เทพสงครามมังกรเทวะ

    การว่าจ้างของหมิงเย่

    หลังจากวันนั้นผ่านไปแม้ข่าวสารของเฟยหรงที่เอาชนะเฟยอวิ้นเฉินจะดังสพัดมากเพียงใดแต่เฟยหรงกลับหาได้สนใจไม่และยังคงดำเนินชีวิตตามปกติในถ้ำบำเพ็ญที่ตอนนี้มีเพียงตัวเขาและฮั่วหลิงหลิงต่อไป เพราะฮั่วหลินเฉินนั้นตั้งแต่ออกไปทำภารกิจครั้งนั้นเด็กแสบคนนั้นก็ยังคงท่องเที่ยวไปกับสหายของเขาตามเดิม

     

    "หึ เป็นเพราะเจ้าคอยให้ท้ายเจ้าเด็กนั่นถึงอยู่ไม่ติดที่เช่นนี้ ข้าควรจะทำยังไงกับเจ้าดี?"ฮั่วหลิงหลิงกล่าวออกมาอย่างคาดโทษ เฟยหรงที่ได้ยินดังนั้นก็ดึงนางเข้ามากอดและกล่าวออกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความออดอ้อนว่า "เอาน่า หลินเฉินโตแล้วเจ้าปล่อยให้เขาได้ท่องเที่ยวบ้างเถอะ ข้าว่าเขาไปเที่ยวบ่อยๆก็ดีอยู่นะเพราะเจ้ากับข้าจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองบ่อยๆอย่างไรละ ฮุฮุ"

     

    "เจ้าคนหื่นกาม เมื่อคืนข้าแทบไม่ได้นอนเจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ เห็นทีข้าคนเดียวคงรับมือเจ้าไม่ไหวเสียแล้ว"นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย สามีของนางคนนี้ดูเหมือนจะชื่นชอบการผสานหยินหยางกับนางเป็นที่สุด แม้นางจะรู้สึกดีก็ตามแต่การที่โดนผสานรักทุกวันตัวนางเองก็ไม่ไหวที่จะรับมือเช่นกันเพราะมันกินแรงกายมากเลยทีเดียว

     

    "ใครบอกว่าเจ้าเพียงคนเดียว ข้ามีพี่หยิงให้เจ้าถึงสี่คนด้วยกันก่อนที่จะเจอกับเจ้าสามคนอยู่นิกายหิมะสวรรค์ส่วนอีกคนอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้น ฮั่วหลิงหลิงถึงกับถอนหายใจ เรื่องพวกนี้นางย่อมรู้ดีอยู่แล้วเพราะเฟยหรงได้เล่าเรื่องราวของเขาให้นางได้ฟังตั้งแต่ออกเดินทางเมื่อสี่ปีที่แล้ว นางไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใดเพราะแน่นอนผู้ที่มีพรสวรรค์สูงส่งย่อมมีสตรีมากมายรายล้อมอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา ขนาดพ่อของนางแม้จะดูเหมือนรักไคร่กับท่านแม่ปานจะกลืนกินแต่ก็อดไม่ได้ที่จะมีสนมน้อยใหญ่ เพียงแต่ที่นางถอนหายใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องพี่หญิงทั้งสี่ของนางแต่อย่างใด

     

    "ข้าไม่ได้หมายถึงพี่หญิงทั้งสี่เสียหน่อย พวกนางสามคนแม้จะอยู่นิกายหิมะสวรรค์แต่ก็ไม่อาจช่วยข้าได้ส่ววนอีกคนก็อยู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันห่างไกลจะช่วยข้ารับมือเจ้าได้อย่างไร ข้าหมายถึงให้เจ้าต้องไปเกี้ยวน้องสาวมาเพิ่มให้ข้าบ้างต่างหาก"นางกล่าวออกมาอย่างชัดเจน เนื่องจากนางรับมือเขาไม่ไหวจริงๆในเรื่องนี้ หากนางยังคงรับมือเฟยหรงเพียงลำพังต่อไปมีหวังนางได้สำลักความสุขไปจนตายอย่างแน่นอน

