ระหว่างทางเดินกลับบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นตลบ มู่อันหลาน เดินนำหน้าพลางชะโงกหน้ากลับมามอง ซ่างกวนหลันชิง ด้วยสายตาพินิจพิจารณา นางพยายามปั้นยิ้มที่คิดว่าดูดีที่สุด (แม้จะมีคราบโคลนติดที่แก้ม) พลางเริ่ม "ขุดคุ้ย" ฐานะของแขกสาวทันที
"นี่... แม่นางซ่างกวน ดูจากผิวพรรณและท่าทางแล้ว ท่านคงไม่ได้เป็แค่นักเดินทางธรรมดาใช่ไหมจ๊ะ?" มู่อันหลานขยิบตาแบบกะล่อน "ที่บ้านทำกิจการอะไรน่ะ? มีที่นากี่ร้อยไร่? หรือว่าเป็ลูกสาวท่านเ้าเมืองที่หนีเที่ยว?"
ซ่างกวนหลันชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกประหลาดเริ่มจู่โจมนาง ั้แ่เกิดมานางเคยเจอแต่ขุนนางเฒ่าจอมเ้าเล่ห์ หรือไม่ก็แม่ทัพฝ่ายศัตรูที่จ้องจะสังหารกัน แต่ไม่เคยเจอผู้หญิงที่มองนางด้วยสายตา "ประเมินราคาสินทรัพย์" ได้โจ่งแจ้งขนาดนี้
‘แววตาแบบนี้... ท่าทางคุกคามแบบนี้... ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนกำลังโดนพวกคุณชายหื่นกามในตลาดตามจีบอยู่กันนะ?’ นางคิดในใจพลางกระชับกระบี่ข้างกายอย่างลืมตัว
"ข้าเป็เพียงผู้รับใช้ราชการ... ตัวคนเดียว ไร้ทรัพย์สินเลอค่า" หลันชิงตอบเลี่ยงๆ
"โถ่! ถ่อมตัวจริงๆ คนรวยเขาก็พูดแบบนี้ทุกคนแหละ!" มู่อันหลานหัวเราะร่า "มาเถอะจ้ะ ถึงบ้านข้าแล้ว!"
ทันทีที่ถึงหน้าบ้านไม้หลังโทรม มู่อันหลานไม่รอช้า นางพุ่งตัวเข้าใส่เล้าหมูข้างบ้านด้วยความเร็วแสง จน เย่เฉินอวี่ ที่เดินตามมาในสภาพตัวดำปิ๊ดปี๋ต้องรีบหลบทาง
"เ้าหมูอ้วน! เพื่อนรัก!" มู่อันหลานะโตะครุบกอดหมูตัวโตที่กำลังนอนเคี้ยวรำอย่างเมามัน นางเอาหน้าถูไถหัวหมูพลางะโลั่น "ไม่ต้องกลัวแล้วนะ! เ้าไม่ต้องไปเป็หมูหันหรืออาหารของใครแล้ว! วันนี้ข้าขุดเจอน้ำแล้ว! เราจะรวย! เราจะมีชีวิตรอด!"
เ้าหมูส่งเสียง "อู๊ด" อย่างใ พลางดิ้นพล่านจนโคลนกระเด็นใส่หน้ามู่อันหลานเต็มๆ แต่นางกลับหัวเราะชอบใจยิ่งกว่าเดิม
"มู่อันหลาน! ลูกบ้าอะไรอีก!" มู่อันไห่ เดินพรวดพราดออกมาจากบ้าน "เสียงดังไปถึงท้ายหมู่บ้าน! แล้วนั่น... น้ำพุ่งมาจากทางไหนกัน?"
มู่อันหลานรีบผละจากหมูแล้วปาดโคลนออกจากหน้า "พ่อ! น้ำออกแล้วจริงๆ นะ! พี่หวางต้ากำลังตวงน้ำกันยกใหญ่เลย!"
ทว่าก่อนที่มู่อันไห่จะด่านางต่อ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหลังลูกสาว ร่างสูงสง่าในชุดเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรัศมีอำนาจทำให้คนผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างเขารู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง
มู่อันไห่ตาค้าง ก่อนจะรีบคุกเข่าลงทันที "ข้าน้อยมู่อันไห่... คารวะ ท่านแม่ทัพใหญ่ซ่างกวน ขอรับ!"
"ห๊ะ?!" มู่อันหลานยืนแข็งทื่อ จอบที่ถืออยู่เกือบหลุดมือ "พ่อ... พ่อเรียกใครว่าแม่ทัพนะ?"
"ก็ท่านซ่างกวนหลันชิง ผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์เหินน่ะสิ! เ้าเด็กคนนี้ กล้าดียังไงไปทำตัวรุ่มร่ามใส่ท่านแม่ทัพ!" มู่อันไห่ตะคอกลูกสาวด้วยความใ
มู่อันหลานค่อยๆ หันไปมองหลันชิงที่พยักหน้ารับอย่างสง่างาม ความกะล่อนในหัวนางสั่นคลอนทันที ‘แม่ทัพใหญ่? ผู้บัญชาการกองทัพ? แย่แล้ว... เมื่อกี้ข้าแอบถามเื่ที่นากับเงินเก็บนางไปตั้งเยอะ!’
หลังจากปรับความเข้าใจกัน (โดยที่มู่อันหลานพยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าการถามเื่เงินคือการแสดงความห่วงใยตามประเพณีหมู่บ้าน) ทั้งสามคน รวมถึงเย่เฉินอวี่ที่แอบนั่งกุมขมับอยู่มุมห้อง ก็ได้ล้อมวงคุยกันในบ้าน
หลันชิงเล่าว่านางแอบปลอมตัวมาสืบเื่กลุ่มฏที่ลอบเข้ามาในแถบชายแดน และจำได้ว่าบ้านของมู่อันไห่อยู่แถวนี้เลยแวะมา แต่นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอปาฏิหาริย์ "น้ำพุ์" ที่พุ่งขึ้นมาท่ามกลางดินแตกระแหง
"ข้าน้อยขุดเองกับมือเลยจ้ะท่านแม่ทัพ!" มู่อันหลานรีบโชว์ผลงาน (โยนความชอบของเย่เฉินอวี่ทิ้งทันที) "ข้าใช้สัญชาตญาณความจนนำทาง จนกระทั่งเจอตาน้ำนั่น!"
"เ้าเด็กกะล่อน... เ้านั่นแหละที่พาคนทั้งหมู่บ้านไปเหนื่อยฟรีตั้งหลายวัน" มู่อันไห่ขัดขึ้น พลางรินน้ำชาอย่างนอบน้อม
ทั้งสามคุยกันอย่างถูกคอ หลันชิงที่ปกติจะเคร่งครัดกลับรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเห็นความไร้เดียงสา (ที่ปนไปด้วยความเ้าเล่ห์) ของมู่อันหลาน ขณะที่มู่อันหลานก็เริ่มวาดฝันใหม่ในหัว: ‘ถ้าข้าสนิทกับแม่ทัพใหญ่... งานขุดคลองของข้าก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากทางราชการแน่ๆ!’
ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอย่างออกรส เย่เฉินอวี่ ก็แอบหยิบสมุดขึ้นมาบันทึกด้วยความปลงตก: ‘วันที่ 5 (่ค่ำ): ท่านผู้ทำพิธีเริ่มสร้างเครือข่ายอำนาจกับฝ่ายทหาร... ดูเหมือนเคราะห์รักจะกลายเป็ 'เคราะห์การเมือง' ไปเสียแล้ว... ส่วนข้าที่โดนฟ้าผ่า ยังไม่มีใครถามถึงอาการเลยสักคน...’
หลังจากความวุ่นวายเื่น้ำพุ์และการปรากฏตัวของแม่ทัพสาวผ่านไป บรรยากาศในบ้านไม้หลังเก่าเริ่มเปลี่ยนเป็ความสงสัย มู่อันหลาน กอดอกจ้องมองพ่อของนางที่กำลังนั่งรินน้ำชาให้ ซ่างกวนหลันชิง ด้วยท่าทางที่นอบน้อมแต่แฝงไปด้วยความสนิทสนมเกินปกติ
"เดี๋ยวๆ พ่อ..." มู่อันหลานขัดขึ้น "พ่อเป็แค่ชาวนาขี้บ่นคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ? แล้วท่านแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพพยัคฆ์เหินมาทำความเคารพพ่อแบบนี้ได้ยังไง? พ่อแอบไปกู้เงินนางมาหรือเปล่า!"
มู่อันไห่สำลักน้ำชาหน้าแดงก่ำ "เ้าเด็กปากเสีย! ท่านแม่ทัพคือศิษย์เอกของข้าต่างหาก!"
ซ่างกวนหลันชิงยิ้มบางๆ พลางพยักหน้า "แม่นางอันหลาน ท่านพ่อของเ้าคือ 'พยัคฆ์ซ่อนกาย' อดีตครูฝึกทหารกล้าในตำนานที่เคยฝึกหน่วยรบพิเศษของราชสำนักจนเกรียงไกร หากไม่มีคำชี้แนะของอาจารย์มู่ในวันนั้น ข้าก็คงไม่มีวันนี้"
มู่อันหลานตาโตเท่าไข่ห่าน นางมองพ่อตัวเองที่ใส่เสื้อป่านขาดๆ สลับกับแม่ทัพสาวผู้องอาจ "ครูฝึกในตำนาน? พ่อเนี่ยนะ? ที่วันๆ เอาแต่ไล่ด่าหนูเื่ซ่อมแหเนี่ยนะ!"
ด้วยนิสัยเนียนกะล่อนและชอบ "สกินชิพ" เป็ทุนเดิม มู่อันหลานแกล้งทำเป็เดินเข้าไปหาหลันชิงด้วยท่าทางชื่นชม "โห... ท่านแม่ทัพ ชุดเกราะใต้ผ้าคลุมนี่ดูแ่าจังเลยนะจ๊ะ ข้าขอสำรวจดูหน่อยสิว่าแม่ทัพหญิงเขามีกล้ามเนื้อกันตรงไหนบ้าง"
นางทำเนียนลูบแขน ลูบไหล่ ก่อนจะใช้จังหวะที่ทุกคนเผลอ "หมับ!" เข้าที่ก้นของแม่ทัพสาวอย่างรวดเร็วเพื่อทดสอบความฟิตตามสไตล์ยัยตัวแสบ
"อ๊ะ!" หลันชิงสะดุ้งตัวโยน ใบหน้าคมเข้มขัดสีแดงระเรื่อด้วยความใ "แม่นางอันหลาน! เ้าทำอะไรน่ะ!"
"แหม... ข้าแค่จะเช็กว่าท่านแม่ทัพนั่งม้านานๆ แล้วเมื่อยหรือเปล่าจ้ะ กล้ามเนื้อแน่นปึ๋งปั๋งสมเป็ศิษย์พ่อข้าจริงๆ!" มู่อันหลานหัวเราะร่วนพลางเนียนเดินไปหยิบแผนผังกระดาษเก่าๆ ออกมากางบนโต๊ะ เพื่อเปลี่ยนประเด็นก่อนจะโดนกระบี่ฟาด
"ท่านแม่ทัพ ไหนๆ ท่านก็มาแล้ว ดูนี่สิจ๊ะ" มู่อันหลานชี้ไปที่ภาพร่างคลองเบี่ยงทางน้ำที่นางวาดด้วยถ่าน "ข้าไม่ได้แค่ขุดสุ่มๆ นะ ข้าคิดจะทำเครือข่ายคลองเชื่อมทั้งหมู่บ้านเพื่อให้ดินชุ่มชื้นตลอดปี ถ้าทำสำเร็จ หมู่บ้านเราจะกลายเป็อู่ข้าวอู่น้ำของแคว้นเลยนะ!"
ซ่างกวนหลันชิงมองแผนผังด้วยสายตาจริงจัง นางทึ่งในความคิดสร้างสรรค์ของเด็กสาวชาวบ้านคนนี้ "ความคิดของเ้าดีมากอันหลาน... แต่มันมีจุดตายอยู่หนึ่งอย่าง"
"อะไรจ๊ะ?"
"การขุดคลองยาวขนาดนี้ต้องใช้แรงงานคนมหาศาล และหากเราไม่รู้ตำแหน่ง 'ตาน้ำหลัก' ที่แน่นอน ขุดไปเรื่อยๆ ดินจะอ่อนตัวและพังทลายลงมาก่อนที่จะเจอน้ำเสียอีก หมู่บ้านเ้าอาจจะจมโคลนแทนที่จะมีน้ำใช้" หลันชิงขมวดคิ้ว "แรงคนน่ะข้าช่วยได้ แต่ตำแหน่งน้ำ์นี่สิ... ใครจะหยั่งรู้ได้?"
มู่อันหลานหน้าเสียลงทันที นางรู้ดีว่าที่ขุดเจอน้ำวันนี้ส่วนใหญ่เป็เพราะโชค (และแรงเสียมของเย่เฉินอวี่) แต่จะให้ขุดทั้งหมู่บ้านด้วยโชคอย่างเดียวคงไม่ไหว
ก่อนที่หลันชิงจะลากลับเมื่อยามค่ำมาถึง นางหันมามองมู่อันหลานด้วยสายตาเอ็นดู "อันหลาน หากเ้าอยากให้แผนขุดคลองนี้เป็จริง เ้าต้องหาคนที่เข้าใจกลไกของปฐีอย่างลึกซึ้ง ในวังหลวงมี 'ท่านปราชญ์แห่งปฐี' ผู้หนึ่งที่รู้วิธีอ่านทางน้ำใต้ดิน ข้าแนะนำให้เ้าลองไปพบเขาดู"
"ในวังหลวงรึจ๊ะ? คนอย่างข้าเนี่ยนะจะเข้าไปได้?" มู่อันหลานถามพลางมองชุดขาดๆ ของตัวเอง
"ข้าจะให้ตราประทับชั่วคราวแก่เ้า ถือซะว่าไปในฐานะ 'แขกของกองทัพพยัคฆ์เหิน'" หลันชิงยื่นแผ่นทองแดงสลักลายให้
มู่อันหลานกำตราประทับไว้แน่น แววตาเป็ประกายขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะอยากเจอท่านปราชญ์หรอกนะ... แต่เป็เพราะนางกำลังคิดว่า ในวังหลวงต้องมีของอร่อยและของมีค่าให้ข้าหยิบติดมือมาแน่ๆ!
เย่เฉินอวี่ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ แอบบันทึกด้วยความระแวง: ‘วันที่ 5 (ดึก): ท่านผู้ทำพิธี (มู่อันหลาน) กำลังจะบุกวังหลวง... สัญชาตญาณเซียนของข้าบอกว่า วังหลวงที่เคยสงบสุขกำลังจะถึงกาลวิบัติเพราะยัยเด็กคนนี้แน่นอน... ข้าต้องรีบหายใจทางิัให้คล่องก่อนจะโดนฟ้าผ่ารอบสอง’
สวัสดีจ้าาา
มู่อันหลาน เป็ลูกสาวที่แม้กระทั่งครูฝึกในตำนานยังแทบยอมแพ้ แล้วนี่วังหลวงจะเป็ยังไง