บทที่ 2 ทักษะการปลอบผู้อื่นเป็ศูนย์เข้าขั้นติดลบหลักร้อย
กว่าที่หลินหลานหรูจะเดินกลับมาถึงเรือนแยกก็พ้นยามสอง[1]เข้าไปแล้วหากไม่เพราะจิวซื่อออกปากเอ่ยบนโต๊ะอาหารให้เหล่าคุณหนูคุณชายกลับเรือนไปพักก่อนเกรงว่างานเลี้ยงที่มู่หวังจงอาสาจัดขึ้นในจวนผู้อื่น คงไม่จบลงโดยง่าย
เด็กหญิงไล่บรรดาบ่าวรับใช้ออกไปทั้งหมดรอจนเฉิงอิ้นเดินผ่านประตูเรือนเข้ามา จึงรินชาดอกโม่ลี่[2] เตรียมไว้สองที่ก่อนยื่นส่งให้เขาอย่างมีน้ำใจ
ทว่าเฉิงอิ้นไม่รับแต่กลับคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าหลินหลานหรูแทน
หลินหลานหรูจึงกระตุกยิ้มมุมปากจางๆวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม่หนักไม่เบาแต่ดังในความเงียบนั่งมองตะเกียงที่ส่องสว่างอยู่ใกล้ๆ ปล่อยให้ความไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี้ทรมานคนที่กำลังคุกเข่าไปเล่นๆ
ในส่วนของเฉิงอิ้นหากคุณหนูไม่กล่าวสิ่งใด ความผิดของเขาก็ยังคงอยู่เช่นนั้น
รอจนผ่านไปราวหนึ่งเค่อหลินหลานหรูจึงเริ่มเอ่ย"เ้ารู้หรือไม่ว่าเล่นกับไฟ หากพลาดจะส่งผลอย่างไร"น้ำเสียงของนางเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำในทะเลสาบ
"ขออภัยขอรับคุณหนู"
ชั่วพริบตาถ้วยชาบนโต๊ะพลันถูกขว้างลงพื้นอย่างแรง ด้วยโทสะที่อัดเต็มในอกของหลินหลานหรูเศษถ้วยชาแตกกระจายไปทั่วห้อง ใบหน้าซีกขวาของเฉิงอิ้นปรากฏรอยแดงเล็กๆ เป็ทาง
เด็กหญิงสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับทำเช่นนี้แล้วจะช่วยให้โทสะในใจเบาบางลง "ผู้ตรวจการคนนั้นเข้ามาในเมืองเมื่อไรเหตุใดเ้าไม่เคยเอ่ยถึง"
"ขออภัยขอรับ"
"แล้วทำไมเล่า!"นางเผลอหลุดเสียงตะคอก เพียงแค่คำว่า 'ขออภัย' ใช้อธิบายสิ่งใดได้"ไม่ใช่ข้าบอกให้เ้าตรวจสอบขุนนางในฝ่ายตรวจการทุกคนรึเหตุใดถึงลืมคนผู้นี้ไปได้ มู่หวังจง! มู่หวังจง! เหตุใดชื่อนี้ข้าไม่เคยได้ยินผ่านหู!!"
เฉิงอิ้นเงียบไปครู่ใหญ่เนื่องจากใกับอารมณ์เดือดดาลของนางที่คล้ายจะควบคุมไม่อยู่ก่อนเอ่ยตอบสิ่งที่อยู่ในใจเขาออกไป
"ใต้เท้าผู้นี้ดูเหมือนไร้สมองแต่กลับเป็คนรักตัวกลัวตายผู้หนึ่ง กระทั่งเข้ามาในเมืองยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ยิ่งกว่านั้นเขาไม่เคยไปยังที่ว่าการเลยสักครั้ง ส่งเพียงผู้ช่วยคนสนิทไปแทนผู้ช่วยคนนี้เฉลียวฉลาด อีกทั้งยังระวังตัวที่สุดคดีทุจริตภาษีของใต้เท้าหลินคลี่คลายลงได้ก็เพราะเขาข้าจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับใต้เท้ามู่ผู้นี้ขอรับ"
"เ้ารู้หรือไม่ว่าความผิดพลาดครั้งนี้ร้ายแรงเพียงใดคดีทุจริตปิดลงแล้วย่อมเป็เื่ดี พบตัวผู้กระทำความผิดย่อมดีแต่เ้ารู้หรือไม่ว่าการปิดคดีเร็วกว่าเวลาที่กำหนดหมายความว่าอย่างไร"
เฉิงอิ้นทราบดีสิ่งนี้ถือเป็ความผิดพลาดอย่างร้ายแรงเช้าของวันนี้หลังจากที่เขาเดินมาส่งหลินหลานหรูที่หน้าเรือนถึงเพิ่งได้รับข่าวในเวลาต่อมาว่าคดีทุจริตภาษีได้คลี่คลายลงเรียบร้อยแล้ว
