ฉันไม่เคยฝัน
มี่เวลาหนึ่งที่ฉันไม่เข้าใจแม้แต่แิของความฝันเลยด้วยซ้ำ
พ่อแม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนที่ยังเด็กมากฉันเคยพูดถึงความฝันอยู่บ้าง
หรือว่าพอตัวตนเริ่มเป็รูปเป็ร่างขึ้นก็เลยเลิกฝันไปเองนะ
ฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับความฝันเลยแต่ตอนนี้กลับไม่แน่ใจแล้วว่าสถานการณ์นี้คือความฝันหรือความจริงกันแน่
ชุดนักเรียน…!
ตอนนี้ฉันกำลังสวมชุดนักเรียน
บนหน้าอกซ้ายมีป้ายชื่อพื้นหลังสีเหลืองอ่อนปักไว้เนกไทสีแดง และแจ็กเก็ตขนาดไม่พอดีตัวเครื่องแบบนักเรียนดีไซน์ล้าสมัยแบบนี้คือเครื่องแบบโรงเรียนม.ต้นที่ฉันเรียนจบมา
เมื่อกี้ฉันกำลังไอเป็เือยู่ในโกชีวอนเสื้อผ้าที่ใส่ก็เป็ชุดวอร์ม…แล้วทำไมถึงกลายเป็ชุดนักเรียนได้ล่ะ
หลังจากเรียนจบฉันก็บริจาคเครื่องแบบนักเรียนให้กิจกรรมการกุศลไปแล้วไม่มีทางมีชุดแบบนี้อยู่ในโกชีวอนแน่ๆ
แขนขาก็ดูสั้นลง
ฉันสำรวจเครื่องแต่งกายพลางเหยียดแขนยืดขาแต่ก็เกือบล้มคะมำเพราะเสียสมดุล
ความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นราวกับไม่ใช่ร่างกายตัวเอง แต่สิ่งที่แปลกที่สุดกลับเป็อย่างอื่น
ไม่ไอแล้ว…
ฉันไม่มีอาการไอแล้วและความเ็ปที่เคยกดทับหน้าอกมาเนิ่นนานก็หายไปเช่นกัน
ราวกับร่างกายกลับมาแข็งแรงอีกครั้งประหนึ่งไม่เคยเป็มะเร็งปอดมาก่อน
“โจอึยชิน?”
“อะ…?”
ใหมด
นอกจากฉันแล้วที่นี่ยังมีอีกสามคน
“ฉันชื่อยูซังฮุน”
“ฉะ…ฉันชื่อซนมินกิ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”
พวกเขาเป็ฝ่ายทักทายฉันก่อนพลางชี้ไปที่ป้ายชื่อของตนแต่ละคนสวมชุดนักเรียนที่มีดีไซน์แตกต่างกันอีกฝ่ายเป็เด็กสามคนที่ดูไม่ออกว่าอยู่ม.ต้นหรือม.ปลายกันแน่
รู้สึกแปลกๆชอบกลที่เด็กพวกนี้พูดกับฉันโดยไม่ใช้ภาษาสุภาพ หรือเพราะกำลังใส่ชุดนักเรียนก็เลยคิดว่าเป็รุ่นเดียวกันอย่างนั้นเหรอ ไม่สิ เป็ไปไม่ได้…
“นายง่วงเหรอ การสอบปฏิบัติใกล้จะเริ่มแล้ว ตื่นตัวหน่อย”
“สอบปฏิบัติ?”
“ความสามัคคีก็เป็ส่วนหนึ่งของการประเมิน ดังนั้นมาทำให้เต็มที่กันเถอะฉันชื่อจางนัมอุก”
คนต่อมาที่พูดเป็คนเดียวที่สวมแว่นตาและตัวสูงที่สุดในบรรดาเด็กทั้งสามคน
หลังจากพวกเขาแนะนำตัวเสร็จก็มาถึงตาฉัน ฉันจึงพูดตามยูซังฮุนที่บอกแค่ชื่อตัวเอง
“โจอึยชิน”
ทุกคนแนะนำตัวกันหมดแล้ว
ตามด้วยบรรยากาศอันน่าอึดอัดและความเงียบที่เข้าปกคลุมซึ่งมักเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่มีคนแปลกหน้ามาเจอกันและคนที่ทำลายความเงียบนั้นก็คือจางนัมอุก
“มาวอร์มร่างกายกันเถอะ ถ้าเป็ตะคริวระหว่างกำลังสอบละก็ คงแย่แน่”
พวกเขาสามคนเริ่มวอร์มร่างกายตามข้อเสนอของจางนัมอุก
แค่ขยับตัวเบาๆแต่พวกเขากลับดูโดดเด่นเหมือนมีพร์ด้านกีฬาความยืดหยุ่นตอนที่ยืดเหยียดร่างกายก็ดูราวกับนักยิมนาสติกอาชีพตอนะโอยู่กับที่ก็แทบจะลอยคว้างอยู่กลางอากาศเสียงที่ได้ยินตอนต่อยอากาศก็คล้ายทะลวงฝ่าสายลม ไม่สิฟังดูเหมือนเสียงผ่าอากาศมากกว่า
แค่เห็นท่าทางการวอร์มอัพก็ทำเอาทึ่งไปหมด
สามคนนี้เป็นักกีฬาอาชีพกันหรือไง
ถึงจะยังไม่รู้ว่าอะไรเป็อะไรแต่ฉันก็เจอเื่ลำบากซะแล้ว
นับั้แ่ถูกวินิจฉัยว่าเป็โรคร้ายในระยะสุดท้ายฉันก็ไม่เคยออกกำลังกายเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ต้องพูดถึงเื่ออกไปข้างนอกเพราะอาหารทุกมื้อล้วนจบได้ด้วยข้าว รามยอนและน้ำจากเครื่องกรองที่ทางโกชีวอนจัดเตรียมไว้ให้
ไม่มีทางที่จู่ๆฉันจะเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วแบบนั้นแน่
แต่ดูเหมือนฉันจะต้องสอบภาคปฏิบัติร่วมกับสามคนนี้
ต่อให้เป็แค่ฝันแต่ฉันคงไม่มีทางรู้สึกดีได้หรอกที่ต้องเห็นพวกเขาสอบไม่ผ่านเพราะตัวเองดังนั้นฉันจึงตัดสินใจอบอุ่นร่างกายตามพวกเขา
แปลกจัง
ชักรู้สึกแปลกๆขึ้นมาอีกแล้วสิ
รู้สึกได้ว่าร่างกายเบาหวิวราวกับถอดตุ้มน้ำหนักที่ถ่วงอยู่ทั่วร่างออกไปอย่างไรอย่างนั้นแม้ขนาดตัวจะเล็กลง แต่ดูเหมือนสมรรถภาพจะดีกว่าตอนร่างกายแข็งแรงดีหลายเท่า
นี่คือความฝันจริงๆเหรอ
ขณะที่ฉันจมอยู่กับความคิดของตัวเองทั้งสามคนก็เริ่มคุยกัน
“การสอบปฏิบัติดูเหมือนจะยาก…จะไหวหรือเปล่านะ”
“ขอแค่ไม่ทำพลาดตอนที่ใช้เครื่องจำลองซิมูเลเตอร์จนเห็นชัดก็พอแล้วฉันได้ยินมาว่าการฝึกภาคปฏิบัติของที่นี่คล้ายกับที่โรงเรียนเตรียมทหารที่นั่นเองก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่หรอก”
ซนมินกิดูจะเป็กังวล
แม้จางนัมอุกเองก็มีท่าทีประหม่าแต่เขาก็พยายามทำตัวเยือกเย็น ขณะที่ยูซังฮุนกลับดูค่อนข้างผ่อนคลาย
ทั้งสามพูดคุยกันด้วยบทสนทนาที่ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิด
“นั่นสินะ ฉันเคยได้ยินว่าโรงเรียนม.ปลายอึนกวังก็ใช้เครื่องซิมูเลเตอร์เหมือนกัน”
เมื่อได้ยินคำพูดของยูซังฮุนฉันก็แทบล้มทั้งยืน
“โรงเรียนม.ปลายอึนกวัง?”
“…นายไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
“เปล่า…”
ถึงจะเคยเป็ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะหายแล้ว
สติของฉันค่อยๆคมชัดขึ้น
โรงเรียนม.ปลายอึนกวัง
ไม่มีทางเลยที่ฉันจะไม่รู้จักเพราะเป็ชื่อโรงเรียนที่ฉันได้ยินมาตลอดสิบปี
‘โรงเรียนม.ปลายอึนกวัง’ โรงเรียนที่เป็เวทีหลักของเกมกากแห่งชาติอย่างเพลเยอร์มาอิสเตอร์ ไฮสคูล
[ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง ‘โจอึยชิน’ตระหนักถึงมิติที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันแล้วขณะนี้กำลังเปิดใช้งานสกิลเมนูพิเศษเฉพาะของ ‘โจอึยชิน’ผู้ที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง]
ปี๊บ!
เสียงแจ้งเตือนดังแว่วมาจากที่ไหนสักที่
มันเป็เสียงแจ้งเตือนที่ฉันคุ้นเคยดีในขณะกำลังคิดแบบนั้น หน้าต่างระบบที่มีดีไซน์แสนคุ้นตาก็ปรากฏขึ้นทั้งการไล่สีไปจนถึงการออกแบบ ฉันเห็นมาตลอดสิบปี ไม่มีทางที่จะจำไม่ได้
หน้าต่างระบบในเพลย์มาโก!
ฉันจับจ้องไปยังรายการบนสุดของเมนูทันที
[เรียกดูข้อมูลตัวละคร ‘โจอึยชิน’]
ปี๊บ!
หน้าต่างสีน้ำเงินพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า
เพราะโรงยิมค่อนข้างมืดจึงมองเห็นหน้าต่างระบบได้ชัดเจนพอสมควรแต่ดูเหมือนนอกจากฉันแล้วจะไม่มีใครสังเกตเห็นมัน คงเป็เพราะนี่คือสกิล ‘เมนูพิเศษเฉพาะร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง’ซึ่งมีแค่ฉันคนเดียวที่มองเห็นและใช้งานได้
[ชื่อ : โจอึยชิน]
[ฉายา : ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง, ผู้เข้าสอบชั้นม.ต้นปีสาม]
[พรคุ้มครอง : (การดาวน์โหลดบางส่วนล้มเหลว)]
[แสงประทับ : (ถูกผนึก)]
[สถานะ : ปกติ]
[ศักยภาพโดยรวม : Lv.10]
นี่มันคล้ายกับในเกมมากทั้งการออกแบบและองค์ประกอบของหน้าต่างก็เหมือนกันอย่างกับแกะ
เมื่อกดเลือกดูค่าศักยภาพโดยรวมก็ปรากฏหลอดค่าต่างๆ ทั้ง HPและ MP รวมถึงพลังโจมตี พลังเวท พลังป้องกันและความว่องไวและสถานะอื่นๆ อย่างละเอียดเหมือนกับในเกมไม่มีผิด
กระทั่งข้อความ‘การดาวน์โหลดบางส่วนล้มเหลว’ ก็ยังเหมือนกันเป็เื่ปกติไปแล้วที่ข้อความดังกล่าวจะแสดงบนหน้าจอโดยไม่ปรากฏข้อความใดๆ เพิ่มเติมอีกสมกับเป็เกมกากแห่งชาติ มีบักแม้กระทั่งในโลกที่ไม่รู้ว่าเป็ความฝันหรือความจริง
น่าจะมีสกิลอยู่ด้วยนะ
ฉันเลื่อนเมนูไปจนถึงส่วนของสกิล
[สกิล]
[สารพันศัสตรา Lv.1]
[เมนูพิเศษเฉพาะร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง Lv.1]
[เชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูป Lv.1]
[พลังแห่งโชคชะตา Lv.3]
[(การดาวน์โหลดบางส่วนล้มเหลว)]
มีทั้งศัพท์และสกิลที่ไม่เคยเห็นในเกมมาก่อนแต่บางอย่างในนั้น ฉันจำได้ว่าเคยได้ยินมาก่อนที่จะถูกแสงสว่างกลืนกินเข้าไป
อย่าบอกนะว่ามันเกี่ยวข้องกับรางวัลจากการเคลียร์บทสุดท้าย?
