“ข้าต้องทำสิ่งใดต่อ?”
อีกครั้งที่หม่าเยว่ซินต้องหันไปถามนางกำนัล ไม่มีคำตอบทว่ากลับมีการเคลื่อนไหว นางเดินนำหน้าไปโดยไม่เอ่ยสิ่งใด หม่าเยว่ซินจึงถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะออกเดินตามจนกระทั่งมาถึงบ่อน้ำข้างห้องครัว
บนพื้นมีอุปกรณ์ทำครัวนานาชนิดกองอยู่ ทั้งถ้วยโถโอชามกะละมังหม้อไห จำนวนก็ไม่ใช่น้อยๆ ดูๆ ไปแล้วนางกำนัลในตำหนักซินอี๋นี่น่าจะไม่ได้ทำงานกันเลยกระมัง เสื้อผ้าก็กองเท่าูเา ไหนจะของที่กองพะเนินเทินทึกพวกนี้นี่อีก
“ข้าต้องล้างพวกมันสินะ?”
ไม่ต้องรอคำสั่งหม่าเยว่ซินก็รู้ว่าต้องทำสิ่งใด พาเดินมาถึงที่ขนาดนี้คงไม่ได้พานางมายืนดูเฉยๆ เป็แน่
ร่างเล็กทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ จ้วงตักน้ำในบ่อเล็กๆ ข้างกายใส่ถังใหญ่ตรงหน้า ตั้งหน้าตั้งตาล้างเพื่อหวังจะให้งานเสร็จโดยไว ตอนนี้นางเหนื่อยและหิวเหลือเกิน เสร็จงานเมื่อไหร่จะกินให้เต็มคราบ แล้วหลังจากนั้นก็นอนขึ้นอืดสักหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) เพื่อพักผ่อนให้หายอ่อนเพลีย
ทว่ามันไม่ได้เป็อย่างที่คิด จากที่เข้าใจว่ากองอุปกรณ์เครื่องครัวเมื่อครู่คืองานสุดท้าย แต่ความจริงแล้วยังมีงานอื่นรออยู่อีก หม่าเยว่ซินถูกพามายืนอยู่หน้าห้องสุขา ที่ภายในมีสภาพดูสกปรกราวกับไม่ได้ถูกทำความสะอาดมาหลายวัน อยากรู้นักว่าคนในจวนองค์ชายลี่ิเขาใช้งานกันไปได้เยี่ยงไร
“นี่คืองานสุดท้ายของท่านในวันนี้ รีบทำซะจะได้ไปกินข้าว”
หม่าเยว่ซินแทบร้องไห้เมื่อถูกย้ำคำสั่งที่นางรู้อยู่เต็มอกว่าต้องทำ เพียงแต่ตอนนี้ยังทำใจเข้าไปภายในไม่ได้ นางกำนัลทั้งสองคนยังไม่กล้ามายืนเฝ้าใกล้ๆ ขยับกายเดินออกห่างไปยืนคุมอยู่ไกลๆ ก็ทั้งสภาพทั้งกลิ่นมันเหม็นหึ่งขนาดนี้ ใครจะบ้าอยากมายืนอยู่ใกล้ๆ กันเล่า
กว่าจะทำใจถือแปรงขัดเดินเข้าไปได้ก็ร่วมสองเค่อ (30 นาที) เข้าไปได้สักพักก็วิ่งออกมาหาอากาศบริสุทธิ์หายใจ ภารกิจนี้กว่าจะลุล่วงไปได้สาหัสเอาการ กินเวลาไปร่วมครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) กว่าจะเสร็จ
“ข้าไปกินข้าวได้แล้วใช่หรือไม่?”
เมื่อเดินเข้าไปใกล้นางกำนัลทั้งสองก็กระเถิบกายถอยหลังออกห่าง พยักหน้าตอบรับแทนการเอ่ยปากบอก เพราะตอนนี้ยกมือปิดปากปิดจมูกด้วยท่าทางรังเกียจ ก็พอเข้าใจได้เพราะหม่าเยว่ซินพึ่งผ่านาสิ่งปฏิกูลมาหมาดๆ
คนหิวไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เดินดิ่งหาห้องอาหารที่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของตำหนักซินอี๋ แต่ก็พอเดาๆ ได้ว่าสมควรจะอยู่ใกล้ห้องครัว ไม่นานหม่าเยว่ซินก็มาถึงจุดหมายปลายทางที่คาดหวังจนได้
ทว่ากลับเจอจ้าวลี่ินั่งทานอาหารอยู่ด้วยท่าทางอารมณ์ดี แม้ไม่อยากพบเจอบุรุษผู้นี้มากเท่าใด แต่ความหิวก็มิได้ปรานีนางเช่นกัน หม่าเยว่ซินจึงค่อยๆ สาวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะอาหาร ทำท่าจะหย่อนสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่าง แต่กลับถูกผู้ที่นั่งอยู่ก่อนร้องห้ามเสียงดุ
“หยุด! อย่าได้คิดจะนั่งร่วมโต๊ะกับข้าเชียว”
“แต่ข้าหิวมาก! นี่มันยามใดแล้ว ั้แ่เมื่อวานข้ายังไม่มีสิ่งใดตกถึงท้อง ใจคอเ้าจะให้ข้าหิวตายหรืออย่างไร?”
หม่าเยว่ซินรู้สึกเหลืออดเหลือทนจริงๆ ความหิวทำให้นางสติขาดผึ่งลืมสถานะของตนในเวลานี้ ว่าไม่มีสิทธิ์มีเสียงจะเรียกร้องสิ่งใดทั้งสิ้น
“ข้าไม่ปล่อยให้เ้าตายง่ายๆ หรอก ข้ายังทรมานเ้ากับบิดาเ้าไม่หนำใจเลย”
สายตาเ็าวาจาเชือดเฉือนบาดลึกหัวใจดวงเล็กจนรู้สึกเจ็บแปลบ หม่าเยว่ซินน้ำตาซึมแต่เพราะไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้จ้าวลี่ิเห็น นางจึงฝืนความรู้สึกบังคับไม่ให้ตัวเองร้องไห้
“แล้วจะให้ข้าทำเช่นไรถึงจะได้กินอาหารพวกนั้น?”
อาหารหน้าตาน่ากินกลิ่นก็หอมหวนยวนใจอยู่ตรงหน้า ห่างแค่เพียงเอื้อมมือทว่ากลับไม่สามารถคว้าััได้ เป็อะไรที่ทรมานยิ่งนัก หิวจนไส้จะขาดแต่กลับกินไม่ได้
“รอ! รอจนกว่าข้ากินอิ่มเ้าถึงจะกินได้ และช่วยเดินถอยหลังไปหยุดรอไกลๆ หน่อย กลิ่นกายเ้ามันเหม็นเสียจนข้าอยากจะอาเจียน”
กล่าวจบจ้าวลี่ิจึงลงมือคีบอาหารใส่ปากด้วยท่าทางอ้อยอิ่ง สายตาเหยียดหยามยังคงทอดมองสตรีตรงหน้าราวกับตั้งใจยั่วยุ หม่าเยว่ซินทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามที่เขา้า เดินถอยหลังไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องอาหาร ทรุดกายนั่งรอบนพื้นต่างระดับอย่างพยายามใจเย็น