แน่นอนว่าย่อมเป็เื่ดีอย่างที่นางเอ่ยทว่าตัดหญ้ายังเหลือราก ไม่นานต้นหญ้าต้องเกิดซ้ำ คดีนี้ถือเป็คดีใหญ่สามารถโยงใยไปถึงอำนาจหลายฝ่ายที่อยู่เื้ั การปิดคดีเร็วก็เท่ากับเป็การจับแพะหลินหานฉีอาจหาญกระตุกหนวดเสือ แทนที่จะกระตุกครั้งเดียวให้ร่วงทั้งหมดแต่กลับกลายเป็การยั่วให้อีกฝ่ายโมโห สุดท้ายย่อมนำภัยมาสู่ตระกูล
"ข้าจะสืบเื่ของคนผู้นี้ให้ละเอียดขอรับ"
ได้ยินเฉิงอิ้นเอ่ยเช่นนี้โทสะในใจหลินหลานหรูพลันหายไปหลายส่วน ด้วยว่าเฉิงอิ้นไม่เคยแสดงออกว่าหวาดกลัวนางแม้แต่แววตาที่เวลานี้ไม่ได้ผูกผ้าปิดไว้ยังสงบเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำในอ่าง"เอาเถอะ ถึงยังไงก็พลาดแล้ว กล่าวโทษเ้าไปจะมีประโยชน์อันใด"
พลาดครั้งนี้ก็ให้เฉิงอิ้นเรียนรู้ถือเป็เื่ดีที่เขาจะพัฒนา
หลินหลานหรูเปลี่ยนมาหยิบถ้วยชาใบใหม่พลิกหงายพลางคิดว่าพรุ่งนี้จะเตรียมคำอธิบายอะไรไว้ตอบเสี่ยวจิงเื่เศษถ้วยชาแตกบนพื้นขณะเดียวกันก็รินชาไว้สองที่เช่นเดิม"ผู้ช่วยของมู่หวังจงคนนี้ฉลาดถึงเพียงนั้นเชียวเหตุใดไม่รู้ว่าคดีทุจริตภาษีมีเื้ั หรือรู้แต่ทำเป็มองไม่เห็นอย่างนั้นสิ"
"ทันทีที่จับครอบครัวบัณฑิตที่ตกเป็แพะได้วันนี้ทางการก็รีบลงบันทึกให้พวกเขาเป็ผู้ต้องหาทันทีไม่มีคำสั่งใดให้รอไต่สวนก่อนขอรับ"
"จับพวกเขาเข้าคุกเลยหรือ"คิ้วทั้งสองของนางขมวด
"คุณหนูอยากช่วยพวกเขาหรือขอรับ"
"หน้าข้าบอกเ้าแบบนั้นรึ"
สิ้นประโยคกลายเป็เฉิงอิ้นขมวดคิ้วแทน
หลินหลานหรูยกสองมือกอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ "ที่ข้า้าคือให้ผู้อยู่เื้ัคดีนี้ลงมืออีกครั้ง ...เ้าลองคิดดูหากครอบครัวแพะถูกปล่อยตัว พวกมันจะไม่เคลื่อนไหวอีกหรือไม่แน่อาจมีผู้อยู่เื้ัมากกว่านั้น พวกเราก็แค่รอดู"
...รอดูครอบครัวบัณฑิตถูกสังหารถึงเวลานั้นผู้ใดลงมือก็ผู้นั้นละผิด เด็กหญิงหลุบตาซ่อนรอยยิ้ม
"ส่วนมู่หวังจงผู้นี้มาเยือนจวนสกุลหลินทันทีที่ปิดคดีลงได้ ด้วยนิสัยชอบให้คนประจบประแจงแล้วก็อาจเป็ไปได้ที่เขารีบมาถึงเช่นนั้น แต่ถ้าไม่ใช่มู่หวังจงผู้นี้ก็คงไม่ได้ไร้สมองเหมือนอย่างที่เ้าคิดซะแล้วละหรืออีกมุมหนึ่งก็แค่คนรักตัวกลัวตายที่หวังแต่จะได้ผลประโยชน์อย่างเดียวไม่ว่าทางไหนก็ทำให้ข้าก้าวขาลำบากทั้งนั้น"
"ควรทำเช่นไรต่อดีขอรับ"
หลินหลานหรูเงียบไปจากนั้นจึงเอ่ยสั่งเฉิงอิ้น"เ้าไปสืบดูความสัมพันธ์ของมู่หวังจงกับผู้ช่วยของเขาคนนี้ข้าไม่เชื่อหรอกว่าอดีตของพวกเขาจะไม่มีให้ขุด เมื่อขุดเจอแล้ว จากนั้นเ้าก็คงรู้ว่าถ้าเป็ข้าจะทำอย่างไรต่อ"
"เข้าใจแล้วขอรับ"
หลินหลานหรูกัดปลายนิ้วมือพลางขบคิดมู่หวังจงผู้นี้ไม่ใช่คนโง่แม้แต่น้อย แต่เป็คนที่อ่านทางยากผู้หนึ่งเช่นนั้นก็ให้มู่หวังจงเป็หมากของนางอีกตัวแล้วกันจากนี้นางจำเป็ต้องมีตัวช่วยอื่น "เื่ของเกาฟังถึงไหนแล้ว"
"คุณหนูวางใจ ทางการบีบพวกเขาจนมุมตอนนี้กบดานบนเขาหนานซาน ตามแผนการที่คุณหนูวางไว้ขอรับ"
สำหรับแผนนี้นางเสียเวลาไปถึงสองปี"ดี! จากนี้ก็แค่รอให้พวกเขาลงมือ ส่วนข้าก็นั่งรับผลประโยชน์"
ในใจเฉิงอิ้นรู้สึกคร้ามเกรงอยู่เล็กน้อยคุณหนูอายุเพียงเจ็ดขวบ สงบนิ่งเยือกเย็นยิ่งกว่าผู้ใหญ่ลงมือวางแผนทั้งหมดเพื่อดึงคนคนหนึ่งมาอยู่ข้างกาย จากกองโจรที่เคยรุ่งโรจน์ชื่อเสียงเป็ที่โจษจันทั่วแคว้น เวลานี้ไม่ต่างอะไรกับกลุ่มคนยากไร้ยังดีที่เขามาอยู่ข้างกายนางด้วยเื่บังเอิญ ไม่ได้ถูกนางหลอกล่อเหมือนเกาฟัง
"เช่นนั้นตอนนี้เ้าสืบได้ความหรือยังว่าโอสถรวมิญญาอยู่ที่ใด"
"ยังไม่พบขอรับ แต่ข้าสืบรู้มาว่าในตลาดการค้าประมูลเวลานี้มียาชนิดหนึ่งชื่อ... ชื่อ บุปผาหงส์หยกเน้นผลของยาออกฤทธิ์ให้เด็กสาวรูปโฉมงดงามขอรับ"
"เ้าคิดว่ามีคนเอายาของข้าไปปรับเปลี่ยนแล้วใช้ประโยชน์ในทางอื่นหรือ"
เฉิงอิ้นผงกศีรษะ
หลินหลานหรูปรุงยาชนิดหนึ่งขึ้นมาด้วยวัตถุดิบที่หายากและมีราคาสูง จึงปรุงมาได้สองเม็ดนางเพียง้าเงินจำนวนมากจากผลของยาที่นางทำขึ้นเม็ดหนึ่งจึงให้เฉิงอิ้นปลอมเป็หมอเทวดารักษาหญิงใกล้ตายผู้หนึ่ง กระทั่งหญิงผู้นั้นกลับมามีชีวิตมิหนำซ้ำหน้าตาของหญิงผู้นั้นยังงดงามกว่าเดิมหลายเท่าซึ่งนางคิดว่าน่าจะเป็ผลข้างเคียงจากยามากกว่า
ภายหลังจึงมีคนเรียกยาอีกเม็ดที่เหลืออยู่ว่าโอสถรวมิญญาต่อมาก็มีคนรับซื้อด้วยจำนวนเงินที่สูงลิ่วแล้วปล่อยเข้าสู่ตลาดการค้าประมูลในเจียงซูส่วนหญิงที่เฉิงอิ้นรักษาผู้นั้น...หายสาบสูญไปนานแล้ว
"ก็น่าคิดอยู่คงต้องเจอเด็กสาวที่กินยานั้นเข้าไปก่อน ข้าถึงจะรู้ว่าใช่หรือไม่ จริงสิ!อย่าลืมตามดูอาจวูด้วย ท่านแม่ของเขาเสียเมื่อไร จิตใจคงอ่อนแอถึงที่สุด"
เฉิงอิ้นรับคำ "ขอรับ"
"อ้อ..." หลินหลานหรูเดินกลับเข้าไปยังห้องชั้นในแล้วแต่นางยังหันกลับมา ดวงตาน้ำหมึกฮุยโม่มีประกายเ้าเล่ห์ "ความผิดของเ้าคุกเข่าสองชั่วยาม[3]คงน้อยไปกระมัง"
เฉิงอิ้นแทบเข่าทรุด
สองวันต่อมาอากาศหนาวจัดชวนให้บรรดาเ้านายนอนี้เีอยู่แต่ในเรือน บ่าวรับใช้ก็พลอยสบายตามไปด้วย
มารดาเถอะ! เรือนทิศตะวันออกคือประตูสู่นรกหรือไร
"คุณหนู!ไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถิดขอรับ"
เป็เสียงบ่าวรับใช้ชายวัยกลางคนแต่เดิมทำหน้าที่คอยปัดกวาดใบไม้ในเรือนฝั่งตะวันออกตอนนี้ตัวสั่นงันงกเป็เ้าเข้า ซึ่งไม่ได้มีสาเหตุมาจากอากาศหนาวจัดแต่อย่างใดดูจากสภาพของบ่าวผู้นี้แล้ว ต้องส่ายหน้าแรงๆ ให้กับความอำมหิตของเ้านายพวกเขา
ยิ่ง่ใกล้เปลี่ยนฤดูอากาศยิ่งเย็นจัดเข้ากระดูก หากอยู่ข้างนอกนานๆโดยไร้เครื่องนุ่งห่มหลายชั้นอุ่นกาย โรคภัยได้มาเยือนไม่รอให้เชิญ แต่กับนาง!หลินหลานหรูหาได้กลัวผู้อื่นตายไม่
เด็กหญิงเคลื่อนสายตาลงต่ำเห็นเป้ากางเกงบ่าวรับใช้เปียกชุ่มเป็วงกว้างก็กลอกตาพร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย "เ้าจะยืนเงียบๆหรือให้ข้าเอาผ้าไปยัดปากเ้า"
"บ่าวๆๆ บ่าวมิกล้าขอรับคุณหนูไว้ชีวิตบ่าวด้วย"
"คุณหนูอย่าเล่นเช่นนี้เลยเ้าค่ะ"เสี่ยวจิงเอ่ยอย่างร้อนใจ นางทนเห็นสภาพผู้อื่นหวาดกลัวจนเผลอทำเื่น่าอับอายอย่างฉี่รดกางเกงแบบนี้ไม่ได้จริงๆ จากนี้ต่อไปบ่าวผู้นี้ไม่ถูกคนหัวเราะเยาะในภายหลังหรือ
ทว่าเสี่ยวจิงเอ่ยเช่นนี้รนหาที่ตายชัดๆ
"เสี่ยวจิง คนต่อไปคือเ้า!"
