บนภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์
เย่เทียนค่อยๆ ก้าวเดินออกไปทีละก้าวแรงโน้มถ่วงที่นี่สูงถึง 100 เท่าของแรงโน้มถ่วงบนโลกนี่เกือบจะถึงขีดจำกัดของนักรบผู้เชี่ยวชาญแล้ว
ร่างกายของสัตว์อสูรที่เย่เทียนใช้อยู่เป็นร่างกายสัตว์อสูรชั้นยอดดังนั้นเขาจึงสามารถทนต่อแรงโน้มถ่วง 100 เท่าได้ แต่ความเร็วของเขาก็ช้ากว่าเดิมมาก ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดีกว่าสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ตัวอื่นที่เป็นสัตว์อสูรระดับสูงพวกมันเคลื่อนไหวได้ทีละนิดๆ ราวกับเต่าคลาน
แต่ถึงแม้ว่าพวกมันจะต้องคลานพวกมันก็ยังพยายามขึ้นไปบนยอดเขาของอสูรศักดิ์สิทธิ์
“บนยอดเขามีอะไรกันแน่นะ?”
เย่เทียนอยากรู้มาก
ทักษะการรับรู้มิติของเขาไม่สามารถตรวจสอบยอดเขาได้ราวกับว่ามีพลังลึกลับที่ขัดขวางการรับรู้มิติของเขาอยู่
ครึ่งชั่วโมงต่อมาในที่สุดเย่เทียนก็มาถึงยอดเขาจนได้
ทันใดนั้น
เขาก็มองเห็นแผ่นศิลาขนาดยักษ์แผ่นหนึ่งแผ่นศิลานี้ตั้งตระหง่านราวกับค้ำจุนสวรรค์และโลก มันแผ่กลิ่นอายโบราณและทรงอำนาจออกมามันมีความสูงถึง 100 เมตรและกว้าง20 เมตร
บนแผ่นศิลามีลวดลายอักขระมากมายมันไม่เหมือนกับรูปแบบค่ายกลใดๆ แต่แฝงไว้ด้วยความลึกลับอันทรงพลัง
เย่เทียนไม่ได้รีบร้อนที่จะศึกษาศิลาจารึกนี้เขาใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกเพื่อตรวจสอบพรสวรรค์ของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์โดยรอบ
แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ
“พรสวรรค์ทางสายเลือดระดับดาราถึง4 ตัว!”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
แต่เมื่อเขาคิดถึงความแข็งแกร่งของเผ่ากิเลนสวรรค์เขาก็เข้าใจได้
ถ้าเขาคัดลอกพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับดารามาร่างกายของสัตว์อสูรตัวนี้จะมีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับดารา แต่น่าเสียดายที่ร่างกายนี้อยู่ได้แค่หนึ่งเดือนเท่านั้นหลังจากหนึ่งเดือน วิญญาณของเขาก็จะกลับคืนสู่ร่างจริง
ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่อยากคัดลอกพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับดารามันจะเป็นการเสียโอกาสไปโดยเปล่าประโยชน์
เย่เทียนยังคงตรวจสอบพรสวรรค์ของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ตัวอื่นต่อไปโดยเขาพยายามมองหาพรสวรรค์พิเศษ
ทั่วทั้งยอดเขามีสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์อยู่ราวหนึ่งแสนตัวเขาไม่เชื่อว่าเขาจะหาพรสวรรค์ที่สุดยอดไม่เจอ เย่เทียนเดินเตร่ไปทั่วยอดเขาเพื่อหาพรสวรรค์ที่เขาน่าจะได้ใช้
ทันใดนั้น
พรสวรรค์ชนิดหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเย่เทียน
[พรสวรรค์ตัวตายตัวแทน: ระดับปานกลาง]
“พรสวรรค์นี้...มันน่าสนใจมาก”
เย่เทียนสนใจมันไม่น้อย
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงพรสวรรค์ระดับกลางแต่พรสวรรค์พิเศษบางอย่างก็มีประโยชน์มากกว่าพรสวรรค์ระดับสูงเสียอีก ยกตัวอย่างเช่นพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูง ในสายตาของเย่เทียนมันดีกว่าพรสวรรค์คมดาบวายุของหยุนเฟิงมากดังนั้นเย่เทียนจึงไม่สนใจพรสวรรค์ของอีกฝ่าย แต่พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณของเขานั้นมีประโยชน์กับเขามาก
