
ตอนที่134 ไม่..พวกเจ้าทำอะไร
เมื่อมันเปิดเผยตัวตนขึ้น ความหมายคือนครอสูรวารีน้ำจืดบนเกาะกลางทะเลแห่งนี้ จะต้องดับสูญลงในไม่กี่นาทีข้างหน้า อย่างไม่ต้องสงสัย
"บัดซบเอ้ย..จัดหนักขนาดนี้ยังสู้มันไม่ได้..โฮ..จะมาอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย..แปลงเป็นตัวนั้นตัวนี้..จะฆ่าข้าให้ได้หรอวะไอ้พวกปีศาจ..ข้าบอกแล้วข้าไม่อยากตาย..จะฆ่าข้าให้ได้ก็เข้ามา..กรอด"
ชายหนุ่มกัดฟันกรอดยันกายขึ้นรวบรวมพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ประสานกับพลังจิตอสูร ร่ายคาถาออกดังสนั่นตัดสินใจทันทีว่า เขายอมตายคนเดียวดีกว่าให้วงศาคณาญาติ และชาวเมืองอสูรวารีน้ำจืดต้องดับสูญเพราะปีศาจตัวนี้ เมื่อจะตายก็ให้มันดับไปทั้งคู่ซะเลย
"คาถาประสานกายอสูรระดับพรีเมี่ยม.."
สิ้นเสียงของกริชเพชรร่างกายของเขาก็เป็นประกายออร่าสีทอง มันเลื่อนขั้นเพราะกายอสูรและพลังจิตแก่นแท้ของเขาถึงระดับเจ็ด พลังล้างผลาญเปล่งสว่างจ้า บดบังความมืดปีศาจสาวตรงหน้าดวงตาสีทองของชายหนุ่ม พุ่งวาบเข้าหานางปีศาจร้าย
"โซ่ตรวนเนรมิต.."
พลังการรบของชายหนุ่มแม้ว่าสติสัมปชัญญะของเขาดับสูญสิ้นไป แล้วคงไว้แค่เครื่องจักรสังหารสีทองที่โลดแล่น ออกไปทำลายล้างทุกสิ่งที่อยู่ข้างหน้า มิได้หวาดเกรงกลัวอันตรายสิ่งใดที่จะเกิดขึ้น เสียงโซ่ในถุงมือสีดำของชายหนุ่มมันเป็นอาวุธเหนือโลก
เมื่อถูกกระตุ้นเร้าด้วยพลังกายอสูรระดับพรีเมี่ยมของกริชเพชรมันจึงขยายตัวอย่างใหญ่ และพุ่งกระจายออกแปดทิศดุจงูอสรพิษร้ายสีดำ ที่ม้วนฉกเข้าหานางปีศาจที่ถือเคียวขนาดใหญ่ กวัดแกว่งป้องกันการจู่โจมของกริชเพชร
ตอนนี้พลังของชายหนุ่มยกระดับขึ้นพันเท่าจึงเป็นประกายโอบรัด แม้แต่ปีศาจระดับเพชรก็ไม่อาจดูแคลนพลังของเขาได้
โซ่ตรวนสองเส้นจูโจมเข้าด้านหน้าตรงๆ เสียงดังเพร้งสนั่นปีศาจสาว ต้องถอยหลังหลบพลังกดดันอันมหาศาลของร่างอสูรระดับพรีเมี่ยม
"ดวงตา มหาเวทย์.."
แม้สติของเขาจะไม่มี แต่พลังคาถาที่อยู่ในตัวถูกใช้ออกมาอย่างอัตโนมัติ
เมื่อเห็นปีศาจร้ายกำลังถอยฉากหนีอย่างรวดเร็วดวงตามหาเวทย์ของชายหนุ่มก็ระเบิด หยุดการเคลื่อนไหวของนางปีศาจรัตติกาล อย่างฉับพลัน
"รถไฟเหินเวหา..."
คำพูดของชายหนุ่มระเบิดออกเสียงตูม ดังสนั่นขบวนรถไฟยาวเกือบห้าร้อยฟุต พุ่งทะยานเข้าชนนางปีศาจร้ายกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้า
"รถถังประจัญบาน.."
