“อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยน้องชายของข้ารอดมาได้ก็เพราะท่าน หากไม่มีท่านช่วยเหลือชีวิตของเหยียนซ่ง ตอนนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ชีวิตของข้าจะเป็นอย่างไร”
“อะไรนะใครทำอะไรเหยียนซ่งอย่างนั้นหรือ?นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นในระหว่างที่ข้าเก็บตัวอย่างนั้นหรือ?”
ในระหว่างนั้นเด็กรับใช้รีบวิ่งเข้ามารายงาน
“ท่านเจ้าสำนักท่านผู้อาวุโสต่างมารออยู่ด้านหน้าเพื่อรอพบท่านเจ้าสำนัก ขอรับ”
“เจ้าไปแจ้งให้กับพวกเขาทั้งหมดให้กลับไปก่อนตอนนี้ข้ากำลังต้อนรับแขกพิเศษ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญอยู่ ห้ามใครรบกวนเป็นอันขาด”
“ขอรับท่านเจ้าสำนัก”
หลังจากนั้นเจ้าสำนักหงส์ฟ้าจึงได้จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้นซึ่งมีเพียงพวกเขาสี่คนเท่านั้น
“เอาหละพวกเจ้าเล่าเรื่องราวของพวกเจ้าให้ข้าฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเหยียนซ่ง”
หลังจากนั้นเหยียนซิงและฟางเหยียนจึงได้เล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าสำนักหงส์ฟ้าได้รับฟังโดยมีเฟยหลงร่วมรับฟังเรื่องราวทั้งหมดไปด้วยเมื่อเจ้าสำนักหงส์ฟ้าได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดเขาพอจะประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ ได้
“เป็นเช่นนี้นี่เองนับเป็นความโชคดีของเหยียนซ่งจริง ๆ ที่เจอกับท่านปรมาจารย์เฟยหลง เอาหละเรื่องพวกนี้ไม่ต้องห่วงข้าจะเป็นคนจัดการให้พวกเจ้าเอง ท่านปรมาจารย์ท่านไม่ต้องห่วงข้าจะจัดการเรื่องทั้งหมดอย่างยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย”
“ขอบใจท่านมากพรุ่งนี้ข้าเองก็คงต้องเดินทางกลับไปยังสำนักมังกรเพลิงแล้วข้าขอฝากเรื่องทางนี้ให้เป็นธุระของท่านด้วยส่วนนี่คือโอสถเสริมปราณที่ข้าได้หลอมกลั่นเอาไว้เพื่อให้สำนักมังกรเพลิงแต่ว่ามันเป็นโอสถที่เสริมพลังธาตุน้ำและธาตุดินซึ่งไม่ค่อยได้ใช้ที่สำนักมังกรเพลิงมากนัก แต่สำหรับสำนักหงส์ฟ้าของพวกท่านข้าคิดว่าน่าจะจำเป็นต้องใช้เป็นอย่างมาก ส่วนนี้ของท่านฟางเซียนข้าได้เตรียมโอสถพวกนี้ไว้ให้ท่านภายในหนึ่งปีนี้มันจะช่วยให้เจ้าสามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว”
“ขอบคุณท่านพี่”
“ขอบใจเจ้ามากเฟยหลงนับจากนี้ไปข้าจะขอมอบตำแหน่งผู้อาวุโสพิเศษให้กับเจ้าเจ้าสามารถมาที่สำนักหงส์ฟ้าแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ“เจ้าสำนักยื่นป้ายหยกขนาดเล็กให้กับเฟยหลงชิ้นหนึ่ง
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส”เฟยหลงรับป้ายหยกชิ้นนั้นเอาไว้พร้อมกับแขวนมันไว้ที่เอว
“เอาหละเหยียนซิงเจ้าพาเองค์หญิงไปพักผ่อนก่อนส่วนเรื่องของเหยียนซ่งข้าจะตรวจสอบให้เจ้าอีกทีหนึ่ง”
“ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก”
หลังจากที่เหยียนซิงและฟางเซียนจากไปคงเหลือเพียงแค่เจ้าสำนักหงส์ฟ้าและเฟยหลงเท่านั้นที่อยู่ที่นั่น
“ท่านเจ้าสำนักข้าคงต้องรบกวนพักอยู่ที่สำนักหงส์ฟ้าของท่านสักสองสามวันอีกเรื่องข้าอยากจะขอไปที่หอตำราของสำนักหงส์ฟ้าของท่านเพื่อศึกษาตำราบางอย่างท่านจะอนุญาตให้ข้าเข้าไปได้หรือไม่?”
“ได้สิเพียงแต่ว่าหอตำราของสำนักหงส์ฟ้าของพวกเราอาจจะไม่มีตำรามากมายเช่นสำนักมังกรเพลิงของพวกท่าน”
“ขอบคุณท่านเจ้าสำนักมาก ข้าเพียงแค่ต้องการดูตำราบางอย่างเพื่อเสริมความรู้เท่านั้นไม่จำเป็นต้องเป็นตำรายุทธ์ที่มีระดับสูง”
“เช่นนั้นเชิญท่านปรมาจารย์ทางนี้ข้าจะเป็นคนพาท่านไปยังหอตำราของสำนักเอง”
“รบกวนท่านเจ้าสำนักแล้ว”เฟยหลงเดินตามเจ้าสำนักหงส์ฟ้าไปพวกเขาเดินไปไม่ไกลมากนักก็ถึงหอตำราของสำนักหงส์ฟ้าแล้วเมื่อเจ้าสำนักแจ้งให้กับผู้ดูแลทราบเฟยหลงจึงได้เข้าไปภายในหอตำราแม้เจ้าสำนักจะบอกว่ามีตำราไม่มาก แต่เมื่อเทียบกับตำราของสำนักมังกรเพลิงแล้วเขาพบว่าตำรายุทธ์ของที่สำนักหงส์ฟ้านั้นมีจำนวนน้อยกว่าสำนักมังกรเพลิงก็จริงแต่ส่วนมากจะเป็นตำรายุทธ์ระดับสูงกว่าของสำนักมังกรเพลิง
แม้เฟยหลงจะเคยเข้าไปศึกษาตำรายุทธ์ของสำนักมังกรฟ้ามาหลายครั้งแล้วแต่ส่วนมากจะเป็นตำรายุทธ์ระดับต่ำเสียมากกว่าแตกต่างจากตำรายุทธ์ของสำนักหงส์ฟ้าอย่างสิ้นเชิงเพียงแต่ว่าตำรายุทธ์พวกนั้นส่วนใหญ่จะเน้นไปทางธาตุน้ำและไม้และธาตุดินเสียเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งแทบจะไม่ตำรายุทธ์ของธาตุไฟธาตุมืด หรือธาตุสายฟ้าที่เฟยหลงมีอยู่เลยแม้แต่เล่มเดียว เฟยหลงผิดหวังนิดหน่อยแต่เขาก็ยังคงเดินดูตำรายุทธ์พวกนั้นไปเรื่อย ๆ ผลึกปัญญาแห่งแสงของเฟยหลงเองก็ทำงานอย่างต่อเนื่องทุกธาตุที่เขาได้เรียนรู้ล้วนอยู่ในความทรงจำของเขาแทบทั้งหมดจนกระทั่งเฟยหลงเดินไปถึงยังชั้นที่สามของหอตำรา เฟยหลงไปสะดุดตากับตำราเล่มหนึ่งที่มีความหนาเพียงไม่กี่หน้าแต่ตำรานี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นตำราที่ยังไม่สมบูรณ์ด้วยซ้ำไป
แต่สำหรับเฟยหลงที่มีผลึกปัญญาแห่งแสงเรียกได้ว่าตำราที่ไม่สมบูรณ์เล่มนี้มีประโยชน์สำหรับเขามากเฟยหลงสนใจตำราเล่มนี้เป็นพิเศษ ตำราเล่มนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่ของการหลอมสร้างเฟยหลงหยิบตำราเล่มนั้นออกมาอ่านในทันทีผลึกปัญญาแห่งแสงของเขาพลันส่งข้อความเข้าไปในสมองของเขาอย่างรวดเร็ว
“หยกสื่อสาร”
ข้อมูลต่างๆ ภายในตำราที่เขียนไว้ผิดพลาดถูกผลึกปัญญาแห่งแสงอธิบายมาทั้งหมดเฟยหลงเข้าใจความหมายทุกอย่างภายในเวลาไม่นานมาก เขาย่อยความรู้ที่ได้ในทันที เฟยหลงใช้เวลากว่าห้าชั่วโมงในการย่อยความรู้ทั้งหมดที่เขาได้รับในวันนี้หลังจากย่อยความรู้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเฟยหลงเดินไปทางผู้อาวุโสที่ดูแลหอตำราแห่งนี้ในทันที
“ท่านผู้อาวุโสท่านพอจะรู้จักท่านผู้อาวุโส โอหยางหยิงหรือไม่คนที่เขียนตำราเรื่องหยกสื่อสารนี้”
“ท่านต้องการพบกับผู้อาวุโสโอหยางหยิงเช่นนั้นหรือ?”
เฟยหลงพยักหน้าตอบรับในทันทีผู้อาวุโสที่เฝ้าหอตำราสงสัยเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นตำราที่เฟยหลงถือมาพลันเข้าใจได้ในทันที
“ท่านผู้อาวุโสโอหยางหยิงนั้นน้อยคนที่จะเข้าพบท่านได้ท่านอาศัยอยู่ไม่ห่างจากที่นี่มากนักหากท่านต้องการพบท่านผู้อาวุโสจริง ๆ ข้าจะให้คนพาท่านไปพบเขา”
“รบกวนท่านแล้วท่านผู้อาวุโส”
แม้จะเกิดความสงสัยมากมายในตัวของเฟยหลงแต่ผู้อาวุโสที่ดูแลหอตำราก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามแต่อย่างใดเขาจัดการเรียกศิษย์คนหนึ่งมาจากนั้นจึงให้ศิษย์คนนั้นพาเขาไปยังที่พักของผู้อาวุโสโอหยางหยิงศิษย์ที่ถูกเรียกตัวมาให้พาไปยังที่พักของผู้อาวุโสโอหยางหยิงนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเฟยหลงถึงได้อยากพบผู้อาวุโสโอหยางหยิงเพราะในสำนักแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักผู้อาวุโสโอหยางหยิงเลย เพราะเขาเป็นคนที่เก็บตัวเงียบมากที่สุดและไม่ค่อยจะต้อนรับแขกสักเท่าไหร่เหล่าศิษย์ทั้งหลายจึงไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
เมื่อศิษย์คนนั้นพาเฟยหลงมาถึงยังที่พักของผู้อาวุโสโอหยางหยิงแล้วเขาจึงได้ขอตัวกลับในทันทีเพราะไม่อยากที่จะอยู่นานไปมากกว่านี้เพราะเวลาท่านผู้อาวุโสโอหยางหยิงไม่พอใจแม้แต่ท่านเจ้าสำนักเองก็เอาไม่อยู่แต่เพียงแค่เขากำลังจะเอ่ยปากเฟยหลงพลันเอ่ยขึ้นมาก่อน
“เจ้าช่วยอยู่เป็นเพื่อนข้าสักพักนะเพราะข้าไม่รู้ว่าที่พักที่ท่านเจ้าสำนักเตรียมไว้ให้ข้าอยู่ที่ไหน?” ศิษย์คนนั้นถึงกับไปไม่ถูกเขาจำเป็นต้องอยู่เป็นเพื่อนเฟยหลงก่อนเพราะเป็นคำสั่งของผู้อาวุโสที่ดูแลหอตำรา
“มีอะไรหรือเปล่าดูหน้าเจ้าเหมือนคนไม่สบายเลย”เฟยหลงเอ่ย
“ไม่มีอะไรหรอกเจ้ารีบทำธุระของเจ้าให้เสร็จเถอะ ข้ายังมีอีกหลายอย่าที่ต้องทำ”
“ต้องรบกวนเจ้าจริงๆ ข้าชื่อเฟยหลงเจ้าชื่ออะไร?”
“ข้าหยุนเทียนเจ้ารีบไปพบผู้อาวุโสก่อนเถอะข้าจะรออยู่ตรงนี้”
“ได้ขอบใจเจ้ามาหยุนเทียน”
เฟยหลงรีบเดินเข้าไปเคาะประตูในทันทีเพียงไม่นานประตูพลันเปิดออก ผู้เฒ่าผมขาวหนวดเครารุงรังตัวของเขาสูงใหญ่เกือบสองเมตรค่อย ๆ เดินออกมา
“คารวะท่านผู้อาวุโสโอหยางหยิง”
“มีอะไรเช่นนั้นหรือ?”
“ท่านผู้อาวุโสข้าขอรบกวนเวลาท่านสักหน่อยจะได้หรือไม่”
“อื่มว่ามาสิ เจ้าต้องการอะไร?”
“ท่านผู้อาวุโสท่านเป็นคนเขียนตำราหยกสื่อสารใช่หรือไม่?”
ผู้อาวุโสโอหยางหยิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเขาจึงจำได้ ตำราที่ผู้อาวุโสโอหยางหยิงเขียนเอาไว้มีเพียงไม่กี่เล่มเท่านั้นส่วนมากจะเป็นตำราที่ไม่สมบูรณ์ทุกวันนี้ที่ได้อยู่ในตำแหน่งของผู้อาวุโสก็เพราะเป็นคนสนิทของเจ้าสำนักคนก่อนเท่านั้นแต่ด้วยความคิดที่ไม่เหมือนใครชอบทำอะไรแปลก ๆ ทำให้คนในสำนักมองว่าเขาเป็นคนเพี้ยนคนหนึ่งและคาดเดากันว่าที่เจ้าสำนักคนก่อนให้ความสนิทสนมเพราะเอ็นดูและสงสารเขาเท่านั้น
ภายในสำนักจึงมีเพียงคนไม่มากที่ยอมรับในตัวของโอหยางหยิงทำให้เขาต้องมาอยู่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้ไม่ได้อยู่ตำหนักดี ๆ เฉกเช่นผู้อาวุโสคนอื่น ๆ แต่กลับเป็นว่าเขาพึงพอใจในสภาพที่เป็นอยู่เช่นทุกวันนี้
“ใช่แล้วเจ้าหนุ่มข้าเป็นคนเขียนเอง แต่มันเป็นตำราที่ไม่สมบูรณ์และข้าเองก็ไม่สามารถสร้างมันขึ้นได้”
“ท่านผู้อาวุโสข้าได้ปรับแก้ไขบางส่วนแล้ว ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสพอจะลองสร้างมันขึ้นมาได้หรือไม่”
เฟยหลงยื่นแบบแปลนที่เขาเขียนออกมาในระหว่างที่ทำความเข้าใจในหอตำราให้กับผู้อาวุโสโอหยางหยิงเมื่อผู้อาวุโสโอหยางหยิงมองดูแบบแปลนที่เฟยหลงให้เขา เขามองดูและศึกษามันอยู่ครู่หนึ่ง
“เจ้าตามข้ามาก่อนส่วนเจ้าหนูนั่นให้กลับไปก่อน คืนนี้เจ้าต้องอยู่กับข้าที่นี่”ศิษย์ที่พากเฟยหลงมาพลันตกตะลึงในทันที เขารีบกล่าวกับผู้อาวุโสโอหยางหยิงในทันที
“ขอรับท่านผู้อาวุโสข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้ และจะกลับไปเรียนท่านเจ้าสำนักให้ว่าแขกของท่านเจ้าสำนักพักอยู่กับท่านในวันนี้”
“ดีเจ้ารีบไปเถอะ ส่วนเจ้าตามข้ามาทางนี้”
เฟยหลงเดินตามผู้อาวุโสโอหยางหยิงเข้าไปในบ้านพักของเขามองไปรอบ ๆ เฟยหลงพบว่าเครื่องไม่เครื่องมือที่วางอยู่ภายในบ้านพักนั้นดูเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นอย่างยิ่งอีกทั้งยังได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี
“ท่านผู้อาวุโสแบบแปลนที่ข้าเขียนออกมาท่านคิดว่ามันจะสามารถสร้างขึ้นมาได้จริง ๆ หรือไม่?”
“ข้าเองก็ไม่รู้มีเพียงแค่สร้างมันขึ้นมาเท่านั้น ถึงจะทราบได้ เจ้าไปเอาความคิดพวกนี้มาจากไหน”
“ข้าเข้าไปยังหอตำราและอ่านตำราของท่านข้าพยายามครุ่นคิดอยู่หลายชั่วโมงจึงได้วาดแบบแปลนี้ออกมาโดยอาศัยหลักเกณฑ์ที่ท่านได้เขียนเอาไว้”
“ดีดี ดี เจ้านับเป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง เรื่องที่ข้าคิดไม่ตก แต่เจ้ากลับทำได้เอาหละวันนี้พวกเรามาช่วยกันสร้างมันขึ้นมา เมื่อเสร็จแล้วพวกเราจะรู้ได้ทันทีว่าความคิดของเจ้านั้นถูกต้องหรือไม่?”
หลังจากนั้นผู้อาวุโสโอหยางหยิงจึงได้เริ่มต้นการสร้างหยกสื่อสารในทันทีพวกเขาทั้งสองคนช่วยกันสร้างต้นแบบขึ้นมาก่อน หลังจากที่ใช้เวลากว่าสิบชั่วโมงในที่สุดหยกสื่อสารชิ้นแรกก็สร้างได้สำเร็จแต่พวกเขาไม่สามารถทดสอบมันได้เพราะต้องสร้างมันขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่งเพื่อทดลองใช้สื่อสารพวกเขาต้องเสียเวลาอีกกว่าสิบชั่วโมงในการสร้างมันขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่งในที่สุดหยกสื่อสารสองชิ้นก็สร้างขึ้นมาได้เสร็จเรียบร้อย
เมื่อพวกเขาทำการทดสอบพบว่ามันสามารถใช้สื่อสารกันได้จริงๆ เฟยหลงที่อยู่ห่างไปราว ๆหนึ่งกิโลเมตรสามารถได้ยินเสียงของผู้อาวุโสโอหยางหยิงอย่างชัดเจน