ดังนั้นพรสวรรค์ที่มีระดับไม่สูงมากก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์
“พรสวรรค์ตัวตายตัวแทนมันควรจะเป็นพรสวรรค์ประเภทช่วยชีวิต ดูจากชื่อแล้วมันน่าจะช่วยตัวเองให้รอดพ้นจากความตายได้?”เย่เทียนคาดเดา
พรสวรรค์นี้ไม่เลวเลย แม้ว่าเย่เทียนจะไม่สามารถคัดลอกพรสวรรค์นี้ได้ในตอนนี้แต่เขาก็สามารถทำเครื่องหมายไว้ได้
ดังนั้นเย่เทียนจึงใช้ตราประทับมิติเพื่อทำเครื่องหมายบนตัวสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ที่มีพรสวรรค์ตัวตายตัวแทน
สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์บนยอดเขาเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆและเพราะตอนนี้เย่เทียนอยู่ในร่างของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงสามารถเข้าใจบทสนทนาของพวกมันได้
ไม่นานเย่เทียนก็รู้ว่าภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์คืออะไร
ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ เป็นภูเขาที่เปรียบได้กับแดนศักดิ์สิทธิ์ของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์มันตั้งอยู่ในอาณาเขตของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ สัตว์อสูรตัวอื่นๆ ยากที่จะมาที่ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์นี้ได้เพราะหากกิเลนสวรรค์พบร่องรอยของเผ่าพันธุ์อื่น พวกมันจะต้องถูกสังหารอย่างแน่นอน
และสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ก็คือแผ่นศิลาที่ตั้งอยู่บนยอดเขามันถูกเรียกว่าแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้ง สวรรค์และโลกได้ให้กำเนิดสมบัติล้ำค่าขึ้นมาเนื่องจากมันเชื่อมต่อกับภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ มันจึงยากที่จะเคลื่อนย้ายได้ ดังนั้นมันจึงตั้งอยู่ที่นี่ตลอดมา
เพราะศิลาจารึกแห่งการรู้แจ้งนี้ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์จึงถูกสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ยึดครองและถูกใช้เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพวกมัน
ศิลาเเห่งการรู้แจ้งมีประโยชน์มากมายจากปากของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์เหล่านี้เย่เทียนรู้มาว่า
ประโยชน์แรกคือ มันสามารถเพิ่มสติปัญญาได้ตราบใดที่ศิลาแห่งการรู้แจ้งเปิดขึ้นมาจริงๆ อิทธิพลจากศิลาแห่งการรู้แจ้งจะค่อยๆ ทำให้สติปัญญาของพวกมันเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์มีสติปัญญาสูง
ประโยชน์อย่างที่สองคือ มันมีโอกาสที่จะทำให้พรสวรรค์พิเศษพัฒนาขึ้นได้เช่น เปลี่ยนพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับเริ่มต้นให้กลายเป็นพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับปานกลางแต่อัตราความสำเร็จไม่สูงนัก มีสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์เพียงไม่กี่ตัวที่สามารถทำเช่นนี้ได้อสูรกิเลนสวรรค์ที่สามารถยกระดับพรสวรรค์พิเศษได้ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะในเผ่า
ประโยชน์ที่สามคือ มันสามารถช่วยให้สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์เข้าใจทักษะการต่อสู้ของสัตว์อสูรตัวอื่นได้เมื่อเข้าใจทักษะการต่อสู้ ความแข็งแกร่งของมันจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่สัตว์อสูรที่มีทักษะการต่อสู้นั้นหายากมาก
“วิชายุทธ์?”
