"จะให้ผมนอนกอดคุณเนี่ยนะ?"
"อื้ม! ทำไมล่ะ" เฉินตงหน้าซื่อใจสะอาด ที่เสนอตัวเพราะอยากช่วยเหลือลู่อันจริง ๆ "นายบอกเองว่าถ้าได้กอดคนอื่นจะนอนหลับ ฉันเลยจะช่วยอยู่นี่ไง"
"..."
"แค่วันเดียวเท่านั้น เดี๋ยวตุ๊กตาแห้ง ฉันจะสลับที่ทันทีโอเคไหม?"
"...เหลือจะเชื่อกับคุณจริง ๆ..." ลู่อันกลอกตา
เฉินตงไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มมีปัญหาอะไร กระทั่งนึกได้ว่าเด็กคนนี้มีสภาพจิตใจที่หวั่นไหวกับเพศเดียวกัน
"อา~โทษทีฉันคิดน้อยไป นายคงกลัวตัวเองแข็งตอนที่นอนกอดฉันสินะ"
"!!" ลู่อันหน้าแดง "คุณพูดบ้าอะไรของคุณ!"
เฉินตงตบไหล่ลู่อัน
"ฉันเข้าใจ มันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร ผู้ชายอย่างเรารู้กันดี"
"รู้อะไรของคุณ!"
"อย่าะโสิ เดี๋ยวก็เจ็บคอกว่าเดิมหรอก"
"..."
"เื่นี้ไม่ใช่ปัญหาเลยนะ แค่เราสองคนเข้าใจว่ามันคือการช่วยเหลืออย่างบริสุทธิ์ใจก็พอ ถึงยังไงฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้ชายอยู่แล้ว เพราะงั้นนายกอดฉันได้อย่างสบายใจเลย แค่ขีดเส้นแบ่งความรู้สึกให้ชัดเจนก็พอ"
"เส้นบงเส้นแบ่งอะไร" ยิ่งพูดลู่อันก็ยิ่งรู้สึกว่าเฉินตงกำลังเข้าใจผิดไปไกล "ถึงผมจะชอบผู้ชาย แต่ผมไม่ได้ชอบคุณ"
"เยี่ยม! ในเมื่อเราต่างคนต่างไม่มีวันชอบกัน งั้นนายก็นอนได้แล้ว"
พูดจบเฉินตงก็กดลู่อันลงกับเตียง เอาเจลลดไข้แผ่นใหม่มาแปะที่หน้าผาก แล้วดึงผ้านวมขึ้นมาห่มให้ลู่อัน ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ
"เอาล่ะ นอนได้!"
ลู่อันไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธด้วยซ้ำ ร่างกายของเขาถูกล็อกเอาไว้ด้วยวงแขนของเฉินตง รู้สึกเหมือนกำลังถูกแพนด้าตัวใหญ่โอบกอด
"ไม่ต้องกอดขนาดนี้ก็ได้ครับ"
เฉินตงพูดโดยที่ยังหลับตาอยู่ "พยากรณ์อากาศบอกว่าคืนนี้หิมะจะตก นายเลิกคิดมากแล้วนอนเถอะ"
"..."
