[27] กองถ่าย
เวิร์คช็อปวันที่ยี่สิบเซ็ทแบ่งตารางฝึกซ้อมส่วนหนึ่งไปฝึกซ้อมคิวบู๊กับพวกนักแสดงประกอบและเหล่าสตั้นท์ แค่ไม่กี่วันก็กลายเป็นที่เอ็นดูของเหล่านักแสดงกันอย่างแท้จริง“เดี๋ยวเซ็ท ตรงนั้นงอเข่าเข้าอีกหน่อย ไม่งั้นตอนถ่ายภาพจะไม่สวย”“ใช้หลักเดียวกับการสู้จริงไม่ได้สินะครับ?”“ใช่ เพราะเราไม่ได้กำลังวิวาท แต่เรากำลังแสดงผ่านการต่อสู้ เอ้าไหนลองสิ”“ครับพี่ชินกิ”เซ็ทหมุนตัวแทงเข่าเข้าที่ชายโครงของ ‘โกชินกิ’ หัวหน้าเหล่าสตั้นท์ที่มารับหน้าที่ฝึกเซ็ทด้วยตัวเอง มือหนารับเข่าที่แทงใส่ตัวแล้วพยักหน้ารับ จากนั้นก็ปัดหมัดและเท้าที่พุ่งเข้าใส่“ใช้ได้เลย เซ้นต์ดีมาก นายเคยเรียนศิลปะการต่อสู้จริงสินะ”“ก็แค่นิดหน่อยน่ะครับ”เซ็ทจับหมัดที่ชินกิตั้งใจชกมาให้เฉียดหน้า ยกแขนแทงศอกเข้าที่ข้อมือแล้วพุ่งชนอีกฝ่ายให้เสียหลัก มืออีกข้างหยิบปืนพกกระสุนสีที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมาจ่อเข้าที่ใต้คางในเสี้ยววิ ชินกิยกแขนสองข้างขึ้นแล้วพูดยิ้มๆ“เรียนรู้ไวจริงๆ นะ”“คนสอนสอนดีต่างหากล่ะครับ”“ยอเก่งดีนี่ ฉันชอบ ฮ่าๆ”โกชินกิฝึกร่างกายและศิลปะการต่อสู้เพื่อการแสดงฉากแอคชั่นและคิวบู๊ ในขณะที่เซ็ทได้รับทักษะการต่อสู้แทบทุกประเภทเพื่อไว้ใช้งานจริง หากมีการปะทะกันเกิดขึ้นก็ไม่แปลกว่าใครจะชนะ เซ็ทกำลังทำงานแต่ไม่ใช่สายงานที่ตนเองถนัด ดังนั้นเลยต้องมาขอคำชี้แนะจากมืออาชีพเพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม{การเคลื่อนไหวร่างกายของคุณติดขัดไปประมาณ 2.15 วินาที กำลังคำนวนเพื่อปรับให้เหมาะสม}{กำลังคำนวนเปรียบเทียบท่าทางในการเคลื่อนไหวให้เข้ากับลักษณะงานอีกครั้ง}...จากมืออาชีพที่เชี่ยวชาญอยู่แล้วและยังมีโรคอยช่วยปรับแก้ให้อีกต่อ จะเรียนรู้ช้าได้อย่างไร
เวิร์คช็อปวันที่ยี่สิบสอง“นาบี นางเอกกำลังจะไปจับผู้ร้ายน่ะถูก แต่นางเอกไม่ใช่มืออาชีพเข้าใจมั้ย?”“...นาบี นางเอกกำลังจะตาย กำลังจะตาย สายตานั่นยังใช้ไม่ได้”“หยุด! นาบี ตรงนี้นางเอกต้องเห็นใจเซ็ท ต้องคิดว่าเขาน่าสงสาร ไม่ใช่เถียงเสียงแข็งอย่างเดียวรู้รึเปล่า?”“ไม่ได้ๆๆๆๆ ไม่ดีๆๆๆๆ แล้วมันใช้ไม่ได้ตรงไหนล่ะคะ ถ้าผู้กำกับไม่บอกฉันจะรู้มั้ยล่ะคะ! ฮือ!”ฮันนาบีนักร้องวัยรุ่นชื่อดังผู้รับบทนางเอกสาวโดนคำติของผู้กำกับมาตลอดตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ อีกทั้งคำติเหล่านั้นก็ยังหนักขึ้นเรื่อยๆ จนหญิงสาวระเบิดอารมณ์ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น“ฉันรู้ว่าถ้าเทียบกับคนอื่นฉันทำได้ไม่ดี แต่แทนที่คุณจะเอาแต่ติ ทำไมถึงไม่บอกฉันบ้างล่ะคะว่าฉันควรจะแก้ตรงไหนน่ะ!”ผู้กำกับปาร์คซอนวอนทำหน้าเครียด โบกมือไล่หญิงสาวให้ออกไปสงบสติ“ไปพักให้หัวโล่งแล้วค่อยกลับมา”“ฉันยัง-...ค่ะ!”ฮันนาบีทำท่าจะเถียง แต่ก็หันหลังเดินออกจากห้องไป เธอนั่งร้องไห้อยู่ห้องประชุมที่ว่างอยู่พักใหญ่ เซ็ทถึงได้เดินเข้ามายื่นผ้าเย็นผืนหนึ่งให้ หญิงสาวรับมันไว้โดยไม่อิดออดภายในห้องประชุมโล่งว่างที่เปิดประตูทิ้งไว้ครึ่งหนึ่งกันคนเอาไปนินทาจนชื่อเสียงของทั้งสองเสียหาย ฮันนาบีเม้มปากสูดหายใจลึกแล้วถามด้วยเสียงสั่นเครือ “...เธอก็มาตำหนิฉันเหมือนกันเหรอ?”“ไม่ใช่หรอกครับ ผมรู้ดีว่าคนเรามีสิ่งที่ถนัดแตกต่างกัน” เซ็ทนั่งลงที่เก้าอี้ห่างไปสองสามตัวเป็นการเว้นระยะอย่างให้เกียรติ “เพราะงั้นพี่ไม่ต้องอิจฉาผมหรอก”มือบางที่หยิบผ้าเย็นขึ้นมาเช็ดหน้าชะงักไป เธอกำผ้าผืนบางแน่นจนมันแทบฉีก“...เธอหมายความว่าไง?”“พี่อิจฉาที่ผมอายุน้อยกว่าแต่แสดงได้ดี พี่ถึงได้กดดันตัวเอง แต่จริงๆ ผมสิต้องอิจฉาพี่ พี่ทั้งสวยทั้งร้องเพลงเก่ง แฟนคลับก็เยอะ อนาคตสดใส ถึงผู้กำกับจะชมผมว่าผมมีความสามารถ แต่ผมยังลุ่มๆ ดอนๆ อนาคตยังมืดมนอยู่เลยนะ”“...แต่ในซีรี่ย์เรื่องนี้ อย่างน้อยๆ เธอก็แสดงได้ดีกว่าฉัน”“ผิดแล้วครับ พี่เองก็แสดงได้ดี แค่กดดันตัวเองเกินไปจนสิ่งที่ออกมาดีอยู่แล้วเฉไปต่างหาก” เซ็ทตัดบทพูดยิ้มๆ แต่นาบีก็ยังคงไม่เชื่อ“...ไม่จริงหรอก ผู้กำกับไม่เคยชมฉันเลย เขาเอาแต่ติ แถมยังไม่บอกด้วยซ้ำว่าควรแก้ตรงไหน”“สำหรับผมการแสดงคือการจินตนาการ ทุกๆ คนมีจินตนาการที่ต่างกัน สมมุติว่าคนสองคนกำลังจะตาย คนหนึ่งประสบความสำเร็จแล้วไม่มีเรื่องค้างคาในชีวิต กับอีกคนตายทั้งๆ ที่ทิ้งลูกเมียที่ยังเล็กไว้ พี่คิดว่าสองคนนั้นจะมีการแสดงออกก่อนตายที่เหมือนกันรึเปล่า?”“...ก็...ไม่”“สำหรับนักแสดงคือเราต้องจินตนาการตามตัวละครที่เราสวมบท แสดงท่าทางออกมาเป็นตัวละครตัวนั้น ถ้าเป็นเขาในเหตุการณ์นี้เขาจะแสดงสีหน้าแบบไหน อารมณ์เป็นยังไง เราต้องเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง ...แต่นางเอกที่กำลังจะตายคงไม่ทำสีหน้าแววตาอิจฉาผมถูกมั้ยล่ะ”ฮันนาบีเหมือนโดนคำพูดแทงใจดำ เล็บจิกเข้ากับมือแน่นจนรู้สึกแสบ“...”“พี่คงพอเข้าใจความหมายของคำพูดผู้กำกับแล้ว เชื่อมั่นในตัวเองเถอะครับว่าการแสดงของพี่ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครในห้องนั้น หรือไม่ก็เชื่อมั่นในตัวผู้กำกับที่มอบบทนี้ให้พี่เล่น”เซ็ทเดินออกจากห้องประชุม ปล่อยให้ฮันนาบีนั่งปรับอารมณ์ตัวเองต่ออีกพักใหญ่ หญิงสาวเดินไปล้างหน้าล้างตาแล้วกลับเข้าไปในห้องในสภาพหน้าสดไร้เครื่องสำอางค์ เธอหยุดยืนอยู่หน้าผู้กำกับแล้วก้มหัวขอโทษเสียงดัง“ต้องขอโทษที่ทำตัวไม่สมกับเป็นมืออาชีพค่ะ! ฉันจะทำให้ดีกว่านี้ ขอโอกาสอีกครั้งด้วยนะคะ!”“ก็รอคำนั้นอยู่น่ะนะ เซ็ทรอเข้าฉากกับเธอยู่แล้ว ไปปล่อยของให้ดูหน่อยสิ”“ค่ะ!!”นาบียิ้มรับ แววตาที่ขุ่นมัวมาตลอดพลันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
เวิร์คช็อปวันที่ยี่สิบแปดการทำงานร่วมกันของนักแสดงแต่ละคนเป็นไปด้วยดี ทักษะการแสดงเองก็พัฒนากันอย่างก้าวกระโดด ถึงขั้นที่ว่าผู้กำกับหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี เขายื่นเรื่องขอเปิดกองก่อนเวลาที่ตั้งไว้ และเมื่อได้รับอนุญาต ผู้กำกับปาร์คซอนวอนก็ตัดสินใจจะเปิดกองถ่ายทันทีเมื่อเวิร์คช็อปกันครบเดือน“เพลงเปิดกับปิด จะให้ฉันร้องเหรอคะ?”“ใช่แล้ว นักแต่งเพลงเขารีเควสมาน่ะ เซ็ทก็ด้วยนะ”“ผม?”สำหรับนาบีที่เป็นนักร้องอยู่แล้วถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับเซ็ทนั้นเล่นเอาเพื่อนร่วมงานพร้อมใจกันหยุดซ้อมบทแล้วหันไปเงี่ยหูฟัง“ใช่ ประธาน JNr ฝั่งไทยส่งเพลงของนายเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีมาให้ฟัง เห็นว่าคนแต่งเพลงที่ต้องแต่งเพลงประกอบละครชอบมากเลยล่ะ เลยจะซื้อสิทธิ์มาใช้เป็นเพลงประกอบละครในเรื่องไปด้วยเลย”“เอ๋...แต่นั่นมัน...”“ฉันไปฟังแล้วมาแล้ว ฉันว่าผ่าน แถมคนเขียนบทก็ว่าเหมาะด้วย คนอื่นๆ ก็โอเคกันหมด ดังนั้นก็ตามนั้น แค่อาจจะต้องเข้าห้องอัดเพื่อเปลี่ยนเวอร์ชั่นบ้างเล็กน้อย ประธานนายว่านายทำได้ แล้วนายล่ะ...ทำได้ใช่มั้ย?”“ครับ ทำได้ครับ”เมื่อมีโอกาสเข้ามาถึงที่เซ็ทก็ไม่รีรอที่จะคว้าไว้ เขารับคำด้วยท่าทีมั่นใจนาบีที่อยู่ใกล้ๆ ก็ลอบชื่นชมอยู่ในใจ เธอไม่ได้อิจฉาเซ็ทแล้ว หากแต่รู้สึกว่าเซ็ทเป็นเด็กที่คู่ควรกับการยกย่อง เขาเต็มที่กับทุกอย่างไม่ว่าจะซ้อมบทหรือซ้อมคิวบู๊ ซึ่งก็ไม่แปลกเลยที่เขาจะเก่งขนาดนั้น แถมเมื่อมีโอกาสเข้ามาหาก็ไม่คิดจะกลัวแต่เลือกที่จะท้าทายเพื่อคว้าอนาคตของตัวเองไว้ ...เมื่อเทียบกับตัวเองตอนเธอสิบหก แค่ฝึกให้ผ่านไปในแต่ละวันก็ท้อจนแทบถอยแล้ว“งั้นนาบีเพลงเปิดเพลงปิดว่าไง ถ้าเธอโอเคฉันจะติดต่อกับผู้จัดการของเธอแล้วคุยเรื่องข้อตกลงกันอีกที”“ได้ค่ะ ฉันจะร้องค่ะ”เห็นเด็กไฟแรงขนาดนั้นเธอก็ต้องฮึดบ้าง มืออาชีพอย่างเธอต้องร้องเพลงได้ทุกแบบไม่งั้นจะกล้าเรียกตัวเองว่ามืออาชีพได้ยังไง!
