ใช่แล้วทุกอาชีพมักจะมีแบบอย่างคนที่ประสบความสำเร็จให้เห็นเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ
ในสังคมพนักงานบริษัทมักจะมีคนที่เลื่อนตำแหน่งเร็วในแวดวงกีฬามักจะมีนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองได้สำเร็จในโลกของเกมมักจะผู้เล่นเลเวลสูงๆ
และรางวัลของแบบอย่างผู้ประสบความสำเร็จเหล่านั้นก็มักจะเกินกว่าราคาที่ผู้ชมทางบ้านคาดการณ์ไปไกลมาก!
“สิบตัน... สิบตัน...” ณ ที่แห่งหนึ่งภายในมณฑลหมิงสุ่ยกลุ่มผู้ชายวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนมุงแลปท็อปเครื่องเดียวอยู่พวกเขาเป็นลมหลังจากที่ได้ยินตัวเลขนี้
ก่อนหน้านี้เคยได้ยินแต่หน่วยหินวิญญาณที่ใช้คำว่า ‘ก้อน’! แต่นี่อะไรกันเล่นจ่ายให้เป็น ‘ตัน’ แบบนี้เลยเหรอ!
แบบนี้จะถือว่าแหกกฎรึเปล่า?!
“หนึ่งตัน... น่าจะประมาณหนึ่งพันเจ็ดร้อยก้อน สิบตันก็ประมาณ...หนึ่งหมื่นเจ็ดพันก้อน?! ทำไมคาตัวของเขาสูงถึงขนาดนี้?!”ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่ง วัยรุ่นคนหนึ่งสะดุ้งโหยงราวกับเข็มแหลมทิ่มเขาตะโกนเสียงแหลมด้านหน้าหน้าจอ “เป็นพวกเด็กเส้นแน่นอน!มีแต่พวกเด็กเส้นเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้!จะต้องเป็นศิษย์เอกของจินตันเจินเหรินคนใดคนหนึ่งแน่ๆ !”
“สิบตัน... พระเจ้าช่วย! !”“หลังจากเมี่ยรื่อก็ไม่เคยมีใครได้รับหินวิญญาณที่ใช้หน่วยเป็นตันเลย! ให้ตายเถอะ!นี่มันเรื่องจริงใช่ไหม!”
ณ หมู่บ้านแถวชานเมืองผานซาน หลังประตูห้องบานใหญ่ในคฤหาสน์หลังหนึ่งมีผู้ชายวัยกลางคนสี่คนกำลังนั่งมองหน้ากันไปมา
“สิบ สิบตัน...” พวกเขาดูบนหน้าจอขนาดใหญ่ น้ำเสียงเจือความอิจฉาดังขึ้น
“พวกเรา...พยายามกันมาหนึ่งปีเต็มเพิ่งเก็บหินวิญญาณกันได้ห้าพันก้อนเอง...”ผู้ชายด้านซ้ายมือสุดเผยยิ้มอันขมขื่น“ถึงแม้กองกำลังราชาพยัคฆ์ของพวกเราจะเป็นแค่กองกำลังระดับ C เงินเดือนไม่สูงมาก แต่ค่าจ้างรับทำภารกิจก็ไม่แย่...”
แต่คนๆ นี้ เพิ่งเข้ามาวันแรกแท้ๆแต่กลับได้เงินตั้งต้นเท่ากับเงินเดือนสามปีของพวกเขาหลายสิบคนรวมกัน!
แถมยังเป็นเงินสุทธิให้เปล่าที่อวี้หลินเว่ยมอบให้!
ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วหินวิญญาณแค่สองพันก้อนก็ไม่ถือว่าขี้ริ้วขี้เหร่แล้ว!
โชคดีหน่อย ก็คงมีคนเต็มใจจ้างงานพวกเขาอยู่เหมือนเดิมแต่ถ้าโชคร้ายหน่อย... เหอะๆๆ ... พวกเขาคงตกงาน
เท่ากับว่า หินวิญญาณจำนวนสิบตันนี้... เป็นแค่ค่าทำสัญญากับอวี้หลินเว่ยเท่านั้น!
“หัว หัวหน้าครับ!” ณ บ้านพักตากอากาศหลังน้อยกลางหุบเขามีผู้ชายผมยาวดูผู้ดีมีชาติตระกูลคนหนึ่งกับนอนอาบแดดอยู่บนแคร่ไม้นอกระเบียงเขาอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสบายอารมณ์ แต่อยู่ๆกลับถูกขัดจังหวะด้วยชายคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาอย่างลนลาน “ข่าวใหญ่ครับ! หัวหน้า!”
“ข่าวอะไร?” ชายผมยาวเอ่ยถามเสียงเรียบ“บอกไม่รู้กี่รอบแล้ว ท่าทีลนลานเป็นไก่ตื่นแบบนี้บรรลุขั้นจู้จีระดับต้นแล้วก็หัดวางเนื้อวางตัวบ้างอีกประเดี๋ยวกลับไปคัดกฎของกองกำลังบุหงามรณะสักสิบรอบให้ขึ้นใจ”
“หัวหน้าครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่จริงๆ ครับ”ผู้ชายตกตะลึงเล็กน้อยแค่ก็พูดขึ้นต่อด้วยใบหน้าแดงเรื่อ “มีกองกำลังระดับ Aจัดตั้งใหม่ครับ! โคตรเจ๋งเลยครับ!”
“กองกำลังระดับ A กองใหม่งั้นเหรอ?” หัวหน้าที่กำลังยกแก้วชาขึ้นหยุดชะงัก คิ้วย่นเข้าหากันเล็กน้อย“ก่อนหน้านี้สามปี ก็เพิ่งจัดตั้งกองกำลังมังกรเร้นของฉู่เจาหนานไปเองไม่ใช่เหรอเขาเป็นผู้ชนะแห่งมณฑล หลายชายของรองผู้ว่าการฉู่ไม่ใช่เหรอ? คนที่มีภูมิหลังขนาดนี้ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นมีอะไรน่าตกใจ...ส่วนกองกำลังหน้าใหม่ที่นายพูดถึงนั่น ยังไม่ถึงพิธีจบการศึกษาของเทียนเต้าสักหน่อย...แล้วกองกำลังระดับA กองใหม่เกิดขึ้นได้อย่างไร?”
“ผู้ชนะครับ! เป็นผู้ชนะตัวจริงจากเมื่อสามปีที่แล้ว”ผู้ชายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เรื่องผู้ชนะเมื่อสามปีที่แล้วก็จัดการเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ? หมดสัญญางานแล้วเหรอ?” หัวหน้ากองกำลังนิ่งขรึม“หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“เรื่องนี้ไม่สำคัญ! หัวหน้าครับ!” ผู้ชายดวงตาเปล่งประกายขึ้น“หัวหน้าลองทายดูว่าหัวหน้าของกองกำลังระดับ A กองใหม่นี้ได้ค่าเซ็นสัญญาเท่าไหร่?สิบตัน! สิบตันครับ! เป็นจำนวนหินวิญญาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันก้อน! โคตรเจ๋ง!”
“หินวิญญาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันก้อน? !” ครั้งนี้หัวหน้าผมยามเหลือกตากว้างพลันลุกพรวด“นายแน่ใจ?”
“แน่ใจครับ! กำลังถ่ายทอดสดอยู่ด้วยครับ!”
หัวหน้าผมยาวสูดลมหายใจขลึกๆ สองสามเฮือก “พาฉันลงไป!”
หนึ่งหมื่นเจ็ดพันก้อน... เทียบเท่ารายได้ของกองกำลังบุหงามรณะครึ่งปี!
และที่สำคัญ... กองกำลังระดับ A ประจำมณฑลของพวกเขากำลังถูกพิจารณาเป็นกองกำลังระดับประเทศอยู่!
และที่สำคัญยิ่งไปกว่านี้... การที่มอบหินวิญญาณสนับสนุนจำนวนมากขนาดนี้ทางมณฑลหมิงสุ่ยกำลังคิดทำอะไรอยู่? กองกำลังนี้มีค่ามากพอที่จะให้พวกเขาเลี้ยงดูบ่มเพาะงั้นเหรอ?
นี่เป็นตัวเลขที่สูงจริงๆ !
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นยังไม่จบลงเท่านั้น
“ข้อเสนอข้อต่อไปที่อวี้หลินเว่ยเคยให้สัญญาไว้คือ... ยันต์อาคม...”
