ใครรอตอนต่อไป ก่อน18.30จ้า (ยังไม่ได้กินข้าวเดี๋ยวง่วงซะก่อน แต่ไฟมันมาพอดี*-*)
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เยว่หัวน้อยเราเติบโตขึ้น ขอไรเติบโตขึ้นอีกคนนะครับ แล้วก็สิ่งนี้เป็โพสที่ไรท์เพิ่งโพสในเฟาไปล่าสุด และเป็สิ่งที่อยากบอกนักอ่านมากกว่าใคร
เนื่องจากนิยายเื่นี้เป็เื่แรกในจักรวาลใบใหม่และอาจจะเป็จักรวาลสุดท้ายของผมนับแต่นี่ไปจนกว่าชุดความคิดของผมจะโตกว่านี้อีกมากๆ ส่วนสิ่งที่อยากบอก ขอก๊อบมาวาลเลยนะฮับ
เป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น...กับชีวิตที่เหลืออยู่...
สวัสดีครับผมชา นายปรีชา ทองแก้ว ปัจจุบันอายุกำลังจะ35ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
วันนี้วันที่ 9 กุมภาพัน 2568 เป็อีกหนึ่งครั้งที่เป้าหมายในชีวิตของผมชัดเจนยิ่งขึ้น
สำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผมชื่อชา มีอาชีพนักเขียนที่เขียนงานมาแล้ว8-9ปี
เป็ลูกชายคนสุดท้องของบ้าน ที่ตอนนี้ไม่มีแฟนไม่มีเมีย ทำหน้าที่ลูกที่ดูแลพ่อแม่ (พ่อติดเตียงแม่สติหลุดเพราะโดนของ)
ปัจจุบันถึงจะค่อนข้างหนักหากเปรียบเทียบกันคนอื่นๆ สำหรับภาระที่ต้องแบกรับ ทั้งไม่ค่อยได้นอนและหลายๆ ปัจจัยที่รุมเร้าเข้ามาเสมอ แต่ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้ภาพชีวิตของผมค่อยๆ ชัดเจนขึ้นม่ากเรื่อยๆ
ในฐานะลูกชายและมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหน ผมก็ปรารถนาที่จะส่งพ่อแม่ "กลับบ้าน" ด้วยดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งในตอนนี้ด้วยทั้งทางไสยศาสตร์และทางธรรม ผมประสบความสำเร็จ80%แล้วในการพาแม่กลับมา ส่วนพ่อก็พยายามพูดคุยเท่าที่ทำได้ไปเรื่อยๆ พยายามทำให้แกให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้
ในฐานะนักเขียน ในตอนนี้เป้าหมายของผมก็ค่อยๆ ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเช่นเดียวกัน จนดัดสินใจที่จะสร้างจักรวาลโลกนิยายจักรวาลสุดท้ายขึ้นมา แล้วเื่ราวที่ขะเขียนนับจากนี้ไปก็จะดำเนินไปบนจักรวาลใหม่นี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าชุดความคิดจะเติบโตไปกว่านี้
ซึ่งเมื่อเข้ามาสู่วงการนักเขียนแล้วก็มันจะมีคำถามหนึ่งที่ถามกันเองอยู่เสมอ นั่นก็คือทำไมไม่แต่งนิยาย18+ 20+ 25+ ที่เขาเขียนๆ กัน เพราะมันสามารถสร้างรายได้ได้ง่าย ยิ่งเป็คนที่เน้นบรรยายแบบผมแล้วก็น่าจะสามารถทำได้ไม่แย่นัก...แล้วผมก็มักจะตอบกลับไปว่าผมไปไม่ถึงจริงๆ หรืออะไรทำนองนั้นมาโดยตลอด แต่แท้ที่จริงแล้วผมก็เพียงแค่ "ไม่ชอบ" นิยายแนวนี้มาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วก็เท่านั้นเอง...และชั่วชีวิตอาชีพนักเขียนมีฉากที่กึ่งลามกเพียงแค่ฉากเดียวในตอนพิเศษในนิยายเพียงแค่ฉากเดียว
.
.
อนึ่งผมไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่านักเขียนท่านอื่นหรือชีโทษแก่ผู้คนที่สรรสร้างงานเขียนหรืองานด่านอื่นๆ ทำนองนี้ พูดกันตามตรงผมเองถึงแม้จะไม่ได้มีแฟนมานานมาก (เกือบจะยี่สิบปีแล้ว) แต่ก็เป็คนหนึ่งที่เสพสื่อลามกมาไม่น้อยหรืออาจจะมากกว่าที่ใครหลายๆ คนจะจินตนาการได้ด้วยซ้ำ
.
.
แต่สำหรับตัวผมเอง ก่อนที่จะเริ่มต้นชีวิตในฐานะนักเขียน ผมเคยเป็นักอ่านที่อ่านนิยายทั้งรูปเล่มและออนไลน์มามากหลายพันเล่ม (ขอบคุณเพื่อนป๊อบ Somchai Sukming เพื่อนทิพย์ พอใจ เพ้อ ที่เป็อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทำให้ผมรักในการอ่านนิยาย) จนได้ตกผลึกสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับในฐานะนักเขียน นั่นก็คือ
.
.
."หนังสือจะต้องให้อะไรสักอย่างแก่ผู้อ่านเสมอ"
.
.
และสำหรับนักอ่านที่ตามอ่านนิยายของผมมาั้แ่สมัยแรกๆ ก็จะสังเกตุถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผมจะพยายามที่สะสอดแทรกเข้าไปในนิยายไม่มากก็น้อย
จนกระทั่งในปีที่แล้ว ในตอนที่พี่สาวตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อไปทำงานเพื่อครอบครัวของพี่ที่เด็กๆ ค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และพี่ชายจำเป็ต้องงดการซื้ออาหารให้พ่อด้วยเื่ของค่ารักษา ่นั้นถึงผมจะพยายามยิ้มให้พ่อให้แม่อยู่เสมอ ด้วยเป็คนที่พยายามศึกษาหาทางดูแลใจตัวเองเสมอมา ก็ไม่พ้นต้องมีหลายๆ ครั้งที่จิตใจดำดิ่งลงด้วยความอ่อนล้าและท้อแท้
.
.
.แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีหลายๆ อย่างที่เป็จุดเปลี่ยนหลังจากที่เริ่มศึกษาคำสอนของศาสนาเรามากขึ้น บริหารจิตใจมากขึ้น ฝึกฝนมากขึ้น แต่ก็ยังมีหลายๆ อย่างที่ไม่เข้าใจ จนกระทั่งการได้มีคนผู้หนึ่งที่ผุดขึ้นมาในโลกโซเชี่ยว อาจารเบียร์ ชายผู้ที่ทำให้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเ้าเป็เื่ง่ายขึ้น คนที่พูดสิ่งที่ผมพยายามบอกพยายามสอนแม่แทบตายแต่แม่ก็ไม่เคยฟังเอาแต่เดินหนีตลอด แต่เดี๋ยวนี้แม่ยังแอบๆ หยุดฟังในหลายๆ ครั้งที่ได้ยิน.
.
.
ส่วนตัวผมเองในตอนนี้ก็เลิกสนใจหลายๆ อย่าง ปล่อยวางหลายๆ สิ่งได้ดีขึ้นมาก จนสามารถสร้างเป้าหมายที่ชัดเจนได้
.
.
.
นอกจากเื่พ่อแม่ที่ได้กล่าวไปแล้ว เื่ที่ผมสามารถกล้าที่จะพูดได้เต็มปากก็คือเหตุผลที่ผมจะไม่มีทางไปเขียนนิยายแบบนั้นอย่างเด็ดขาด ต่อให้จะสามารถที่จะสร้างเงินทางได้มากกว่าที่เป็อยู่อย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน แต่อย่างน้อยงานเขียนของผมจะต้องไม่ทำให้นักอ่านติดอยู่ในกามะราคะที่เป็หนึ่งในสิ่งนำพาไปซึ่งความเสื่อมได้ง่าย ถึงคนอ่านจะน้อย มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่ชื่นชอบนิยายที่ผมเขียน ผมเพียงแค่หวังว่าจะมีใครสักคนที่ได้อ่านมันแล้วได้อะไรบางอย่างไปจากนิยายที่ผมเขียนสักนิดก็ยังดี
ผมชอบเงินนะ และยังชอบที่จะใช้จ่ายเงิน ยังไม่บรรลุมากพอและยังมีความโลกอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่ผมไม่ได้มีครอบครัวหรือคนรักนอกจากพ่อแม่ ผมไม่ได้มีเป้าหมายชีวิตที่ร่ำรวยล้นฟ้า ผมแค่อยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่สังขารจะอำนวย ดูแลพ่อแม่ต่อไปตราบเท่าที่ยังมีโอกาส
ยิ่งผมมีอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ และยังสามารถเลือกที่จะทำสิ่งที่ไม่เบียดเบียน และหวังว่างานเขียนของเราจะสามารถช่วยเหลือหรือแบ่งเบาภาระทางใจของคนอื่นได้ โดยไม่นำพาพวกเขาไปยังทางสู่กำเนิดนรก-เดรัจฉาน-เปรตได้ เท่านั้นมันก็พอแล้ว ต่อให้มันจะสร้างรายได้น้อยกว่า แต่หลังจากนี้จะพยายามทดแทนด้วยความเพียรความขยันที่มากขึ้น ส่วนจะได้มากน้อยเท่าไหร่ ก็แล้วแต่ ถึงจะยังซื้อหวยอยู่ ยังชอบเงิน แต่เงินนั่นต้องได้มาด้วยการมิเบียดเบียนกาย วาจา ใจ ของใคร จะปรับปรุงแล้วทำเท่าที่ทำได้ต่อไป ประกอบอาชีพที่ชอบ แล้วมอบข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ให้ผู้อ่าน แล้วหวังว่าความสนุกจากเื่ราวที่จะสรรสร้างนับแต่นี้ไปสามารถให้อะไรกับทุกๆ คนได้
เท่านั้นก็พอแล้ว
ด้วยรัก
สุขนิรันดร์
ชายผู้เป็นักเขียนที่ปรารถนาที่จะปิดหนทางสู่นรกเดรัจฉานเปรตของตนเอง และมิขอเสวยบุญใน์แล้วยังมิ้าเข้าสู่นิพพานในชาติปัจจุบัน แต่ความปรารถนาของตัวข้านับแต่นี่คือการมิรับพรแห่งการลืมเลือนจากความตาย เพียงแค่หวังว่าจักเป็มนุษย์ผู้มิลืมเลือนสิ่งใดสืบต่อไป ได้เฝ้ามองโลก และเข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้นไปตามกาล สุขนิรัน...ผู้มิลืมเลือนแห่งห้วงกาลนับอนันต์ (ขำๆ นะ ขำๆ)