หลังจากมิซาเอะ ออกมาจากโลกแห่งเกมส์ เธอก็มาเยี่ยมไข้ซึจิมิ โดยเอานิทานจีน 2 เรื่องมาเล่าให้ซึจิมิ ฟัง โดยหวังว่าซึจิมิ จะรับรู้ และกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
มิซาเอะ ค่อยๆเลื่อนมือไป กุมมือซึจิมิ ที่กำลังเป็นเจ้าชายนิทราอยู่และเริ่มเล่านิทานเรื่องแรก
นิทานเรื่องแรก เป็นเรื่องของ อ๋อง คนหนึ่งที่ชื่อ หลิวต้าเหว่ย ซึ่งมีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนชื่อ หลิวฉี
ทุกวัน อ๋อง หลิวต้าเหว่ย จะอบรมลูกชาย ว่าให้ ขยันเรียนหนังสือ โตขึ้นจะได้เป็นขุนนาง มีงานทำดีๆ และแน่นอนคือ รวย ซึ่ง หลิวฉี ก็ถามย้ำผุ้เป็นบิดาทุกวันเหมือนกันว่า ถ้าเขาตั้งใจเรียน เขาจะมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ จริงหรือ ซึ่ง ท่านอ๋อง หลิวต้าเหว่ย ก็ตอบหลิวฉีลูกชายว่า ผู้ใดร่ำเรียนวิชาอย่างขยันขันแข็ง ชีวิตเขาผู้นั้นไม่มีทางอับจน หรอก
ดังนั้น หลิวฉี จึงยอมไป โรงเรียนทุกวัน ด้วยความมุ่งมั่นและอุตสาหะ ทว่า...วันหนึ่ง หลิวฉี ก็ต้องตกใจ เมื่อเขาพบขอทานคนหนึ่งที่เก่งมาก สามารถท่องตำราเรียน ฟิสิกส์ เล่มโต กลับหลังได้อย่างคล่องแคล่ว หลิวฉีจึงเอาเรื่องนั้นไปบอกพ่อ ซึ่งท่านอ๋องหลิวต้าเหว่ยในตอนแรก ถึงกับไม่เชื่อหลิวฉี เพราะคิดว่าลูกจะเมคเรื่องขึ้นมาเพื่อไม่ยอมไปโรงเรียน แต่แล้ว เมื่ออ๋องหลิวไปลองทดสอบความรู้ ของขอทานคนนั้นดู กลับต้องตกใจ เพราะเขาเป็นคนมีความรู้ ความสามารถมาก ขอทานคนนี้มีชื่อว่า หลินหลง
ท่านอ๋องหลิวต้าเหว่ย ให้ทหารไปสืบประวัติ หลินหลงมา พบว่า ที่เขาต้องกลายมาเป็นขอทาน ทั้งๆที่มีความรู้ความสามารถ เพราะเมื่อ 3ปีก่อนเขาไปออกรบที่เกาหลี และกลับมาพบว่า ลูกเมีย หนีไปแล้ว และบ้านถูกยึด เนื่องจากทางราชสำนักค้างค่าจ้างเขาอยู่ 50 ตำลึง แต่ไม่ยอมจ่าย ครอบครัวของหลินหลง จึงไม่มีเงินผ่อนบ้าน หลังจากนั้น หลินหลงก็ท้อใจ และกินเหล้าทุกวัน สุดท้ายก็กลายมาเป็นขอทาน
เมื่อ อ๋อง หลิวต้าเหว่ยรู้เรื่อง จึงให้คนสนิท นำเงินไปมอบให้ หลินหลง 5000 ตำลึง เพื่อชดใช้ที่ราชสำนักทิ้งขว้างคนอย่างเขา แต่ทว่า...เมื่อหลินหลงได้เงิน 5000 ตำลึงมา ทุกคืนเขาต้องตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดระแวง ว่าจะมีโจรมาขโมยตังค์ของเขา จากขอทานที่เคยมีความสุขกับการนอนตามวัด ก็กลายมาเป็นคนขี้ระแวง และนับวันอาการก็ยิ่งหนักขึ้น จนสุดท้าย หลินหลง ก็ตัดสินใจเอาเงิน 5000 ตำลึงไปคืนให้ ท่านอ๋อง หลิวต้าเหว่ย และของานท่านอ๋องทำ
เรื่องนี้ทำให้ ท่านอ๋อง หลิวต้าเหว่ยได้คิด ว่าการมอบปลาให้ชาวบ้านเฉยๆ โดยไม่ได้สอนให้เขาจับปลา เป็นเรื่องไม่สมควร และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา หลินหลง ก็ได้เป็น อาจารย์ของ หลิวฉี และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
มิซาเอะ เล่าไปก็ร้องไห้ไป แล้วเธอก็เริ่มเล่าเรื่องที่สอง
นานละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานแสนนาน นานน๊านนาน นานจนแทบจำไม่ได้ ยังมีชายผู้หนึ่ง ได้รับพรให้เป็นพระเจ้า ซึ่งก็คือ ฮาเดส เซอาดีน นั่นเอง และด้วยความหล่อเหลาของเขาทำให้เกิดสงครามระหว่างอาณาจักรเลยทีเดียว
ฮาเดส เซอาดีน เขาเป็นหนุ่มหล่ออยู่บนสวรรค์มานาน จนวันหนึ่งเกิดนึกสนุก แอบหนีเมียของตัวเองลงมาที่โลกมนุษย์ และได้พบกับ สาวสองคนที่แม่น้ำโปซา เขาจึงได้เปิดเผยตน ว่าเป็นพระเจ้า และด้วยความหล่อเหลาของ ฮาเดส ทำให้สาวทั้งสองทะเลาะตบตีกัน เพื่อให้ตัวเองได้เป็นเจ้าของฮาเดส สาวทั้งสองมีนามว่า มิโฮะ กับสึกุมิ
มิโฮะ ชาวฉีเหนือ ไม่พอใจ สึกุมิ ชาวเอี้ยนเหนือ เพียงเพราะเธอห้ามไม่ให้ มิโฮะ ยุ่งกับฮาเดส เพียงเพราะเธอเป็นผู้เห็นความหล่อเหลาของเขาก่อน มิโฮะ จึงลงมือตบตีกับสึกุมิ ทว่า ฝีมือในการต่อสู้ของสึกุมิเหนือกว่า มิโฮะ จึงพ่ายแพ้ไป เธอจึงเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพี่ชาย ขี้เมาของเธอ พี่ชายของมิโฮะ ไม่พอใจอย่างมาก เขาจึงหยิบไม้ตะบองข้ามน้ำไปด่า พี่ชายของ สึกุมิ หาว่าไม่สั่งสอนน้องสาวให้ดี ทำให้สึกุมิ ทำตัวนักเลงกับ มิโฮะ น้องสาวของตน เมื่อพี่ชายของมิโฮะ ด่าจบ พี่ชายของสึกุมิ ก็บันดาลโทสะ คว้าไม้ฟาดไปที่หัวของ พี่ชายมิโฮะ จนถึงแก่ความตาย โดยไม่รู้ว่า พี่ชายของมิโฮะ เป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน ชื่อการูด้า ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านการเป็นนักเลงใหญ่อยู่ เมื่อ การูด้า รู้ว่าลูกชายตายก็ บันดาลโทสะ พาพวกไปบุกถล่มหมู่บ้านพี่ชาย ของสึกุมิ และฆ่า พวกเขาทั้งสองจนตาย แต่การูด้ายังไม่พอใจ เขาได้สังหารคนในหมู่บ้านนั้นกว่าร้อยศพ เพื่อ ระบายโทสะ เมื่อทหารแคว้นเอี้ยนเหนือ ทราบข่าว พวกเขาก็นำกำลังมาปราบปราม การูด้า หาสู้ได้ไม่ จึงหนีกลับแดนตน ทว่า ทหารแคว้นเอี้ยนเหนือ ก็ ยกกำลังติดตามมาและฆ่าฟันพวกการูด้าจนถึงแก่ความตายหลายสิบคน ตัวการูด้าเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่แล้วเรื่องมันก็ยังไม่จบ เมื่อ ทหารฉีเหนือ เห็นประชาชนของตนถูกทหารเอี้ยนเหนือ ไล่ฆ่าฟันเข้ามา ทหารฉีเหนือที่ประจำอยู่ชายแดนจึงยกทัพออกไป สู้รบกับทหารเอี้ยนเหนือ เพื่อช่วยประชาชนของตน สงครามดำเนินมาถึง 500 ปี จนตอนนี้ มันไม่ใช่ เรื่อง ผู้หญิงสองคนทะเลาะกันแล้ว มันกลายเป็นศักดิ์ศรีของชาติที่จะยอมให้กันไม่ได้ มีผู้คนล้มตายหลายหมื่นคนจนเลือดนองท่วมแม่น้ำโปซา จนแม่น้ำโปซากลายเป็นสีเลือด จวบจนปัจจุบัน หลังจากภรรยา ฮาเดส เทพธิดาพาชอน ทราบเรื่องนี้ จึงได้ลงโทษ ฮาเดส ด้วยการหยิกหูแล้วลากไปเทศนาในห้องลับ เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่า เขากำลังถูกเมียซ้อม ในขณะเดียวกัน ที่โลก แคว้นฉีเหนือ ได้ชัยชนะเหนือแคว้นเอี้ยนเหนือ ลู่จงต๋า เลาห์คอน(ราชา) แคว้นฉีเหนือ จึงให้จับ เยว่ทิซิม เลาห์คอน แคว้นเอี้ยนเหนือ ไปสำเร็จโทษ ซึ่งตอนนั้นเอง หานเยว่ ขุนนางของแคว้นเอี้ยนเหนือ ก็ขอติดตาม เลาห์คอน เยว่ทิซิม ไปด้วยแม้ต้องตายก็ตาม ทำให้ ลู่จงต๋า ถามขุนนางของตนว่า ถ้าตน เป็น เยว่ทิซิม จะมีขุนนางคนไหนยอมตายตามตนไปด้วย ซึ่งขุนนางทุกคนของ ลู่จงต๋า ก็ต่างขานรับว่าจะยอมตายตามลู่จงต๋าไป แม้จะต้องตายหมื่นครั้งก็ตาม มีเพียง หลิวหาน เท่านั้นที่ไม่ตอบ เขาหันมาคุกเข่าให้ ลู่จงต๋า แล้วกล่าวว่า ถ้าหากข้าพระองค์ยังอยู่ ก็หาต้องมีผู้ใดติดตามพระองค์ไปไม่ ทำให้ลู่จงต๋า งง เป็นไก่ตาแตก หลิวหานจึงเฉลยขึ้นมาว่า ถ้าหากข้าพระองค์ยังอยู่ สถานการณ์พ่ายแพ้สิ้นชาติแบบเดียวกับแคว้นเอี้ยนเหนือ จะไม่เกิดขึ้น
และแล้ว กาลเวลาก็ได้พิสูจน์ สิ่งที่หลิวหานพูดไป เขาปกป้องแคว้น ฉีเหนือ จากการรุกรานของต่างชาติได้อย่างหมดจด และจบชีวิต ในฐานะ วีรบุรุษของแคว้น ฉีเหนือ แต่หลังจากการตายของเขาไม่นาน แคว้นฉีเหนือ ก็พ่ายแพ้ให้กับ แคว้นหลิว และเรื่องราวก็ค่อยๆจางหายไปในประวัติศาสตร์ จากเรื่องเล่าขาน ก็กลายเป็นตำนาน สุดท้าย ก็กลายเป็นเพียงนิยาย ที่หาข้อเท็จจริงอะไรไม่ได้อีกแล้ว
มิซาเอะ เล่าจบลงแล้วจ้องไปที่ใบหน้าของซึจิมิ แล้วเธอก็จุมพิตลงไปที่แก้มซ้ายของพี่ชาย เพื่อหวังว่ามันจะเยียวยาจิตใจและร่างกายของซึจิมิได้.....จบ
*****************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป