บทที่ 56 ยืนหยัดว่าไม่ต้องการแยกกับพี่ชาย
หลังนอนกลางวัน อิงอิงน้อยได้ยินเสียงที่น่ารำคาญดังขึ้น แต่เธอไม่แปลกใจนัก
“อิงอิงน้อย เธอต้องนอนเองได้แล้ว!”
ฉินอิงอิงทำเป็นไม่ได้ยิน แอบคิดว่าทำไมมนุษย์คนนี้ต้องเอาแต่เน้นย้ำให้เธอนอนเองให้ได้
ถ้าสลัดความคิดแบบวาฬเพชฌฆาตตัวอ้วนทิ้งไปก่อน ยังไงก็ตามความคิดของมนุษย์ ลูกมนุษย์ที่มีอายุเพียงสามขวบครึ่งจะมีคนที่โตกว่าดูแลและนอนด้วยก็ไม่เห็นว่าจะแปลกตรงไหน
อีกฝ่ายเห็นว่าเธอไม่พูดอะไรก็เงียบไปพักใหญ่
ไม่ถึงห้านาทีก็พูดประโยคเดิมซ้ำ
“อิงอิงน้อย เธอต้องนอนเองได้แล้ว!”
ถ้าฉินอิงอิงถามเหตุผล สุดท้ายอีกฝ่ายก็จะบอกว่าเพราะเธอเป็นเด็กผู้หญิง แต่นอนกอดพี่ชายที่เป็นผู้ชาย
แต่ยังไงทุกคนก็เป็นเด็กกันหมดเลยนะ
ความคิดของมนุษย์นี่ซับซ้อนจริง ๆ
ในฐานะลูกมนุษย์ เธอไม่ได้รู้สึกว่าการนอนกับพี่ชายมีอะไรที่ไม่ถูกต้อง พี่ชายผู้ให้อาหารเพิ่งจะอายุเจ็ดขวบ เขาก็น่าจะไม่ได้รู้สึกอะไรเหมือนกัน
แต่เสียงบ้าบอที่ไม่รู้อะไรเลยนี่เอาแต่เอ่ยย้ำเรื่องนี้อย่างไม่ลดละ
เหตุผลล่ะ?
แค่เพราะปัญหาเรื่องเพศเหรอ?
เธอยอมรับเหตุผลข้อนี้ไม่ได้
เวลาถูกพี่ชายผู้ให้อาหารกอดแบบนี้ เธอรู้สึกปลอดภัยมาก ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพลิกตัวแล้วจะตกจากเตียงจนเจ็บหัวเจ็บก้นด้วย
พี่ชายลี่เฉิงเป็นเหมือนตาข่ายนิรภัยในการนอนของเธอ
แยกจากกันไม่ได้!
จากนั้นเธอก็พบว่าขอแค่เธอไม่ส่งเสียงต่อต้าน ทุกห้านาทีเสียงนั้นก็จะพูดประโยคก่อนหน้านี้ซ้ำอีกครั้ง ถ้าพูดภาษามนุษย์ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือนเธอเอาเครื่องบันทึกเสียงมาเปิดซ้ำ ๆ นั่นแหละ
ฉินอิงอิงโกรธจัด
“จะไม่ยอมให้นอนสินะ!”
ฉินอิงอิงโกรธมาก
เธอขมวดคิ้วกัดฟันกรอด แก้มเนื้อเล็ก ๆ ยกขึ้นเป็นก้อนกลม น่ารักจนเยี่ยนลี่เฉิงที่ฟังและมองเธออยู่มีเลือดฝาดที่แก้ม
“อิงอิงน้อย ฝันอีกแล้วเหรอ?”
ฉินอิงอิงลืมตาขึ้นมาอย่างโศกเศร้า เมื่อเห็นพี่ชายผู้ให้อาหารก็กอดคอของอีกฝ่ายด้วยความคับข้องใจ
“พี่ลี่เฉิง อิงอิงนอนหลับไม่สนิท!”
เยี่ยนลี่เฉิงรู้ว่าเธอนอนหลับไม่สนิท เธอหลับได้เร็วมาก ก่อนหน้านี้นอนหลับได้รวดเดียวสิบสองชั่วโมงกว่า แต่ตอนนี้นอนได้สักพักก็เริ่มฝันอีกแล้ว
ก่อนหน้านี้เด็กน้อยยังยกยิ้มมุมปาก เหมือนว่าฝันถึงเรื่องบางเรื่องที่น่าสนใจ
ตอนนี้กลับขมวดคิ้วแน่น คล้ายกับว่ามักจะฝันถึงเรื่องที่ไม่ดีอยู่เสมอ
เด็กอายุสามขวบครึ่งจะฝันถึงเรื่องเลวร้ายแบบไหนกัน?
หรือว่าจะฝันเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางทะเลของครอบครัวเดิม?
นี่เป็นเหตุผลเดียวที่เยี่ยนลี่เฉิงคิดว่ามันทำให้อิงอิงน้อยนอนหลับไม่สนิท
ถึงจะไม่เคยได้ยินอิงอิงน้อยพูดถึงเรื่องน่าเศร้า เยี่ยนลี่เฉิงก็อยากช่วยเธอแก้ปมในใจและอยากให้เจ้าตัวเล็กพักผ่อนเพียงพอ
“กำลังคิดถึงพวกพ่อกับแม่ที่อยู่ใต้ทะเลเหรอ?”
ฉินอิงอิงพยักหน้า จากนั้นก็ส่ายหน้า
เธอก็ต้องคิดถึงพวกยายกับแม่อย่างแน่นอนอยู่แล้ว แต่ที่เธอโมโหอยู่ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้
เธอนอนหลับไม่สนิท
ทำไมถึงนอนหลับไม่สนิท?
ตอนนี้เธอก็ยังนึกไม่ออก
ลูกวาฬน้อยแปซิฟิกไม่เคยโกรธขนาดนี้มาก่อน
คนจะนอนก็ดันนอนหลับไม่สนิท ฉินอิงอิงเลยพลิกตัวและลุกขึ้นให้รู้แล้วรู้รอด
เยี่ยนลี่เฉิงมองดูเวลา ยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ชั้นเรียนอนุบาลหนึ่งจะเริ่มเรียนช่วงบ่าย ปกติแล้วในเวลานี้อิงอิงน้อยจะยังคงหลับอยู่
“ไม่นอนแล้วเหรอ?”
ฉินอิงอิงหาวอย่างง่วงนอน มือกลม ๆ จับที่ตาของตัวเองเพราะรู้สึกทรมาน
“พี่ลี่เฉิง อิงอิงนอนไม่หลับ”
เยี่ยนลี่เฉิงคิดว่าอาฉินคงจะพาฉินอิงอิงไปหาอาซ่งที่โรงพยาบาลตอนสุดสัปดาห์นี้ไม่ได้แล้ว น่าจะต้องไปก่อนหน้านั้น…
เมื่อเห็นว่าอิงอิงน้อยนอนไม่หลับเพราะเหตุผลที่เขาคาดเดาไว้ เยี่ยนลี่เฉิงก็ขมวดคิ้ว
“อิงอิงน้อยจำได้ไหมว่าเมื่อกี้ตัวเองฝันว่าอะไร?”
ฉินอิงอิงหาวอย่างงง่วงนอนอยู่ตลอด “จำไม่ได้เลย”
เยี่ยนลี่เฉิงลูบแผ่นหลังของเธออย่างอ่อนโยน เขาวางหนังสือเรียนฟิสิกส์ระดับมัธยมปลายในมือลงข้างตัวและเปลี่ยนมาหยิบหนังสือภาพให้อิงอิงน้อยอ่าน
เขาอ่านไปพลางพูดกับอิงอิงน้อยไปพลาง
ฉินอิงอิงอ่านตัวอักษรในหนังสือภาพ เธอมักรู้สึกว่าตัวเองน่าจะอ่านออก
แต่ตอนนี้พอเธอได้อ่านแล้ว เธอกลับไม่รู้จักอักษรเหล่านั้นเลย
ในสมองมีเสียงกระดิ่งเตือนดังขึ้น ‘ระดับสติปัญญาถดถอย’ ผุดขึ้นมา
“แงงง!”
เธอนึกออกแล้ว
มีเสียงแปลก ๆ ในหัวของเธอบอกว่าตนเองเป็นมนุษย์ ถ้าเธอไม่ฟังอีกฝ่ายและนอนคนเดียว สติปัญญาของเธอจะถดถอย
นี่มันใจร้ายเกินไปแล้วจริง ๆ!
ถ้าอยู่ในทะเล เธอคงกลืนอีกฝ่ายไปแล้ว
“อิงอิงน้อย เป็นอะไรไป?” เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตกใจของอิงอิงน้อยที่ไม่พูดไม่จาและเอาแต่ร้องไห้ เยี่ยนลี่เฉิงก็กังวลมากกว่าเดิม “อิงอิงน้อย พี่ลี่เฉิงจะพาเธอไปหาอาซ่งที่โรงพยาบาลนะ”
เยี่ยนลี่เฉิงโทรไปเล่าสถานการณ์ให้อาฉินรู้ก่อน จากนั้นก็โทรไปขอลาเรียนกับครูประจำชั้นของตัวเอง
ครูหลี่รับสายจากคุณฉินแล้ว ตอนที่เยี่ยนลี่เฉิงอุ้มอิงอิงน้อยออกมา เธอก็ยืนรออยู่ที่ประตูทางเข้าหน้าห้องรับรอง
“อาเยี่ยน อยากให้ครูไปกับเธอด้วยไหม?”
ถึงเยี่ยนลี่เฉิงจะเป็นนักเรียนมัธยมปลาย ดูสุขุมหนักแน่นมาก แต่ยังไงก็ยังเป็นเด็ก ครูหลี่จะวางใจไม่ได้
เยี่ยนลี่เฉิงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ขอบคุณครับครูหลี่ แต่ไม่เป็นไรครับรถน่าจะมาจอดที่หน้าทางเข้าโรงเรียนแล้ว ทางโรงพยาบาลก็เตรียมพร้อมแล้วด้วย”
“อย่างนี้นี่เอง” ครูหลี่มองอิงอิงน้อยในอ้อมกอดของเขาด้วยความเป็นห่วง “อิงอิงน้อย…”
เยี่ยนลี่เฉิงยิ้มอย่างปลอบโยน “อิงอิงน้อยแค่นอนไม่หลับครับ ผมจะพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลสักหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ครูหลี่วางใจได้ครับ”
ครูหลี่วางใจได้มากแล้วจริง ๆ
เธอกังวลว่าอิงอิงน้อยจะมีปัญหาอย่างอื่น อิงอิงน้อยที่น่ารักคนนี้ควรมีสุขภาพแข็งแรงและกระโดดโลดเต้นได้อย่างร่าเริง
เมื่อนึกถึงสีหน้าท่าทางของเด็กน้อยตอนที่แอบกินอาหารและปากเล็ก ๆ ที่มันเยิ้มหลังกินข้าว ดวงตาของครูหลี่ก็อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความเมตตามากกว่าเดิม
“งั้นก็รีบไปเถอะ ผลออกมาเป็นยังไงก็อย่าลืมบอกครูด้วยนะ”
“แน่นอนครับ”
ฉินอิงอิงโบกมือให้ครูหลี่ นอนอยู่ในอ้อมแขนของพี่ชายผู้ให้อาหารอย่างเศร้าซึมจนกระทั่งอีกฝ่ายอุ้มพาออกมาจากโรงเรียน
…
ที่โรงพยาบาล ซ่งซือหลินเห็นดวงตาที่แดงเล็กน้อยกับสีหน้าท่าทางที่เหนื่อยล้าของอิงอิงก็รู้เลยว่าเจ้าตัวเล็กอดนอนอย่างหนัก
“เป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว”
เยี่ยนลี่เฉิงคิดอยู่พักหนึ่ง “อย่างมากที่สุดคือสามวัน”
ฉินอิงอิงพยักหน้าเงียบ ๆ พี่ชายผู้ให้อาหารรักเธอจริง ๆ เขารู้ด้วยว่าวันไหนเธอเริ่มนอนหลับไม่สนิท
พอเธอโตแล้ว เธอก็จะรักพี่ชายและซื้อเนื้อให้เขากินเยอะ ๆ เอาให้พูนจานไปเลย!
อื้ม!
แล้วก็จะซื้อให้พ่อผู้ให้อาหารด้วย
ในตอนนี้ฉินอี้หานก็เปิดประตูเข้ามา “อิงอิงน้อยเป็นอะไร?”
ฉินอี้หานขับรถมาถึงที่นี่อย่างรวดเร็ว
ซ่งซือหลินมองใบหน้าหล่อเหลาและเย็นชาของเขาที่เห็นได้ยากจึงอยากจะเย้าแหย่ แต่ก็ทำได้แค่ปลอบเขา
“วางใจเถอะ ตอนนี้ยังไม่มีปัญหาใหญ่อะไร มันเกิดจากการนอนไม่หลับ”
“ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงนอนไม่พอก็ต้องถามอิงอิงน้อยเองนะ”
ดังนั้นดวงตาทั้งสามคู่ของทั้งเด็กและผู้ใหญ่จึงจับจ้องมาที่ฉินอิงอิงเป็นตาเดียว
ฉินอิงอิงที่ง่วงจนทนไม่ไหวหลับไปแล้ว
เจ้าของดวงตาทั้งสามคู่ชะงัก “...”
ก็ได้!
รอให้เจ้าเด็กน้อยตื่นก่อนแล้วค่อยถามละกัน
ถ้าเธอหลับสบาย ไม่ต้องถามก็ได้ เพราะถือว่าแก้ปัญหาได้แล้ว
แต่ที่จริงแล้วฉินอิงอิงหลับไปได้ไม่นานนัก เสียงนั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ฉินอิงอิงโกรธจนกัดฟันกรอด
“เชื่อไหมว่าฉันกัดเธอให้ตายได้นะ!”
เสียงนั้นเอ่ยอย่างอ่อนโยน “เราอยู่ในร่างเดียวกัน ขอแค่เธอมีชีวิตอยู่ ฉันก็จะมีชีวิตอยู่”
ฉินอิงอิง แล้วถ้าเธอตายล่ะ? “...”
วาฬเพชฌาตอ้วนกัดหางของตัวเองไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเธอจะผ่าสมองของตัวเองเพื่อกำจัดเสียงที่อยู่ในหัวนี่ก็ไม่ได้เหมือนกัน
โอ๊ยยยย… ต้องทำยังไงกันแน่?