“อะไรนะ!? ยังมีอีกเหรอ!”“อวี้หลินเว่ยเป็นบ้าไปแล้วรึไง! ถ้าพูดถึงยันต์อาคมก็ต้องมียาวิเศษแล้วก็ตำราวิชาเวทด้วยไม่ใช่เหรอ!แต่นี่พูดแค่ยันต์อาคมอย่างเดียว... หมายความว่าอย่างไร? แยกรายการให้งั้นเหรอ!” “นี่พวกเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่...”
หากหินวิญญาณเมื่อครู่ทำให้ตื่นเต้นจนเสียอาการไม่แล้วงั้นข้อเสนอนี้คงทำให้เป็นบ้าได้เลย!
ไม่นึกว่ายังมีอีก!
“นี่มันบ้าไปแล้ว! ปกติอวี้หลินเว่ยจ่ายค่าเซ็นสัญญาเป็นเงินก้อนเดียวไม่มีแยกรายการ! อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยได้ยินว่ามีการให้หินวิญญาณ แล้วอัดฉีดยันต์อาคมเข้าไปอีกแบบนี้!”ภายในสถานเริงรมย์แห่งหนึ่ง มีเหล่านักฝึกตนไร้สังกัดสิบกว่าคนรวมตัวกันอยู่ตอนนี้ เสียงของพวกเขา บ้างเจือแววหงุดหมิด บ้างตื่นเต้นแต่ส่วนใหญ่เป็นแววอิจฉามากกว่า!
นาทีนี้ กลิ่นความอิจฉาริษยาของผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ลอยตลบทั่วแผ่นดินหวาซย่ายิ่งไปกว่านั้นสวีหยางอี้คนนี้ยังได้รับความสนใจจากเหล่ารุ่นพี่ขั้นจู้จีเป็นพิเศษ!ผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่อย่างพวกเขาก็ได้แต่อิจฉาและเพ้อฝันว่าทำไมคนนั้นไม่เป็นตัวเอง?
“ต้องเป็นเด็กเส้นแน่ๆ!!!” วัยรุ่นหนึ่งคนในบ้านหลังหนึ่งถือ IPAD จ้องมองตาแดงเรื่ออย่างไม่ยอดปล่อยมือ“แต่ฉันก็อยากเป็นเด็กเส้นเหมือนเขาจัง!”
“ยันต์อาคมได้แก่ ยันต์เทพบาทา ยันต์ชะล้าง ยันต์สะกดรอยและยันต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั้งสิบห้าชนิดโดยขอมอบให้ชนิดละสามร้อยใบ”
“ยันต์อาคมโจมตีลูกบอลเพลิงยันต์อาคมโจมตีกริชวายุและยันต์อาคมโจมตีประเภทอื่นๆ อีกห้าประเภทประเภทละหนึ่งร้อยใบ”
“ยันต์อาคมโล่ธุลี ยันต์อาคมป้องกันเวทปัญจธาตุและยันต์อาคมป้องกันประเภทอื่นๆอีกห้าประเภท ประเภทละห้าสิบใบ”
หลังจากอ่านจบคอมเม้นท์ในเว็บไซต์ผู้ฝึกตนแห่งหวาซย่าก็ถาโถมเข้ามาอย่างฟ้าถล่มดินทลายจนเว็บไซต์เกือบล่ม!
คอมเม้นท์ของผู้ชายก็มีเนื้อหาไปทางอิจฉา แต่ของบรรดาสาวๆ แต่ละคอมเม้นท์นี่สิ...“ว้าว! อยากเป็นเด็กเสี่ยจัง!” “ป๋าคะ! หนูอยากถูกรับเลี้ยง!” “รวยจัง...ต้องการเลขาฯ ส่วนตัวหลังเลิกงานไหมคะ?” “นางพวกผู้หญิงบ้าผู้ชาย...พวกหล่อนคิดว่าเขาชอบผู้หญิงอย่างเดียวเหรอ?! บางทีเขาอาจจะชอบผู้ชายอย่างฉันก็ได้!”
ขณะชาวเน็ตกำลังคอมเม้นท์กันอย่างเผ็ดมัน อยู่ๆก็มีแอคเคาท์แถบแดงโผล่ขึ้นมา ทำเอาทุกคนตะลึงลานไปตามๆ กัน
มีแขกผู้ทรงเกียรติเข้ามาด้วย
แอคเคาท์แถบแดงคือสถานะของผู้ใช้ที่เป็นผู้ฝึกตนขั้นจู้จี
ทุกคนแทบไม่อยากเชื่อชายตาตัวเอง รุ่นพี่ขั้นจู้จีมีเวลาว่างมาคอมเม้นท์ขนาดนี้เลยเหรอ?
“ทุกคนลองคิดมูลค่าของข้อเสนอพวกนี้คร่าวๆ รึยัง? รู้ไหมว่าอวี้หลินเว่ยควักเงินไปเท่าไหร่เพื่อให้ได้ตัวเขาคนนั้นมา?”
“หินวิญญาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันก้อนลองคิดเล่นจากอัตราค่าแลกเปลี่ยนของหินวิญญาณคุณภาพต่ำดูก็ได้”
คอมเม้นท์ราวกับฟ้าผ่าลงท่ามกลางฝูงชน!
“สาม สามร้อยสี่สิบล้าน?!” มีคนลองคิดตามดูจริงๆ
คิดตามอัตราค่าแลกเปลี่ยนระหว่างหินวิญญาณกับหน่วยเงินตราหวาซย่าปี้ของโลกมนุษย์ธรรมดาดูค่าเซ็นสัญญาครั้งนี้มีมูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่... สาม... ร้อย... สิบ... สี่...ล้าน... หวาซย่าปี้!!!
“นี่ยังไม่รวมมูลค่าของยันต์อาคม ฉันลองคิดมูลค่าทั้งหมดของยันต์อาคมคร่าวๆก็อยู่ที่ประมาณหลายสิบล้านหวาซย่าปี้”แอคเคาท์แถบแดงก็ปั่นคอมเม้นท์ให้ดุเดือดยิ่งขึ้นไปอีกก่อนพูดทิ้งท้ายแตกประเด็นเอาไว้อีก “ฉันคิดว่ายังไม่หมดแค่นี้หรอก”
ยังมีอีกงั้นเหรอ?
คอมเม้นท์จากแอคเคาท์แถบแดงนี้ทำเอาทุกคนกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง!
ทุ่มไปสามร้อยสี่สิบล้านขนาดนี้แล้ว... ยังไม่พออีกเหรอ? !
อัจฉริยะที่แท้จริง ค่าตัวสูงขนาดนี้เลย
ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เทียนเต้าสาขาย่อยวันนั้น แม้วิดีช่วงหลังๆที่อัดไว้ได้จะถูกฝู่หยุนเจินเหรินตัดออก แต่ช่วงแรกของวิดีโออวี้หลินเว่ยได้ชมแล้ว!
และเมื่อเทียบกับข้อเสนอจากองค์กรอื่นๆ ในวันนั้นทางอวี้หลินเว่ยรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่!
ถามว่ามูลค่าขนาดนี้สูงไปไหม?
คำตอบคือ ‘ไม่’ ! เหมืองหินวิญญาณของมหาเศรษฐีอย่างตู้มหาสมบัติยอมทุ่มไปก็อยู่ที่ราคาประมาณนี้!ไหนจะแร่ธาตุหายากสี่ชนิดนั้นอีก... พวกเขาคิดคำนวณมาอย่างดีแล้ว
ชายวัยกลางคนผู้อ่านเงื่อนไขสัญญาอึ้งไปเลย “เพื่อสนับสนุนสหายสวีในฐานะหัวหน้ากองกำลังระดับ A กองใหม่ทางอวี้หลินเว่ยขอให้ความช่วยเหลือด้านยาวิเศษตั้งแต่ขั้นเลี่ยนชี่จนกว่าจะบรรลุขั้นจู้จีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับยาวิเศษทั้งหมดทางกองอำนวยการหลักของอวี้หลินเว่ยขอรับผิดชอบเอง...”
ตอนนี้ บรรยากาศบนหน้าเว็บไซต์และด้านหน้าจอแลปท็อปเงียบสนิท
แม้แต่แอคเคาท์แถบแดงของรุ่นพี่ขั้นจู้จีเมื่อครู่ที่ปั่นคอมเม้นท์อย่างสนุกเมื่อครู่ก็ยังเงียบ
ราวกับหินวิญญาณกับยันต์อาคมเมื่อครู่นี้เป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อยเท่านั้น!
เพราะรางวัลที่แท้จริงมันอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก!
สนับสนุนผู้ฝึกตนหนึ่งคนบำเพ็ญเพียรฝึกตนจากขั้นเลี่ยนชี่จนบรรลุขั้นจูจีด้วยยาวิเศษแบบนี้ถึงจะเรียกว่ามูลค่ามหาศาลอย่างแท้จริง!แบบนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากผลประกอบการหนึ่งปีของเหมืองแร่เล็กๆ แห่งหนึ่งเลย!
ยาวิเศษสำหรับทะลวงทัณฑ์อุปสรรคขั้นจู้จี ปกติมีราคาสูงถึงห้าถึงหกหมื่นก้อนหินวิญญาณ!
ตอนนี้ ไม่มีใครกล้าเอาไปคิดเป็นเงินหวาซย่าปี้แล้ว...คิดไปก็อนาจตัวเองเปล่าๆ
“ข้อเสนอขนาดนี้... แม้ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีเองก็ยังอดอิจฉาไม่ได้!”
เสียงอุทานจากความอิจฉาดังระงมเกือบทั่วแผ่นดินหวาซย่าพวกเขาพยายามมาทั้งปียังได้แค่หินวิญญาณหนึ่งพันก้อนเลย... มูลค่าเซ็นสัญญามหาศาลขนาดนี้เกรงว่าทั้งชีวิตพวกเขาก็คงหาไม่ได้
อ่านข้อเสนอทั้งหมดมาเป็นเวลาสิบกว่านาที ในที่สุดชายวัยกลางคนก็อ่านจบตอนนี้ บนใบหน้าของเขาเหลือแค่รอยยิ้มแข็งทื่อ
อยาก... เข้าไปตีสนิทกับเขาจัง... แต่คงเป็นไปได้ยาก...
“ทุกท่านอาจสงสัย” ในที่สุดเชียนเริ่นก็ลุกขึ้น เขาระบายยิ้มเอ่ย“ว่าเหตุใดค่าเซ็นสัญญาของสหายสวีถึงสูงขนาดนี้”
ใช่แล้ว! เป็นไปได้อย่างไร!
ทุกคนจ้องมองหน้าจออย่างตั้งใจฟัง ถ้าไม่รู้เหตุผล คงนอนไม่หลับแน่!
“ฉันกล้ารับประกันกับทุกท่าน ณ ตรงนี้เลยว่าเรื่องนี้ไม่มีเส้นสายหรือลับลมคมในทั้งนั้น”เชียนเริ่นเหลือบมองสวีหยางอี้อย่างเงียบๆ“เพราะเนื่องจากสหายสวีได้ให้ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุโศกนาฏกรรมจูหงเสวี่ยและถือเป็นการต้อนรับผู้ฝึกตนสุดยอดอัจฉริยะคนใหม่ในโลกผู้ฝึกตนอย่างเป็นทางการ”
เรื่องสังหารทายาทตระกูลหมิง ถือว่าทำได้เพราะผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจอย่างตระกูลไม่ค่อยลงรอยกับเผ่ามนุษย์ธรรมดาเท่าไรนักและมักจะเกิดปัญหาอยู่บ่อยๆ แต่เรื่องนี้พูดออกไปสู่สาธารณะไม่ได้
“แต่ก็ไม่น่าสูงถึงขนาดนี้นี่ครับ!” นักข่าวคนหนึ่งอดถามขึ้นมาได้
ใช่! ถูกต้อง! นี่เป็นคำพูดแทนใจของทุกคนที่ดูถ่ายทอดสดนี้อยู่!หินวิญญาณหลายหมื่นก้อน... ตีเป็นเงินหลายร้อยล้านหวาซย่าปี้...แบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ! ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!
เชียนเริ่นพยักหน้า ประโยคต่อไปที่เขากำลังจะพูด ต้องทำให้ทุกคนเก็บปิดปากเงียบสนิทและเข้าใจเหตุผลทั้งหมดอย่างแน่นอน
“เพราะว่า จากการตรวจสอบสหายสวีสองสามวันก่อนหน้านี้เขาทำการเปิดประสาทสัมผัสแห่งจิตได้อย่างสมบูรณ์แล้ว”
“ดังนั้น พลังของเขาจัดอยู่ในระดับ S !!!”