เปิดกองถ่ายเมื่อจัดสรรตารางเวลาของเหล่านักแสดงกันเรียบร้อย ทีมงานก็ทำการยืนยันสถานที่และสตูดิโอ นักแสดงหลักในเรื่องเคลียร์คิวงานเพื่อเอาเวลามาทุ่มให้กับซีรี่ย์เรื่องนี้ บทละครเต็มถูกเขียนขึ้นตอนต่อตอนจนจบเรื่อง ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ทำให้เหล่านักแสดงต้องท่องบทกันจนหัวหมุน หนักไปกว่านั้นคือซีนอารมณ์ที่กระโดดไปกระโดดมาจนปรับอารมณ์ไม่ทัน“เฮ้ แม่น่ะ ลูกกลับมาบ้านต้องตอบกลับไม่ใช่เงียบ เธอต้องกำลังมีความสุขโดยที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ทำหน้าเศร้าทำไม ปรับอารมณ์ซะ”“ค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ”“ถ่ายซ่อม เทคที่ 12”โลเคชั่นแรกที่มาคือบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรร กองถ่ายใช้เวลาทั้งเช้าในการถ่ายทำฉากในตัวบ้าน คือบทที่เซ็ทยังใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่อย่างสงบ เป็นครอบครัวที่อบอุ่น กับบทพ่อแม่ที่คุยกันเรื่องอนาคตลูก และบทย้อนอดีตที่ถ่ายไว้ก่อน แล้วก็ต้องถ่ายซ่อมกันหลายเทคเพราะคนที่แสดงเป็นพ่อกับแม่นั้นดันตื่นกล้อง แถมยังเอาอารมณ์ในบทของแต่ละฉากมาปนกันอีก ดังนั้นกว่าผู้กำกับจะพอใจจนถ่ายกันเสร็จก็เกือบมืด แต่ก็ถือว่าผ่านไปด้วยดี ต่อมาเป็นฉากที่เซ็ทร้องไห้จะเป็นจะตายกอดร่างพ่อแม่กับแม่แล้วสติแตก ขังตัวเองอยู่ในบ้าน ซึ่งเซ็ททำไว้มาตรฐานสูงมาก ผ่านในฉากเดียวแถมพวกทีมงานยังเผลอร้องไห้ตามจากนั้นก็สลับมาถ่ายกันต่อด้วยฉากเซ็ทที่ต้องเจอกับยูซองครั้งแรกในบ้าน เซ็ทนั่งกอดเข่ามองดูรูปภาพพ่อกับแม่เหมือนปลาตายที่ไร้ชีวิต ก่อนจะถูกยูซองเตะจนกระเด็นออกไปในสวน ซึ่งโชคดีว่าตรงฉากถูกเตะยังเทคเดียวผ่าน ไม่งั้นเซ็ทคงโดนเตะอีกหลายรอบ“คัต! ยูซอง นายพูดบทผิดนะ!”“ขอโทษด้วยครับ”“ลองใหม่!”เซ็ทกับยูซองต้องยืนตากฝนเทียมที่ทำขึ้นกันอยู่หลายชั่วโมงกว่าจะได้ตามที่ผู้กำกับต้องการ แถมยูซองที่ต้องสวมบทนักฆ่าผู้เย็นชาก็ต้องใช้เวลาในการคลายอารมณ์อีกพักใหญ่คนถึงกล้าเข้าใกล้“ระวังป่วยด้วยนะทั้งสองคน เซ็ทพรุ่งนี้มีอีกหลายฉาก รีบนอนล่ะ”“ขอบคุณครับ”เซ็ทนั่งกับยูซองที่พึ่งคลายอารมณ์เสร็จรับแก้วโกโก้ร้อนมาดื่ม แล้วผู้กำกับก็เข้ามาร่วมแจม“นายดิ่งลงไปมากกว่าปกติรึเปล่า?”