ถึงปากจะปฏิเสธ แต่ต้องยอมรับว่าไออุ่นจากร่างกายของเฉินตงทำให้ลู่อันรู้สึกผ่อนคลาย ในท้ายที่สุดเขาก็ผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของเฉินตง
เวลายามค่ำคืนไหลผ่านไปราวกับสายน้ำนิ่งสงบ ก่อนที่จะมีระลอกคลื่นทำให้ความสงบแตกกระเจิง
เฉินตงััได้ว่าร่างในอ้อมกอดกำลังสั่นสะท้าน หูได้ยินเสียงครวญครางอย่างทรมาน เมื่อลืมตาขึ้นเขาก็พบว่าใบหน้าของลู่อันเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
"เฮ้ย ๆ" เฉินตงรีบดีดตัวลุกขึ้นแตะหน้าผากของลู่อัน มันร้อนฉ่าอย่างกับเตาไฟ "ทำไมไข้ขึ้นอีกแล้วล่ะเนี่ย"
เขาลุกลี้ลุกลนลุกขึ้นไปหายา โชคร้ายที่มันเป็ยาหลังอาหาร ของกินที่เขาสั่งมาเมื่อเย็นหมดเกลี้ยง จะสั่งตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีร้านอาหารแห่งไหนเปิด นอกจากนี้ข้างนอกยังมีหิมะปกคลุมเต็มพื้น
ร้านอาหารที่ลู่อันทำงาน มีที่หนึ่งเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่มันอยู่ไกล และสภาพอากาศก็ไม่เหมาะกับการขับรถ
เฉินตงนึกขึ้นได้ว่าไม่ไกลจากนี้มีร้านสะดวกซื้อ เขาน่าจะพอหาของกินในนั้นได้
ทว่ายังไม่ทันได้หันไปบอกลู่อัน ว่าเขาจะออกไปซื้อของ จู่ ๆ ร่างบางก็ลุกจากเตียง พุ่งเข้าไปในห้องน้ำ ทั้งยังอาเจียนออกมาชุดใหญ่
เนื้อตัวของเด็กหนุ่มสั่นรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่ถูกพยาบาลสาวแตะตัวเสียอีก
เฉินตงเห็นอาการไม่ดีรีบเข้าไปประคองลู่อัน แต่กลับถูกอีกฝ่ายผลักออกมา
"นี่! ฉันแค่จะช่วย!"
"ผม ผมทำเองได้ คุณไปนอนเถอะ"
จะให้เฉินตงนอนในขณะที่มีคนกำลังจะตายอยู่ข้าง ๆ เนี่ยนะ?
มองดูเด็กหนุ่มทรมานได้ไม่ถึงสามวินาที สุดท้ายเฉินตงก็เข้าไปลูบหลังให้ลู่อัน
"ไม่ต้อง คุณไม่ต้อง"
"ลู่อัน!" เฉินตงเริ่มดุ "ฉันไม่ได้ทำเพราะ้าให้นายตอบแทนฉัน เพราะงั้นหัดรับความช่วยเหลือจากฉันซะบ้าง"
"...อึก!..."
ลู่อันอาเจียนอีกครั้ง ซึ่งหนนี้เขาไม่ได้ผลักไสเฉินตง ยอมให้อีกฝ่ายช่วยประคอง
"ฉันว่านายควรไปโรงพยาบาลอีกครั้ง" เฉินตงแนะนำ "ถึงขั้นอาเจียนออกมาแบบนี้..."
"ผมรู้สึกดีขึ้นแล้วครับ"
"อย่ามาโกหก!"
"ผม พูดจริง..." ลู่อันบ้วนปาก จมูกและตาของเขาแดงเรื่อ แต่ร่างกายที่เคยร้อนระอุกลับเย็นลง "ผมแค่ฝันร้ายนิดหน่อย"
"ฝันร้ายไม่ทำให้คนอ้วกแตกหรอกมั้ง"
ลู่อันหลุบสายตาลงต่ำ ใช้หลังมือเช็ดคราบที่ปาก "ก็แค่...ฝันถึงเื่น่าขยะแขยงน่ะครับ"
คำพูดนั้นดูเป็ไปไม่ได้ แต่แววตาของลู่อันที่สะท้อนอยู่ในกระจกหน้าอ่างล้างมือ ทำเอาเฉินตงเผลอเชื่อไปครู่หนึ่ง
หลังจากได้อาเจียน ลู่อันก็เหมือนจะดีขึ้นจริง ๆ เขาทรงตัวได้ดีขึ้นจากเมื่อเช้า และสามารถเดินไปเปิดตู้หาน้ำมาดื่มเองได้แล้ว
เฉินตงยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรถามในเวลานี้ เขาไม่อยากสร้างความกดดันให้ลู่อันอีก บางทีเด็กนั่นอาจจะเครียดลงกระเพาะก็ได้ ใครจะไปรู้
"ถึงเวลากินยาแล้ว เดี๋ยวฉันจะออกไปซื้อของกินมาให้ นายรออยู่นี่ เป็เด็กดีเข้าใจไหม"
ลู่อันไม่ได้ตอบ เพียงเดินไปนั่งลงที่โต๊ะข้างเตียง สูดหายใจเข้าลึก มองดูแผ่นหลังของเฉินตงขณะที่ชายคนนั้นสวมเสื้อคลุมหนา แล้วเดินออกไปจากห้อง
...
ในที่สุดลู่อันก็อยู่คนเดียว
ฝ่ามือสั่นสะท้านยกขึ้นมาปิดใบหน้าชื้นเหงื่อ ภาพฝันแสนน่ากลัวผุดขึ้นในหัว รอยยิ้มน่ารังเกียจของผู้หญิงคนนั้นทำให้ลู่อันรู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอ้วก
มันทรมานเหลือเกิน ลู่อันถูกภาพนี้ตามหลอกหลอนมาเป็ปี ๆ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะหน้าประตูทำให้ลู่อันเงยหน้าขึ้น
...เฉินตงลืมของหรือเปล่านะ?...
ลู่อันเข้าใจแบบนั้นจึงลากสังขารตัวเองไปเปิดประตู
"เฉินตง คุณ..."
ทว่าคนที่ยืนอยู่กลับเป็เหยียนเต๋อ อดีตคนรักของลู่อัน
"นาย..."
"ใครคือเฉินตง?" สีหน้าเหยียนเต๋อมืดทะมึน
เดิมเขาอยากจะมาขอคืนดี แต่กลับได้ยินแฟนของตนเอ่ยชื่อชายอื่นอย่างสนิทสนม
เหยียนเต๋อรู้สึกโมโห เขาถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้อง
"ยะ หยุดนะ!" ลู่อันไอ แต่เหยียนเต๋อไม่ได้สนใจ ชายคนนั้นถูกความหึงหวงเข้าครอบงำจนจ้องแต่จะหาเื่จับผิดลู่อัน
"จานชามพวกนี้มันอะไร คนคนนั้น คนที่เดินออกจากห้องของนาย เพื่อนของพี่สาวนาย ทำไมถึงเข้าออกห้องนายตามอำเภอใจ!"
ลู่อันพยายามประคองสติและร่างกาย คิดในใจว่านี่ไม่ใช่เื่ที่เขาต้องมาอธิบายกับคนที่เลิกรากันไปแล้วเสียหน่อย
"ออกไป" ลู่อันสั่ง ชี้ไปที่ประตู
แต่คำพูดนั้นยิ่งทำให้เหยียนเต๋อเดือดดาลกว่าเดิม
"นายก็อธิบายสิ!" เหยียนเต๋อปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อลู่อัน "เพราะมันสินะ นายถึงบอกเลิกฉันง่ายขนาดนี้!"
"ปล่อย" ลู่อันเริ่มหายใจไม่ออก "ปล่อยก่อน..."
"ทำตัวเป็คนดี ใสซื่อบริสุทธิ์ ที่แท้ก็เป็พวกสำส่อน!"
