บริเวณนี้อยู่สุดเขตตะวันออกของเมืองชิงหยางภายนอกสวนก็คือแนวป่าผลไม้อันเงียบสงบ จากตรงนี้ยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันโดดเด่นของแนวเขาไท่หังซานอยู่ไกลๆ
หวงหนิวพอเข้าไปในป่าได้ก็วิ่งตะบึงเต็มฝีเท้าเหมือนกับว่ามันหล่อมาจากทองคำ เปล่งประกายเรืองรอง น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง
ฉู่เฟิงไล่ตามสุดกำลัง แต่ก็ได้แต่วิ่งตามอยู่ข้างหลังวัวตัวเล็กสูงเพียงแค่หนึ่งเมตรทรงกำลัง ทั้งความเร็วก็น่าตกตะลึงจนพูดไม่ออก
วัวธรรมดาทั่วไป ผู้คนล้วนเห็นว่ามันเงอะงะงุ่มง่ามแต่กับหวงหนิวนี่คนละเื่กันเลย
มันพุ่งทะยานผ่านป่าผลไม้กว้างใหญ่ด้วยความว่องไวอย่างกับบินอยู่บนยอดหญ้าพุ่งออกจากป่าผลไม้ตรงไปยังที่โล่งกว้าง
ูเาเตี้ยๆ ไม่สูงนักปรากฏขึ้นตรงหน้าในยามเช้าตรู่ที่ดวงอาทิตย์เพิ่งขึ้นทางทิศตะวันออก หมอกขาวลอยเป็สาย
ก่อนนี้ไม่เคยมีูเาลูกนี้เห็นได้ชัดว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ฉู่เฟิงเพิ่งรู้
สถานที่อื่นๆ ที่มีูเาปรากฏ ล้วนสูงใหญ่ สูงชันอันตรายอย่างยิ่งแตู่เาลูกตรงหน้าช่างแตกต่างอย่างชัดเจน สูงเพียงแค่สองสามร้อยเมตรเรียกได้ว่าเป็ูเาที่เตี้ยเลยทีเดียว
หลายวันมานี้ หวงหนิวเฝ้าจับตาดูมันมาตลอด
มันจับจ้องมายังทิศทางนี้อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งวันนี้จึงเริ่มลงมือ
ฉู่เฟิงประหลาดใจ นี่คือจุดมุ่งหมายของหวงหนิวงั้นหรือ?
“มอ!”
หวงหนิวร้องเสียงต่ำหนัก เหมือนเสียงฟ้าร้องครั่นครื้นมันกำลังแสดงอาการตื่นเต้นยินดี หลังจากเก็บตัวมาหลายวันในที่สุดวันนี้มันจะได้ลงมือเสียที
บนูเาเตี้ยลูกนั้นไม่มีต้นหญ้าประหลาด หรือต้นไม้โบราณแต่อย่างใดสัตว์ร้ายอะไรก็ไม่เห็น ธรรมดาอย่างมาก แต่เช้าตรู่เช่นนี้กลับมีหมอกขาวลอยเรื่อยเห็นได้ว่าไม่ธรรมดา
หวงหนิวยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไหวติง ั์ตาเป็ประกาย รอคอยอย่างยิ่งมันรออย่างสงบเสงี่ยมอย่างนั้น
แม้ฉู่เฟิงจะรู้สึกประหลาดใจ หากก็ไม่เปิดปาก เขายืนนิ่งอยู่ข้างๆหวงหนิว รอคอยเวลาแห่งความอัศจรรย์ที่ใกล้เข้ามา
ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือไม่ดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นแนวเขาไท่หังซานแดงอย่างยิ่งแสงอาทิตย์อุทัยที่อาบลงบนร่างช่างอบอุ่น รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก
ขณะนั้น ฉู่เฟิงพบว่าทั่วบริเวณดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างมาก
ทันใดนั้น แสงอาทิตย์อุทัยก็สว่างวาบสาดส่องไปทั่วอาณาบริเวณในชั่วพริบตา
พร้อมกันนั้น ฉู่เฟิงก็ค้นพบอย่างประหลาดใจว่าูเาสูงใหญ่แต่ละลูกที่อยู่ห่างออกไป อย่างส่วนลึกของเทือกเขาไท่หังซานนั้นต่างเปล่งแสงสาดประกายเรืองรองสู่ภายนอก
“จู่ๆ ก็มีพลังชีวิตอันเข้มข้นแผ่พุ่งออกมาทั่วบริเวณ”ฉู่เฟิงมีสีหน้าพิศวง
พลังนั้นแผ่ออกมาจากกลุ่มูเาสูงใหญ่มหึมาเหล่านี้กระจายเป็วงกว้างออกไปทั่วผืนแผ่นดิน เมื่ออาบลงบนร่างพาให้รู้สึกว่าทุกรูขุมขนในร่างกายเปิดขยายประหนึ่งได้ผ่านพิธีล้างบาปอันศักดิ์สิทธิ์
หวงหนิวยังนิ่ง ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้แม้แต่น้อยมันยังคงจับจ้องอยู่ทีู่เาเตี้ยลูกนั้น
ทันใดนั้น ูเาเตี้ยก็สั่นไหว ทั้งแสงทั้งหมอกพรั่งพรูดูลึกลับซับซ้อนอย่างยิ่ง
“มอ!”
หวงหนิวส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้นมันไม่สนใจสิ่งรอบตัวกระโจนสู่เขาเตี้ยลูกนั้น วิ่งไปตามแนวเขาเข้าใกล้ตำแหน่งที่แสงสว่างและหมอกขาวพวยพุ่งออกมา
ตรงนั้นมีถ้ำที่ก่อนหน้านี้ถูกเถาวัลย์บดบังหากตอนนี้ไม่อาจปกปิดได้แล้ว
พร้อมๆ กับเสียงฟุ่บ หวงหนิวก็พุ่งพรวดเข้าไปข้างในทันที อย่างไม่อาจควบคุมความตื่นเต้นได้ฉู่เฟิงรีบตามติด ถ้ำหินลึกอย่างยิ่งโพรงถ้ำลึกเข้าไปข้างใน
ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยรอยขวานเป็เส้นทางที่เกิดจากการขุดเจาะของมนุษย์ ไม่ใช่โพรงถ้ำโดยธรรมชาติแต่ไม่รู้ว่าถูกขุดขึ้นในยุคสมัยใด
ในถ้ำหิน เมฆหมอกละลอยล่อง แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาในความเลือนรางนั้นชวนให้รู้สึกราวกับฝันไปเพียงแค่ทางเดินในถ้ำหินยังลึกลับถึงเพียงนี้?
ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ฉู่เฟิงรู้สึกว่าพลังชีวิตในร่างกำลังเพิ่มพูน
ในนี้มีสสารประหลาดบางอย่างที่ช่วยเสริมสร้างกายเนื้อของเขา
มันคืออะไรกัน?
ทันใดนั้น เขาก็เห็นต่อหน้าต่อตางูตัวเล็กสีเงินยวงตัวหนึ่งกำลังเลื้อยอยู่บนผนังหินแต่สุดท้ายก็ถูกหวงหนิวที่กระโจนเข้าไปงับกลืนลงไปในคำเดียว
มันกินเนื้อ?
ไม่ใช่สิ ฉู่เฟิงนึกรู้ทันที นั่นอาจไม่ใช่งูธรรมดาด้วยกลิ่นหอมสดชื่น อีกทั้งเมื่อตอนที่มันถูกหวงหนิวกัดก็กลายเป็สายควันสีขาวลอยเข้าสู่จมูกหวงหนิว
นั่นไม่ใช่งู!