สาวใช้เสี่ยวจิงเบิกตาอ้าปากค้างขณะที่เสี่ยวจูกลัวจนขาสั่นพั่บๆ
"หยิบลูกธนูมาให้ข้า"หลินหลานหรูยืนกลางลาน เชิดหน้า สองตาสงบนิ่ง ขยับเท้าห่างกันเล็กน้อยยกคันธนูเล็กเหมาะมือ ยื่นมือข้างหนึ่งไปรับลูกธนูจากเสี่ยวจิงพอไม่เห็นลูกธนูััมือสักทีก็ตวาดดังลั่น "เ้ายังช้าอยู่อีก! "
มือไม้เสี่ยวจิงอ่อนปวกเปียกหยิบลูกธนูไปสามครั้งตกสามครั้ง คุณหนูเล่นแรงนักนอกจากให้วางน้ำชาเย็นชืดบนศีรษะบ่าวรับใช้บนหัวลูกธนูยังฉาบพิษหนอนใบไม้เอาไว้ด้วยกับอาชิงหนก่อนกระอักเืทรมานเพียงใดทุกคนล้วนเห็น จะไม่ให้นางมือไม้สั่นได้อย่างไร
เมื่อได้ลูกธนูมาแล้วหลินหลานหรูก็จับน้าวสายด้วยท่วงท่างดงาม ตั้งสมาธิเล็งยังเป้ายามนั้นสายลมหอบหนึ่งพัดเอากิ่งเหมยสั่นไหวบ่าวรับใช้ชายผู้ยืนเป็เป้านิ่งเห็นแล้วแทบเป็ลม ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวเด็กน้อย
หลินหลานหรูขาดสมาธิยิ่ง!ลดคันธนูในมือลง จากนั้นเรียกให้เสี่ยวจูเอาผ้าไปยัดปากคน
เฉิงอิ้นกุมขมับคุณหนูยิงพลาดไปสามครั้งแล้ว...
คนแรกนางส่งแรงดึงสายไม่มากพอพลาดจิ้มหน้าอกบ่าวรับใช้เขายื่นยาแก้พิษร้อยชนิดให้เสี่ยวจิงไปจัดการเม็ดหนึ่ง
คนที่สองนางส่งแรงมากเกินไปทำให้พลาดจากเป้า เฉียดเข้าแก้มสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างแทนเขาส่งยาให้เสี่ยวจิงไปจัดการเช่นเดิม
คนที่สามนางส่งแรงดีหน่อยจึงเฉือนใบหูบ่าวรับใช้พุ่งเสียบต้นเหมยข้างหลังอีกต่อเขาให้เสี่ยวจิงจัดการอย่างเคย
"ครั้งนี้ข้าไม่พลาดแน่"มั่นใจขนาดนั้นเชียว?
หลินหลานหรูเล็งอยู่นาน...นานจนเกินไปเกินไปแล้วจริงๆ บ่าวรับใช้ถึงได้หมดสติล้มตึง
"ต้องตามท่านหมอหรือไม่เ้าคะ"เสี่ยวจิงตื่นตะลึง
หลินหลานหรูเองยังอึ้งนางแผดเสียงดังลั่น "เป็ผู้ใดใช้ให้เ้าหมดสติกัน! "
เสี่ยวจูเข่าทรุดคว้าเกาะเสี่ยวจิงแทบไม่ทัน
ก่อนหน้านั้นหลินหลานหรูเล่นโยนศรลงแจกันอยู่ดีๆเป็เสี่ยวจิงที่เห็นว่าคุณหนูเริ่มเบื่อแล้ว จึงชวนให้เล่นอย่างอื่นแทนนางเกรงว่าคุณหนูหากเบื่อมากๆ จะหันมาทรมานสาวใช้เข้า ที่ไหนได้!กลายเป็นางส่งเสริมให้คุณหนูหยิบคันธนูขึ้นมาพร้อมกับส่งบ่าวรับใช้ไปเป็เป้าทีละคน เห็นแล้วหัวใจนางแทบวาย
แค่สามครั้งก็มากพอให้หลินหลานหรูอาละวาดได้แล้วชาติก่อนความสามารถด้านทักษะกีฬานางเป็เลิศ แข่งยิ่งธนูก็ไม่เว้นนางถึงขั้นครองแชมป์ห้าสมัยนักแข่งยิ่งธนูมืออาชีพระดับประเทศเหตุใดวันนี้ถึงได้...