     

    "คาดไม่ถึงว่าฮั่วหลิงหลิงคนงามจะมีความคิดเช่นนี้ หากเป็นแบบนี้ข้าจะหาน้องหญิงมาเพิ่มให้เจ้าสักคนสองคนเป็นอย่างไรเจ้าจะได้ไม่เหงาด้วย"เฟยงหรงกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ แม้ฮั่วหลิงหลิงจะไม่ขอเขาในเรื่องนี้แต่เขาก็หาหญิงสาวที่พร้อมจะรักในตัวเขาอยู่แล้วเพียงแต่ในเวลานี้เฟยหรงยังให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของตัวเองจนลืมเรื่องนี้ไปนั่นเอง

     

    "แต่ข้าก็มีข้อแม้เช่นกัน เจ้าจะไม่สามารถบังคับพวกนางได้และพวกนางต้องผ่านการเห็นชอบจากข้าด้วยเช่นกัน"ฮั่วหลิงหลิงตั้งเงื่อนไขเนื่องจากกลัวว่าเฟยหรงจะไปหยิบยกเอาหญิงสาวที่ไม่ดีเข้ามาเป็นน้องหญิงของนางดังนั้นการตั้งเงื่อนไขขั้นต่ำเอาไว้ถือว่าเป็นการคัดเลือกคนที่ดีวิธีหนึ่งเลยทีเดียว

     

    "หึ เจ้าคิดว่าสามีของเจ้าจะไร้ยางอายถึงขนาดบังคับขู่เข็ญหญิงสาวหรืออย่างไรกัน แม้ข้าจะไม่ได้หล่อเหล่าประดุจเทพบุตรแต่ข้าเองก็มั่นใจในสเน่ห์ของตนเองพอสมควรนะ"เฟยหรงยืดอกก่อนจะกล่าวอย่างมั่นใจ การแสดงออกเช่นนั้นมันทำให้ฮั่วหลิงหลิงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ก่อนที่นางจะไล่เขาออกไปจากถ้ำบำเพ็ญเพราะนางต้องการพักผ่อนมากๆในเวลานี้เพราะต้องรับมือสามีแสนหื่นกามตลอดสามวันติดกันโดยไม่ได้พักนั่นเอง

     

    เฟยหรงที่ออกมาจากถ้ำบำเพ็ญอย่างไม่ยินยอมนั้นแน่นอนว่าเขาก็เดินเที่ยวไปทั่วหอกระบี่ดาวตกจากพื้นที่ศิษย์สายในไปยังพื้นที่ศิษย์สายนอกจนในที่สุดเขาก็มาหยุดอยู่ที่น้ำตกใหญ่ที่ดูงดงามที่อยู่ระหว่างเกาะลอยฟ้าของศิษย์สายในและเกาะลอยฟ้าของศิษย์สายนอก ด้านบนน้ำตกมีคฤหาสน์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่และมีป้ายหินขนาดใหญ่เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าคือหอเม็ดยาดาวตก ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับนักปรุงโอสถของหอกระบี่ดาวตกนั่นเอง

     

    ด้วยความสนใจเฟยหรงได้ลอยเข้าไปลงที่ตรงหอเม็ดยาในทันที ในเวลานี้มีเหล่าศิษย์มากมายกำลังรอรับเม็ดยาจากหอเม็ดยาอย่างไม่ขาดสาย เฟยหรงที่เห็นก็พอเข้าใจเพราะในวันนี้เป็นการเริ่มต้นของเดือนใหม่สถานที่แห่งนี้ย่อมมีศิษย์จากสายในและสายนอกมารับเม็ดยาเป็นธรรมดา

     

    "จริงด้วยถึงเวลารับเม็ดยาและทรัพยากรณ์แล้วนี่ข้าเองก็ต้องไปรับด้วย"เฟยหรงกล่าวออกไปด้วยความตื่นเต้นและวิ่งเข้าไปต่อแถวในทันที แม้ว่าเขาจะเป็นนักปรุงโอสถระดับหกก็ตามแต่การได้เม็ดยาและทรัพยากรณ์ดีๆมันก็ทำให้เขาตื่นเต้นได้เหมือนกันเพราะหอกระบี่ดาวตกนั้นเป็นขุมกำลังใหญ่ของดินแดนระดับสูงแน่นอนว่าทรัพยากรณ์สำหรับพวกเขาให้กับลูกศิษย์ย่อมดีไปด้วยดังนั้นเฟยหรงจะคาดหวังกับมันก็ไม่แปลกอะไร