หลังจากหวงหนิวกลืนสิ่งนั้นเข้าไปมันก็พุ่งทะยานเข้าไปยังด้านในของถ้ำหิน
ตลอดเส้นทางนี้ แสงสว่างพร่างพราว ไม่มีสัก่ที่มืดมิดไม่ต้องกังวลว่าจะวิ่งชนกำแพงหินแต่อย่างใด
ฉู่เฟิงตามติดหวงหนิว เขาวิ่งไปได้หลายกิโลเมตรก็รู้สึกว่าผิดปรกติมันน่าจะพ้นเขตแนวของูเาเตี้ยลูกนี้แล้วสิ
นั่นเป็เพราะเส้นทางนี้เป็ทางราบตัดตรง ไม่มีทางคดเคี้ยวเลี้ยวลดทั้งไม่มีเนินขึ้นลง
“มิติคู่ขนาน!” นี่เป็คำที่ฉู่เฟิงคิดถึงในแวบแรกเขาได้พบเจอมันจริงๆ ทั้งยังััได้ด้วยตัวเอง
บนเส้นทางอันยาวไกล ฉู่เฟิงเห็นงูตัวเล็กสีเงินยวงอีกหลายตัวจึงคว้ามาใส่ปากสักสองตัว เขารู้สึกร่างกายโปร่งเบา อย่างกับสำเร็จมรรคผลเป็เซียนโบยบินสู่ฟากฟ้า
นี่คือปราณสีขาวอย่างนั้นหรือ?ฉู่เฟิงมองอย่างพิศวง เขามั่นใจว่ามันเป็สสารพิเศษอย่างหนึ่งที่ทำให้พลังชีวิตของคนเราเพิ่มขึ้น มันล้ำค่าอย่างไม่อาจประเมินราคาได้
ในที่สุดก็มาถึงสุดทาง ม่านแสงเลือนรางขวางกั้นอยู่ตรงนั้นไม่รู้ปิดบังสิ่งใดไว้
เสียงมอดังขึ้น หวงหนิวเด็ดขาดอย่างยิ่ง มันพุ่งข้ามไปทันทีฉู่เฟิงตามติด
วินาทีต่อมา หวงหนิวถึงกับตะลึง ส่วนฉู่เฟิงได้แต่บื้อใบ้รู้สึกว่ามันเหลือเชื่อ เหมือนว่ามันไม่ใช่ความจริง
สุดทาง โลกเงียบสงัดลงทันใด ไม่มีสรรพสำเนียงแม้เพียงนิด
สิ่งที่ทำให้ยากจะเชื่อได้ก็คือ อยู่ๆก็มีดาวดวงมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้า ใหญ่โตสุดประมาณ มันค่อยๆ หมุนอย่างเชื่องช้า
หรือบางที อาจเป็เพราะฉู่เฟิงกับหวงหนิวโผล่ออกไปอย่างกะทันหัน จึงเจอภาพนี้เข้าพอดี
ที่นี่คือที่ไหน?