“คิดว่าอย่างนั้นครับ ไม่รู้ทำไมพอเข้าฉากกับเซ็ทเหมือนจะโดนฉุดให้จมไปกับบท เหมือนจะอินกว่าปกติจนไม่เป็นตัวเอง น่ากลัวนิดๆ นะครับ แต่ก็เล่นได้ลื่นกว่าปกติมากจริงๆ”ยูซองว่าตามความเป็นจริง เขาใช้เวลาในการคลายอารมณ์ค่อนข้างนาน แถมคาแร็กเตอร์ของตัวละครที่เขาเล่นยังเหมือนติดอยู่ในหัวอยู่เลย“จะว่าดีก็ดี จะว่าแย่ก็แย่ แต่ยังไงนายก็เป็นมืออาชีพ คงรับมือได้นะ”“ไม่มีปัญหาครับ”...เมื่อเช่าสถานที่แล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม ช่วงเช้าจรดเย็นสลับไปถ่ายฉากกองปราบที่มาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ทั้งฉากหลังจากตอนที่พบศพพ่อกับแม่และ ฉากหลังจากที่เซ็ทต้องปะทะกับคนในองค์กรภายในบ้านในตอนกลางคืน พวกกองปราบเลยต้องยกกำลังมาดูแลสถานที่เกิดเหตุในตอนเช้า เป็นฉากที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็ต้องถ่ายให้ออกมาต่างกันนาบีที่เป็นมือใหม่ได้มาสายจนเป็นเหตุบังเอิญได้พบกับเซ็ทที่ด้อมๆ มองๆ อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้าน เธอตัดสินใจว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยแล้วเข้าไปจับกุมทันที“หยุดอย่าขยับ นายกำลังเป็นผู้ต้องสงสัย เอามือไว้บนหัวแล้วหันกลับมา”ปืนที่จ่อหลังเซ็ทสั่นจนรู้สึกได้ เซ็ทในชุดคอสตูมสีดำทั้งตัว ใส่แว่นกันแดดสีดำสนิทหันกลับมาคว้าข้อมือของนาบีแล้วบิดจนปืนตก“กรี๊ดดดดด!!”เขาขยับตัวไปด้านข้าง แล้วคว้ามีดขึ้นมาแทงเข้าที่ท้องของหญิงสาว มีดปักเข้าไปจนมิดด้าม กลไกในมีดจึงปล่อยเลือดสีแดงไหลออกมา“...อึ่ก!”“เธอเกะกะเอง โทษตัวเองเถอะ”เซ็ทพูดทิ้งท้าย เตะร่างที่นอนทรุดอยู่กับพื้นไปทีแล้วเดินออกจากฉาก นาบีที่กำลังหายใจรวยรินมีท่าทางไม่เข้าใจว่าอยู่ๆ ในชั่วพริบตานั้นเธอโดนแทงได้อย่างไร หญิงสาวพยายามตั้งสติ กดโทรศัพท์หาหัวหน้าที่กำลังตรวจสอบบ้านของเซ็ทให้มาช่วย“เฮ้ นี่เธอมัวทำอะไรอยู่- เฮ้เกิดอะไรขึ้น-?”“...หัวหน้า...ช่วยด้วยค่ะ...ฉันโดนแทง ใกล้ๆ...บ้านที่เรามาตรวจสอบ อึ่ก!”“แข็งใจไว้จะไปช่วยเดี๋ยวนี้ ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลไว้เร็ว!”หลังกองปราบกระจายกำลังกันตามหาเจ้าหน้าที่หญิงจนเจอแล้วพาเธอส่งขึ้นรถพยาบาล ฉากนั้นก็จบไป“คัต! เหลือฉากซูม ทำดีมากทุกคน!!”หลังสิ้นเสียงนักแสดงที่กำลังอินกับบทก็พากันถอนหายใจ เซ็ทเดินเข้าหานาบีแล้วขอโทษช้าๆ ชัดๆ ซึ่งนาบีก็เข้าใจแล้วยิ้มรับ“ขอโทษนะครับ ผมบิดแรงเกินไปรึเปล่า?”“ไม่มีปัญหาจ้ะ ไม่เจ็บหรอก”“โล่งอกไปทีครับ”...