เสียงเขาระเบิดตามด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า รถถังสองข้างดุจเป็นกงจักรพุ่งเข้าหานางปีศาจร้ายเป็นกระบวนท่าคอมโบของชายหนุ่ม มือของเขาจับกระบอกรถถังกระหน่ำตี นางปีศาจร้ายอย่างบ้าคลั่ง
"ตายซะ..ตายซะ..อยากให้ฆ่าตายมากใช่ไหม? ..ตายซะ..ตายซะ.."
เสียงของอสูรระดับพรีเมี่ยมของกริชเพชรดังกังวานสะเทือนสะท้านทั่วม่านฟ้า ของนครอสูรวารีน้ำจืดเป็นฝ่ายที่นางปีศาจร้ายถูกโจมตี กระเด็นกระดอนเหมือนพลุแตกกลางเวหา
ร่างกายของกริชเพชรเป็นเครื่องจักรสังหารที่กลายร่างอย่างสมบูรณ์แบบ ภายในสิบนาทีนี้ไม่มีใครจะหยุดยั้งการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของเขาได้ ร่างของนางปีศาจร้ายถูกคอมโบอย่างหนัก การต่อสกิลโจมตีของชายหนุ่มพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อกริชเพชรใช้ดวงตามหาเวทย์สิ้นสุดลงพละกำลังของเขาก็ลดลงครึ่งหนึ่งอย่างกะทันหัน มันเป็นจุดที่บกพร่องของคาถานี้
ถ้ากริชเพชรอยู่ในสภาวะสติสัมปชัญญะของเขาปกติชายหมุ่มจะไม่ใช้มันออกมาเด็ดขาด แต่ด้วยความที่อยู่ในร่างอสูรระดับพรีเมี่ยม ทำให้เขาต่อคอมโบด้วยวิชาทั้งหมดที่มีอยู่ อย่างไม่มีความพะวักพะวงเรื่องอื่นใดคอมโบที่สาม ของกริชเพชรสลายลงร่างของนางปีศาจ ก็กระเด็นอัดเข้ากับกำแพงเมืองอสูรวารีน้ำจืดระเบิดพังไปหนึ่งแถบ
ร่างของนางทะลุกำแพงกระเด็นไปรูดกับต้นไม้แตกเป็นทางเกือบห้าร้อยวา กริชเพชรม้วนตัวกลางอากาศร่างกายของเขา ขี่คร่อมอยู่บนรถไฟเพลิงที่พุ่งทะยานเข้าหา แม้ว่ามันน่ากลัวอย่างมากแตกพลังการรบ กับลดลงครึ่งหนึ่งเพราะคาถาดวงตามหาเวทย์
"เคียวยมทูตนรกอเวจี.."
นางปีศาจกัดกรามกรอดขว้างเคียวหมุนเป็นวงกลมสีดำควบคุมรัศมีห้าร้อยฟุต เข้าหากริชเพชรที่ขี่รถไฟตั้งใจชนนางเสียงดังสนั่นตูม ทั้งสองฝ่ายปะทะกันกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง
ตูม!! เปรี๊ยง!
"อ๊ากกกกกกกก! กรอด! "
ตูม! ..ควับ!
กริชเพชรแขนหักทั้งสองข้างตะเกียกตะกายลุกขึ้นกัดฟันกรอดๆ ดวงตาสีเพลิงของเขามีแววไม่ยินยอม กระทืบเท้าลงพื้นเสียงดังสนั่นพุ่งตัวเข้าหานางปีศาจอย่างไม่ลดละ
หน่อเขาอสูรพลังจิตประสานกายอสูรระดับเจ็ด นอนเขาบนหัวของกริชเพชรส่องเปล่งประกายของสายฟ้าพุ่งปราดเข้าหาร่างของนางปีศาจร้ายที่ตอนนี้ก็ใช้เคียวยมทูตของนางยันกายขึ้นก่อนที่นางจะยกบังสายฟ้าพลังช็อตอันมหาศาลระเบิดเคียวยมทูตของนางไหม้เป็นจุณ
เปรี๊ยง! ตูม! วูบ!
"อ๊ารรรรรรซ์!! .."
แต่มันก็ลดพลังการโจมตี ที่รุนแรงอย่างมหาศาลของชายหนุ่มลงได้ ร่างของนางจอมทัพปีศาจราตรีกระเด็นไปอีกครั้ง เหมือนว่าวหลุดจากสายป่าน หัวทิ่มลงดิน ม้วนกลิ้งคลุกฝุ่นไป
กรอดดด~!!!!
เสียงกัดกรามกรอดของกริชเพชรดังลั่นระรัว เขาพยายามดึงพลังกายทั้งหมดโจมตีนางปีศาจรัตติกาลจอมทัพแห่งโลกคู่ขนานลง ด้วยค่าพลังจิตที่เขาถูกจิตสำนึกได้สร้างขึ้นโดยไร้เหตุผล
ไม่มีในคาถาควบคุมพลังจิตแม้ว่าพลังมันจะเป็นการโจมตีที่รุนแรง แต่ร่างกายของเขาตอนนี้ชาดิก ขาทั้งสองหมดแรงคุกเข่าหัวทิ่มลงกับพื้นเช่นกัน
"อ๊ากกกกกกก! "
โครม!
มันเป็นฉากสำคัญของการต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งขององค์ชายสิบสี่ และจอมทัพนางปีศาจรัตติกาลแห่งโลกคู่ขนาน แม้ว่าคำบรรยายจะยืดยาวแต่มันเกิดขึ้นไม่ถึงอึดใจ
ร่างกายของกริชเพชรไม่สามารถทนแบกรับพลังประสานกายอสูรระดับพรีเมี่ยม ที่จู่โจมอย่างสุดกำลังหมายเข่นฆ่านางอสูรปีศาจร้ายให้ตายในกระบวนท่าต่อคอมโบของเขา แต่ดูจากสภาพการณ์เช่นนี้เขาหมดสิ้นเรี่ยวแรงลงไปแล้ว
"คริ! คริ..ร่างกายของเจ้ามันเป็นอสูรระดับต่ำแม้ว่าเจ้าจะมี คาถาที่เลิศเลอในการเปลี่ยนแปลงร่างกายของตัวเองให้สู่ระดับพรีเมี่ยม มันก็เป็นแค่ไม่กี่วินาทีตอนนี้ข้าจะส่งเจ้าลงนรก.."
เสียงของนางปีศาจดังขึ้นแม้ว่านางจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน แต่พลังจิตปีศาจระดับเพชรของนางก็ยังมีความเหนือชั้นกว่าแม้ว่ามันจะมีไม่ถึง สามสิบเปอร์เซ็นต์ของพลังจิต เพราะนางถูกโจมตีอย่างหนักด้วยคาถาอันรุนแรงของกริชเพชร แต่
สำหรับนางแล้วตอนนี้แค่บีบมือทีเดียวก็สามารถปลิดชีวิตองค์ชายสิบสี่ลงได้ แบบไม่ต้องเปลืองแรงนักหนา
เพราะสภาพของเขาหมดสิ้นแล้วพลังการต่อสู้ลดลงอยู่ในระดับศูนย์ก็ว่าได้ สภาวะสุดท้ายของจิตสำนึกกริชเพชรก็กระจ่างขึ้น ร่างกายของเขาค่อยๆ จางหายจากสีทองประกายออร่าลดลง จนแทบจะไม่มีแสงอะไรเคลือบกายภายนอกของชายหนุ่ม พลังบอลดวงจิตแก่นแท้และพลังจิตของเขาสูญสิ้นไปหมดแล้ว
ตอนนี้เกร็ดอาวุธเทพที่เป็นเกราะป้องกันก็ถูกดูดเข้าไปในถุงมิติระดับเทพ อาวุธเหนือโลกและอาวุธพลังจิตระดับเพชรต่างสงบนิ่งลง เพราะขาดพลังกระตุ้นของชายหนุ่ม
ตอนนี้สภาวะของเขาเหมือนคนไม่มีพลังอะไรทั้งสิ้น ชาวเมืองทั้งหลายต่างหนีกระเจิดกระเจิงกันไปให้ไกลที่สุดที่พวกเขาจะทำได้ เพราะต่างรู้ดีว่าไม่กี่อึดใจข้างหน้า ถ้าขืนอยู่ต่อไปพวกเขาจะต้องถูกทำลายไปพร้อมกับนครอสูรวารีน้ำจืด
ดังนั้นผู้คนที่อยู่ตอนนี้ไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดมองตาค้าง เห็นการต่อสู้ของลูกชายมันช่างรวดเร็ว จนเขาไม่อาจแทรกแซงเข้าไปช่วยเหลือโจมตี หรือทำอะไรได้ทัน ทุกอย่างก็เบ็ดเสร็จเด็ดขาดจบสิ้นลง ตรงที่กริชเพชรทรุดกายอย่างหมดแรง
"ท่านปู่เจ้าจี่..พลังของนางก็ไม่เท่าไหร่หรอกพวกเราช่วยกันโจมตีนางเดี๋ยวนี้.."
เสียงของจอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดพูดพร้อมกับกลายร่างเป็นมังกรยักษ์สีเขียว พุ่งทะยานเข้าหานางปีศาจร้าย ปู่เจ้าจี่ก็ม้วนตัวกลายเป็นงูยักษ์สีขาวพุ่งออกพ่นน้ำเป็นกงจักรน้ำวน เข้าหานางเช่นกันมันเป็นการประสานการ ต่อสู้ของอสูรราชันระดับหนึ่ง และอสูรครึ่งเทพระดับแปด
เสียงของการจู่โจมมันดังสนั่นหวั่นไหว เกิดเป็นมวลคลื่นน้ำที่แฝงการทำลายล้างแทบจะสั่นคลอนให้ภูเขาระเบิดได้เป็นลูกๆ
ควับ! วูบๆ!
ตูม!!! ตูม!
เสียงดังสนั่นเมื่อนางปีศาจร้ายขว้างพลังออร่าสีดำเป็นลูกไฟเข้าหามวลน้ำ มันกระแทกมวลคลื่นน้ำทั้งสองปู่หลาน องค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดระเบิดโจมตีเข้าใส่ หมายจะช่วยองค์ชายสิบสี่ ให้รอดพ้นจากการสังหารของนางปีศาจรัตติกาล พลังนั้นทำลายมวลน้ำลงหมดสิ้น
แถมยังพุ่งตรงเข้าหามังกรทั้งสองตัว ระเบิดมันกระเด็นออกไปคนละทิศละทางกระแทกกับกำแพงพระราชวังเสียงดังสนั่นก่อนที่จะทรุดกายลงกระอักเลือดบาดเจ็บสาหัสลงเช่นกัน
"คริคริ! ..พวกมดปลวกเจ้าช่างไม่เจียมตัวเลย จะมาต่อกรกับปีศาจจอมทัพพลังจิตระดับเพชรอย่างข้าเท่ากับเรียกหาความตาย.."
นางพูดจบดวงตาสีดำทะมึนของนางปีศาจร้ายก็หันไปจ้องมองกริชเพชรอีกครั้ง
"บัดซบ..เราต้องตายจริงๆ เหรอนี่! ..."
กริชเพชรพูดพึมพำกับตังเองเขา พยายามเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้และพลังจิตอสูร ขึ้นมา เพื่อเปิดม่านมิติเรียกอาวุธเทพออกช่วยแต่เขากลับสิ้นหวัง พลังบอลดวงจิตเกือบแห้งหายไปไม่เหลือแม้แต่สักหยดเดียว
กริชเพชรใช้พลังเหล่านี้ในการประสานร่างโจมตีและถูกสะท้อนกลับ จนบาดเจ็บสาหัสพลังสลายไปสิ้น ไม่อาจเรียกคืนกลับมาในระยะเวลาอันสั้นนี้ได้ นางปีศาจดีดนิ้วเป็นพลังดัชนีเข้าหากลางหน้าผากขององค์ชายสิบสี่
ควับ!! ปุ! ปุ!
โครม! โครม!
เสียงดังควับมันเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของชายหนุ่ม แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บ ก่อนที่หูของเขาจะได้ยินเสียงควับดังสองครั้ง ลงข้างๆ กายกริชเพชร เขาเงยหน้ามองดูเห็นองค์หญิงเจ้าเฟิง และหลงไป๋นอนคว่ำหน้าเลือดไหลออกจากหน้าผากคนละหนึ่งรู นางทั้งสองสิ้นใจตายทันที หลังจากที่พยานเข้าใช้ตัวเองบังกริชเพชรไม่ให้ถูกสังหาร
"ไม่...พวกเจ้าทำอะไร?!! .."
.............................................................................................................................................................................................................................................