     

    แต่แล้วเมื่อมาถึงช่วงเวลาที่เฟยหรงรับทรัพยากรณ์อันก็อดทำให้เขาถอนหายใจไม่ได้เพราะสิ่งที่เขาได้คือเม็ดยาระดับห้าสามเม็ดความบริสุทธิ์เพียงแค่เจ็ดส่วนเท่านั้นแม้มันจะดูมากมายสำหรับคนอื่นแต่สำหรับเขามันช่างหน้าผิดหวังมากเลยทีเดียว

     

    ชายหนุ่มถอนหายใจเก็บเม็ดยาระดับห้าเอาไว้ในแหวนมิติก่อนจะเดินจากไปแต่ยังไม่ทันได้ออกจากหอเม็ดยาดาวตกเขาก็ต้องชะงักฝีเท้าอีกครั้งเบื้องหน้าคือหญิงสาวผมสีทองกำลังมองเขาด้วยแววตาแปลกประหลาดและนั่นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากหมิงเย่นั่นเอง

     

    "แม่นางมีอะไรหรือเปล่า"เฟยหรงกล่าวถามในทันที ผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรจากเขากัน

     

    "ข้ามีเรื่องจะคุยกับคุณชายเป็นการส่วนตัว คุณชายพอจะมีเวลาสักหน่อยได้หรือไม่"หมิงเย่กล่าว น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความยั่วยวนจนเฟยหรงถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นได้ชัดทันทีในเวลานี้คือหญิงสาวนามหมิงเย่คนนี้คือนางมารร้ายอย่างแท้จริงผิดกับกิริยาท่าทางที่สุภาพที่นางกำลังแสดงถึงมา

     

    การที่นางมาชวนเขาไปคุยเป็นการส่วนตัวท่ามกลางสายตาผุ้คนมากมายเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าไม่คิดจะให้โอกาสชายหนุ่มได้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อยไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำให้นางเสียเกียรติได้

     

    "เช่นนั้นก็เชิญนำทางเถอะ"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้น ไหนๆเขาก็ว่างไม่มีอะไรทำจะลองฟังคำกล่าวของนางสักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร

     

    หมิงเย่ได้ยินเช่นนั้นนางก็ยกยิ้มอย่างงดงามก่อนจะเดินนำเฟยหรงไปที่ศาลาบริเวณใต้น้ำตกใหญ่ ก่อนที่จะนั่งลงในทันที "เชิญคุณชาย"

     

    นางผายมือไปที่ม้านั่งที่ว่างอยู่ เฟยหรงรีบนั่งลงอย่างรวดเร็วก่อนจะกล่าวถาม "แล้วเรื่องที่แม่นางจะกล่าวคือ??"

     

    "หุหุ เรื่องนั้นช่างง่ายดายข้าเพียงอยากจะว่าจ้างท่านเสียหน่อย"

     

    "ว่าจ้าง?? เจ้าหญิงกระบี่ประกายแสงที่เป็นถึงระดับนักบุญที่อายุน้อยที่สุดมาว่าจ้างระดับจักรพรรดิขั้นที่หนึ่งอย่างข้ามันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรนัก หากท่านยังทำไม่ได้แล้วข้าจะทำได้อย่างไรกัน"เฟยหรงกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย

     

    "แน่นอน เรื่องนี้ไม่ใช่การต่อสู้แต่อย่างใด ข้าเพียงอยากจะว่าจ้างคุณชายแสดงเป็นคนรักของข้า!!"นางกล่าวขึ้นมาน้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงจังผิดกับแต่ก่อน

     