เมื่อถึงตอนดึกในบ้านจะถ่ายฉากคนในองค์กรตั้งใจจะเข้ามาหาชิ้นงานของพ่อแม่เซ็ท แต่เซ็ทนั้นไหวตัวทันและรอรับมืออยู่ที่บ้าน จึงเกิดการปะทะในตัวบ้านขึ้น ตอนแรกมีเสียงคัดค้านจากบรรดานักแสดงและทีมงานอยู่บ้างที่จะให้เซ็ทเล่นบทบู๊เองโดยไม่ใช้สตั้นท์ แต่ผู้กำกับก็ว่าไว้สั้นๆ ว่า“รอดูเอาเองเถอะ”ภายในบ้านที่มืดสนิทมีคนกลุ่มหนึ่งค่อยๆ แอบย่องเข้ามา พวกเขามองซ้ายมองขวาแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปข้างใน“...ค้นให้ทั่ว”กลุ่มชายชุดดำปิดหน้าปิดตากระจายกันไปคนละมุมของบ้านทันทีที่ได้รับคำสั่ง เซ็ทที่แอบอยู่เดินไปหลังชายคนหนึ่งแล้วกระซิบเสียงแผ่ว ไม่ทันจบประโยคดีก็ใช้มีดปักเข้าที่ลำคอ“คิดจะค้นอะไรในบ้านคนอื่นเขาเหรอ?”“...!!!”ศพที่หนึ่งศพที่สองศพที่สามผ่านไป กลุ่มคนชุดดำก็รู้ตัว จากที่เป็นการลอบสังหารเงียบๆ ก็กลายมาเป็นการไล่ล่ากันเองของทั้งสองฝ่าย“ชิ!”เซ็ทสบถ คว้าแจกันขึ้นทุ่มใส่ผู้ชายที่พุ่งเข้ามาจากข้างหน้า เมื่ออีกฝ่ายชะงักก็เหยียบเข้าที่เข่าแล้วหมุนตัวตีลังกาอ้อมไปที่คนที่พุ่งใส่จากด้านหลัง เซ็ทใช้แขนล็อกคอชายชุดดำ แต่ชายชุดดำก็ไม่ยอมอยู่นิ่งให้ถูกจับหักคอ ออกแรงกระแทกเซ็ทที่อยู่ด้านหลังเข้ากับกำแพงหลายต่อหลายครั้งแขนของเซ็ทหลุดจากคอของอีกคน ตัวกระเด็นกลิ้งไปบนพื้น รีบขยับตัวหลบขวานที่จามตามลงมาได้อย่างหวุดหวิด เซ็ทดึงจานที่อยู่ในตู้ขึ้นมาเขวี้ยงใส่เขา เมื่ออีกฝ่ายปัดจนจานกระเด็นแตก เซ็ทก็วิ่งไปคว้าเศษจานที่ใช้เป็นอาวุธได้มาถือเซ็ทใช้ความเร็วที่มากกว่าปาดคอชายชุดดำตัวโตจนล้มไปนอนกับพื้น แต่แล้วก็ต้องรีบวิ่งไปหลังกำแพงเพื่อหลบกระสุนที่มาจากอีกฟาก“เยอะแยะจริง”เซ็ทมองซ้ายมองขวา หาอาวุธที่ใช้ได้ สุดท้ายก็เสี่ยงวิ่งไปหยิบปืนพกที่ตกอยู่ไม่ไกล กระสุนนัดหนึ่งฝังเข้าที่ไหล่ เซ็ทมีใบหน้าบิดเบี้ยวแต่ก็ใช้มืออีกข้างยกปืนในมือยิงสวนกลับไปจนกระทั่งทั้งบ้านเงียบสงบ เซ็ทถึงทิ้งตัวลงนั่งกุมบ่า“อ่า...ให้ตายสิ”“คัต!!”บทบาทที่สวมอยู่ถูกปลดออกทันทีที่สิ้นเสียง เซ็ทลุกขึ้นยืนแล้วโค้งตัวขอบคุณทุกคนเสียงดัง ฉากแอคชั่นยาวหลายนาทีจากหลากหลายมุมกล้องที่ไม่มีการคัตเลย ทั้งยังผ่านในเทคเดียว“ขอบคุณที่เหนื่อยนะครับ!”“เซ็ทสุดยอด นายบู๊มันส์มาก สมจริงสุดๆ!”“ลุ้นจนเกือบหายใจไม่ออกแน่ะ ให้ตายเถอะ...มัน...มัน...โอ๊ย! สุดยอดเกินไปแล้ว!”“กระแทกไปขนาดนั้นบาดเจ็บจริงรึเปล่า?”บรรดานักแสดงและทีมงานต่างเข้ามาชื่นชมและถามไถ่ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าขอบคุณและผมสบายดีเหมือนๆ กัน แล้วผู้กำกับก็คั่นบท“เซ็ท ต่อฉากหน้าเลยไหวมั้ย?”“ไหวครับ ไม่มีปัญหา”ในฉากต่อมาเซ็ทที่บาดเจ็บต้องค้นของมาทำแผล ต้องใช้เมกอัพเข้ามาช่วยทำรอยแผลใต้ร่มผ้าตอนเซ็ทต้องถอดเสื้อออก แผลถูกยิงถูกทำนานที่สุด แต่มันก็ไม่ได้สมจริงนัก แต่เดี๋ยวยังไงก็ต้องไปเพิ่มซีจีทีหลังเหมือนฉากอื่นๆ อยู่ดีเซ็ทถอดเสื้อที่สวมอยู่แล้วโยนลงพื้น มือหนาความหากล่องยาในตู้แล้วเอามาทำแผล เซ็ทที่มีใบหน้าขาวซีดจากการเมกอัพกลั้นเสียงร้องเจ็บปวด แล้วลูกกระสุนที่เต็มไปด้วยเลือดก็ถูกดึงออกจากบ่าหนาได้สำเร็จ ห้องที่จงใจทำให้ร้อนทำให้เซ็ทมีเหงื่อเต็มตัวโดยไม่ต้องแต่งเติม เขาคว้าผ้าพันแผลมาพันลวกๆ ก่อนจะทำสีหน้าตกใจ วิ่งไปหยิบโค้ตยาวแล้วกระโดดออกจากบ้านไปทางหน้าต่าง“คัต! เทคเดียวผ่านเหมือนเดิม ทำดีมาก!”เซ็ทค่อยๆ เก็บสถิติเทคเดียวผ่านสำหรับฉากที่ต้องถ่ายคนเดียวมากขึ้นและมากขึ้น จนในอนาคตมันจะเป็นที่ฮือฮาของวงการไปอีกนาน“ขอบคุณมากครับ!”...สองเดือนต่อมา เพราะเซ็ทที่เด็กที่สุดในกองถ่ายทั้งยังเป็นมือใหม่แกะกล่องใช้ความสามารถของตัวเองสร้างสถิติที่เหลือเชื่อไว้ คนอื่นๆ จึงกระตือรือร้นที่จะพัฒนาไปให้เท่าเทียมกัน เซ็ทเก่งแค่ไหน แสดงดีเท่าไหร่ บรรดานักแสดงก็จะตามไปกันให้มากเท่านั้น...งานเลยเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่น่าเชื่อ“ถ้าเธอไม่เชื่อใจใคร อย่างน้อยๆ ก็เชื่อใจฉันเถอะนะ ฉันจะช่วยเธอเอง”นาบีพูดด้วยความมุ่งมั่นน้ำตาไหลอาบเต็มสองข้างแก้ม ใช้อ้อมแขนโอบกอดร่างของเซ็ทที่หลั่งน้ำตาเงียบๆ เหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งไว้อย่างบริสุทธิ์ใจ“ป้า...”“บอกว่าไม่ใช่ป้าไงเล่า!”นาบีใช้สันมือสับเข้าที่หัวของเซ็ทอย่างแรง เซ็ทสะดุ้งโหยง แล้วหัวเราะเสียงแผ่ว เหมือนพึ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังร้องไห้และพึ่งจะหัวเราะออกมา เขาอ้าแขนโอบกอดร่างบางกลับโดยทีนาบีไม่ทันตั้งตัว สองแก้มร้อนฉ่าสมองหยุดทำงาน แม้จะอยากจะขัดขืนก็ขัดขืนไม่ออก“ขอบคุณนะ...”เป็นครั้งแรกที่ตัวพระเอกเรียกชื่อของนางเอก แต่ก็เรียกแบบไม่มีเสียง นาบียกมือขึ้นกอดตอบ แต่แล้วเมื่อผ่านไปซักพัก เซ็ทก็สับมือเข้าที่ต้นคอของนาบีจนเธอสติเรือนรางสลบไป“...ขอบคุณจริงๆ แล้วก็ขอโทษนะ”เซ็ทประคองร่างของนาบีให้นอนอยู่ในสวนสาธารณะที่มีคนผ่านไปมา เขาหันไปมองเธอเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินจากมา กล้องซูมเข้าที่ดวงตาคมที่สะท้อนแสงอาทิตย์จนแทบเป็นสีเหลืองทอง ก่อนจะหยุดที่เงาที่ค่อยๆ เล็กลง“คัต!!”“สุดยอดมาก นาบี เซ็ททำดีมาก ฉันเขินแทนเลย แล้วก็เศร้ามากด้วย”ทีมงานเข้าไปดูแลนาบีกับเซ็ทแล้วต่างก็วี้ดว้ายกันใหญ่ จนแทบจะเป็นเรื่องปกติประจำกองถ่ายไปแล้ว“เอ้าๆ หยุดแล้วหันมาฟังทางนี้ก่อน” ผู้กำกับตบมือแปะๆ เมื่อเห็นว่าทุกคนหันมามองเขาเป็นทางเดียวเจ้าตัวก็เก็กหน้านิ่งแล้วพูด “เนื่องจากงานเดินไปได้มากกว่าที่คาดหวังไว้แล้ว ดังนั้นอาทิตย์หน้าซีรี่ย์เรื่องนี้จะเริ่มออนแอร์แล้วนะ”“เอ๋ ไม่ใช่ว่าต้องอีกหนึ่งเดือนเหรอคะ?”“ช่วงนี้ซีรี่ย์ค่อนข้างมาแนวซ้ำๆ เดิมๆ ผู้บริหารเขาเลยอยากให้ซีรี่ย์ของเราที่แหวกแนวและได้คุณภาพไปดึงเรตติ้งช่องน่ะ ก็นะเบื้องบนเขาว่ามาไงก็ต้องว่ากันตามนั้นล่ะ” ปาร์คซอนวอนว่ายิ้มๆ เหมือนจะหนักใจแต่ก็ดีใจเช่นกัน “ดังนั้นพระนาง พรุ่งนี้เตรียมตัวออกสื่อไว้ด้วยล่ะ”“เอ๋! กระทันหันขนาดนี้ฉันจะบำรุงผิวทันมั้ยล่ะคะเนี่ย!”ฮันนาบีกรีดร้อง ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาตะลุยถ่ายทั้งเช้าทั้งเย็นจนตอนนี้หน้าเธอโทรมกว่าปกติค่อนข้างมาก ถึงจะยังอยู่ในระดับดูดี แต่ก็ไม่ใช่ระดับที่พร้อมออกสื่อ“เอาน่า คิดซะว่าลุคแมนๆ เข้ากับบท ฉีกแนวเธอดีออก ที่น่าเป็นห่วงคือเซ็ทต่างหาก พรุ่งนี้เจอกองทัพนักข่าวแน่ ระวังภาพลักษณ์ให้ดี แล้วอย่าตอบอะไรที่ไม่ควรล่ะ นาบีเธอต้องช่วยเซ็ทด้วย”“จะระวังครับ”เซ็ทรับคำ ในขณะที่นาบีก็รับปากจะช่วยอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ นาบีเต็มใจอย่างยิ่งอยู่แล้ว เพราะระหว่างถ่ายเธอก็ได้เซ็ทมาช่วยอยู่บ่อยๆ อย่างไรก็ตาม เซ็ทไม่ได้กลัวพวกนักข่าวที่ต้องเผชิญหน้าด้วยเลย{กำลังค้นหาโพยคำถามของนักข่าวในแต่ละช่อง}‘ฝากด้วยล่ะโร’
'การอิจฉาไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้า การพยายามต่างหากที่จะทำให้เราพัฒนา'
-----------------------เซ็ทเป็นเพอร์เฟ็กต์แมนที่มีตัวขี้โกงอย่างโรคอยช่วยค่ะ ถถถถ หวังว่าจะอ่านแล้วเห็นภาพนะคะขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเปย์นิยายเรื่องนี้ของแมวนะคะ แมวจะพยายามคงคุณภาพเดิมและจะพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปเพื่อที่ว่านักอ่านทุกท่านจะไม่ผิดหวังกับนิยายของแมวค่ะขอบคุณทุกคอมเม้นต์ รีวิว และทุกแชร์ ทุกการจ่ายเงิน และทุกกำลังใจเลยนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ รักนะคะ รักทุกคนเลย เหมียววว~ >