หรือว่าเป็ในอวกาศ เหตุใดจึงปรากฏดาวดวงมหึมาเช่นนี้ด้วยระยะที่ไม่ห่างไกลมากนัก ทำให้ััได้ถึงความใหญ่โตอลังการของมัน
หวงหนิวถึงกับช็อก ส่วนฉู่เฟิงนั้นกลายเป็หินไปแล้วนี่มันเื่ไร้เหตุผลถึงที่สุด แค่เดินทะลุถ้ำหินก็ออกมาเจอกับสถานที่เช่นนี้
แรงดึงดูดดูเหมือนจะไร้ผล เพราะพวกเขากลับไม่รู้สึกถึงมัน
“ถ้าเข้าไปใกล้กว่านี้อีกนิดพวกเราจะขึ้นไปอยู่บนดาวดวงนั้นหรือเปล่านะ?”ฉู่เฟิงคลับคล้ายกำลังละเมอ
ดาวดวงนั้นเป็ดาวที่มีอายุมายาวนานให้ความรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอันยาวนานนับไม่ถ้วนมีกลิ่นอายของเดือนปีที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันหมุนตัวอย่างเชื่องช้า ไร้สุ้มเสียง
หมอกขาวอันเข้มข้นแผ่กระจายมาจากที่นั่น ไหลเรื่อยมาที่นี่แล้วเลยไปตามแนวถ้ำหิน ฟุ้งกระจายไปทั่ว
“มีบางอย่างใกล้เข้ามา!” ฉู่เฟิงร้องอย่างใ
บนดาวดวงมหึมานั้น นอกจากหมอกขาวแล้ว ยังมีวัตถุบางอย่างพุ่งตรงมายังโพรงถ้ำ
“เอ๋ งูสีเงิน?” เขาเห็นแล้วมันคือสสารชนิดพิเศษ ที่รวมตัวกันควบแน่นแล้วกลายรูปเป็ลักษณะของงูจากนั้นก็แผ่กระจายออกมาพร้อมกันกับหมอก
หวงหนิงอ้าปากกว้าง แล้วเริ่มกลืนกิน
เห็นเช่นนี้ ฉู่เฟิงก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป ลงมือจับงูสีเงินบ้างเขารู้แล้วว่าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่งู หากเป็สสารลึกลับที่หาได้ยากยิ่ง
ต่อมาเขาเจอมันในรูปแบบก้อน แต่ก็เป็สสารประเภทเดียวกันยามกลืนกินล้วนส่งกลิ่นหอมสดชื่น
เหตุใดจึงมีดวงดาวนี้ พวกเขากำลังอยู่ในอวกาศหรือฉู่เฟิงไม่สนใจอีกต่อไป หนึ่งคน หนึ่งวัว ต่างคว้าจับสสารพิเศษนั่นไม่วางมือ
ท้ายที่สุด พวกเขารู้สึกอิ่มจนพุงกาง ทั้งๆที่อิ่มจนไม่อาจกินต่อไปได้อีก หากก็ยังรู้สึกเสียดาย ได้แต่เดินย้อนกลับไปตามทาง
พอออกมาจากถ้ำหินสู่โลกภายนอก ฉู่เฟิงรู้เหมือนกับหลุดมาอีกโลกหนึ่งเมื่อครู่เขาไปยังที่ใดมากันแน่?
ทันใดนั้น แผ่นดินสะท้านภูผาะเื ูเาลูกเล็กสั่นไหวรุนแรงจากนั้นเริ่มแตกร้าว
หวงหนิวร้องเสียงดัง กางขาทั้งสี่ ห้อตะบึงลงจากเขา
ฉู่เฟิงนั้นร่างกายอัดแน่นจนปริ วิ่งแทบไม่ไหวเขาคว้าเขาสีทองทั้งคู่ของเ้าวัว เหวี่ยงตัวขึ้นนั่งบนหลังของมัน
หวงหนิงหันหัวมามองอย่างขุ่นเคือง ทว่าตอนนี้ไม่เหลือเวลามากนักมันสะบัดอยู่หลายครั้ง คิดจะให้ฉู่เฟิงตกลงมาแต่ก็ไม่สำเร็จได้แต่เผ่นลงเขาไปก่อนค่อยว่ากัน
พอพวกเขาห่างออกไปไกลจากตรงนั้นแล้ว ูเาลูกเล็กนั้นก็ค่อยๆสลายตัว สุดท้ายคือเสียงครั่นครื้นสนั่น
ูเาพังทลายราบคาบกลายเป็ผุยผง ลอยฟุ้งเป็ฝุ่นควันทั่วท้องฟ้า
ทว่าท่ามกลางการล่มสลายนี้ สายหมอกสีขาวที่หลั่งไหลดุจดั่งสายธารท่วมท้นทั้งนภากาศ ยังคงเข้มข้นไม่เปลี่ยนแปลง