เหยียนเต๋อผลักลู่อันอย่างแรง จนร่างบางเซถอย ข้อเท้าพลิกจนล้มลง แขนและข้อศอกกระแทกพื้นส่งเสียงดัง สร้างความเ็ปให้ลู่อัน
จากเดิมยังไม่หายป่วยดี ตอนนี้สภาพร่างกายยิ่งแย่ลงกว่าเดิม
พอเริ่มมีสติ ได้เห็นสิ่งที่ตนกระทำกับลู่อัน เหยียนเต๋อถึงเริ่มรู้สึกผิด
"ละ ลู่อัน ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ" เขาย่อตัวลงจะประคองร่างสั่นสะท้านที่นอนแผ่อยู่บนพื้น แต่กลับถูกมือหนึ่งกระชากไปด้านหลัง
"ถอยไป!" เป็เฉินตง
เขากลับขึ้นมาอีกครั้งเพราะเห็นประตูห้องของลู่อันเปิดทิ้งเอาไว้ กลัวว่าเด็กหนุ่มจะทำอะไรแผลง ๆ
ไม่คิดว่าจะมีคนรอจังหวะที่เขาออกไป เข้ามาทำร้ายลู่อันถึงในบ้าน
เฉินตงประคองลู่อัน แต่เด็กหนุ่มในอ้อมกอดร้องด้วยความเ็ป ข้อเท้าของเขาบวมขึ้นเรื่อย ๆ ิัส่วนนั้นกลายเป็สีแดง ยิ่งทำให้ร่างกายร้อนระอุ
คนทำผิดได้แต่ขาดสติ ทำอะไรไม่ถูก
"ไสหัวไปซะ!" เฉินตงถลึงตา ข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นะเื "อย่ายุ่งกับลู่อันอีก ไม่งั้นฉันจะแจ้งความบุกรุกและทำร้ายร่างกาย"
"ผม ผมไม่ได้ทำนะ ก็ลู่อันเขา..."
"หุบปาก!"
เหยียนเต๋อสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไม่คิดว่าคนคนหนึ่งจะสามารถแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาได้มากมายขนาดนี้
"ถ้ากฎหมายทำอะไรแกไม่ได้ ฉันจะเป็คนตามจัดการแกเอง เอาให้สมกับสิ่งที่แกทำเอาไว้"
"ไม่ ไม่ ผมขอโทษ" เหยียนเต๋อชำเลืองมองร่างของอดีตคนรักที่กำลังทรมาน เขากล่าวขอโทษอีกครั้งแล้ววิ่งหนีไป
"เด็กเวรเอ๊ย!" เฉินตงสบถ
ร่างบางครางเบา ๆ ด้วยความเ็ป
ถึงไม่ได้สนิทสนมกัน แต่เฉินตงรู้สึกไม่ดีเลยที่เห็นเด็กคนนี้ทรมาน
ครั้นจะไปโรงพยาบาลตอนนี้รถก็ใช้ไม่ได้เพราะหิมะหนาปกคลุมพื้นถนน เฉินตงลองหาข้อมูลในโทรศัพท์ถึงเห็นว่ามีคลินิกแห่งหนึ่งเปิดอยู่ไม่ไกลจากที่นี่
เขาค่อย ๆ นำเสื้อผ้าหนา ผ้าพันคอและหมวกไหมพรมมาใส่ให้ลู่อัน ก่อนจะค่อย ๆ แบกลู่อันขึ้นขี่หลัง
"อดทนไว้ ฉันจะพานายไปหาหมอ"
ลู่อันเจ็บจนพูดไม่ออก
ความรู้สึกสุดท้ายที่ลู่อันจำได้ คือร่างกายของเขาโอนเอนไปมาขณะที่เฉินตงแบกเขาเดินฝ่าหิมะหนาวเย็น เขาได้ยินเสียงหอบหายใจ เห็นควันอุ่นลอยออกจากปากเฉินตง ถึงอย่างนั้นเฉินตงก็ยังก้าวต่อไป เพื่อที่จะพาลู่อันไปส่งให้ถึงมือหมอ
ความอบอุ่นจากแผ่นหลังกว้างและความใจดีของเฉินตงทำให้หัวใจของลู่อันกลับมาเต้นเร็วอีกครั้ง มันเป็ความรู้สึกที่ห่างหายไปเนิ่นนานจนลู่อันคิดว่าชีวิตนี้เขาคงไม่ได้ััมันอีกแล้ว แต่กลับเกิดขึ้นอีกครั้งกับคนที่จดจ่ออยู่กับการพาเขาไปรักษาเสียได้
ริมฝีปากบางเผยยิ้มอ่อน ๆ ก่อนซุกหน้าลงกับแผ่นหลังที่แสนอบอุ่น
...ลู่อันไม่เสียใจที่ความรู้สึกเ่าั้ก่อเกิดขึ้นกับเฉินตง...