ตอนที่ 14 เงามืดในกระจก
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องลับใต้ดินของวัดสีกระจ่างอีกครั้ง แสงสีเขียวจากตะเกียงเวทมนตร์นิรันดร์วูบไหวตามจังหวะการหายใจของธีรภพ เขานั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะไม้โบราณ สายตาจดจ้องไปยังเศษหน้ากากนกฮูกที่วางอยู่ข้างๆ บันทึกสยบิญญา ความเ็ปจากการต่อสู้ที่หมู่บ้านบางระมาดยังหลงเหลือเป็รอยช้ำที่หน้าอก แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเขามากกว่าคือภาพนิมิตของชายที่หน้าเหมือนเขาในกระจกบานนั้น
“ธีรภพคะ คุณนั่งจ้องมันมาสามชั่วโมงแล้วนะ” ลลินทิพย์เดินเข้ามาพร้อมถ้วยน้ำสมุนไพรที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เธอวางมันลงข้างมือเขาด้วยความเป็ห่วง
“ลลินทิพย์ ในโลกของจอมเวทย์ มีสิ่งที่เรียกว่าแฝดิญญาหรือการคัดลอกตัวตนไหม” ธีรภพถามโดยไม่ละสายตาจากเศษหน้ากาก
ลลินทิพย์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม “มีค่ะ แต่มันเป็วิชาต้องห้ามขั้นสูงสุด เรียกว่ามนตราแยกเงาพิสุทธิ์ หรือไม่ก็การสร้างตุ๊กตาสังเวย เพื่อรับเคราะห์แทนเ้าของอาคม แต่วิชาพวกนี้้าเืเนื้อจากคนในตระกูลเดียวกันเท่านั้น”
ธีรภพกำหมัดแน่น “ปู่ไม่เคยบอกว่าผมมีพี่น้อง พ่อกับแม่มีผมเพียงคนเดียว”
เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจแบฝ่ามือขวาออก เนตรอสูรที่เคยหลับใหลเริ่มกระตุก และลืมตาขึ้นมาช้าๆ แสงสีแดงจางๆ ส่องสว่างไปทั่วห้อง ธีรภพใช้พลังจากเนตรอสูรควบแน่นเข้ากับเศษหน้ากากนกฮูก เพื่อพยายามย้อนรอยััิญญาที่เขาเห็นในนิมิต
“ในนามแห่งเนตรอสูร จงเปิดเผยความจริงที่ซ่อนเร้น”
วูบบบบ!
อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวไปมา พลังงานสีดำพุ่งออกมาจากเศษหน้ากากไม้ ก่อนจะก่อตัวเป็รูปทรงกลมขนาดใหญ่กลางห้อง มันขยายตัวออกจนกลายเป็ภาพสะท้อนคล้ายกระจกเงาบานั์ที่นิมิตนั้นเคยแสดงให้เห็น
ในกระจกนั้น ธีรภพเห็นทางเดินมืดมิดของคฤหาสน์โบราณแห่งหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก ผนังประดับด้วยรูปภาพเก่าแก่ที่ถูกฉีกกระชาก และที่ปลายทางเดิน คือกระจกบานเดิมที่เขาเห็นในหมู่บ้านบางระมาด
“นั่นไง” ธีรภพชี้
ลลินทิพย์รีบร่ายเวทแสงจันทร์นำทาง เพื่อช่วยเสริมความคมชัดของภาพ ในกระจกนั้น ร่างของนกฮูกราตรีกำลังก้มกราบชายผู้มีใบหน้าเหมือนธีรภพทุกประการ ชายคนนั้นสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ทับด้วยผ้าคลุมสีดำสนิท ดวงตาของเขาเป็สีขาวโพลนไร้รูม่านตา แต่กลับให้ความรู้สึกว่ากำลังมองทะลุผ่านกระจกออกมาจ้องหน้าธีรภพโดยตรง
“เ้ามาช้ากว่าที่ข้าคิดนะ น้องชาย” เสียงของชายในกระจกดังขึ้น มันเยือกเย็นจนน้ำแข็งเริ่มเกาะตามผนังห้องลับ
“แกเป็ใคร” ธีรภพะโใส่เงาในกระจก “ทำไมหน้าแกถึงเหมือนฉัน”
ชายคนนั้นยิ้มเย็น “ข้าคือสิ่งที่เ้าทิ้งไว้ในนรกเมื่อสิบปีก่อน ข้าคือธีรเทพส่วนที่ถูกพรากออกไปเพื่อให้เ้าได้มีชีวิตอยู่อย่างมนุษย์ธรรมดา”
ธีรภพเซไปข้างหลัง สมองของเขาเหมือนถูกค้อนั์ทุบ ความทรงจำที่ถูกปิดตายเริ่มพุ่งพล่าน ภาพเด็กชายสองคนที่วิ่งเล่นกันในสวนดอกไม้ ภาพการทำพิธีในคืนพระจันทร์สีเื และภาพที่ปู่พาเขาหนีมาเพียงคนเดียว ทิ้งเด็กชายอีกคนไว้เื้ัท่ามกลางกองไฟ
“ไม่จริง ปู่บอกว่าบ้านไฟไหม้ และทุกคนตายหมด”
“ปู่ของเ้าเลือกกุญแจที่อ่อนโยนกว่า แต่เขาทิ้งอำนาจที่แท้จริงไว้กับข้า” ธีรเทพในกระจกยกมือขึ้น และบนฝ่ามือของเขาก็มีเนตรอสูรเช่นกัน แต่ดวงตานั้นเป็สีขาวขุ่นที่ดูน่าสยดสยองยิ่งกว่า “ตราประทับต้องห้ามมีสองซีก และตอนนี้ ข้าจะไปทวงซีกของเ้าคืน”
เพล้ง!
ภาพในกระจกิญญาแตกกระจาย กลายเป็หมอกสีดำมืดมิดที่พุ่งเข้าใส่ธีรภพ ลลินทิพย์รีบะโขวางหน้าแล้วใช้ไม้เท้าสร้างโล่พลังงานรับการโจมตีไว้ได้ทัน แต่แรงปะทะนั้นทำให้เธอกระเด็นไปกระแทกชั้นหนังสือจนตำราหล่นกระจาย
ธีรภพรีบเข้าไปพยุงลลินทิพย์ “คุณเป็อะไรไหม?”
“ไม่เป็ไรค่ะ แต่พลังของเขา มันคือพลังแบบเดียวกับคุณจริงๆ แต่อยู่ในขั้วที่ตรงข้ามกัน” ลลินทิพย์กระอักเืออกมาเล็กน้อย “ธีรภพ ถ้าสิ่งที่คุณเห็นคือความจริง แสดงว่าครอบครัวศราวิญญ์ไม่ได้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อชิงตราประทับ แต่เป็การคัดแยกผู้สืบทอด”
ธีรภพหยิบบันทึกสยบิญญาที่หล่นอยู่ขึ้นมาเปิดดูหน้าท้ายๆ ที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน เขาพบว่ามีหน้ากระดาษที่ถูกผนึกไว้ด้วยหยดเืโบราณ เขาใช้เนตรอสูรส่องผ่านผนึกนั้นจนเห็นข้อความที่ซ่อนอยู่
“อาถรรพ์ฝาแฝดแห่งศราวิญญ์ : เมื่อใดที่แฝดผู้มีเนตรสีเืตื่นขึ้น แฝดผู้มีเนตรสีนิลจะจุติในเงามืด หนึ่งคนคือผู้กอบกู้ หนึ่งคนคือผู้ทำลาย หากทั้งสองไม่รวมเป็หนึ่ง โลกอาคมจะล่มสลายในกองเพลิง”
“ปู่” ธีรภพพึมพำ น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม “ปู่ทิ้งเขาไว้จริงๆ ด้วย”
ความรู้สึกผิดเริ่มกัดกินใจเขา การที่เขามีชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ อาจเป็เพราะมีใครอีกคนต้องรับกรรมอยู่ในนรกแทนเขา และตอนนี้ ใครคนนั้นกำลังกลับมาเพื่อล้างแค้น
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พักหายใจ เสียงน้ำไหลดัง ซ่า... ซ่า... ก็ดังมาจากมุมห้องลับ ทั้งที่ที่นี่เป็ห้องใต้ดินที่แห้งสนิท ธีรภพหันไปมองตามเสียง และพบว่าน้ำสีดำคล้ำเริ่มซึมออกมาจากรอยแตกของกำแพง
กลิ่นเหม็นเน่าของดินโคลนและซากศพโชยเข้าจมูก ลลินทิพย์ชูไม้เท้าขึ้น แสงจันทร์เผยให้เห็นว่าน้ำสีดำนั้นกำลังก่อตัวเป็รูปร่างมนุษย์ที่ไร้ใบหน้า
“มันตามเรามาถึงที่นี่เลยเหรอ” ลลินทิพย์เตรียมร่ายมนต์
“ไม่ใช่” ธีรภพััได้ถึงความต่าง “นี่ไม่ใช่ฝีมือของนกฮูกราตรี แต่มันคืออาถรรพ์ที่ถูกกระตุ้นจากการเปิดเผยความลับเมื่อครู่”
น้ำสีดำนั้นค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดของมุมห้อง แต่มันกลับทิ้งรอยเท้าเปียกๆ มุ่งหน้าไปทางบันไดที่นำขึ้นไปสู่โบสถ์ร้าง้า
“มันกำลังไปที่ไหน”
“ทิศนั้น คือทิศของบ่อน้ำโบราณหลังวัดค่ะ” ลลินทิพย์บอกเสียงสั่น “เฒ่าพรายเคยเตือนว่าบ่อน้ำนั่นถูกปิดตายไว้ เพราะเป็ที่สะสมของิญญาที่ฆ่าตัวตายในวัดนี้มาหลายร้อยปี”
ธีรภพคว้าดาบนิรันดร์โลหิตขึ้นพาดบ่า แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยเป็ความเด็ดเดี่ยว
“ในเมื่อเงามืดในกระจกมันท้าทายผมมาขนาดนี้ ผมก็จะเริ่มจากจัดการสิ่งที่มันส่งมาเตือนผมก่อน”