เย่เทียนกวาดสายตามองไปรอบๆและพบว่ามีสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์จำนวนน้อยที่มีพรสวรรค์เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าพรสวรรค์นี้คืออะไรแต่พอได้ยินเรื่องที่สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ตัวอื่นสนทนากัน เขาก็คาดเดาได้ทันที
“ทักษะการต่อสู้ของพวกมันน่าจะคล้ายกับทักษะดาบของมนุษย์และพรสวรรค์ด้านดาบใช่ไหม?ถ้าอย่างนั้น แผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งจะช่วยให้เราเข้าใจทักษะดาบได้หรือไม่?”เย่เทียนตกใจ
นี่มันน่าทึ่งเกินไปแล้ว!
การทำความเข้าใจทักษะดาบไม่ใช่การเรียนรู้ในทักษะดาบแต่เป็นการรังสรรค์
“อาจจะเป็นไปได้ก็ได้”เย่เทียนมองไปยังแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งและเกิดความคิดบางอย่างขึ้นในใจ บางทีเขาอาจจะสามารถเข้าใจทักษะดาบได้ก็ได้
“นี่เป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่!”
เย่เทียนรู้สึกตื่นเต้นมาก
น่าเสียดายที่ตอนนี้แผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งยังถูกผนึกไว้โดยเหล่าผู้อาวุโสของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์มันจะถูกผนึกไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด และจะเปิดใช้งานในทุกๆ 10 ปี และทุกๆ ครั้งศิลานี้จะเปิดใช้เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน
ฮึ่ม
คลื่นที่แปลกประหลาดแผ่กระจายออกไปแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งเริ่มแผ่กลิ่นอายโบราณออกมา อักขระลวดลายบนแผ่นศิลาค่อยๆ เปล่งแสงออกมาทีละน้อย!!!!
ไม่นานทั่วทั้งยอดเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง
ในตอนนี้สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ทุกตัวพบว่าตัวเองอยู่ในโลกที่แปลกประหลาดที่แห่งนี้ไม่มีภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ไม่มีดอกไม้และต้นไม้พวกมันไม่เห็นสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ตัวอื่น
ราวกับว่าตอนนี้พวกมันอยู่ระหว่างสวรรค์และโลกราวกับ ณ ที่แห่งนี้มีมันเพียงคนเดียว
“มิติแห่งการหยั่งรู้!”
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเย่เทียน
“ต้องเริ่มแล้วเราจะมัวเสียเวลาไม่ได้!”
เย่เทียนรีบหยิบดาบเวทระดับสูงออกมาพร้อมปลดปล่อยเจตจำนงแห่งดาบจากนั้นเขาก็เริ่มพยายามทำความเข้าใจทักษะดาบ
กลิ่นอายแห่งความลึกลับปกคลุมเย่เทียนความเข้าใจของเย่เทียนค่อยๆ เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ความเข้าใจทั้งหมดที่เกี่ยวกับดาบของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่า
ความลึกลับของทักษะดาบฟาดฟันวายุครามและทักษะดาบเงาสังหารค่อยๆไหลผ่านจิตใจของเย่เทียน ความเข้าใจเกี่ยวกับดาบของเขาเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ
“มีจุดบกพร่องมากมายในทักษะฟาดฟันวายุคราม!”
ทันใดนั้นเย่เทียนก็เหมือนรู้แจ้ง
ก่อนหน้านี้ เขารู้สึกว่าทักษะฟาดฟันวายุครามนั้นสมบูรณ์แบบมากแต่ตอนนี้เขาเห็นจุดบกพร่องมากมายนับร้อยจุดในทักษะนี้
แก้ไข!
สร้างใหม่!
เย่เทียนค่อยๆ เปลี่ยนโฉมทักษะ‘ฟาดฟันวายุคราม’และหลอมรวมเข้ากับแนวคิดดาบเร็วของทักษะเงาสังหาร
หนึ่งวันผ่านไป สองวันผ่านไป…
พริบตาเดียว เย่เทียนก็ทำความเข้าใจทักษะดาบไปถึงห้าวันเต็ม
และในวันนี้
เย่เทียนก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งแต่ด้วยสภาพร่างกายของสัตว์อสูรนั้นไม่สามารถหัวเราะเช่นมนุษย์ได้ เสียงหัวเราะของเขาจึงอู้อี้ไม่เป็นภาษา
ในที่สุดเขาก็สามารถสร้างทักษะดาบใหม่ขึ้นมาได้!