หลังจากกดเปิดกล่องของขวัญที่เป็รางวัลจากการเคลียร์บทสุดท้ายฉันก็เริ่มได้ยินเสียงหลอน จึงพยายามรื้อฟื้นความทรงจำเพื่อนึกถึงสิ่งที่ได้ยิน
[เชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูปเสร็จสมบูรณ์]
[ตรวจสอบความเหมาะสมของเพลเยอร์ที่เชื่อมต่อ]
[โจอึยชินถูกเลือกให้เป็ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง]
[การเปลี่ยนแปลงข้อมูล ซิงโครไนซ์มิติ และความคืบหน้าในการถ่ายโอนข้อมูล]
หากลองคาดเดาต้นเหตุของปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากสิ่งที่เรียกว่า ‘จักรวาลเหนือรูป’ส่วนฉันก็ได้กลายเป็ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สองและถูกส่งตัวมายังโลกของเพลย์มาโก
แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่นะ
ดูเหมือนจะพลาดอะไรบางอย่างไปแต่ก็ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่
ฉันจึงตัดสินใจทิ้งความสงสัยเอาไว้ก่อนแล้วเริ่มอ่านรายละเอียดของสกิลทั้งหมดที่มีแทน เพราะนอกจากสกิล ‘สารพันศัสตรา’ฉันก็ไม่รู้จักสกิลอื่นๆ เลย
[ดูรายละเอียดสกิล]
[ชื่อสกิล : สารพันศัสตรา]
[ระดับความหายาก : SSR]
[สกิลเลเวล : 1]
[คุณสมบัติ : สามารถใช้อาวุธและเกราะทุกชนิดได้อย่างชำนาญ]
[คำอธิบาย :เป็สกิลที่ใกล้เคียงกับพร์มากกว่าเทคนิคหรือทักษะจากการฝึกฝน]
[ชื่อสกิล : เมนูพิเศษเฉพาะร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง]
[ระดับความหายาก : EX (ไม่สามารถวัดได้)]
[สกิลเลเวล : 1]
[คุณสมบัติ :สามารถแทรกแซงและเข้าถึงข้อมูลของวัตถุที่ดำรงอยู่ในมิติเดียวกันได้ในระดับสูง]
[คำอธิบาย : สกิลพิเศษเฉพาะ ‘ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง’ซึ่งผ่านการทดสอบของจักรวาลเหนือรูปโดยขอบเขตการใช้งานจะเพิ่มขึ้นตามความเข้าใจในมิติและความสามารถในการปรับตัวของ ‘ร่างที่เหมาะสม’]
[ชื่อสกิล : เชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูป]
[ระดับความหายาก : UR]
[สกิลเลเวล : 1]
[คุณสมบัติ : สามารถเชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูป]
[คำอธิบาย : สามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ข้ามมิติ ข้ามกาลเวลาและข้ามจักรวาล แต่จะสร้างภาระมหาศาลต่อร่างกายและจิตใจของผู้ใช้หากผลลัพธ์ของการสื่อสารเกินขีดจำกัดในการรับข้อมูลของผู้ใช้สกิลจะถูกยกเลิกทันที]
[ชื่อสกิล : พลังแห่งโชคชะตา]
[ระดับความหายาก : EX (ไม่สามารถวัดได้)]
[สกิลเลเวล : 3]
[คุณสมบัติ : สร้างการแทรกแซงที่อยู่เหนือระดับความจริง]
[คำอธิบาย : สามารถชี้นำโชคชะตาของผู้ใช้สกิลซึ่งอ้างอิงจากประสบการณ์ความคาดหวัง ความคิด จุดมุ่งหมาย และความเชื่อพลังแห่งโชคชะตาสามารถลดหรือเพิ่มได้ขึ้นอยู่กับชีวิตที่ผ่านมาและเส้นทางที่จะมุ่งต่อไปข้างหน้าโดยผลลัพธ์ที่ได้จะเกิดขึ้นแบบสุ่ม]
มีสกิลระดับEX ที่อยู่เหนือเกณฑ์ปกติและไม่สามารถวัดค่าได้ ทั้งยังเป็ปริศนาอยู่สองสกิลมีสกิลระดับ UR หนึ่งสกิล และ SSR อีกหนึ่งสกิลหากวัดจากระดับความหายากของสกิลเพียงอย่างเดียวก็ถือว่านี่เป็ระดับที่สูงที่สุดจากบรรดาตัวละครทั้งหมดที่ฉันเคยปั้นมา
แค่ดูจากสกิลก็เป็ตัวละครระดับEX แล้ว
อย่างไรก็ตามดูเหมือนตอนนี้นอกจาก ‘เมนู’ แล้ว สกิลอื่นๆ จะยังไม่สามารถใช้งานได้
…จะทดสอบยังไงดี
ขณะกำลังครุ่นคิดก็รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของสถานการณ์ปัจจุบันถ้าฉันเข้ามาในโลกของเกมจริงๆ ก็ยังมีบางอย่างที่ดูแปลกๆ
ทั้งที่เข้ามาในโลกของเพลย์มาโกแล้วแต่ทำไมฉันถึงใส่ชุดนักเรียนม.ต้นแทนที่จะเป็เครื่องแบบโรงเรียนม.ปลายอึนกวังกันล่ะ
จะว่าไปแล้วพวกเขาบอกว่าเป็การสอบภาคปฏิบัติ ถ้าเป็การสอบภาคปฏิบัติของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังละก็...
ฉันนึกทบทวนความทรงจำตลอดสิบปีที่เล่นเกมนี้มา
ชุดนักเรียนม.ต้นเด็กสี่คนรวมถึงตัวฉัน การสอบเข้าภาคปฏิบัติของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังโรงยิมอันมืดมิด
เมื่อคิดถึงจุดนี้ความคิดบางอย่างก็พลันผุดขึ้นในหัว
“พวกเราอยู่ทีมที่เท่าไหร่”
ฉันพูดแทรกบทสนทนาของพวกเขาอย่างกะทันโดยไม่สนใจว่าจะทำให้เสียบรรยากาศหรือไม่ถึงมันจะดูเสียมารยาทที่ขัดจังหวะการสนทนา แต่ตอนนี้ฉันจำเป็ต้องยืนยันให้แน่ใจ
เพราะเหตุการณ์มันผ่านมาตั้งหลายปีจึงใช้เวลานานกว่าจะนึกออก
อย่าให้เป็กลุ่มที่สิบสามเลย
ถ้าไม่ใช่กลุ่มที่สิบสามก็จะรับมือกับสถานการณ์ได้ไม่ยาก
จางนัมอุกดันกรอบแว่นพลาสติกพลางเอ่ยตอบ
“กลุ่มที่สิบสาม”
ฉิบหายแล้วไง
ฉันพยายามจะวิ่งออกไปข้างนอกแต่ทันทีที่จับประตูโรงยิมก็เกิดประกายไฟแลบขึ้นพร้อมเสียงเตือนดัง ‘ปี๊บ’
[คำเตือน : ท่านได้ัักับ ‘บาเรียป้องกันการออกนอกสนามสอบ’ ระดับ N+หากััเกินสองครั้งจะเกิดการทับซ้อนของสถานะผิดปกติ]
[จำนวนครั้งที่ััในปัจจุบัน : 1]
เมื่อได้เห็นหน้าต่างข้อความระบบก็รู้สึกเหมือนเืในร่างกายพลันเย็นเยียบ
มันเริ่มขึ้นแล้ว…!
บาเรียระดับN+ จะสามารถปลดได้ก็ต่อเมื่อใช้อาวุธ สกิลหรือไม่ก็มีเลเวลค่าสถานะที่อยู่ในระดับสูงกว่าหรือเทียบเท่าระดับ N+ ยิ่งไปกว่านั้น บาเรียนี้มีความพิเศษอยู่นิดหน่อยดังนั้นต่อให้เป็อาวุธระดับสูงก็ใช่ว่าจะทะลวงผ่านไปได้
เราสี่คนถูกขังอยู่ในนี้แล้ว
“อะไรกัน…! บาเรียทำงานแล้ว?”
“ถึงจะไม่สร้างความเสียหายเวลาัั แต่บทลงโทษก็หนักพอสมควรฉันได้ยินมาจากครูสอนพิเศษว่าถ้าเป็ไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยง”
ทั้งสามคนยังคงพูดคุยกันต่อไปโดยไม่รู้สึกถึงวิกฤตใดๆ
อย่างไรก็ตามตอนนี้พวกเราหมดทางหนีแล้ว
ฉันกดเปิดหน้าต่างไอเท็มขึ้นมา
[เรียกดูรายการไอเท็มที่]
[ไอเท็มที่]
บัตรนักเรียนx1
ใบสมัครเข้าสอบx1
สำเนาหนังสือสาบานตนของผู้เข้าสอบx1
…
…
…
โชคดีที่อย่างน้อยแถวสุดท้ายของรายการไอเท็มก็มีสิ่งที่ฉัน้าทว่าทันทีที่พบไอเท็มนั้น เสียงข้อความแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
[คำเตือน : ‘เอเนมี’ กำลังเข้ามาใกล้]
“นี่พวกนาย! รีบเอาของที่ได้รับก่อนหน้านี้ออกมาเร็วเข้า!”
แน่นอนว่าคำพูดที่โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของฉันถูกเมินไปตามคาด
“ขืนเปิดสุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้คุมสอบจะไม่แย่เอาหรือไง”
“ถึงไอ้หมอนั่นจะทำท่าทางจริงจังแต่ใส่ชุดนักเรียนเห่ยๆ แบบนั้นยังไงก็ดูไม่เท่หรอก”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังรัวขึ้นเรื่อยๆอีกไม่นานพวกมันก็จะมาถึงแล้ว
“เอเนมีกำลังมา ไม่มีเวลาแล้ว เอากล่องไอเท็มออกมาซะ!”
เมื่อราวหนึ่งร้อยปีก่อนสิ่งที่เรียกว่า ‘เอเนมี’ ปรากฏตัวขึ้นจากการปะทะระหว่างมิติและผู้ที่ใช้พลังพิเศษต่อกรกับพวกมันก็คือตัวตนที่เรียกว่า ‘เพลเยอร์’
และในมิติอื่นนั้นถูกแบ่งออกเป็ดันเจี้ยนหอคอย ประสาท สวน และเขาวงกต ได้มีไอเท็มซึ่งมีสถานะพิเศษปรากฏขึ้น ไอเท็มเ่าั้สามารถหาได้จากต่างมิติหรือถูกสร้างขึ้นโดยพลังพิเศษโดยเพลเยอร์จะมีความสามารถในการเปลี่ยนไอเท็มเ่าั้ให้กลายเป็การ์ดและเปลี่ยนมันกลับคืนสู่สภาพจริงได้
โรงเรียนม.ปลายอึนกวังจึงได้จัดเตรียมกล่องบรรจุการ์ดไอเท็มให้แก่เหล่าผู้เข้าสอบสำหรับการสอบภาคปฏิบัติเพื่อประเมินว่าพวกเขามีความสามารถนั้นหรือไม่
ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสิ่งนี้แล้วสินะ
มันคือ‘กล่องสุ่มไอเท็มสำหรับการสอบ’ ที่ได้รับมาก่อนเข้าสู่สนามสอบภาคปฏิบัติ
ฉันมองกล่องสีดำที่วางอยู่บนมือในบรรดากล่องสุ่มทั้งหมด กล่องสีดำถือว่ามีระดับความหายากต่ำที่สุด
สำหรับผู้เล่นติดเกมอย่างฉันที่เล่นจนเซียนกล่องแบบนี้เป็ของที่ฉันไม่คิดจะใส่ไว้ในคลังด้วยซ้ำมีแต่จะโยนทิ้งหรือไม่ก็แยกชิ้นส่วนเท่านั้น
ตอนนี้นี่คือหนทางเดียวที่จะต่อกรกับเอเนมีได้
ต่อให้จะสุ่มได้ไอเท็มขยะก็ไม่สามารถใช้เทคนิคลบเกมติดตั้งใหม่ แล้วเริ่มเล่นั้แ่ต้นได้ พูดง่ายๆ ก็คือวิธีที่เรียกว่า ‘รีเซตมาราธอน’หรือที่เรียกกันว่า ‘รีโรล์’ นั้นใช้ไม่ได้ มีแต่ต้องสุ่มได้ไอเท็มดีๆ ั้แ่ครั้งแรกเท่านั้น
[ท่านใช้กล่องสุ่มสำหรับการสอบ]
กล่องเปิดออกจากนั้นการ์ดไอเท็มก็เริ่มหมุนวนอยู่ตรงหน้า