ทั้งคู่พุ่งตัวขึ้นไปสู่ผิวดิน ลมกลางคืนของอยุธยาพัดกรรโชกแรงจนต้นไม้รอบวัดสีกระจ่างเอนลู่ แสงจันทร์คืนนี้ดูแดงระเรื่ออย่างน่าประหลาด ธีรภพวิ่งนำไปยังพื้นที่หลังวัดที่เต็มไปด้วยหญ้าคาขึ้นสูงท่วมหัว
กลางดงหญ้านั้น มีปากบ่อหินโบราณที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ปากบ่อถูกปิดด้วยแผ่นหินขนาดใหญ่และพันธนาการด้วยโซ่เหล็กที่ขึ้นสนิมจนแดงเข้ม แต่บัดนี้ โซ่เ่าั้กลับขาดกระจุยเหมือนถูกแรงมหาศาลกระชากจากข้างใน
เสียงน้ำในบ่อดัง จอม... จอม... ราวกับมีคนกำลังดิ้นรนอยู่ข้างล่าง
“ธีรภพ ดูที่ขอบบ่อสิคะ” ลลินทิพย์ชี้ด้วยมือที่สั่นเทา
ที่ขอบบ่อหิน ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดสีนวลซีดเผือด (คนละตนกับแม่หญิงนวล) เธอนั่งหย่อนขาลงไปในบ่อ ผมยาวสีดำเปียกชุ่มลากพื้น และที่น่าสยองขวัญที่สุดคือ เธอไม่มีเงาสะท้อนในแสงจันทร์ แต่กลับมีเงาที่ทอดยาวออกมาจากบ่อพยายามจะคว้าขาของธีรภพ
“นั่นคือ. ผีอาฆาตแห่งบ่อน้ำ” ธีรภพพึมพำ เนตรอสูรของเขาส่องสว่างจ้า “และดูเหมือนเธอจะรอเราอยู่แล้ว”
หญิงสาวตนนั้นค่อยๆ หันหน้ามา ใบหน้าของเธอซีดขาวจนเห็นเส้นเืสีเขียวปูดโปน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยโคลนตมสีดำที่ไหลออกมาไม่หยุด
“เ้า ผู้เนตร จงมาเป็ตัวแทนของข้า” เสียงของเธอดังมาจากใต้น้ำ
“ผมไม่มีเวลามาเล่นเกมกับคุณหรอกนะ” ธีรภพชักดาบนิรันดร์โลหิตออกสุดฝัก ใบดาบสีแดงเพลิงลุกโชนตัดกับความมืด “ถ้าจะขวางทางผม ก็เตรียมใจสลายไปได้เลย!”
ลลินทิพย์เตรียมร่ายมนต์สนับสนุน แต่ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นบางอย่าง “ธีรภพ ดูที่ข้อมือของเธอสิคะ มีตราสัญลักษณ์นกฮูกอยู่”
ธีรภพชะงักไป “นี่ไม่ใช่แค่ิญญาอาฆาตธรรมดา แต่มันคือกับดักที่ธีรเทพวางไว้ให้ผม”
ในวินาทีนั้นเอง ผีสาวก็กรีดร้องเสียงแหลมจนพื้นดินรอบบ่อน้ำแตกร้าว มือสีดำนับพันพุ่งขึ้นมาจากปากบ่อพยายามจะลากทุกอย่างลงสู่ก้นบึ้งอันมืดมิด
ธีรภพรู้ดีว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปราบผี แต่มันคือการเผชิญหน้ากับเศษเสี้ยวพลังของพี่น้องร่วมสายเืที่เขากระหายจะเจอหน้ามาตลอดสิบปี
“ลลินทิพย์ ถอยไปตั้งหลักที่หลังอุโบสถ ผมจะจัดการตรงนี้เอง”
ธีรภพะโเข้าสู่ม่านหมอกน้ำคลำที่พุ่งออกมาจากบ่อ ดาบนิรันดร์โลหิตในมือวาดเป็วงโค้งสีเื ปะทะกับเงาทมิฬที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
นี่คือจุดเริ่มต้นของความสยองขวัญครั้งใหม่ที่จะทดสอบทั้งฝีมือและหัวใจของเขา ก่อนที่ความลับที่แท้จริงของตระกูลศราวิญญ์จะถูกเปิดเผยทั้งหมดในบ่อน้ำต้องสาปแห่งนี้
จบตอนที่ 14
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์