    "หา!!! จ้างให้ข้าเป็นคนรักของท่าน เหตุใดต้องทำเช่นนั้นและทำไมต้องเป็นข้า!"เฟยหรงกล่าวถามอย่างตกตะลึง เขาไม่เข้าใจอีกฝ่ายเลยสักนิดแถมยังไม่รู้จักอีกฝ่ายด้วยทำไมถึงต้องไปทำอะไรเช่นนั้น แม้นางจะงดงามและยั่วยวนมากก็ตามแต่เฟยหรงกลับไม่รู้สึกยินดีเลยสักนิดที่จะไปทำอะไรพิเรนๆเช่นนั้น

     

    "คุณชาย ที่ข้าว่าจ้างท่านเพราะในวันที่ข้าประลองกับเฟยหว่างถิง เฟยอวิ้นเฉินก็ได้พาพ่อของเขามาสู่ขอข้าถึงตระกูลในเวลานั้นข้าพรั้งปากไปว่ามีคนรักอยู่แล้วทืำให้ท่านพ่อท่านแม่ตกใจและโกรธยกใหญ่แถมบอกให้ข้าพาคนรักกลับไปให้พวกเขาดู ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมต้องเป็นท่านนั้นก็เพราะท่านเป็นผู้ชายคนเดียวที่ข้าสนใจอย่างไรละ"

     

    เฟยหรงที่ได้ฟังก็ตกใจยกใหญ่ที่แท้หญิงสาวคนนี้คิดจะใช้เขาเป็นไม้เพื่อกันเฟยอวิ้นเฉินออกจากตัวนาง เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่ว่าเขาเคยประสบพบเจอเมื่อครั้งเสี่ยวเซียนหรอกหรือนี่มันจะบังเอิญเกินไป และเขาไม่ได้ต้องการให้ใครใช้เป็นเครื่องมืออีกแล้วในเวลานี้

     

    "เช่นนั้นก็ขออภัยแม่นางไว้ตรงนี้ข้าคงต้องปฏิเสธคำขอ"เฟยหรงกล่าวพร้อมจะเดินออกไปในทันที

     

    "ช่างน่าเสียดาย ค่าจ้างชิ้นนี้คงจะต้องนำไปให้ผู้อื่น" เสียงอันยั่วยวนของหญิงสาวดังขึ้นอีกครั้งพร้อมในมือของนางถือไข่มุขสีเหลืองทองที่มีออร่าของมังกรอยู่ด้านใน เฟยหรงที่สัมผัสได้ถึงกับมองมันด้วยตกตะลึงจนตาแทบถลน ในใจเต็มไปด้วยความอยากได้เพราะมันคือแก่นพลังของมังกรนั่นเอง แม้จะไม่ได้ระดับสูงอะไรแต่ถึงอย่างไรมันก็ขึ้นชื่อว่าเป็นของมังกรและในทวีประดับสูงแห่งนี้มันช่างหาอยากราวกับงมเข็มในมหาสมุทร

     

    "อะแฮ่ม! เห็นแก่ที่แม่นางจริงใจ ข้าจะช่วยท่านสักคราก็ได้"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น หญิงสาวพลันยืนขึ้นและเดินมาข้างๆเขาก่อนจะกระซิบข้างหุของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงยั่วยวน

     

    "หวังว่าท่านจะรักษาคำพูด ฮิฮิ"กล่าวจบนางก็เดินออกไปในทันที ทิ้งเฟยหรงให้ยืนอยู่ตรงนั้นก่อนที่เขาจะได้สติในทันทีและรู้ว่าในตอนนี้เขาได้เสียรู้หมิงเย่คนนั้นไปเสียแล้ว

     

    "บ้าจริง!นางเอาของหายากมาล้อเช่นนั้นข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร ในเมื่อเป็นเช่นนี้น้องหญิงของฮั่วหลิงหลิงก็เอาเป็นนางก็แล้วกัน หึหึ"เฟยหรงกล่าวออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ แม้หมิงเย่จะดูเจ้าเล่ห์แสนกลไปบ้างแต่การได้กำราบหญิงสาวนิสัยเช่นนี้สำหรับเฟยหรงมันก็ดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน