Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่46 เฮ้ยแกน่ะ! คุกเข่าให้ฉันดูหน่อย!

    “จะจีบฉันงั้นเหรอเสี่ยวหนิง?’’ ท่ามกลางสายตาจับจ้องอันอิจฉาแห่งความโกรธ มู่หลินมองไปยังแขนของเขาที่ถูกแนบชิดเข้ากับเนินเขาอันชูชันของหญิงสาว

     

    “พูดอะไรอย่างนั้นล่ะที่รัก...เอ๊ะ!นายรู้จักชื่อของฉันได้ยังไง?’’ ได้ยิน เสี่ยวหนิงที่กําลังยิ้มหวานพลันชะงักด้วยความไม่อยากเชื่อ

     

    เสี่ยวหนิง?

     

    หมอนี่รู้ชื่อของฉันได้ยังไง?

     

    “นั่นไม่สําคัญว่าฉันจะรู้ได้ยังไงแต่ถ้าเธอไม่จีบฉันก็อย่ามาทําตัวเล่นๆ!’’ มู่หลินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจเขาไม่ต้องการตอบคําถามนี้และไม่สนด้วยว่าเธอจะคิดยังไง

     

    ‘ฮึ่ม! แม้ฉันจะไม่รู้ว่านายรู้ชื่อของฉันได้ยังไงแต่ฉันจะไม่มีทางเดินไปตามเกมของนายหรอก!’เสี่ยวหนิงคิดว่าชายหนุ่มต้องการเธอไปเป็นผู้หญิงของเขาจึงได้ใช้โอกาสนี้เพื่อดึงเธอเข้าไปตามหลุมพลางดังนั้นเธอจึงหัวเราะเสียงเย็นในใจดั่งผู้ชนะ

     

    เพราะไม่ว่ายังไงซะเธอก็แค่ต้องการใช้เขาเป็นโล่...โล่มนุษย์!

     

    ดังนั้นแล้วเธอจะไม่หลวมตัวไปตกหลุมพลางอันไร้สาระนี้เด็ดขาด!

     

    “ถ้าไม่จีบก็ถอยไป!’’มู่หลินขี้เกียจที่จะเสียเวลาอีก เขามองเธอด้วยสายตาเย็นชา

     

    คิดว่าฉันไม่รู้รึไงว่าเธอเข้าหาฉันเพราะอะไร?

     

    เหอะ!ถ้าแค่เห็นไอ้แบดบอยนั่นแล้วยังไม่รู้ก็คนโง่แล้ว!

     

    “...’’ เสี่ยวหนิงอึ้งเธอค่อนข้างสับสนว่าเขาพูดจริงหรือพูดล้อเล่น แต่ก่อนที่เธอจะได้ทําอะไร

     

    ชายหนุ่มก็สลัดแขนออกจากตัวเธอแล้วผลักเธอออกไปถึงจะไม่แรงมาก แต่เธอที่ไม่คาดคิดก็เสียการทรงตัวจนล้มก้นจํ้าเบ้า

     

    “โอ๊ยยยย!’’ทันทีที่ก้นจํ้าเบ้ากับพื้น เสี่ยวหนิงก็ร้องโอ๊ยอย่างเจ็บปวดออกมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังชายหนุ่มด้วยความไม่อยากเชื่อและโมโห

     

    “นะ...นาย!ทําอย่างนี้กับสาวสวยอย่างฉันมันหมายความว่ายังไง?’’ เสี่ยวหนิงจ้องเขม็งด้วยใบหน้าแดงกํ่าอย่างเอาเรื่อง

     

    ชายหนุ่มคนนี้ไม่มีตารึไง?

     

    กล้าผลักเธอแบบนี้ช่างไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย!

     

    “สาวสวย?หึๆ ในสายตาของฉันเธอมันก็แค่ก้อนเนื้อก้อนหนึ่งไม่ได้ต่างอะไรไปจากเนื้อหมูเนื้อวัวแม้แต่น้อย!’’ ต่อหน้าความไม่พอใจของหญิงสาวมู่หลินเพียงหัวเราะหึๆเสียงเย็นแล้วเดินจากไป

     

    สาวสวย?ก็แค่ก้อนเนื้อก้อนหนึ่งที่มีเลือดเนื้อเหมือนกันก็เท่านั้นเอง!

     

    สําหรับชายหนุ่มแล้วไม่ว่าจะแดนเต๋าหรือโลก สาวสวยก็เป็นเพียงก้อนเนื้อที่มีเลือดเหมือนกันกับคนอื่นๆอีกอย่างไม่ว่าใครถ้าเข้ามาและต้องการนําปัญหามาสู่เขา โดยไม่ได้ชอบเขาจริงจังหรือเป็นฝ่ายจีบเขาจะไม่แยแสหรือสนใจใดๆทั้งสิ้น!

     

    ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นจูหลิงเยว่หรือหลันเอ๋อร์ถ้าพวกเธอไม่เป็นฝ่ายเข้ามาจีบก่อน พวกเธอก็เป็นได้แค่ก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง

     

    ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาที่เป็นถึงจุดสูงสุดไม่จําเป็นที่จะต้องโหยหาความรักด้วยตัวเองเพราะอย่างไรซะคนเก่งกาจอย่างเขาเดี๋ยวความรักเหล่านั้นก็ลอยเข้ามาเอง

     

    นั่นแหละเขาจุดสูงสุดแห่งแดนเต๋า!

     

    “...’’ ด้านสือกวงก็คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอเหตุการณ์เช่นนี้ต่อหน้าต่อตาแต่ยังไงซะเขาก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากเพราะดูเหมือนว่าสาวสวยคนนี้ต้องการใช้ชายหนุ่มคนนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเขาทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ร่วมมือ

     

    ฮ่าๆๆๆๆ!โชคช่างเข้าข้างเขาเสียจริง!

     

    ‘หนอยแน่!ผู้ชายเขาพูดจากับผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง? เขาต้องเป็นเกย์แน่ๆเลย!’’ส่วนเสี่ยวหนิงที่ถูกบอกว่าเป็นก้อนเนื้อก็รู้สึกโมโหจัดจนบ่นในใจเพราะในความคิดของเธอมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีผู้ชายเช่นนี้อยู่ในโลก

     

    เว้นเสียแต่ว่า...เขาจะเป็นเกย์!

     

    ไม่อย่างนั้นแล้วจะเป็นอะไรไปได้?

     

    “สาวสวยไปกับพี่ดีกว่ารับรองไม่มีรุนแรงเหมือนหมอนั่นแน่ๆ’’สือกวงฉวยโอกาสยื่นมือไปจับเพื่อตั้งใจพยุงหญิงสาวขึ้นมา

     

    ผวัะ!

     

    แต่แล้วสิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นทันทีที่สือกวงกําลังจะสัมผัสเข้ากับแขนอันบอบบางเสี่ยวหนิงที่รู้สึกตัวตลอดก็หวดมือตบอย่างรุนแรงลงไปบนใบหน้าของเขา

     

    “ฮึ่ม!นายไม่มีค่าพอ!’’ เสี่ยวหนิงแค่นเสียงอย่างเย็นชาแล้วเดินจากไปทันทีเธอยิ่งโมโหจากหมอนั่นอยู่ หมอนี่ก็เข้ามา

     

    เหอะ!สมควรแล้ว!

     

    “กรอดดดด…’’คิดไม่ถึงว่าจะถูกตบหน้าอย่างแรงรอยยิ้มของสือกวงพลันหายไปแล้วแทนที่ด้วยความชั่วร้าย “ในเมื่อฉันมาดีไม่ได้ดีฉันก็จะมาร้าย!’’

     

    “พี่เปา!เปลี่ยนแผน! พาตัวผู้หญิงคนนี้มาให้ผมแล้วค่อยจัดการไอ้เวรนั่น!’’ โดยไม่รอช้าสือกวงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วถ่ายด้านหลังของหญิงสาวส่งไปให้เปามิ่งพร้อมกับสั่งการ

     

    “ได้!’’ด้านเปามิ่งแม้จะงงๆแต่เขาก็ตอบรับ อย่างไรก็ตามวินาทีต่อมาเขาก็ต้องเอ่ย“ดูเหมือนฉันจะได้จัดการไอ้เวรนั่นก่อน!’’

     

    “อย่าบอกนะว่าพี่เจอมันแล้ว?’’สือกวงถามด้วยความคาดหวัง วันนี้เขารู้สึกโกรธแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนดังนั้นเขาจะระบายความโกรธนี้ลงกับพวกมัน

     

    พวกที่กล้ายั่วยุเขา!