"คุณหนูขอรับ ร่างกายท่านยังเยาว์แรงที่ส่งออกไปจึงมีไม่พอ พลาดแบบนี้ย่อมไม่ใช่เื่แปลก ท่านค่อยๆ ฝึกด้วยความสามารถของคุณหนูแล้วไม่นานคงยิงได้แม่นยำ" เฉิงอิ้นหาทางลงให้นาง
ทว่าทางลงเช่นนี้สำหรับบ่าวรับใช้ไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องยืนเป็เป้ารับลูกธนูมรณะนี้จากนางทุกวันหรือเหตุใดนางไม่ฝึกกับกระดานเป้าเล่า
หลินหลานหรูหลับตาแน่นพลางถอนหายใจออกมาแรงๆ คราหนึ่ง จนในที่สุดก็ยอมยื่นธนูส่งให้เสี่ยวจูนำไปเก็บเสียงร้องไห้ในเรือนตะวันออกจึงได้เงียบลง
แม้นใจไม่อยากยอมรับพลาดติดต่อกันถึงสามครั้งเช่นนี้บอกได้อย่างเดียวว่านางไม่เก่งกาจเหมือนชาติก่อนแล้ว ร่างกายเด็กเล็กเช่นนี้ไร้ประโยชน์ยิ่ง!
เสี่ยวจิงเดินกลับเข้ามารายงาน"คุณหนู บ่าวรับใช้จากเรือนใหญ่มาเ้าค่ะ"
หลินหลานหรูมองไปยังหน้าประตูลานเรือนเห็นจางหรงยืนรออยู่ จึงเอ่ยให้เสี่ยวจิงพานางเข้ามาส่วนตนเองนั้นเดินกลับเข้าเรือน หยิบกาน้ำอุ่นๆ บนโต๊ะขึ้นรินดื่มไปถ้วยหนึ่ง
รอจนจางหรงมาถึงจึงเอ่ย"มีเื่อะไร"
จางหรงเห็นสภาพบ่าวรับใช้ด้านนอกสะบักสะบอมคนเจ็บก็เจ็บ คนร้องไห้ก็มี ในใจนึกตำหนิคุณหนูสกุลหลินผู้นี้หลายประโยคช่างเป็คนโเี้ไม่เหมือนใครทั้งที่นายท่านกับฮูหยินก็ไม่ใช่คนโหดร้ายแต่อย่างใดกับบ่าวรับใช้ให้ความยุติธรรมเสมอ นางทำเช่นนี้เท่ากับเห็นบ่าวรับใช้เป็เพียงสัตว์เลี้ยงในเรือนต่ำๆจะอย่างไรก็เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ไม่ให้เกียรติก็ไม่ควรเหยียดหยามให้อับอาย
"บ่าวรับคำจากฮูหยินให้มาตามคุณหนูไปยังเรือนรับรองเ้าค่ะเมื่อครู่เ้าหน้าที่จากราชสำนักถือหนังสือรับรองการเลื่อนตำแหน่งของนายท่านมาถึงเชิญคุณหนูไปรับฟังร่วมกันเ้าค่ะ"
"อืม ข้ารู้แล้ว"หลินหลานหรูตอบส่งๆ เดิมทีนางก็ยืนหันหลังให้จางหรงอยู่แล้วตอนนี้ยังยื่นมือไปจัดดอกเหมยลงแจกันอีก ไม่ได้เห็นจางหรงอยู่ในสายตาแต่แรก
"ยังมีอีกเื่เ้าค่ะฮูหยินยังเอ่ยถึงชุดผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋น ฮูหยินจำได้ว่าคุณหนูชอบดอกโบตั๋นจึงให้บ่าวส่งชุดผ้าไหมชุดนี้มาให้เ้าค่ะ"จางหรงยื่นมือไปรับชุดผ้าไหมจากบ่าวรับใช้ด้านหลัง จากนั้นยื่นส่งให้เสี่ยวจิงพอนางเห็นหลินหลานหรูยังทำเล่นอยู่ ในใจจึงรู้สึกชิงชัง"ให้คุณหนูรีบด้วยเ้าค่ะ หากช้าเกรงฮูหยินจะตำหนิลงมาได้"
ตำหนินางรึ?
ตำหนิเ้าสิ!
หลินหลานหรูเหลือบมองจางหรงแวบหนึ่งสาวใช้ผู้นี้นับวันยิ่งฝีปากกล้า นางจึงทิ้งกรรไกรในมือลง ก่อนเอ่ยไล่กรายๆด้วยน้ำเสียงเฉยชาอย่างที่สุด "เช่นนั้น เ้าก็กลับไปได้แล้วใช่หรือไม่"
ถึงอย่างไรจางหรงนางก็เป็ถึงบ่าวรับใช้ข้างกายฮูหยินบ่าวรับใช้ทั่วไปยังต้องให้ความเคารพนางหลายส่วนแม้แต่คุณชายทั้งสองยังเอ่ยเรียกนางอย่างเคารพกับคุณหนูคนนี้ช่างอวดดีจนยากจะดึงกลับ "บ่าวจะรอด้านนอกเ้าค่ะ"
เสี่ยวจิงเห็นคุณหนูมองตามหลังจางหรงไปในใจคิดว่าสาวใช้ข้างกายฮูหยินคนนี้ก็ชอบวางอำนาจเช่นกัน นางเองยังโดนจางหรงกดขี่อยู่บ่อยๆทั้งของใช้ อาหาร หรือแม้แต่เงินรายเดือนเื่ที่ไม่มีสิทธิ์เกี่ยวยังดึงตัวเองเข้ามาแทรกจนได้ใหญ่ยิ่งกว่าพ่อบ้านเสียอีก เป็บ่าวริอาจเทียบนายคุณหนูปฏิบัติต่อเช่นนี้ก็สมควรแล้ว "คุณหนู บ่าวเปลี่ยนชุดให้เ้าค่ะ"
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่หลินหลานหรูและเสี่ยวจิงจึงเดินตามจางหรงไปยังเรือนรับรอง
ระหว่างทางที่เดินไปนั้นมีบ่าวรับใช้หลายคนจับกลุ่มพูดคุย บางคนมีสีหน้าเคร่งเครียดบางคนถึงกับนั่งอมทุกข์ ยังมีบางคนยืนพูดจาโอ้อวดว่าตนโชคดีอย่างไรหนักเข้าหน่อยถึงขั้นทะเลาะตบตีกัน ช่างเป็ภาพที่ทำให้ชื่อเสียงสกุลหลินเสื่อมเสียจริงๆ
จางหรงผู้หนึ่งที่เห็นภาพนี้เข้าจึงแสดงอำนาจสั่งสอนให้รู้ความหลินหลานหรูยืนมองนางตวาดตักเตือนบ่าวรับใช้ดูแล้วอำนาจของจางหรงในจวนสกุลหลินมากเกินจนต้องตรวจสอบอายุเพียงสิบแปดใหญ่ยิ่งกว่าบ่าวรับใช้าุโผู้อยู่มานานเกือบครึ่งชีวิตเกรงว่าจะมากกว่าหลินหลานหรูด้วยซ้ำ
ที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าคือยามเดินสวนกับบ่าวรับใช้ระดับต่ำ พวกเขายังหยุดก้มหัวให้จางหรงก่อนแล้วค่อยหันมาคารวะนาง เอ่ยเรียกคุณหนูเสียงเบาคำหนึ่ง
เรียกคุณหนูเสียงเบาเพราะกลัวหรือ นี่ข้าถึงขั้นเป็รองสาวใช้อย่างเ้าเชียว
"เ้าหยุด!"นางเรียกจางหรงเสียงห้วน เชิดหน้าขึ้นอีกก่อนเอ่ย"เ้ามาเดินตามหลังข้า"
หลินหลานหรูยืนนิ่งอยู่กับที่รอให้จางหรงเป็ฝ่ายเดินมายืนด้านหลังนาง ขณะที่เสี่ยวจิงยิ้มเยาะในใจ
จางหรงนิ่งไปนานเช่นกันปากแดงสีชาดเม้มแน่น เดินลงฝีเท้าหนักๆ ไปยืนด้านหลังหลินหลานหรูอย่างขัดเคืองในใจต่อต้านถึงที่สุด
นับว่าข่าวลือไปไวยิ่งกว่าแสงต้นเหตุที่บ่าวรับใช้จับกลุ่มพูดคุย หลินหลานหรูย่อมรู้อยู่แก่ใจจางหรงเป็สาวใช้คนสนิทของฮูหยินย่อมมีความสำคัญการตัดสินใจใดของฮูหยินล้วนได้นางคอยช่วยคิด
ดังนั้นวันนี้หนังสือแต่งตั้งหลินหานฉีมาถึงดั่งจุดประทัดให้แตกตื่น จวนสกุลหลินในหนานจิงจะย้ายกลับเมืองหลวงในเร็ววันบ่าวรับใช้ส่วนมากจำต้องถูกขาย น้อยนักจะได้ติดตามกลับการประจบเอาใจสาวใช้าุโถือเป็ธรรมเนียม แค่ให้ตนได้ตามสกุลหลินกลับเมืองหลวงคือโชคหนึ่งในล้านเลยทีเดียว แม้แต่หลินหลานหรูยังไม่มีอำนาจในเื่นี้ย่อมไม่พอใจจางหรงเป็ทุนเดิม
เพียงแต่ไม่คิดไม่ฝันจางหรงจะยกหางตัวเองเดินวางอำนาจได้อย่างสบายใจเช่นนี้
เมื่อมาถึงเรือนรับรองสิ่งที่หลินหลานหรูเห็นเป็อันดับแรกคือทหารองครักษ์ติดอาวุธจำนวนยี่สิบนายยืนเรียงซ้ายขวากลางลานเรือนด้านหน้าสุดมีคนผู้หนึ่ง ด้วยการแต่งกายคงไม่พ้นเป็ข้าหลวงจากสำนักราชวังดูอย่างไรคนผู้นี้ก็ไม่ธรรมดา ในมือยังถือม้วนผ้าปักดิ้นทองม้วนหนึ่งเป็ม้วนผ้าที่คนผู้นั้นขยับเพียงเล็กน้อยท่านพ่อท่านแม่ของนางยังต้องคุกเข่าให้
หลินหลานหรูถูกจิวซื่อดึงให้คุกเข่าลงข้างๆนาง จากนั้นขันทีหลี่จึงประกาศราชโองการในมือ
นี่ไม่ใช่หนังสือแต่งตั้งท่านพ่อของนางหรอกหรือเหตุใดจึงกลายเป็ราชโองการจากฮ่องเต้ได้
ราชโองการนั้น ขันทีหลี่อ่านไว้ว่า"...หลินหลานหย่ากิริยาวาจางดงาม มีจิตใจเมตตา ซื่อสัตย์กตัญญูต่อบิดามารดา..." ในเนื้อหายังเล่าถึงความดีความงามของคนที่ชื่อหลินหลานหย่ามากมายก่ายกองกระทั่งประเด็นสำคัญอยู่ที่ฮ่องเต้พระราชทานหนังสือหมั้นหลินหลานหย่ากับองค์ชายในองค์ฮ่องเต้รัชกาลปัจจุบันซึ่งไม่ได้กำหนดอย่างแน่ชัดว่าเป็พระองค์ใดทั้งนี้ยังให้อำนาจในการตัดสินใจแก่หลินหลานหย่าว่า้าแต่งให้กับองค์ชายพระองค์ใดได้อีกด้วย
หลินหลานหรูใจกระตุกวูบราวกับมีคนยกค้อนเหล็กทุบศีรษะนางหนักๆ ในหัวผุดคำถามขึ้นมากมายไฉนจึงมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นได้ หลินหลานหย่าผู้นี้คือใครกันเหตุใดราชโองการจากเมืองหลวงจึงมาถึงนี่ ทุกคำถามล้วนแต่ไร้ซึ่งคำตอบ
ราชโองการถูกประกาศเสร็จสิ้นแล้วหลินหานฉีจึงเอ่ยรับราชโองการด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอกเื่นี้หากจะโทษคงต้องโทษที่หลินหานฉีเห็นแก่ตัวเกินไปหรือจะเรียกว่ารักบุตรสาวเกินไปดี ไม่ว่าอย่างไรก็เป็ความผิดของหลินหานฉีทั้งในอดีตและในอนาคตต่อจากนี้ ล้วนเป็ความผิดของหลินหานฉีทั้งนั้น
ยามนี้คนจากราชสำนักกลับไปแล้วทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและความสงสัยที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆไม่ต่างจากสายน้ำที่หลั่งไหลเข้าแต่ไร้ซึ่งทางให้ไหลออก สุดท้ายก็คงะเิแตกร่างกายย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี
"นี่มันเื่อะไรกันเ้าคะท่านพ่อ"หลินหลานหรูเอ่ยเสียงสั่นเครือ ถามหลินหานฉีที่ในมือถือราชโองการจากฮ่องเต้"หลินหลานหย่า... คือผู้ใดกันเ้าคะ"
หลินหานฉีได้ยินบุตรสาวเอ่ยเสียงเบาหวิวอีกทั้งภรรยาและบุตรชายยังมองมาด้วยความงุนงงทว่าดวงตาพวกเขาต่างพาดผ่านไปด้วยความหวาดกลัว หลินหานฉียิ่งหนักใจอ้าปากจะเล่าแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มที่ไหนดีจึงมีเพียงลมหายใจที่พ่นออกจากปากครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งจิวซื่อเอ่ยท้วงหลินหานฉีถึงได้ตัดสินใจเล่าลำดับเื่ราวทั้งหมด
"เป็เื่ระหว่างฮ่องเต้รัชกาลก่อนกับนายท่านผู้เฒ่าสกุลหลิน..."โดยเื่นี้ หลินเจียหลี่นายท่านผู้เฒ่าสกุลหลินสร้างความดีความชอบในอดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อนจึงได้ตกลงกันว่า 'หลานสาวที่เกิดจากบุตรชายคนโตในจวนสกุลหลินเมื่ออายุครบเจ็ดปีให้ประกาศราชโองการฉบับนี้ออกไปหมั้นหมายบุตรสาวจากสกุลหลินให้องค์ชายในองค์ฮ่องเต้ผู้ขึ้นครองราชย์ในปัจจุบัน'
เดิมทีควรเป็หลินหลานหรูที่ได้รับราชโองการนี้ทว่านอกจากหลินหลานหรูแล้ว หลินหานฉียังมีบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาผู้หนึ่งก่อนที่หลินหลานหรูจะเกิด หลินหานฉีได้ส่งอนุภรรยาผู้นี้กลับเมืองหลวงภายหลังจึงทราบว่านางตั้งครรภ์ จิวซื่อเองก็ตั้งครรภ์เช่นกัน กระทั่งจิวซื่อให้กำเนิดหลินหลานหรูเพียงแต่เวลานั้นหลินหลานหรูคลอดก่อนกำหนด ทั้งยังไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นนางในวัยทารกไม่ส่งเสียงร้อง ไม่เคลื่อนไหวมีแค่ลมหายใจเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่เชิญท่านหมอมากี่คนก็อับจนหนทาง
่แรกหลินหานฉีกังวลว่าหลินหลานหรูจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานเช่นนั้นเขาก็ไม่มีบุตรสาวให้หมั้นหมายตามราชโองการจึงดูแลประคบประหงมป้อนข้าวป้อนน้ำยื้อชีวิตหลินหลานหรูที่ร่างกายผอมแห้งเอาไว้ให้ได้
ต่อมาหลินหานฉีได้รับจดหมายจากเมืองหลวงว่าอนุภรรยาของเขาให้กำเนิดบุตรสาว เขาที่รับรู้เื่หนังสือหมั้นเป็อย่างดีจึงไม่ได้แจ้งเื่ให้หลินเจียหลี่บิดาของเขาทราบว่าตนมีหลินหลานหรูเป็บุตรสาวอีกคน ด้วยเหตุผลสองประการประการแรกหลินหานฉีไม่อยากให้ความหวังผู้ใดเกรงว่านางจะอยู่ได้ไม่นาน อีกประการคือเขารักหลินหลานหรูมากนัก ป้อนน้ำป้อนข้าวให้นางมาด้วยมือทั้งสองข้างของตนเขาย่อมไม่อยากให้นางยุ่งเกี่ยวกับอำนาจในวังหลัง ให้นางมีชีวิตที่เงียบสงบแต่งให้กับครอบครัวที่ดี จึงปิดบังเื่นี้มาตลอด
ดังนั้นครอบครัวสกุลหลินที่เมืองหลวงจึงไม่มีผู้ใดทราบถึงการมีตัวตนของหลินหลานหรู ราชโองการฉบับนี้จึงตกเป็ของหลินหลานหย่าอย่างไม่ต้องสงสัย
จิวซื่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมดเข่านางถึงกับทรุด นั่งร้องไห้ต่อว่าสามีเป็การใหญ่เหตุใดถึงได้ทำเื่บ้าบิ่นแบบนี้ หลินหลานหรูเป็บุตรที่เกิดจากภรรยาเอกย่อมมีสิทธิ์มากกว่าลูกอนุ เช่นนั้น...เช่นนั้น! เื่นี้ต้องมีคนรับผิดชอบ!
วันนี้จิวซื่อนางได้กระจ่างในใจแม้จะรู้มาว่าอนุนางนั้นให้กำเนิดบุตรสาวเช่นกันแต่ไม่เคยรู้เื่หนังสือหมั้นมาก่อน สามีนางใจดำยิ่งกระทั่งเื่ยินดีเช่นนี้ยังปิด นางหรือจะไม่ปวดใจบุตรสาวได้แต่งให้กับเชื้อพระวงศ์เป็สิ่งที่นางปรารถนามากสุดท้ายนอกจากจะไม่ใช่บุตรสาวของตน นางยังต้องเสียบุตรสาวเพียงคนเดียวไปอีก
ราชโองการก็ออกมาแล้วเป็ชื่อผู้ใดก็ถูกกำหนดแล้วเช่นนั้นการมีตัวตนอยู่ของหลินหลานหรูเท่ากับหลอกลวงเบื้องสูงบิดเบือนความจริงขัดต่อราชโองการมีโทษตายทั้งตระกูล เหตุใดสามีของนางถึงได้เห็นแก่ตัวเช่นนี้!
หลินหานฉีย่อมรู้เื่นี้ดีดังนั้นั้แ่ต้น ตามหนังสือเกิดของหลินหลานหรูแล้วเขาใส่ชื่อนางในทะเบียนสำมะโนครัวโดยระบุเป็ 'บุตรบุญธรรม' ที่รับเข้าสกุลหลินเท่านั้น...
ครานี้โลกถล่มลงทั้งใบแม้แต่หลินหลงอู่กับหลินหลงอวี้ยังจุกในอก น้องสาวแท้ๆ คลานตามกันมาเวลานี้ได้ถูกแยกสถานะให้ห่างเหิน ยิ่งเห็นมารดาร้องไห้ฟูมฟายจะขาดใจหลินหลงอู่ก็รีบเข้ามาประคอง มีหลินหลงอวี้ที่น้ำตาซึมคอยพูดปลอบมารดาด้านข้าง
____________________________________
[1] ยามสอง หรือ ยามไฮ่ คือ่เวลา 21.00 น. ถึง 23.00 น.
[2] ดอกโม่ลี่ หรือ ดอกมะลิ
[3] ชั่วยามเป็หน่วยนับเวลาของจีนโบราณ เท่ากับ 2 ชั่วโมง