หากก็ไม่อาจรู้เช่นกันว่าอีกนานเพียงใดหมอกขาวนี้จะกระจัดกระจายสลายหายไป
หวงหนิงเองก็ลืมคิดบัญชีกับฉู่เฟิง มันหดคอรอคอยอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งฝุ่นควันจางหาย จึงค่อยๆ ก้าวเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง
ฉู่เฟิงเองก็ก้าวไปข้างหน้า ตรงนั้นหลงเหลือเพียงก้อนดินก้อนหินทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายไม่เหลือซาก จะถ้ำหิน หรือมิติคู่ขนานล้วนไม่อาจพบได้อีกต่อไป
“มีสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน มันเชื่อมต่อกับอวกาศเหรอ?” ฉู่เฟิงเต็มไปด้วยคำถาม
หวงหนิวไม่ตอบ พอเดินกลับไปที่กลางสวนมันก็เริ่มฝึกเคล็ดหายใจแบบพิเศษนั่นทันที แต่ครั้งนี้กินระยะเวลาเนิ่นนาน
ฉู่เฟิงทำตาม เขารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านผิดปรกติการฝึกครั้งนี้ เขาเหงื่อไหลโซมกาย รู้สึกวิงเวียน
เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด หากเมื่อเขาลืมตาขึ้นก็ระลึกรู้ได้ว่าหัวใจสูบฉีดอย่างมีพลัง ประหนึ่งตีกลองระรัว
“ตอนที่จับความรู้สึกอย่างละเอียดฉันได้ยินเสียงอวัยวะภายในเต้นเหมือนตีกลองไงงั้น?”ฉู่เฟิงงุนงง
ทันใดนั้น เขารู้สึกว่าสายตาของเขาคมชัดขึ้นอย่างมากสามารถมองเห็นแมวป่าที่อยู่บนยอดเขาห่างไกลนั่นได้ ความสามารถเช่นนี้แต่ก่อนย่อมไม่มีทางทำได้
ฉู่เฟิงถึงกับใเมื่อพบว่าทั้งร่างเต็มไปด้วยเหงื่อ ร่างกายเหนียวและสกปรกพร้อมกันนั้นก็รู้สึกหิวโหยอย่างแรง หิวจนรู้สึกว่ากินวัวได้ทั้งตัว
เขาหันขวับไปจ้องหวงหนิว ไอ้หมอนั่นก็ลืมตาแล้วกำลังมองเขาตาเป็มัน แถมยังแยกเขี้ยวอย่างกับคิดจะกินคนอย่างนั้นแหละ
ฉู่เฟิงเผ่นไปอาบน้ำ จากนั้นประโคมวางของกินไว้บนโต๊ะเริ่มกินอย่างดุเดือด
อีกทาง หวงหนิวก็อาการเดียวกัน หญ้าสด ผลไม้ถูกจัดการเรียบสุดท้ายยังมาแย่งของกินจากฉู่เฟิง ไม่เว้นแม้แต่สเต๊ก
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ฉู่เฟิงจึงรู้สึกหิวโหยอย่างมากกินเท่าใดก็ไม่รู้สึกอิ่ม หนึ่งมื้อตอนนี้ เทียบได้กับสิบมื้อยามปรกติแต่ก็ยังรู้สึกหิวโหยอย่างน่าใ
แต่ฉู่เฟิงกลับไม่กล้ากินต่อ เขากลัวกระเพาะแตกได้แต่มองหวงหนิวที่กำลังฟาดเรียบตาปริบๆ
“ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว!”
เขาชักจะหวาดๆ เลยออกจากบ้านไปหาหมอในตัวเมือง กังวลอยู่ว่าร่างกายจะมีปัญหาทั้งที่ไม่เคยมีอาการใดๆมาก่อน
“ทำไมถึงได้แปลกอย่างนี้?” หมอหวังนายแพทย์ชราผมสองข้างหูขาวโพลน ใบหน้าใจดี ทว่าตอนนี้กลับมีสีหน้าใไม่น้อยมองดูฉู่เฟิงหน้านิ่วคิ้วขมวด
ฉู่เฟิงใจแป้ว ถามว่า “ผมอาการหนักเลยเหรอครับ?”