     

    “ใช่!ฉันเจอมันแล้ว!’’ ที่ปลายทางของเสียงเปามิ่งพยักหน้าแล้วมองอย่างยั่วยุไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่กําลังเดินตรงเข้ามา“เฮ้ยแกน่ะ! คุกเข่าให้ฉันดูหน่อย!’’

     

    …

     

    ไม่กี่วินาทีก่อนหลังจากที่มู่หลินเดินออกมาจากพวกเสี่ยวหนิงเขาก็ได้รับสายโทรศัพท์จากคนที่คาดไม่ถึง คิ้วทั้งสองจึงขมวดอย่างสงสัย“เบอร์ไม่คุ้นเลยจริงๆ…’’

     

    พอตัดสินใจรับเสียงจากปลายทางก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูเย็นชา“นั่นนายใช่ไหม?’’

     

    “เธอรู้เบอร์ของฉันมาจากผู้กํากับหลิวใช่ไหม?’’มู่หลินเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามกลับไปโดยไม่ตอบ ก่อนที่เขาจะถูกปล่อยตัวผู้กํากับหลิวได้แลกเปลี่ยนเบอร์กับเขาเอาไว้เพราะกรณีที่มีเรื่องอีกฝ่ายจะได้ช่วยเคลียร์ให้เขา แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะผูกมิตรกับเขาเขาจึงไม่ได้ปฏิเสธและทําการแลกเบอร์อย่างที่เห็น

     

    แต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าตอนนี้ผู้กํากับหลิวจะไปให้เบอร์กับผู้หญิงคนนั้น…

     

    ผู้หญิงที่กล้าสั่งเขาคุกเข่า!

     

    “ใช่!ฉันจะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน นายน่ะคงยังไม่รู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนช่วยนายเอาไว้?’’หลันเอ๋อร์ขี้เกียจโต้เถียงกับชายหนุ่ม เธอจึงเข้าประเด็นหลัก

     

    “พูดแบบนี้แสดงว่าคุณต้องการแลกเปลี่ยนบางอย่างกับข้อมูลสินะ!’’ได้ยิน มู่หลินก็หัวเราะเบาๆดูเหมือนหญิงสาวคนนี้จะฉลาดใช่เล่นที่กล้าเอามันมาคุยกับเขา

     

    “ถูกต้อง!ฉันมีบางอย่างจะให้นายช่วย ซึ่งถ้านายช่วยได้ฉันจะให้ข้อมูลของเบื้องบน!’’ถึงจะประหลาดใจ แต่หลันเอ๋อร์ก็พยักหน้าก่อนหน้านี้เธอได้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้จากผู้กํากับหลิวมาแล้วดังนั้นเธอจึงรู้ว่าชายหนุ่มยังไม่รู้มัน ซึ่งเธอสามารถที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อให้เขามาช่วยเธอในภารกิจพิเศษที่กําลังทําอยู่ได้

     

    สําหรับหลันเอ๋อร์แล้วไม่ใช่ว่าเธอหายโกรธมู่หลินแต่ที่เธอต้องการความช่วยเหลือของชายหนุ่มมันเป็นเพราะความจําเป็นอีกอย่างเขาก็เก่ง ดังนั้นเธอจึงต้องจําใจโทรมา เพราะอย่างไรซะถ้าภารกิจนี้ยังไม่สําเร็จ เธอก็ยังคงไม่สามารถกลับไปเมืองหลวงได้

     

    นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทําไมเธอถึงยอมยอมโทรหาคนที่เธอเกลียดมากที่สุด!

     

    “แบบนี้นี่เอง…’’มู่หลินรู้สึกสนใจไม่น้อย เพราะถึงยังไงซะเขาก็อยากรู้ว่าคนที่ช่วยเขาเป็นใครอย่างไรก็ตามขณะที่เขากําลังจะตอบเธอกลับไป เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น

     

    “เฮ้ยแกน่ะ!คุกเข่าให้ฉันดูหน่อย!’’

     

    ได้ยินมู่หลินก็พลันขมวดคิ้วแล้วมองไปยังต้นทางของเสียง

     

    คุกเข่าให้ฉันดูหน่อย...เราสนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ?

     

    แกเป็นใครฉันยังไม่รู้จักเลยด้วยซํ้าแล้วนี่แกกล้าสั่งให้ฉันคุกเข่าได้อย่างไร!

     

    รนหาที่เสียแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน