข้าให้ดี หากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับข้า ทั้งตระกูลโจวและตระกูลหลูของพ่อตาเจ้าก็เตรียมตัวถูกประหารได้เลย ตำแหน่งนายอำเภอของเจ้ายังเล็กกว่าตำแหน่งของข้ามากนัก”
นายอำเภอโจวก้มลงไปดูที่จี้หยกของเฟิ่งฮวนทันที จี้หยกอันนี้เป็นจี้หยกของราชสำนัก เขาเคยเห็นผู้ว่าการมณฑลมีอยู่อันหนึ่งเหมือนกัน ตอนนั้นผู้ว่าการมณฑลบอกว่าผู้ที่จะห้อยจี้หยกนี้ได้ จะต้องเป็นขุนนางที่ได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาทเป็นอย่างมาก หากล่วงเกินเจ้าของจี้หยกก็เท่ากับล่วงเกินฝ่าบาท โทษที่จะได้รับก็คือประหารสถานเดียว
นายอำเภอโจวเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นแล้วในเวลานี้ เฟิ่งฮวนนั่งยองตามลงไป “อย่าได้เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ข้ามาที่อำเภอเสียนหู่เป็นการส่วนตัว หากไม่เชื่อ ข้าจะยัดข้อหาหนักๆ ให้เจ้าสักหลายข้อ”
นายอำเภอโจวคิดทบทวนคำพูดของเฟิ่งเฮ่าก็รู้สึกเบาใจไประดับหนึ่ง แสดงว่าคุณชายรองเฟิ่งไม่ได้มาตรวจสอบการทำงานของเขา แต่ก็แน่ล่ะ หากคุณชายรองเฟิ่งถูกส่งตัวมาจริง เส้นสายของเขาที่เมืองหลวงก็ต้องส่งข่าวมาแจ้งเขาแล้ว “ข้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ขอให้ใต้เท้าโปรดวางใจ”
ผู้ที่มีสิทธิ์ถือจี้หยกชิ้นนี้ย่อมมีตำแหน่งขุนนางสูงกว่าตำแหน่งนายอำเภออยู่หลายขั้น นายอำเภอโจวไม่กล้าล่วงเกินเฟิ่งฮวนอีก
เฟิ่งเฮ่ารู้ว่าน้องชายคงใช้เรื่องจี้หยกข่มขู่นายอำเภอโจวไว้แล้ว เขาพูดกับนายอำเภอโจวเสียงเรียบ “ใต้เท้าโจว เรื่องที่ท่านทำกับข้าวันนี้ข้าจำไว้แล้ว”
“คุณชายใหญ่ เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิด ท่าน...ท่านกำลังเข้าใจผิด ในน้ำชาแก้วนั้นไม่มีสิ่งผิดปกติ หรือท่านจะให้ข้าทำอย่างไรท่านถึงจะยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป” นายอำเภอโจวรีบบอก เขาเบาใจเรื่องของเฟิ่งฮวนก็จริง แต่เรื่องที่เฟิ่งเฮ่าอาจจะเขียนจดหมายร้องเรียนไปที่ผู้ว่าการมณฑลกลับเป็นสิ่งที่เขากังวลมากกว่า หากเขาถูกผู้ว่าการมณฑลลงมาตรวจสอบ เรื่องยักยอกเงินภาษีหรือแม้แต่เรื่องที่เขาเอื้อประโยชน์ให้ตระกูลพ่อตาก็จะต้องถูกเปิดเผย ถึงตอนนั้นทั้งตระกูลโจวและตระกูลหลูคงหนีไม่พ้นโทษประหารแล้วจริงๆ
“จะให้ข้าปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปก็ยังพอมีวิธี”
“วิธีใดหรือ” นายอำเภอโจวใจชื้นขึ้นมาอีกหลายส่วน
“จากคำพูดของคุณหนูโจวเมื่อสักครู่ ดูเหมือนคุณหนูโจวจะหมายปองบัณฑิตกู้เยี่ยนเฉิง แต่มันช่างบังเอิญเหลือเกินที่ตอนนี้ตระกูลเฟิ่งของเราร่วมทำการค้ากับภรรยาของบัณฑิตผู้นั้นอยู่พอดี” เฟิ่งเฮ่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ขอแค่ตระกูลโจวกับตระกูลหลูของพวกท่านไม่ไปรบกวนพวกเขา ข้าก็จะถือว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
“ข้ารับรอง ข้ารับรองว่าจะไม่ให้ใครไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอย่างแน่นอน” นายอำเภอโจวรีบรับคำ
หลังออกจากจวนนายอำเภอ เฟิ่งฮวนตั้งใจให้รถม้าตระกูลเฟิ่งวิ่งออกไปนอกเมืองตามทิศที่จะกลับเมืองหลวง เมื่อสลัดกลุ่มผู้ติดตามของนายอำเภอโจวได้ พวกเขาก็เปลี่ยนเป็นรถม้าธรรมดา จากนั้นเฟิ่งฮวนก็แปลงโฉมกลับไปเป็นเสี่ยวอู่ และให้เฟิ่งเฮ่าแปลงโฉมเป็นเสี่ยวอี้แทนฝานเส้าหย่วน ส่วนกู้เยี่ยนเฉิงกับถังหลีก็ลบเครื่องสำอางออกทั้งหมด ทำให้ดูเหมือนคนตระกูลเฟิ่งเดินทางกลับเมืองหลวงไปแล้ว
“พี่ใหญ่ ทำไมท่านถึงเสนอเงื่อนไขนั้นกับใต้เท้าโจวเจ้าคะ ท่านน่าจะจัดการกับโจวม่านหรูไปเลย” ถังหลีถามอย่างไม่เข้าใจ
“เส้าหย่วนเพิ่งกลับเมืองหลวง ยังไม่รู้เวลาที่แน่ชัดที่เขาจะกลับมาจัดการกับใต้เท้าโจวและตระกูลหลู เช่นนั้นพวกเราก็ไม่ควรไปกดดันสองตระกูลนั้นมากเกินไป อีกอย่างเจ้ากับน้องเขยก็ยังต้องอยู่ที่นี่ต่อ กว่าน้องเขยจะสอบผ่านซิ่วไฉและจวี่เหรินก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนเช่นกัน ขู่ไม่ให้พวกเขามารบกวนพวกเจ้าจะดีที่สุด ถึงเวลาที่พวกเจ้าย้ายไปอยู่เมืองหลวง ตอนนั้นค่อยกลับมาคิดบัญชีกับพวกเขาก็ยังไม่สาย” เฟิ่งเฮ่าอธิบาย “แต่เจ้าไม่ต้องห่วง ข้ากับเจ้ารองจะอยู่คุ้มครองพวกเจ้าที่นี่ แล้วเราค่อยเดินทางเข้าเมืองหลวงพร้อมกัน”
“พวกท่านออกจากบ้านมานานขนาดนี้ แล้วท่านพ่อบุญธรรมกับท่านแม่บุญธรรมจะไม่เป็นห่วงพวกท่านหรือเจ้าคะ”
“ปกติพวกเราก็เดินทางบ่อยอยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้อาจจะนานกว่าครั้งอื่นสักหน่อยเท่านั้น” เฟิ่งฮวนยิ้ม “แต่เจ้าเชื่อสิ ครั้งนี้ท่านแม่คงไม่ร้อนใจเรื่องของข้ากับพี่ใหญ่หรอก ข้าคิดว่าท่านแม่คงอยากเจอลูกสาวบุญธรรมของตัวเองเร็วๆ มากกว่า”
จากนั้นเสี่ยวจิ่วก็บังคับรถม้าพาเจ้านายกลับหมู่บ้านถังเจี่ย
“คุณชายกับคุณหนูตระกูลเฟิ่งตรงกลับเมืองหลวงทันทีที่ออกจากเมืองแล้วขอรับ และพวกเขาก็ไม่ได้แวะพักที่ไหน”
“เจ้าแน่ใจนะว่าพวกเขาออกจากอำเภอเสียนหู่ของเราไปหมดแล้ว” นายอำเภอโจวถามย้ำ
“ข้าแน่ใจขอรับ”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าส่งคนไปจับตาดูที่หมู่บ้านถังเจี่ยอีกครั้งหนึ่ง ข้าอยากให้แน่ใจว่าจะไม่มีคนตระกูลเฟิ่งอยู่ที่นี่อีกแล้ว”
“ขอรับ พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนไปเฝ้าที่หมู่บ้านถังเจี่ย หากมีความเคลื่อนไหวใด ข้าจะกลับมารายงานนายท่านทันทีขอรับ”
ทันทีที่คนคุ้มกันเดินออกไป โจวเหวินฉิงจึงเอ่ยถามบิดา
“ท่านพ่อ ตอนนั้นคุณชายรองเฟิ่งพูดอะไรกับท่านหรือขอรับ ข้าเห็นท่าทางของท่านดูหวาดกลัวเขามาก”
“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องรู้ รู้แค่ว่านับจากนี้เจ้ากับหรูเอ๋อไม่ต้องไปยุ่งกับกู้เยี่ยนเฉิงและภรรยาของเขาอีก”
“ตัวข้าไม่มีเหตุให้ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคนจนๆ พรรค์นั้นอยู่แล้ว ขนาดตอนที่เรียนอยู่สำนักศึกษา ข้ายังไม่เห็นกู้เยี่ยนเฉิงอยู่ในสายตา แต่พี่หญิงเล่าขอรับ ท่านพ่อจะห้ามพี่หญิงได้อย่างไร ท่านนึกถึงตอนที่นางยังไม่ได้สติสิขอรับ นางทักเอาบุรุษอื่นเป็นกู้เยี่ยนเฉิงไปหมด” พูดถึงตรงนี้แล้ว โจวเหวินฉิงก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที “เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะไอ้อ้วนถังซุนคนเดียว ถ้าข้ารู้ว่ามันจะกล้าใช้ยาปลุกกำหนัดกับพี่หญิง ข้าคงไม่ปล่อยให้มันเข้าใกล้พี่หญิงได้แน่”
นายอำเภอโจวเกือบจะลืมชื่อของถังซุนไปแล้ว “ในเมื่อถังซุนคนนั้นเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เช่นนั้นเจ้าก็ตามข้าไปที่คุกใต้ดินเดี๋ยวนี้เลย”
คืนนั้นทั้งคืน คุกใต้ดินมีแต่เสียงกรีดร้องและเสียงอ้อนวอนเพื่อร้องขอชีวิต ผ่านไปหลายชั่วยามกว่าที่เสียงข้างในนั้นจะเงียบลง