“ไม่ใช่ เธอน่ะแข็งแรงกว่าคนธรรมดาเสียอีกค่าทางกายภาพดีกว่าคนทั่วไปตั้งสิบเท่า!” หมอหวังชราตอบเขาใช้เครื่องมือตรวจสอบสภาพร่างกายในทุกๆ ด้านให้ฉู่เฟิง
ฉู่เฟิงงุนงง กับผลการตรวจสุขภาพที่ออกมา
“แต่ว่า ผมหิวมากๆ เลยนะฮะ” ฉู่เฟิงบอกปัญหาของตัวเองออกไปให้ชัดๆ
“ตอนนี้เธอรู้สึกว่ากระเพาะบวมหรือเปล่า?”หมอหวังถาม
“ไม่ฮะ”
“เป็เพราะระบบการย่อยกับการดูดซึมของเธอเร็วกว่าคนทั่วไปถึงสิบเท่าอาหารที่กินเข้าไปเลยถูกย่อยเป็สารอาหารที่ร่างกาย้าภายในระยะเวลาอันสั้นถ้าหิวก็กินให้เต็มที่ซะ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”หมอหวังเองก็ไม่เคยเจอคนไข้ลักษณะนี้ แต่ก็ยังคงกล้าให้คำแนะนำไป
“รบกวนคุณหมอเก็บเื่นี้เป็ความลับด้วยนะฮะ!” ก่อนกลับฉู่เฟิงกำชับนักกำชับหนา เขาไม่อยากให้เื่นี้แพร่งพรายออกไป
นายแพทย์หวังผู้มากวัยพยักหน้ารับหนักแน่น ทั้งยังสำทับฉู่เฟิงว่าหากมีปัญหาอะไรก็ให้มาหาได้ตลอดเวลา จริงๆแล้วนั่นเป็เพราะเขาสนใจใคร่รู้อย่างยิ่งอยากจะติดตามดูให้ถึงที่สุดว่าฉู่เฟิงจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
พอกลับถึงบ้าน ฉู่เฟิงก็เปิดฉากสวาปามทันที!
กินไปก็ดูเครื่องมือสื่อสารไป ตามอ่านรายงานข่าวจากทุกแหล่ง
จากนั้น เขาต้องใที่เห็นภาพข่าว บางแห่งเกิดหมอกปกคลุมไปทั่วูเาบางลูกถล่มลงมา เหมือนพลังชีวิตถาโถมดั่งคลื่นในทะเล
อย่างนี้ เรียกได้ว่าเหตุการณ์เหมือนกันกับูเาเตี้ยลูกนั้นน่ะสิ? เพียงแต่ไม่รู้ว่ามีคนได้ข้ามผ่านไปยังมิติคู่ขนานนั้นหรือไม่
“แกบอกฉันมานะ ที่แกข้ามมาโลกของฉันเนี่ยก็เพราะรอคอยจังหวะนี้ใช่ไหม?” ฉู่เฟิงถาม
แรกสุดหวงหนิวผงกหัว แต่แล้วก็ส่ายหัว
ฉู่เฟิงใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจอยู่ชั่วครู่สำหรับหวงหนิวแล้ว นี่ไม่ใช่เื่สำคัญแต่อย่างใดเป็เพียงแค่จังหวะของโชคอย่างหนึ่งเท่านั้น
แต่แล้วฉู่เฟิงก็ต้องตกตะลึงตอนนี้ที่สภาพร่างกายของเขาดีกว่าคนทั่วไปถึงสิบเท่าก็เพราะประสบกับเหตุการณ์นี้อย่างไรเล่า!
นอกจากนั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ ยังค่อยๆ ดำเนินต่อไปเสียด้วย